เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ผลพวงจากการสอน

บทที่ 17 ผลพวงจากการสอน

บทที่ 17 ผลพวงจากการสอน


ถึงแม้เจิ้งเหวินเจี๋ยอยากจะร่ายยาวระบายความโศกเศร้าในใจออกมาเป็นมหากาพย์สักสามหน้ากระดาษ แต่เพื่อประหยัดเวลา และให้เจ้าสำนักพร้อมชาวแก๊งที่อยู่เมืองข้างๆ ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหา เขาเลยเลือกที่จะสรุปสั้นๆ ให้ได้ใจความ

เขาเปิดกลุ่มแชท ‘ครอบครัวสุขสันต์แห่งโรงฝึกที่ 1’ แล้วพิมพ์ข้อความส่งไป

[เจิ้งคนดีคนเดิม: ขอเปิดประเด็นครับ การที่นักเรียนสุดเกรียนเรียนรู้วิธีใช้คุณลักษณะพิเศษได้ในรอบเดียวเนี่ย ถือเป็นความวิปริตทางมนุษยธรรม หรือความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมครับ?]

[ศิษย์พี่หญิงใหญ่: อย่ามาล้อเล่นนะ นายแน่ใจเหรอว่าไม่ได้ตาฝาด!?]

[เจิ้งคนดีคนเดิม: เขาเรียนรู้ต่อหน้าต่อตากบวารีผลึกใสเลยครับ ผ่านการรับรองจากท่านกบแล้วด้วย! (แนบรูป: กบวารีผลึกใสทำตาโตถลนด้วยความช็อกสุดขีด.JPG)]

[เจ้าสำนัก: ?]

[ศิษย์พี่หญิงใหญ่: เชี่ย!]

[ศิษย์พี่ใหญ่: ตั้งสติไว้ กำลังรีบกลับไป!]

ทุกคนอาจจะกังขาในสายตาของเจิ้งเหวินเจี๋ยได้ แต่ไม่มีทางที่จะไม่เชื่อมั่นใน ‘กบวารีผลึกใส’ สัตว์อสูรคู่ใจของท่านเจ้าสำนักเจิ้งเด็ดขาด

งั้นแสดงว่านักเรียนคนนี้... มีของจริงดิ?

คนที่ชื่อฉินหมิงสินะ ร้ายกาจใช่ย่อย ดูเหมือนก่อนหน้านี้จะเข้าใจเจิ้งเหวินเจี๋ยผิดไปหน่อยแฮะ...

ถ้าพรสวรรค์ระดับปีศาจขนาดนี้ ความรู้หางอึ่งของเจิ้งเหวินเจี๋ยคงเอาไม่อยู่จริงๆ นั่นแหละ มิน่าล่ะถึงได้ลนลานขนาดนั้น ข้าวปลาไม่กินเอาแต่ส่งเรียงความมารัวๆ ที่แท้ก็เพราะรู้จักประเมินตนเองนี่เอง...

ทางด้านท่านเจ้าสำนักเจิ้งที่กำลังคุยเล่นกับเพื่อนอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าชายอดน้ำค้างจากต้นไม้วิญญาณในปากที่ราคาแพงหูฉี่ มันจืดชืดไร้รสชาติขึ้นมาดื้อๆ

“ตาแก่เฉียน ฝีมือนายยังไม่ตกเลยนะ โรงฝึกนายก็มีแต่คนเก่งๆ ทั้งนั้น!” หลังจากแกล้งชมไปตามมารยาท เขาก็เปลี่ยนเรื่องทันที

“แต่ว่า... การแลกเปลี่ยนรอบนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน ฉันมีธุระด่วนต้องรีบกลับ”

“เฮ้ย อย่าเพิ่งรีบสิ นานๆ เจอกันที คืนนี้ต้องดวลเหล้ากันสักหน่อย ไม่เมาไม่เลิก!”

“ฉันเตรียมเหล้าหมักปีลึกไว้รอแล้วนะ จองห้อง VIP ภัตตาคารเป่าเก๋อไว้แล้วด้วย!” ท่านเจ้าสำนักเฉียนผู้รู้ใจเพื่อนซี้เริ่มร่ายเมนูอาหารมายั่วน้ำลาย

เจ้าสำนักเฉียนจื้อหย่วน แห่งโรงฝึกยุทธ์อาชาเหินหาวนครอสูร มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเพาะพันธุ์สัตว์อสูร ‘อาชาแผงคอธุลี’

เขากับเจิ้งเสวียน เจ้าสำนักเจิ้ง รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เคยออกเดินทางผจญภัยร่วมเป็นร่วมตายกันมา เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนซี้ปึ้ก การเชิญชวนครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความจริงใจ

ถ้าสถานการณ์ปกติ มาถึงขั้นนี้แล้วท่านเจ้าสำนักเจิ้งคงปฏิเสธลำบาก แต่ปัญหาก็คือถ้าไม่รีบกลับตอนนี้ โรงฝึกคงได้พังพินาศแน่...

