- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 10 ลาภลอย
บทที่ 10 ลาภลอย
บทที่ 10 ลาภลอย
น่าเสียดายที่เสี่ยวพั่งยังไม่เคยซึมซับผลึกอาคมของฉินหมิงมาก่อน ทำให้เขายังมองไม่เห็นหน้าต่างสถานะของมัน และไม่รู้ว่าการที่เจ้าหลุมดำตัวนี้สูบกลืนพลังวิญญาณเข้าไปมหาศาลตลอดหลายวันที่ผ่านมา จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง
“สงสัยต้องหาทางเอาผลึกวิญญาณมาลองให้ได้สักก้อนสองก้อนซะแล้ว!”
ถ้ามีผลึกวิญญาณอยู่ในมือ ค่ายกลรวมวิญญาณระดับกลางอาจจะยังไกลเกินฝัน แต่ถ้าระดับเบื้องต้นล่ะก็ ฉินหมิงมั่นใจว่าสามารถสร้างบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินได้แน่นอน
ผลึกอาคมที่กลั่นกรองขึ้นด้วยพลังจิตนั้นมอบพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์และนุ่มนวล ฉินหมิงจึงไม่กังวลว่าจะเกิดอันตรายใดๆ กับเสี่ยวพั่ง
“ต้องรีบหาวิธีหาเงินด่วนจี๋! ไหนจะค่าผลึกวิญญาณของเสี่ยวพั่ง ไหนจะทรัพยากรสำหรับการเติบโตของเข่อต๋า... หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและหนักหนาสาหัสเอาเรื่องแฮะ!”
ฉินหมิงนอนคำนวณรายจ่ายในหัวจนผล็อยหลับไป
โดยหารู้ไม่ว่า... เข่อต๋าที่นอนอยู่ข้างๆ ได้ยินคำบ่นพึมพำเหล่านั้นและเริ่มครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
...
“อยากกลับไปดูบ้านเป็ดหน่อยไหม?”
หลังล้างหน้าแปรงฟันเสร็จในตอนเช้า ฉินหมิงก็หันไปถามเข่อต๋าที่ดูตื่นตัวกระปรี้กระเปร่าผิดปกติ
หลังทำสัญญาจนจิตใจเชื่อมโยงกัน ตอนนี้ฉินหมิงแทบจะสื่อสารกับเข่อต๋าได้แบบไร้อุปสรรค
“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวพวกเราไปกันเลย!”
บางทีเข่อต๋าอาจจะเป็นเด็กติดบ้าน การต้องจากรังมาไกลขนาดนี้เป็นครั้งแรก คงไม่แปลกที่จะคิดถึงพ่อจ๋าแม่จ๋าบ้างเป็นธรรมดา
ในฐานะคนดังประจำโรงเรียนช่วงนี้ แม้ฉินหมิงจะจบการศึกษาไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถใช้ใบหน้าหล่อเหลาเป็นบัตรผ่านเข้าโรงเรียนได้อย่างฉลุย
ฉินหมิงยื่นของฝากประจำวันนี้ให้เข่อต๋า ยืนส่งมันเดินเข้าโซนโรงเรือนเป็ดไป แล้วไม่ได้เดินตามเข้าไปด้วย
ก็แหม... เขาพูดภาษาเป็ดไม่ได้ ขืนเข้าไปคงจะอึดอัดแย่ สู้ปล่อยให้เข่อต๋ากับครอบครัวมีพื้นที่ส่วนตัวกันสักหน่อยน่าจะดีกว่า
แต่ผิดคาด... ผ่านไปไม่ทันไร เป็ดสามตัว... สองใหญ่ หนึ่งเล็ก ก็เดินเรียงหน้ากระดานออกมาพร้อมกัน
เห็นพ่อเป็ดแม่เป็ดเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยท่าทางขรึมขลังไม่พูดไม่จา ฉินหมิงก็เริ่มใจคอไม่ดี
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะเว้ย?
