- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 23 มุงดูเรื่องสนุก
บทที่ 23 มุงดูเรื่องสนุก
บทที่ 23 มุงดูเรื่องสนุก
“วัวระเบิดเพลิง แกเป็นยังไงบ้าง!”
เฉินรุ่ยพุ่งตัวเข้าไปหาคู่หูที่นอนสลบเหมือดอยู่กลางเวทีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับจะร้องไห้
การประลองของสัตว์อสูร บางครั้งมันก็เรียบง่ายและตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ ไม่ต้องรอให้กรรมการประกาศผล แค่เห็นปฏิกิริยาของผู้อัญเชิญอสูร ก็รู้ผลแพ้ชนะกันได้ทันที
“วัวระเบิดเพลิงหมดสภาพต่อสู้ ผู้ชนะ ฉินหมิง!”
กรรมการหลี่ลี่ หลังจากได้ชมการต่อสู้สุดพิสดารในระยะประชิด ก็ต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพอย่างสูงในการกลั้นขำ จรรยาบรรณวิชาชีพช่างสมกับเครื่องแบบที่สวมใส่อยู่จริงๆ
เขาแสร้งทำเป็นก้มหน้าเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปาก พลางบันทึกผลการแข่งขันที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับลงในระบบ
เวลานี้ เฉินรุ่ยอุ้มร่างอันไร้สติของวัวระเบิดเพลิงมุ่งหน้าตรงไปยังห้องพยาบาลข้างเวที
วินาทีนั้น ความว่องไวและพละกำลังที่เขาแสดงออกมา ทำเอาฉินหมิงแอบอิจฉาอยู่นิดๆ
ฉินหมิงลองยกแขนขวาขึ้นมาเบ่งกล้ามดูบ้าง หลังจากพินิจพิจารณากล้ามเนื้อไบเซปส์อันน้อยนิดของตัวเองแล้ว เขาก็เลือกที่จะเงียบ
ช่างเถอะ ชนะการแข่งก็พอแล้ว
ผู้อัญเชิญอสูรจะไปฝึกร่างกายให้ล่ำบึ้กทำไมกัน? จะลงไปต่อยเองแทนสัตว์อสูรหรือไง?
คิดได้ดังนั้น ฉินหมิงก็ย่อตัวลงอุ้มเข่อต๋าที่วิ่งหน้าบานเข้ามาหา จู่ๆ ก็รู้สึกว่าสัตว์อสูรตัวเล็กกะทัดรัดแบบเข่อต๋านี่แหละ เหมาะกับเขาที่สุดแล้ว
ตัวเล็กๆ น่ารักกระปุ๊กกระปิ๊ก น่าทะนุถนอม
ดูสิ เข่อต๋าตัวเบาหวิว คล่องแคล่วว่องไว ไม่เหมือนไอ้วัวยักษ์จอมทึ่มเมื่อกี้นี้สักนิด~
ฉินหมิงยังไม่รีบร้อนจะเริ่มการประลองรอบต่อไป
ส่วนหนึ่งเพราะต้องรอเวลาจับคู่ แต่อีกส่วนคือเขาอยากให้เข่อต๋าได้ดื่มด่ำกับรสชาติแห่งชัยชนะในศึกแรกให้เต็มอิ่มเสียก่อน!
เพราะชัยชนะครั้งหน้า มันจะไม่ใช่ ‘ครั้งแรก’ อีกต่อไปแล้ว ความตื่นเต้นดีใจของเข่อต๋าอาจจะลดน้อยลง
จะว่าไป ชนะตั้งแต่ศึกแรก แถมยังชนะแบบไร้รอยขีดข่วนแถมข้ามรุ่นอีกต่างหาก?
สุดยอดไปเลย เข่อต๋าของฉัน! มุมปากของฉินหมิงยกยิ้มขึ้นอย่างปิดไม่มิด
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านนอก...
“เร็วเข้า ลูกพี่น่าจะแข่งอยู่ที่สนามนี้นี่แหละ!”
“ลูกพี่กำลังจะชนะรวด 5 ตาติด ในฐานะลูกน้องคุณภาพ เราต้องโผล่ไปแสดงความยินดีให้ทันเวลา จะได้เซอร์ไพรส์ลูกพี่ไง!”
“คงไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นใช่ไหม?” ลูกน้องบางคนยังมีความรอบคอบอยู่บ้าง ฉินหมิงพยักหน้าเห็นด้วยในใจ
“เมื่อกี้ฉันเช็กดูแล้ว คู่ต่อสู้ของลูกพี่คราวนี้เลเวลแค่ 6 เอง ตบเด็กชัดๆ ชนะใสๆ!”