พรสวรรค์ระดับที่ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อนแบบนี้ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองคงคันหัวใจยิบๆ

แถมถ้ากลับช้า แล้วอีกฝ่ายดันเปลี่ยนใจหนีไปซบโรงฝึกอื่น เจิ้งเสวียนไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าตัวเองจะต้องทนทุกข์ทรมานใจขนาดไหนในอนาคต...

พอนึกถึงตรงนี้ เจิ้งเสวียนก็นั่งไม่ติดที่แล้ว

ขืนยังไม่ออกเดินทาง ใจคงรุ่มร้อนจนทำอะไรไม่ถูกแน่!

จะไม่โดนตาเฒ่าหวังข้างบ้านมาตีท้ายครัวขโมยศิษย์ไปใช่ไหมเนี่ย?

สุดท้าย เจิ้งเสวียนจำต้องกัดฟันปฏิเสธคำชวนอันแสนเย้ายวนอย่างหนักแน่น “เอาไว้คราวหน้าเถอะ มีธุระด่วนจริงๆ!”

“ตาแก่เจิ้ง นายดูแปลกๆ นะ มีเรื่องอะไรด่วนขนาดนั้นเชียว?”

ด้วยความสนิทสนม เฉียนจื้อหย่วนจึงถามออกไปตรงๆ เผื่อมีอะไรที่เขาพอจะช่วยได้

เจิ้งเสวียนได้ยินเพื่อนเริ่มมีท่าทีผ่อนปรน ก็โล่งใจขึ้นเปราะหนึ่ง “ก็ต้องโทษเจ้าเจิ้งน้อยมันไม่ได้เรื่องน่ะสิ มีคนมาบุกโรงฝึกแล้วมันเอาไม่อยู่! เฮ้อ~”

พูดจบก็ส่ายหน้าอย่างระอา

“เจิ้งน้อย? หลานชายนายที่ได้โควตาเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยนครอสูรนั่นน่ะเหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ” เจิ้งเสวียนพูดไปพลางเก็บของไปพลาง พร้อมกับกดเลื่อนตั๋วเครื่องบินขากลับ

“เรื่องที่ทำให้คนอย่างนายถึงกับต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน คงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ งั้นเอาเป็นว่า ช่วงนี้ฉันก็ว่างๆ อยู่พอดี เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนนายด้วยละกัน”

เฉียนจื้อหย่วนแอบชำเลืองมองหน้าจอมือถือของเจิ้งเสวียน แล้วทำท่าทางรักเพื่อนฝูงสุดฤทธิ์

เจิ้งเสวียน: ?

เจิ้งเสวียนเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ คนระดับเจ้าสำนัก ว่างไม่ว่างมีหรือเขาจะไม่รู้?

“แล้วห้อง VIP ที่จองไว้ล่ะ?”

“ยกเลิกได้น่า”

......

ถึงเจิ้งเสวียนจะรู้สึกว่าท่านเจ้าสำนักเงินหนาคนนี้ดูมีพิรุธ แต่เขาก็รีบกลับจนไม่มีเวลาจะมาหาข้ออ้างปฏิเสธแล้ว

ถึงจะพอเดาได้ว่าเพื่อนซี้คงอยากไปดูเรื่องสนุก หรืออาจจะดมกลิ่นเจออะไรบางอย่างเลยเกิดอาการ ‘คันไม้คันมือ’ ขึ้นมา แต่เมื่อคำนึงถึงระยะทางระหว่างสองมณฑล เจิ้งเสวียนก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก

อยากมาก็มาสิ เดี๋ยวโรงฝึกก็จะวุ่นวายแล้ว ดูซิว่าจะอยู่ได้สักกี่น้ำ~

ใจของท่านเจ้าสำนักเจิ้งตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว หลังจากจัดการตั๋วเสร็จ เขาก็เริ่มกลับไปไล่อ่าน ‘เรียงความ’ ที่อ่านผ่านๆ เมื่อกี้อย่างละเอียดอีกครั้ง พยายามจะแกะข้อมูลที่มีประโยชน์ออกมาจากกองทัพตัวอักษรอันเวิ่นเว้อเหล่านั้น

อืม ช่วงบ่ายเจิ้งเหวินเจี๋ยไม่ได้ส่งข้อความมาเพิ่ม สงสัยกำลังตกอยู่ในนรกขุมไหนสักขุม เอาไว้ว่างๆ ค่อยถามอีกทีละกัน

...