ฉินหมิงหันไปมองเข่อต๋า แต่มันกลับเงียบกริบ เอาแต่ขยิบตาปริบๆ ส่งสัญญาณมาให้เขา
ฉินหมิง: ?
ถึงจะงงเป็นไก่ตาแตก แต่เขาก็ยอมเดินตามครอบครัวเป็ดไปยังมุมอับลับสายตาคน
คิดไปก็ปวดหัว เอาวะ! ยอมจำนนนอนรอรับชะตากรรมที่ไม่รู้จักไปเลยแล้วกัน
ทว่า... พอเข่อต๋าหยุดเดิน มันก็อ้าปากกว้าง ก่อนจะคายผลึกหินที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณออกมาสามก้อน!
ผลึกวิญญาณ?
เชี่ย! เข่อต๋า นายไปเอามาจากไหนเนี่ย?
ยังไม่จบ พ่อเป็ดแม่เป็ดก็อ้าปากบ้าง... ถุย—
แม่เป็ดห้าก้อน... พ่อเป็ดเจ็ดก้อน!
พ่อเป็ดโคตรป๋า!
เดี๋ยวๆ พวกนายไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกัน?
แล้วไอ้เศษหินหน้าตาคุ้นๆ ที่ติดมาด้วยนี่มัน... เชี่ยแล้ว เชี่ยแล้ว!
คงไม่ใช่หรอกมั้ง เป็ดไม่น่าจะ... อย่างน้อยก็ไม่ควรจะ...
ฉินหมิงเพ่งมองดีๆ พบว่านี่ไม่ใช่แค่ผลึกวิญญาณระดับเบื้องต้นธรรมดา แต่มันคือระดับกลาง!
รื้อบ้าน?
ขนาดบ้านตัวเองยังกล้ารื้อมาขายเลยเรอะ!?
มโนธรรมในใจฉินหมิงเริ่มเจ็บแปลบๆ แต่โบราณว่าไว้... ผู้ใหญ่ให้ของห้ามปฏิเสธ... จะทำลายน้ำใจพ่อเป็ดแม่เป็ดไม่ได้เด็ดขาด!
ต้องรู้ก่อนนะว่าการอมผลึกวิญญาณพวกนี้เดินมาตลอดทางมันลำบากแค่ไหน!
ผลึกวิญญาณก็ไม่ใช่ของอร่อย แถมยังแข็งโป๊กบาดปากอีกต่างหาก!
เรื่องนี้ฉินหมิงเข้าใจดีสุดๆ
‘ฉินหมิง! แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ ถ้ามีครั้งหน้า ฉันจะไล่แกออก!’
เสียงด่าปนหัวเราะของผู้อำนวยการหวังดังก้องขึ้นในหัวฉินหมิง เล่นเอาเขาสะดุ้งโหยง
“ท่าน ผอ. ครับ รับรองไม่มีครั้งหน้าครับ!”
แม้จะมองไม่เห็นตัวผู้อำนวยการ แต่ฉินหมิงก็รีบประสานมือโค้งคำนับไปยังความว่างเปล่าด้วยสีหน้าจริงจัง
แต่ความหมายแฝงของผู้อำนวยการก็คือ... ครั้งนี้หยวนๆ ให้สินะ?
ฉินหมิงลอบดีใจจนเนื้อเต้น
สองเป็ดอาวุโสดูเหมือนจะรับรู้อะไรบางอย่าง ทั้งคู่มีท่าทีขัดเขินเล็กน้อย ก่อนจะมุดหัวเข้าไปซ่อนใต้ปีก
ตุบ... ตุบ... เสียงของหนักตกกระทบพื้นดังขึ้นอีกสองครั้ง
ฉินหมิงหันขวับไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น นี่มัน...
ผลึกวารี? ศิลาเป็ด!