“งั้นก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”
ฉินหมิง: ?
เดี๋ยวนะ ฉันมีปัญหา!
ตกลงใครกันแน่ที่กาก?
พวกแกพูดให้มันเคลียร์ๆ หน่อยซิ!
พวกผู้อัญเชิญอสูรที่มีสัตว์อสูรเลเวลแค่ 5-6 ริอ่านมาวิจารณ์ฉันกับเข่อต๋าเนี่ยนะ?
ฉินหมิงรู้สึกว่าเด็กสมัยนี้ช่างไม่มีสัมมาคารวะเอาซะเลย!
เขาเลยตัดสินใจยังไม่รีบออกไป อยากจะดูเหมือนกันว่าลูกสมุนพวกนี้จะเอาอะไรมาเซอร์ไพรส์เฉินรุ่ย
เนื่องจากการประลองจบลงแล้ว ประตูห้องพยาบาลจึงเปิดอยู่
เหล่าลูกสมุนกรูกันเข้ามา หัวหน้าแก๊งลูกน้องสายตาดีมาก มองปราดเดียวก็ระบุพิกัดลูกพี่ได้ทันที แล้วพุ่งตรงเข้าไปหา!
ฉินหมิงเตี๊ยมกับเข่อต๋าเรื่องมารยาทในการเป็นไทยมุงที่ดีว่าต้องเงียบกริบ จากนั้นก็อุ้มเจ้าตัวเล็กย่องตามไปดูเงียบๆ
เหล่าลูกสมุนจัดแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งอย่างเป็นระเบียบดูมีพิธีรีตอง แล้วก้าวออกมาทีละคน
“ลูกพี่ ลูกพี่! ไร้พ่ายเหนือหล้า ผู้กล้าท้าชน!”
“ลูกพี่ ลูกพี่! เส้นทางไร้เทียมทานเริ่มขึ้นแล้ว! ยินดีด้วยครับกับชัยชนะ 5 ตาติด!”
“ลูกพี่ ลูกพี่! มุ่งมั่นบากบั่น สร้างตำนานเกรียงไกร!”
ฉินหมิงรู้สึกอายแทนจนนิ้วเท้าจิกพื้นแทบทะลุรองเท้า เขาไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าเฉินรุ่ยที่เป็นคนโดนอวยตรงๆ จะรู้สึกยังไง
แต่ก็นะ เป็นลูกน้องสมัยนี้ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน อุตส่าห์เตรียมสโลแกนมาไม่ซ้ำกันเพื่ออวยพรลูกพี่ทีละคน
ฉินหมิงถอยหลังไปอีกหน่อย พยายามทำตัวกลมกลืนกับฝาผนัง เขาทำใจไม่ได้ที่จะเข้าไปร่วมแสดงความยินดีแบบเชือดนิ่มๆ แบบนั้น
ถึงแม้การเห็นเฉินรุ่ยอยู่ในห้องพยาบาลจะดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่เหล่าลูกสมุนก็ไม่ได้เอะใจอะไร
เพราะการบาดเจ็บจากการต่อสู้เป็นเรื่องปกติ ผู้อัญเชิญอสูรที่รักสัตว์อสูรส่วนใหญ่ หลังจบการต่อสู้ก็มักจะพาคู่หูมาตรวจเช็กสภาพร่างกายกันทั้งนั้น
ส่วนเรื่องที่ไก่อ่อนเลเวล 6 จะพลิกเกมชนะ? เป็นไปไม่ได้หรอก พวกเราไม่ได้เพิ่งเป็นผู้อัญเชิญอสูรวันแรกนะเว้ย ประสบการณ์โชกโชน!
แต่การที่เฉินรุ่ยเงียบกริบไม่ตอบรับ ทำเอาเหล่าลูกสมุนเริ่มงง หรือเสียงเชียร์ยังดังไม่พอ?
แต่สโลแกนที่เตรียมมาก็หมดสต็อกแล้วนี่นา งั้นเอาใหม่อีกรอบละกัน
“ลูกพี่!...”
“หุบปาก!” เฉินรุ่ยตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด
เห็นเฉินรุ่ยตื่นเต้นจนตาแดงก่ำ ลูกสมุนผู้ไร้ซึ่งไหวพริบคนหนึ่งรีบเสนอหน้าออกมา
“ลูกพี่ ชนะแล้วก็ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นก็ได้ครับ! โอเคๆ พวกเรารู้แล้ว จะทำตัวโลว์โปรไฟล์ครับ!”
