เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร

บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร

บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร


บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร

เฉิงสือกล่าวว่า: “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมจะไปดูกับคุณ แต่ผมต้องทำสัญญากับทางโรงงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยนะว่า ถ้าซ่อมไม่ได้ ผมไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ”

จางจื้อเฉียง: “ตกลง ถึงขั้นนี้แล้ว แค่คุณยอมลองดู ก็ถือว่าช่วยได้มากโขแล้ว”

เฉิงสือ: “วันนี้ดึกเกินไปแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”

หลังจากจางจื้อเฉียงและพ่อกลับไปแล้ว เฉิงสือก็จูงจักรยานมุ่งหน้าไปธนาคารเพื่อฝากเงิน

ตึกพักอาศัยที่เขาอยู่มันเก่าโทรมเกินไป ขืนเก็บเงินสดไว้ที่บ้านคงไม่ปลอดภัย

ทว่าวันนี้เขาไม่อยากเห็นหน้าบูดบึ้งเหมือนมะระขี้นกของจางกั๋วหัว จึงเลือกที่จะไม่ขอติดรถไปด้วย

เฉิงสือมองเห็นคนสองคน คนหนึ่งอ้วน คนหนึ่งผอม เดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างถนนมาแต่ไกล

และทันทีที่เห็นเขา ทั้งสองคนก็สบตากันอย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็นหันไปมองทางอื่น แต่ทว่าหางตากลับคอยลอบสังเกตตำแหน่งของเขาอยู่ตลอด

เฉิงสือเริ่มระวังตัวทันที: หึหึ กะจะดักรอฉันอยู่สินะ

วันหลังคงต้องเปลี่ยนเวลามาฝากเงินบ้างแล้ว ขืนมาเวลาเดิมทุกวันแบบนี้ คงโดนดักปล้นได้ง่าย ๆ

สองคนนี้ยืนดักหน้าดักหลัง ชัดเจนว่าจะตีโอบล้อมฉัน

แถวนี้พวกอันธพาลหน้าไหนฉันก็รู้จักหมด แล้วทำไมสองคนนี้หน้าตาไม่คุ้นเลย?!!

เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว แล้วปั่นจักรยานต่อไป

พอเฉิงสือปั่นผ่านเจ้าอ้วนไป ทั้งสองคนก็เร่งฝีเท้าวิ่งกรูเข้ามาหาเขา

เฉิงสือเบรกจักรยาน แล้วล้วงหยิบประแจเลื่อนออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างอย่างใจเย็น

สองคนนั้นชะงักกึก หยุดฝีเท้าลงทันที

เฉิงสือเหยียดยิ้ม: “พวกแกคงไม่คิดหรอกนะว่า ฉันจะกล้าออกมาคนเดียวโดยไม่พกของดีติดตัวมาบ้าง”

สองคนนั้นเริ่มลังเล

เฉิงสือถาม: “จะเอาไง? ถ้าไม่เข้ามา ฉันจะไปแล้วนะ”

เจ้าผอมถูกคำพูดเยาะเย้ยถากถางกระตุ้นโทสะ จึงพุ่งเข้ามาเหวี่ยงหมัดใส่: “ไอ้เด็กเวร แกนี่มันซ่าเหลือเกินนะ”

เฉิงสือเตะสวนเข้าที่หน้าแข้งของมันเต็มแรง

เจ้าผอมหมุนคว้างราวกับลูกข่าง ใช้จุดศูนย์ถ่วงตัวเองเป็นแกนหมุน วาดวงกลมครึ่งวงในอากาศ ก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นอย่างแรง นอนนิ่งไม่ไหวติง

เฉิงสือถอยฉากหลังกลับมาหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว เพื่อเปิดพื้นที่ให้เจ้าผอมได้แสดงลีลาผาดโผน

เจ้าอ้วนที่อยู่ข้างหลังเห็นท่าไม่ดีหันหลังจะวิ่งหนี แต่ถูกเฉิงสือเตะเข้าที่ข้อพับขาจนหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น กินฝุ่นเข้าไปเต็มปาก

เจ้าอ้วนพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่โดนเฉิงสือกระทืบซ้ำเข้าที่กลางหลังอีกที คราวนี้หมอบราบคาบแก้ว ไม่กล้าขยับอีกเลย

เฉิงสือบ่นพึมพำกับตัวเอง: “เดี๋ยวนี้พวกนักเลงข้างถนนมันกระจอกขนาดนี้แล้วเหรอ? ฉันยังไม่ทันได้ออกแรงเลยนะ เอ๊ะ... หรือฉันจำผิด ที่จริงสมัยก่อนมันต้องมีพวกฝีมือดีอยู่บ้างสิ”

