เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ลาภลอย

บทที่ 10 ลาภลอย

บทที่ 10 ลาภลอย


น่าเสียดายที่เสี่ยวพั่งยังไม่เคยซึมซับผลึกอาคมของฉินหมิงมาก่อน ทำให้เขายังมองไม่เห็นหน้าต่างสถานะของมัน และไม่รู้ว่าการที่เจ้าหลุมดำตัวนี้สูบกลืนพลังวิญญาณเข้าไปมหาศาลตลอดหลายวันที่ผ่านมา จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง

“สงสัยต้องหาทางเอาผลึกวิญญาณมาลองให้ได้สักก้อนสองก้อนซะแล้ว!”

ถ้ามีผลึกวิญญาณอยู่ในมือ ค่ายกลรวมวิญญาณระดับกลางอาจจะยังไกลเกินฝัน แต่ถ้าระดับเบื้องต้นล่ะก็ ฉินหมิงมั่นใจว่าสามารถสร้างบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินได้แน่นอน

ผลึกอาคมที่กลั่นกรองขึ้นด้วยพลังจิตนั้นมอบพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์และนุ่มนวล ฉินหมิงจึงไม่กังวลว่าจะเกิดอันตรายใดๆ กับเสี่ยวพั่ง

“ต้องรีบหาวิธีหาเงินด่วนจี๋! ไหนจะค่าผลึกวิญญาณของเสี่ยวพั่ง ไหนจะทรัพยากรสำหรับการเติบโตของเข่อต๋า... หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและหนักหนาสาหัสเอาเรื่องแฮะ!”

ฉินหมิงนอนคำนวณรายจ่ายในหัวจนผล็อยหลับไป

โดยหารู้ไม่ว่า... เข่อต๋าที่นอนอยู่ข้างๆ ได้ยินคำบ่นพึมพำเหล่านั้นและเริ่มครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

...

“อยากกลับไปดูบ้านเป็ดหน่อยไหม?”

หลังล้างหน้าแปรงฟันเสร็จในตอนเช้า ฉินหมิงก็หันไปถามเข่อต๋าที่ดูตื่นตัวกระปรี้กระเปร่าผิดปกติ

หลังทำสัญญาจนจิตใจเชื่อมโยงกัน ตอนนี้ฉินหมิงแทบจะสื่อสารกับเข่อต๋าได้แบบไร้อุปสรรค

“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวพวกเราไปกันเลย!”

บางทีเข่อต๋าอาจจะเป็นเด็กติดบ้าน การต้องจากรังมาไกลขนาดนี้เป็นครั้งแรก คงไม่แปลกที่จะคิดถึงพ่อจ๋าแม่จ๋าบ้างเป็นธรรมดา

ในฐานะคนดังประจำโรงเรียนช่วงนี้ แม้ฉินหมิงจะจบการศึกษาไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถใช้ใบหน้าหล่อเหลาเป็นบัตรผ่านเข้าโรงเรียนได้อย่างฉลุย

ฉินหมิงยื่นของฝากประจำวันนี้ให้เข่อต๋า ยืนส่งมันเดินเข้าโซนโรงเรือนเป็ดไป แล้วไม่ได้เดินตามเข้าไปด้วย

ก็แหม... เขาพูดภาษาเป็ดไม่ได้ ขืนเข้าไปคงจะอึดอัดแย่ สู้ปล่อยให้เข่อต๋ากับครอบครัวมีพื้นที่ส่วนตัวกันสักหน่อยน่าจะดีกว่า

แต่ผิดคาด... ผ่านไปไม่ทันไร เป็ดสามตัว... สองใหญ่ หนึ่งเล็ก ก็เดินเรียงหน้ากระดานออกมาพร้อมกัน

เห็นพ่อเป็ดแม่เป็ดเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยท่าทางขรึมขลังไม่พูดไม่จา ฉินหมิงก็เริ่มใจคอไม่ดี

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะเว้ย?