อย่างแรกคือของดีที่มีประโยชน์มหาศาลต่อสัตว์อสูรธาตุน้ำทุกชนิด และเป็นวัตถุดิบจำเป็นสำหรับการวิวัฒนาการครั้งแรกของเข่อต๋า
ส่วนอย่างหลัง เมื่อสะสมพลังจนเข้มข้นถึงขีดสุด จะช่วยให้สัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เป็ดมีโอกาสลุ้นในการทะลวงขีดจำกัดได้อีกครั้ง!
ศิลาเป็ดตรงหน้าที่สีเข้มลึกขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าผ่านการสั่งสมพลังมาอย่างยาวนาน!
นี่มันเล่นขนสมบัติก้นหีบออกมาให้หมดเลยนี่หว่า!
พ่อเป็ดแม่เป็ดใช้ชีวิตอยู่ในโซนที่พัก แม้จะปลอดภัยไร้กังวล แต่ก็แลกมาด้วยการหมดโอกาสออกไปผจญภัยหาทรัพยากรภายนอก เรียกได้ว่านี่คือความหวังสุดท้ายในการเลื่อนระดับของพวกมันแล้ว
แต่ในวินาทีนี้... พวกมันกลับส่งมอบความหวังนั้นให้กับฉินหมิง!
เข่อต๋าอาจจะยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ แต่ฉินหมิงรู้ซึ้งถึงน้ำหนักของมันดี
“พ่อเป็ดแม่เป็ด ขอบคุณที่ไว้ใจผมนะ รอผมก่อนเถอะ ในอนาคตผมจะต้องตอบแทนบุญคุณครั้งนี้อย่างงามแน่!”
และแล้ว ฉินหมิงก็หอบหิ้วทรัพยากรที่บรรจุความคาดหวังอันหนักอึ้งของพ่อเป็ดแม่เป็ดเดินออกจากโรงเรียนไป
ในมุมมืดที่ฉินหมิงมองไม่เห็น ผู้อำนวยการหวังปรากฏตัวขึ้นวูบหนึ่ง
“พวกนายก็ดูออกว่าเจ้าเด็กนี่มีของใช่ไหมล่ะ?”
“ก้าบ!”
“แต่ว่านะ ห้ามรื้อบ้านอีกเด็ดขาด!”
“ก้าบ~”
“ผลึกวิญญาณระดับเบื้องต้นก็ไม่ได้!”
“ก้าบ ก้าบ~”
“ไม่ได้ขี้งกนะโว้ย แต่ถ้าเป็ดตัวอื่นทำตามกันหมด ลองคิดดูสิว่าโรงเรือนเป็ดจะเละเทะขนาดไหน!”
ฉินหมิงย่อมไม่รู้เรื่องการเจรจาลับหลังระหว่างผู้อำนวยการกับพ่อแม่เป็ด แต่เขาก็มีเรื่องอยากจะพูดเหมือนกัน
“เข่อต๋า พ่อแม่นายน่ะลำบากนะ ฉันจะขยันหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวเอง ส่วนนายตอนนี้มีหน้าที่แค่กินให้อิ่มนอนให้หลับแล้วโตไวๆ ก็พอ!”
แน่นอนว่าฉินหมิงไม่มีทางไปตำหนิเข่อต๋าหรอก รับของเขามาแล้วยังไปด่าเขาอีก เสียทรงแย่
อีกอย่าง เข่อต๋าจะไปรู้อะไร มันก็แค่เด็กกตัญญูที่อยากช่วยแบ่งเบาภาระผู้อัญเชิญอสูรเท่านั้น! มันผิดตรงไหน?
“ก้าบ~”
หา? ผลึกหินนี่คือของขวัญฝากให้เสี่ยวพั่งเหรอ? สองตัวนี้ไปสนิทกันตอนไหนเนี่ย?
ฉินหมิงเริ่มมึน
แล้วอะไรคือ... ผลึกวิญญาณระดับกลางก้อนนั้น เดิมทีเป็นของนายอยู่แล้ว?
เดี๋ยวนะ... 15 ก้อน?
