- หน้าแรก
- ย้อนกลับไปยุคปลดพนักงานปี 90 ฉันนำพาโรงงานพลิกวิกฤตสู่ความร่ำรวย
- บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร
บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร
บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร
บทที่ 38 กินยาผิดขวดหรืออย่างไร
เฉิงสือกล่าวว่า: “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมจะไปดูกับคุณ แต่ผมต้องทำสัญญากับทางโรงงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยนะว่า ถ้าซ่อมไม่ได้ ผมไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ”
จางจื้อเฉียง: “ตกลง ถึงขั้นนี้แล้ว แค่คุณยอมลองดู ก็ถือว่าช่วยได้มากโขแล้ว”
เฉิงสือ: “วันนี้ดึกเกินไปแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
หลังจากจางจื้อเฉียงและพ่อกลับไปแล้ว เฉิงสือก็จูงจักรยานมุ่งหน้าไปธนาคารเพื่อฝากเงิน
ตึกพักอาศัยที่เขาอยู่มันเก่าโทรมเกินไป ขืนเก็บเงินสดไว้ที่บ้านคงไม่ปลอดภัย
ทว่าวันนี้เขาไม่อยากเห็นหน้าบูดบึ้งเหมือนมะระขี้นกของจางกั๋วหัว จึงเลือกที่จะไม่ขอติดรถไปด้วย
เฉิงสือมองเห็นคนสองคน คนหนึ่งอ้วน คนหนึ่งผอม เดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างถนนมาแต่ไกล
และทันทีที่เห็นเขา ทั้งสองคนก็สบตากันอย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็นหันไปมองทางอื่น แต่ทว่าหางตากลับคอยลอบสังเกตตำแหน่งของเขาอยู่ตลอด
เฉิงสือเริ่มระวังตัวทันที: หึหึ กะจะดักรอฉันอยู่สินะ
วันหลังคงต้องเปลี่ยนเวลามาฝากเงินบ้างแล้ว ขืนมาเวลาเดิมทุกวันแบบนี้ คงโดนดักปล้นได้ง่าย ๆ
สองคนนี้ยืนดักหน้าดักหลัง ชัดเจนว่าจะตีโอบล้อมฉัน
แถวนี้พวกอันธพาลหน้าไหนฉันก็รู้จักหมด แล้วทำไมสองคนนี้หน้าตาไม่คุ้นเลย?!!
เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว แล้วปั่นจักรยานต่อไป
พอเฉิงสือปั่นผ่านเจ้าอ้วนไป ทั้งสองคนก็เร่งฝีเท้าวิ่งกรูเข้ามาหาเขา
เฉิงสือเบรกจักรยาน แล้วล้วงหยิบประแจเลื่อนออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างอย่างใจเย็น
สองคนนั้นชะงักกึก หยุดฝีเท้าลงทันที
เฉิงสือเหยียดยิ้ม: “พวกแกคงไม่คิดหรอกนะว่า ฉันจะกล้าออกมาคนเดียวโดยไม่พกของดีติดตัวมาบ้าง”
สองคนนั้นเริ่มลังเล
เฉิงสือถาม: “จะเอาไง? ถ้าไม่เข้ามา ฉันจะไปแล้วนะ”
เจ้าผอมถูกคำพูดเยาะเย้ยถากถางกระตุ้นโทสะ จึงพุ่งเข้ามาเหวี่ยงหมัดใส่: “ไอ้เด็กเวร แกนี่มันซ่าเหลือเกินนะ”
เฉิงสือเตะสวนเข้าที่หน้าแข้งของมันเต็มแรง
เจ้าผอมหมุนคว้างราวกับลูกข่าง ใช้จุดศูนย์ถ่วงตัวเองเป็นแกนหมุน วาดวงกลมครึ่งวงในอากาศ ก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นอย่างแรง นอนนิ่งไม่ไหวติง
เฉิงสือถอยฉากหลังกลับมาหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว เพื่อเปิดพื้นที่ให้เจ้าผอมได้แสดงลีลาผาดโผน
เจ้าอ้วนที่อยู่ข้างหลังเห็นท่าไม่ดีหันหลังจะวิ่งหนี แต่ถูกเฉิงสือเตะเข้าที่ข้อพับขาจนหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น กินฝุ่นเข้าไปเต็มปาก
เจ้าอ้วนพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่โดนเฉิงสือกระทืบซ้ำเข้าที่กลางหลังอีกที คราวนี้หมอบราบคาบแก้ว ไม่กล้าขยับอีกเลย
เฉิงสือบ่นพึมพำกับตัวเอง: “เดี๋ยวนี้พวกนักเลงข้างถนนมันกระจอกขนาดนี้แล้วเหรอ? ฉันยังไม่ทันได้ออกแรงเลยนะ เอ๊ะ... หรือฉันจำผิด ที่จริงสมัยก่อนมันต้องมีพวกฝีมือดีอยู่บ้างสิ”
เขาเก็บประแจเลื่อน แล้วกระชากคอเสื้อด้านหลังของเจ้าผอมลากขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเจ้าผอมสลบไปจริง หรือแกล้งตาย แต่สภาพตอนนี้อ่อนปวกเปียกเหมือนปลาเค็มตากแห้ง ปล่อยให้เฉิงสือลากไปมาตามใจชอบ
เฉิงสือลากทั้งสองคนมากองรวมกัน แล้วเหยียบอกเจ้าอ้วนคาดคั้น: “บอกมา ใครจ้างพวกแกมา?”