เขาเก็บประแจเลื่อน แล้วกระชากคอเสื้อด้านหลังของเจ้าผอมลากขึ้นมา

ไม่รู้ว่าเจ้าผอมสลบไปจริง หรือแกล้งตาย แต่สภาพตอนนี้อ่อนปวกเปียกเหมือนปลาเค็มตากแห้ง ปล่อยให้เฉิงสือลากไปมาตามใจชอบ

เฉิงสือลากทั้งสองคนมากองรวมกัน แล้วเหยียบอกเจ้าอ้วนคาดคั้น: “บอกมา ใครจ้างพวกแกมา?”

ถ้าไม่ใช่คนรู้จักบงการ สองคนนี้ไม่มีทางหา “ทางลัดรวย” เส้นนี้เจอได้เร็วขนาดนี้แน่

เจ้าอ้วนขดตัวกลม ปากแตกยับเยิน ฟันหน้าหักไปซี่หนึ่ง เลือดท่วมปาก พูดเสียงอู้อี้ไม่ชัดว่า: “มะ...ไม่มีใครจ้าง”

เฉิงสือก้มลงตบหน้าฉาดใหญ่: “ยังจะปากแข็งอีกเหรอ?!!”

เจ้าอ้วนเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเมียน้อยที่ถูกรังแก: “หลิวเจี๋ย... เขาบอกว่านายพกเงินหลายพันไปฝากธนาคารเวลานี้ทุกวัน พวกเรารอดักนายมาตั้งหลายวันแล้ว”

ชิ ที่แท้ก็ไอ้เดรัจฉานนั่นเอง

สองวันนี้ยังไม่มีเวลาไปสั่งสอนมัน

มันดันแว้งกัดก่อนซะแล้ว

เฉิงสือปล่อยเท้าออก: “ไสหัวไป ถ้าฉันเห็นพวกแกมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก ฉันจะหักแขนหักขาพวกแกซะ”

เจ้าอ้วนงงงวย: “นะ...นายปล่อยพวกเราไปง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?”

เฉิงสือกรอกตามองบน: “แล้วจะให้ทำไง?”

สองคนนี้ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรสำเร็จ แถมยังโดนซ้อมฟรี จะแจ้งตำรวจก็ไม่รู้จะแจ้งข้อหาอะไรดี

อีกอย่าง ตอนนี้สหกรณ์เครดิตประจำเมืองก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว เขาไม่มีเวลามาเสวนากับเจ้าโง่สองตัวนี้

เจ้าอ้วนรีบลุกขึ้น โค้งคำนับเฉิงสือปลก ๆ แล้วหันหลังวิ่งไปสองก้าว แต่ก็ย้อนกลับมา ค่อย ๆ ก้มลงแบกเจ้าผอมขึ้นหลังอย่างทุลักทุเล

จุ๊ ๆ ดูไม่ออกเลยว่าแกจะรักเพื่อนฝูงเหมือนกันแฮะ

เฉิงสือทั้งขำทั้งโมโห ตะโกนไล่หลังว่า: “เฮ้ย พวกแกไม่รู้ตัวหรือไงว่า หลิวเจี๋ยจงใจหลอกพวกแกที่เป็นมือใหม่หัดขับมาตาย? ลองไปสืบดูสิ แถวนี้มีใครกล้ามาลองดีกับฉันบ้าง?”

เจ้าอ้วนยืนนิ่งอึ้งไปสามวินาที ทันใดนั้นก็กัดฟันสบถออกมาว่า: “ไอ้เชี่ยเอ๊ย”

เฉิงสือมองนาฬิกาข้อมือแล้วสบถในใจ: เวรเอ๊ย จะถึงเวลาแล้ว ไม่รู้พวกคุณนายขาใหญ่พวกนั้นจะเลิกงานก่อนเวลาหรือเปล่า!!

เขาปั่นจักรยานสปีดสุดชีวิต พุ่งตรงไปที่สหกรณ์เครดิต

พอพวกป้าเห็นเขาเข้ามา ก็รีบลุกฮือเข้ามารุมล้อมทันที: “โอ๊ย สหายเฉิงสือ มาแล้วเหรอคะ วันนี้จะทำธุรกรรมอะไรดีคะ”

เฉิงสือไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด มีแต่ความสยดสยอง รู้สึกเหมือนพระถังซัมจั๋งหลงเข้าไปในถ้ำปีศาจแมงมุม ต้องคอยโยกหลบซ้ายป่ายขวา ถึงจะรอดพ้นมือไม้ของพวกหล่อนมาได้: เกิดอะไรขึ้น พวกป้าเหล่านี้ลืมเขย่าขวดกอนกินยาหรือไง?