ฉินหมิงหันไปมองเข่อต๋า แต่มันกลับเงียบกริบ เอาแต่ขยิบตาปริบๆ ส่งสัญญาณมาให้เขา

ฉินหมิง: ?

ถึงจะงงเป็นไก่ตาแตก แต่เขาก็ยอมเดินตามครอบครัวเป็ดไปยังมุมอับลับสายตาคน

คิดไปก็ปวดหัว เอาวะ! ยอมจำนนนอนรอรับชะตากรรมที่ไม่รู้จักไปเลยแล้วกัน

ทว่า... พอเข่อต๋าหยุดเดิน มันก็อ้าปากกว้าง ก่อนจะคายผลึกหินที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณออกมาสามก้อน!

ผลึกวิญญาณ?

เชี่ย! เข่อต๋า นายไปเอามาจากไหนเนี่ย?

ยังไม่จบ พ่อเป็ดแม่เป็ดก็อ้าปากบ้าง... ถุย—

แม่เป็ดห้าก้อน... พ่อเป็ดเจ็ดก้อน!

พ่อเป็ดโคตรป๋า!

เดี๋ยวๆ พวกนายไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกัน?

แล้วไอ้เศษหินหน้าตาคุ้นๆ ที่ติดมาด้วยนี่มัน... เชี่ยแล้ว เชี่ยแล้ว!

คงไม่ใช่หรอกมั้ง เป็ดไม่น่าจะ... อย่างน้อยก็ไม่ควรจะ...

ฉินหมิงเพ่งมองดีๆ พบว่านี่ไม่ใช่แค่ผลึกวิญญาณระดับเบื้องต้นธรรมดา แต่มันคือระดับกลาง!

รื้อบ้าน?

ขนาดบ้านตัวเองยังกล้ารื้อมาขายเลยเรอะ!?

มโนธรรมในใจฉินหมิงเริ่มเจ็บแปลบๆ แต่โบราณว่าไว้... ผู้ใหญ่ให้ของห้ามปฏิเสธ... จะทำลายน้ำใจพ่อเป็ดแม่เป็ดไม่ได้เด็ดขาด!

ต้องรู้ก่อนนะว่าการอมผลึกวิญญาณพวกนี้เดินมาตลอดทางมันลำบากแค่ไหน!

ผลึกวิญญาณก็ไม่ใช่ของอร่อย แถมยังแข็งโป๊กบาดปากอีกต่างหาก!

เรื่องนี้ฉินหมิงเข้าใจดีสุดๆ

‘ฉินหมิง! แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ ถ้ามีครั้งหน้า ฉันจะไล่แกออก!’

เสียงด่าปนหัวเราะของผู้อำนวยการหวังดังก้องขึ้นในหัวฉินหมิง เล่นเอาเขาสะดุ้งโหยง

“ท่าน ผอ. ครับ รับรองไม่มีครั้งหน้าครับ!”

แม้จะมองไม่เห็นตัวผู้อำนวยการ แต่ฉินหมิงก็รีบประสานมือโค้งคำนับไปยังความว่างเปล่าด้วยสีหน้าจริงจัง

แต่ความหมายแฝงของผู้อำนวยการก็คือ... ครั้งนี้หยวนๆ ให้สินะ?

ฉินหมิงลอบดีใจจนเนื้อเต้น

สองเป็ดอาวุโสดูเหมือนจะรับรู้อะไรบางอย่าง ทั้งคู่มีท่าทีขัดเขินเล็กน้อย ก่อนจะมุดหัวเข้าไปซ่อนใต้ปีก

ตุบ... ตุบ... เสียงของหนักตกกระทบพื้นดังขึ้นอีกสองครั้ง

ฉินหมิงหันขวับไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น นี่มัน...

ผลึกวารี? ศิลาเป็ด!