ตัวเลขที่คุ้นเคยทำเอาฉินหมิงเริ่มเอะใจ
งั้นอีก 14 ก้อนที่เหลือล่ะ?
ฉินหมิงตาเบิกโพลงด้วยความสยอง... หรือว่าพ่อเป็ดแม่เป็ดไปปล้นมา?
พอนึกย้อนไปถึงตอนที่พ่อเป็ดแม่เป็ดเดินอาดๆ เข้ามาโดยที่ขนสักเส้นยังไม่กระดิก... โคตรจะมาเฟีย!
ฉินหมิงไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าสภาพบ้านพักเป็ดตอนนี้จะเละเทะขนาดไหน
ไหนจะพวกยามเฝ้าโรงเรือนอีก... ช่างเถอะ ช่วงนี้อย่าเพิ่งกลับไปเหยียบที่นั่นจะดีกว่า
...
ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
“เสี่ยวพั่ง ฉันมาแล้ว!”
“ก้าบ~”
เจ้าเต่าน้อยยังคงตีหน้านิ่ง ยืดแข้งยืดขาอยู่บนลานตากแดดธรรมชาติ คอยาวระหงเชิดสูง
เมื่อเห็นฉินหมิงกับเข่อต๋ามาถึง มันก็แค่ปรายตามองนิดนึง แล้วทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
ฉินหมิงชินชาไปแล้ว ตราบใดที่ในมือไม่มีของกิน เสี่ยวพั่งก็คือเต่าหยิ่งตัวหนึ่ง
แต่เข่อต๋านี่สิ อย่าเพิ่งเสียใจไปนะลูก...
ฉินหมิงชำเลืองมองด้วยหางตา... โอเค ค่อยยังชั่ว ดูเหมือนเข่อต๋าจะเป็นเด็กจิตใจกว้างขวางไม่คิดเล็กคิดน้อย
เขาหยิบผลึกวิญญาณระดับกลางอันล้ำค่าออกมา แล้ววางผลึกวิญญาณระดับต่ำล้อมรอบไว้เป็นกองพะเนิน
“เข่อต๋า คุ้มกันฉันด้วย!”
เข่อต๋า: ?
“ไม่เป็นไร นายแค่นั่งดูอยู่เงียบๆ อย่ากวนฉันกับเสี่ยวพั่งก็พอ...”
ฉินหมิงเริ่มวาดค่ายกลรวมวิญญาณระดับเบื้องต้นอย่างชำนาญ ผลึกวิญญาณระดับต่ำจำนวนมากแตกสลายกลายเป็นผุยผง เหลือเพียงผลึกวิญญาณระดับกลางที่ยังคงเปล่งแสงกะพริบอย่างทรหด ส่งพลังวิญญาณอันมหาศาลออกมาอย่างต่อเนื่อง
ค่ายกลเสร็จสมบูรณ์... ผลึกอาคมปรากฏ!
เสี่ยวพั่งเลิกอาบแดดทันที มันหดแขนขาเข้ามา แล้วตะเกียกตะกายพยายามจะคว้าผลึกอาคมที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างบ้าคลั่ง
“เดี๋ยวให้ๆ อย่าใจร้อนสิ!”
ภายใต้การนำพาของพลังจิต ผลึกอาคมค่อยๆ หดเล็กลง แล้วซึมหายเข้าไปในหน้าผากของเสี่ยวพั่งอย่างน่าอัศจรรย์
ไม่นานนัก หน้าต่างสถานะที่คุ้นเคยก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉินหมิง
<ชื่อ: เต่าหญ้า (เสี่ยวพั่ง)>
<ธาตุ: ไม่มี>
<ระดับเผ่าพันธุ์: ? (กำลังยกระดับ)>
<ประเมินค่า: เต่าที่พบเห็นได้ทั่วไป แม้จะตะกละไปหน่อย แต่เพราะบังเอิญได้เปิดประตูสู่หนทางเหนือสามัญ บางทีมันอาจจะไม่ธรรมดาอีกต่อไป>