พูดจบก็ทำมือเป็นสัญญาณกดลง เหมือนวาทยกรคุมวงดนตรี
“ประเด็นคือฉันแพ้โว้ย!” เฉินรุ่ยโมโหจนสติแตก ตะโกนจนเสียงหลง!
อาจเป็นเพราะเสียงตะโกนที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของเฉินรุ่ยมันดูจริงใจสุดๆ ไม่เหมือนการแสดงเลยสักนิด
เหล่าลูกสมุนต่างยอมรับความจริงอันเหลือเชื่อนี้ แล้วก็พากันแข็งทื่อไปตามๆ กัน บรรยากาศเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก
“ก้าบ~” (ฮ่าๆ!)
เข่อต๋าผู้ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน สุดท้ายก็กลั้นขำไม่อยู่ หลุดขำพรืดออกมาในนาทีวิกฤต
ฉินหมิงพยายามจะเอามือตะครุบปากเป็ด แต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง
เฉินรุ่ยหันขวับมาเจอเจ้าตัวเด่นที่แอบซุ่มอยู่ด้านหลังทันที
“แก... แก... แก... ไอ้คนหน้าไม่อาย!”
วินาทีที่เห็นหน้าฉินหมิง ความรู้สึกคับแค้นใจจากการต่อสู้ก็พรั่งพรูออกมาท่วมท้นหัวใจของเฉินรุ่ยอีกครั้ง
“กลอุบายคือวิถีแห่งสงคราม!” ฉินหมิงสวนกลับทันควัน
“แต่ฉันขาดอีกแค่ตาเดียวก็จะชนะครบโควตาเล่นฟรีแล้วนะเว้ย!” เฉินรุ่ยชี้หน้าฉินหมิง นิ้วสั่นระริก เสียงสั่นเครือ
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ฝีมือไม่ถึงก็ต้องยอมรับสิ!”
ฉินหมิงปฏิเสธความรับผิดชอบทุกข้อหา เขาแอบถอยหลังไปอีกสองสามก้าว พอรู้สึกว่าอยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว ก็สวนกลับไปอีกดอกเน้นๆ!
“อีกอย่าง นายไม่ใช่เหรอที่บอกว่าของฟรีไม่สำคัญ สำคัญที่ประสบการณ์การต่อสู้?”
ความจำของฉินหมิงดีเลิศ และดูเหมือนคนความจำดีจะไม่ได้มีแค่ฉินหมิงคนเดียว
“ใช่ครับลูกพี่ แพ้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ลูกพี่บอกเองไม่ใช่เหรอว่ามีแรงกดดันถึงจะพัฒนาได้ไว!”
ลูกน้องคนหนึ่งพูดปลอบใจด้วยน้ำเสียงซื่อๆ แต่ดาเมจความประชดประชันรุนแรงระดับคริติคอล
เฉินรุ่ย: ......
ฉินหมิงรู้สึกว่าคนจิตใจดีงามอย่างเขา คงทำเรื่องโหดร้ายอย่างการตอกย้ำซ้ำเติมไม่ได้ลงคอหรอก แต่ในเมื่อมีคนช่วยดึงค่าความเกลียดชังไปให้แล้ว ตอนนี้ไม่หนีแล้วจะรออะไร?
ดูเรื่องสนุกจนหนำใจแล้ว ก็ได้เวลาเผ่น
ดังนั้น ฉินหมิงจึงปลีกตัวกลับมาที่โถงประลองอันคุ้นเคย เวลาผ่านไปไม่นาน คนส่วนใหญ่ก็ยังเป็นหน้าเดิมๆ สัตว์อสูรก็ตัวเดิมๆ ที่เคยสแกนไปแล้ว
สีหน้าของฉินหมิงจึงยิ่งดูสุขุมเยือกเย็นเข้าไปใหญ่ เสร็จกิจสะบัดชายเสื้อจากไป ซ่อนเร้นชื่อเสียงและคุณงามความดี... มันก็แค่นั้นเอง
ว่าแต่ ต้องรออีกนานไหมเนี่ยกว่าจะได้แข่งรอบต่อไป?
รอจนรากงอกแล้วนะ รีบหน่อยสิ!
เข่อต๋าพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย “ก้าบ~”
(เป็ดก็รีบเหมือนกัน!)
(เป็ดอยากได้นมสดมูมูยกแผงแล้ว!)