อย่างแรกคือของดีที่มีประโยชน์มหาศาลต่อสัตว์อสูรธาตุน้ำทุกชนิด และเป็นวัตถุดิบจำเป็นสำหรับการวิวัฒนาการครั้งแรกของเข่อต๋า

ส่วนอย่างหลัง เมื่อสะสมพลังจนเข้มข้นถึงขีดสุด จะช่วยให้สัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เป็ดมีโอกาสลุ้นในการทะลวงขีดจำกัดได้อีกครั้ง!

ศิลาเป็ดตรงหน้าที่สีเข้มลึกขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าผ่านการสั่งสมพลังมาอย่างยาวนาน!

นี่มันเล่นขนสมบัติก้นหีบออกมาให้หมดเลยนี่หว่า!

พ่อเป็ดแม่เป็ดใช้ชีวิตอยู่ในโซนที่พัก แม้จะปลอดภัยไร้กังวล แต่ก็แลกมาด้วยการหมดโอกาสออกไปผจญภัยหาทรัพยากรภายนอก เรียกได้ว่านี่คือความหวังสุดท้ายในการเลื่อนระดับของพวกมันแล้ว

แต่ในวินาทีนี้... พวกมันกลับส่งมอบความหวังนั้นให้กับฉินหมิง!

เข่อต๋าอาจจะยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ แต่ฉินหมิงรู้ซึ้งถึงน้ำหนักของมันดี

“พ่อเป็ดแม่เป็ด ขอบคุณที่ไว้ใจผมนะ รอผมก่อนเถอะ ในอนาคตผมจะต้องตอบแทนบุญคุณครั้งนี้อย่างงามแน่!”

และแล้ว ฉินหมิงก็หอบหิ้วทรัพยากรที่บรรจุความคาดหวังอันหนักอึ้งของพ่อเป็ดแม่เป็ดเดินออกจากโรงเรียนไป

ในมุมมืดที่ฉินหมิงมองไม่เห็น ผู้อำนวยการหวังปรากฏตัวขึ้นวูบหนึ่ง

“พวกนายก็ดูออกว่าเจ้าเด็กนี่มีของใช่ไหมล่ะ?”

“ก้าบ!”

“แต่ว่านะ ห้ามรื้อบ้านอีกเด็ดขาด!”

“ก้าบ~”

“ผลึกวิญญาณระดับเบื้องต้นก็ไม่ได้!”

“ก้าบ ก้าบ~”

“ไม่ได้ขี้งกนะโว้ย แต่ถ้าเป็ดตัวอื่นทำตามกันหมด ลองคิดดูสิว่าโรงเรือนเป็ดจะเละเทะขนาดไหน!”

ฉินหมิงย่อมไม่รู้เรื่องการเจรจาลับหลังระหว่างผู้อำนวยการกับพ่อแม่เป็ด แต่เขาก็มีเรื่องอยากจะพูดเหมือนกัน

“เข่อต๋า พ่อแม่นายน่ะลำบากนะ ฉันจะขยันหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวเอง ส่วนนายตอนนี้มีหน้าที่แค่กินให้อิ่มนอนให้หลับแล้วโตไวๆ ก็พอ!”

แน่นอนว่าฉินหมิงไม่มีทางไปตำหนิเข่อต๋าหรอก รับของเขามาแล้วยังไปด่าเขาอีก เสียทรงแย่

อีกอย่าง เข่อต๋าจะไปรู้อะไร มันก็แค่เด็กกตัญญูที่อยากช่วยแบ่งเบาภาระผู้อัญเชิญอสูรเท่านั้น! มันผิดตรงไหน?

“ก้าบ~”

หา? ผลึกหินนี่คือของขวัญฝากให้เสี่ยวพั่งเหรอ? สองตัวนี้ไปสนิทกันตอนไหนเนี่ย?

ฉินหมิงเริ่มมึน

แล้วอะไรคือ... ผลึกวิญญาณระดับกลางก้อนนั้น เดิมทีเป็นของนายอยู่แล้ว?

เดี๋ยวนะ... 15 ก้อน?

ตัวเลขที่คุ้นเคยทำเอาฉินหมิงเริ่มเอะใจ

งั้นอีก 14 ก้อนที่เหลือล่ะ?