ฉินหมิงมองดูเข่อต๋าที่กำลังเห่อของเล่นใหม่ไม่เลิก ลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสนุกสนาน เขารู้สึกปลื้มปริ่มบอกไม่ถูก

แม้จะเซอร์ไพรส์ที่เข่อต๋าเรียนรู้เทคนิคชั้นสูงได้ แต่พอดึใจไปสักพัก ฉินหมิงก็เริ่มกลับสู่โหมดความจริง อารมณ์ดีส่วนใหญ่ตอนนี้มาจากความสุขของเข่อต๋าล้วนๆ

เพราะการใช้งานคุณลักษณะพิเศษ มันออกจะ ‘เกินเบอร์’ ไปหน่อยสำหรับเข่อต๋าในตอนนี้ ร่างกายของมันยังรับภาระไม่ไหว

อย่าว่าแต่ตอนนี้ต้องพึ่งดวง ใช้งานติดบ้างไม่ติดบ้างเลย ต่อให้ใช้ได้เสถียรแล้ว แต่สภาพที่ใช้ท่าเดียวมานาหายไปครึ่งหลอดแบบนี้ มีท่าไม้ตายอะไรไปก็เปล่าประโยชน์...

แต่ก็นะ เอาไว้ใช้เป็น ‘ไอเทมโชว์พาว’ ได้อยู่ พอเห็นเจิ้งเหวินเจี๋ยทำหน้าเหมือนคนซึมเศร้า ฉินหมิงก็รู้แล้วว่าแผนการโชว์ศักยภาพของเขาสำเร็จงดงาม

จริงๆ ก่อนหน้านี้ตอนผู้ช่วยเจิ้งทำหน้านิ่งๆ ใส่ เล่นเอาฉินหมิงกดดันเหมือนกันนะเนี่ย

ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ น่าจะเรียกความสนใจจากระดับผู้ใหญ่ในโรงฝึกได้เร็วๆ นี้แหละ เผลอๆ อาจจะได้เรียนฟรีด้วย ฉินหมิงอัจฉริยะนักประหยัดตัวยง รู้สึกฟินสุดๆ!

ฉินหมิงคิดว่าวันนี้ทำภารกิจสำเร็จเกินเป้าแล้ว เข่อต๋าก็ได้ของดีกลับไปเต็มกระเป๋า เวลาช่วงบ่ายที่เหลือก็ควรจะพักผ่อนกันหน่อย การฝึกฝนที่ดีต้องรู้จักยืดหยุ่น มีตึงมีหย่อนบ้าง

แต่ฉินหมิงหารู้ไม่ว่า ความคิดนี้ของเขาคือการต่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายให้กับผู้ช่วยเจิ้งที่กำลังจะร่วงแหล่มิร่วงแหล่

ทุกครั้งที่เห็นเข่อต๋าใช้พลังงานจากคุณลักษณะพิเศษได้สำเร็จ มุมปากของเจิ้งเหวินเจี๋ยก็จะกระตุกหนึ่งที สภาพจิตใจก็ระเบิดตูมตามไปอีกหนึ่งรอบ

เขาอยากจะหลับตาหนีความจริงซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทั้งโรงฝึกตอนนี้ไม่มีคนอื่นอยู่เลย ชีวิตมันช่างยากเย็นเหลือเกิน...

ช่วงบ่ายฉินหมิงเลยขอตัวกลับก่อนเวลา เพราะได้ของฟรีจากโรงฝึกมาเยอะแล้ว เห็นผู้ช่วยเจิ้งดูเพลียๆ ด้วย ขืนอยู่ต่อคงเสียมารยาทแย่

ตกเย็น ศิษย์พี่ใหญ่ที่บึ่งรถมาตลอดทางก็มาถึงจนได้ เจิ้งเหวินเจี๋ยรีบถ่ายทอดข้อมูลที่สังเกตได้ทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ยิบ

ไล่ตั้งแต่ข้อสันนิษฐานว่าบ้านน่าจะอยู่ใกล้ๆ เพราะตอนเที่ยงใช้เวลาไปกลับแป๊บเดียว, มั่นใจว่าชอบแอร์ที่นี่มาก เพราะเจิ้งเหวินเจี๋ยหูดีได้ยินเสียงอุทานของฉินหมิง, ไปจนถึงช็อตโชว์เทพเรียนรู้คุณลักษณะพิเศษได้ในครั้งเดียว ที่บอกเลยว่าคนปกติเขาไม่ทำกัน...

สรุปคือ ไม่ว่าจะมีสาระหรือไม่มีสาระ เขาก็รายงานหมดเปลือก พอรายงานจบ ศิษย์พี่ใหญ่ผู้แสนดีก็บอกให้เขาไปพักผ่อน พร้อมเอ่ยปากขอบใจที่วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน

ดึกสงัด หลังจากเจ้าสำนักเจิ้งจัดแจงที่พักให้เพื่อนซี้เรียบร้อยแล้ว ก็แอบย่องออกมานัดพบกับศิษย์เอกและกบวารีผลึกใส เพื่อวางแผนรับมือสำหรับวันพรุ่งนี้...

จบบทที่ บทที่ 17 ผลพวงจากการสอน

คัดลอกลิงก์แล้ว