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขามาเวลาเลิกงานแบบนี้ ตาของพวกหล่อนคงเหลือกกันจนแทบหลุดออกมานอกเบ้าใส่เขาแล้ว

“ทำอะไร ทำอะไรกัน สหายเฉิงสือเป็นลูกค้าของฉันมาตลอดนะ” เสียงอันทรงพลังดังขึ้นมาจากด้านหลังฝูงชน

เจ๊ว่านอาศัยร่างกายอันกำยำเบียดแทรกฝูงชนเข้ามา พูดว่า: “สหายเฉิงสือ เชิญนั่งค่ะ เดี๋ยวฉันรินน้ำชาให้”

แล้วเธอก็บิดเอวเดินนวยนาดไปรินชา

เฉิงสือแอบสูดหายใจลึก เหลือบมองป้ายบนผนัง: “สหกรณ์เครดิตประจำเมือง”

ไม่ได้มาผิดที่นี่นา ไม่ใช่คาราโอเกะหรือร้านนวด

เจ๊ว่านกลับมาแล้ว วางถ้วยชาตรงหน้าเฉิงสือ เสียงหวานหยดย้อยราวกับกินน้ำผึ้งเข้าไป: “นี่เป็นชาหลงจิ่งที่เก็บก่อนเทศกาลเชงเม้ง ฉันเตรียมไว้ให้สหายเฉิงสือโดยเฉพาะเลยนะคะ”

เฉิงสือเพิ่งเห็นชัด ๆ ว่าเจ๊ว่านถึงกับแต่งหน้าทาปากแดงเหมือนเพิ่งกินเลือดมา หน้าบานเท่ากระด้งก็พอกแป้งซะขาววอก

เขาเผลอมองน้ำชาสีเขียวมรกตอย่างหวาดระแวง: ยัยป้านี่คงไม่ได้อิจฉาพี่สาวฉันจนเป็นบ้า จะวางยาฉันหรอกนะ?!!

เจ๊ว่านกระซิบเสียงเบา: “เอ่อ สหายเฉิงสือ สหายเฉิงจวนไม่ได้บอกเหรอคะ ต่อไปฉันจะเป็นผู้ดูแลส่วนตัวของคุณ คุณมาก็มาหาฉันได้เลย ไม่ต้องสนใจคนอื่น”

เฉิงสือที่ยังขวัญผวาอยู่ หยิบเงินออกมา: “ได้ ๆ ๆ ช่วยฝากสองหมื่นหยวนนี้ให้หน่อย”

เจ๊ว่านตาเป็นประกายวาววับ: “สหายเฉิงสือนี่มีความสามารถจริง ๆ หาเงินได้อีกสองหมื่นแล้ว”

เฉิงสือหูอื้อเพราะเสียงอันดังของเธอ ขมวดคิ้วพูดว่า: “เบา ๆ หน่อย เบา ๆ หน่อยสิ”

มีเงินอย่าให้ใครรู้

เมื่อกี้ฉันเกือบโดนปล้น

คุณจะตะโกนหาพระแสงอะไร?!

เจ๊ว่านเอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก ลดเสียงลงแล้วพูดว่า: “สหายเฉิงสือ แค่ไม่กี่วันก็มีเงินฝากตั้งสามหมื่นกว่าแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคุณต้องกลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองเซี่ยงตงแน่ ๆ”

เฉิงสือเห็นท่าทางดัดจริตของเธอแล้วแทบจะอาเจียน: “รีบฝากเถอะครับ ผมมีธุระต่อ”

เจ๊ว่านทำงานอย่างคล่องแคล่วว่องไว พลางส่งสายตาหวานเยิ้มให้เฉิงสือ พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า: “ช่วงนี้สหายเฉิงสือมีแผนจะกู้เงินไหมคะ ถ้ามี อย่าลืมมาหาฉันนะคะ ฉันจะช่วยขอกู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุดให้เลย”

นี่มันจะเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อโกงเงินฉันชัด ๆ

เฉิงสือรับคำส่งเดช ในใจก่นด่าไม่หยุด เหลือบมองสมุดบัญชี

ตัวเลขถูกต้อง...

จบบทที่ บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร

คัดลอกลิงก์แล้ว