ฉินหมิงตาเบิกโพลงด้วยความสยอง... หรือว่าพ่อเป็ดแม่เป็ดไปปล้นมา?

พอนึกย้อนไปถึงตอนที่พ่อเป็ดแม่เป็ดเดินอาดๆ เข้ามาโดยที่ขนสักเส้นยังไม่กระดิก... โคตรจะมาเฟีย!

ฉินหมิงไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าสภาพบ้านพักเป็ดตอนนี้จะเละเทะขนาดไหน

ไหนจะพวกยามเฝ้าโรงเรือนอีก... ช่างเถอะ ช่วงนี้อย่าเพิ่งกลับไปเหยียบที่นั่นจะดีกว่า

...

ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน

“เสี่ยวพั่ง ฉันมาแล้ว!”

“ก้าบ~”

เจ้าเต่าน้อยยังคงตีหน้านิ่ง ยืดแข้งยืดขาอยู่บนลานตากแดดธรรมชาติ คอยาวระหงเชิดสูง

เมื่อเห็นฉินหมิงกับเข่อต๋ามาถึง มันก็แค่ปรายตามองนิดนึง แล้วทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

ฉินหมิงชินชาไปแล้ว ตราบใดที่ในมือไม่มีของกิน เสี่ยวพั่งก็คือเต่าหยิ่งตัวหนึ่ง

แต่เข่อต๋านี่สิ อย่าเพิ่งเสียใจไปนะลูก...

ฉินหมิงชำเลืองมองด้วยหางตา... โอเค ค่อยยังชั่ว ดูเหมือนเข่อต๋าจะเป็นเด็กจิตใจกว้างขวางไม่คิดเล็กคิดน้อย

เขาหยิบผลึกวิญญาณระดับกลางอันล้ำค่าออกมา แล้ววางผลึกวิญญาณระดับต่ำล้อมรอบไว้เป็นกองพะเนิน

“เข่อต๋า คุ้มกันฉันด้วย!”

เข่อต๋า: ?

“ไม่เป็นไร นายแค่นั่งดูอยู่เงียบๆ อย่ากวนฉันกับเสี่ยวพั่งก็พอ...”

ฉินหมิงเริ่มวาดค่ายกลรวมวิญญาณระดับเบื้องต้นอย่างชำนาญ ผลึกวิญญาณระดับต่ำจำนวนมากแตกสลายกลายเป็นผุยผง เหลือเพียงผลึกวิญญาณระดับกลางที่ยังคงเปล่งแสงกะพริบอย่างทรหด ส่งพลังวิญญาณอันมหาศาลออกมาอย่างต่อเนื่อง

ค่ายกลเสร็จสมบูรณ์... ผลึกอาคมปรากฏ!

เสี่ยวพั่งเลิกอาบแดดทันที มันหดแขนขาเข้ามา แล้วตะเกียกตะกายพยายามจะคว้าผลึกอาคมที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างบ้าคลั่ง

“เดี๋ยวให้ๆ อย่าใจร้อนสิ!”

ภายใต้การนำพาของพลังจิต ผลึกอาคมค่อยๆ หดเล็กลง แล้วซึมหายเข้าไปในหน้าผากของเสี่ยวพั่งอย่างน่าอัศจรรย์

ไม่นานนัก หน้าต่างสถานะที่คุ้นเคยก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉินหมิง

<ชื่อ: เต่าหญ้า (เสี่ยวพั่ง)>

<ธาตุ: ไม่มี>

<ระดับเผ่าพันธุ์: ? (กำลังยกระดับ)>

<ประเมินค่า: เต่าที่พบเห็นได้ทั่วไป แม้จะตะกละไปหน่อย แต่เพราะบังเอิญได้เปิดประตูสู่หนทางเหนือสามัญ บางทีมันอาจจะไม่ธรรมดาอีกต่อไป>

จบบทที่ บทที่ 10 ลาภลอย

คัดลอกลิงก์แล้ว