ถ้าไม่ใช่คนรู้จักบงการ สองคนนี้ไม่มีทางหา “ทางลัดรวย” เส้นนี้เจอได้เร็วขนาดนี้แน่
เจ้าอ้วนขดตัวกลม ปากแตกยับเยิน ฟันหน้าหักไปซี่หนึ่ง เลือดท่วมปาก พูดเสียงอู้อี้ไม่ชัดว่า: “มะ...ไม่มีใครจ้าง”
เฉิงสือก้มลงตบหน้าฉาดใหญ่: “ยังจะปากแข็งอีกเหรอ?!!”
เจ้าอ้วนเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเมียน้อยที่ถูกรังแก: “หลิวเจี๋ย... เขาบอกว่านายพกเงินหลายพันไปฝากธนาคารเวลานี้ทุกวัน พวกเรารอดักนายมาตั้งหลายวันแล้ว”
ชิ ที่แท้ก็ไอ้เดรัจฉานนั่นเอง
สองวันนี้ยังไม่มีเวลาไปสั่งสอนมัน
มันดันแว้งกัดก่อนซะแล้ว
เฉิงสือปล่อยเท้าออก: “ไสหัวไป ถ้าฉันเห็นพวกแกมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก ฉันจะหักแขนหักขาพวกแกซะ”
เจ้าอ้วนงงงวย: “นะ...นายปล่อยพวกเราไปง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?”
เฉิงสือกรอกตามองบน: “แล้วจะให้ทำไง?”
สองคนนี้ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรสำเร็จ แถมยังโดนซ้อมฟรี จะแจ้งตำรวจก็ไม่รู้จะแจ้งข้อหาอะไรดี
อีกอย่าง ตอนนี้สหกรณ์เครดิตประจำเมืองก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว เขาไม่มีเวลามาเสวนากับเจ้าโง่สองตัวนี้
เจ้าอ้วนรีบลุกขึ้น โค้งคำนับเฉิงสือปลก ๆ แล้วหันหลังวิ่งไปสองก้าว แต่ก็ย้อนกลับมา ค่อย ๆ ก้มลงแบกเจ้าผอมขึ้นหลังอย่างทุลักทุเล
จุ๊ ๆ ดูไม่ออกเลยว่าแกจะรักเพื่อนฝูงเหมือนกันแฮะ
เฉิงสือทั้งขำทั้งโมโห ตะโกนไล่หลังว่า: “เฮ้ย พวกแกไม่รู้ตัวหรือไงว่า หลิวเจี๋ยจงใจหลอกพวกแกที่เป็นมือใหม่หัดขับมาตาย? ลองไปสืบดูสิ แถวนี้มีใครกล้ามาลองดีกับฉันบ้าง?”
เจ้าอ้วนยืนนิ่งอึ้งไปสามวินาที ทันใดนั้นก็กัดฟันสบถออกมาว่า: “ไอ้เชี่ยเอ๊ย”
เฉิงสือมองนาฬิกาข้อมือแล้วสบถในใจ: เวรเอ๊ย จะถึงเวลาแล้ว ไม่รู้พวกคุณนายขาใหญ่พวกนั้นจะเลิกงานก่อนเวลาหรือเปล่า!!
เขาปั่นจักรยานสปีดสุดชีวิต พุ่งตรงไปที่สหกรณ์เครดิต
พอพวกป้าเห็นเขาเข้ามา ก็รีบลุกฮือเข้ามารุมล้อมทันที: “โอ๊ย สหายเฉิงสือ มาแล้วเหรอคะ วันนี้จะทำธุรกรรมอะไรดีคะ”
เฉิงสือไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด มีแต่ความสยดสยอง รู้สึกเหมือนพระถังซัมจั๋งหลงเข้าไปในถ้ำปีศาจแมงมุม ต้องคอยโยกหลบซ้ายป่ายขวา ถึงจะรอดพ้นมือไม้ของพวกหล่อนมาได้: เกิดอะไรขึ้น พวกป้าเหล่านี้ลืมเขย่าขวดกอนกินยาหรือไง?
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขามาเวลาเลิกงานแบบนี้ ตาของพวกหล่อนคงเหลือกกันจนแทบหลุดออกมานอกเบ้าใส่เขาแล้ว
“ทำอะไร ทำอะไรกัน สหายเฉิงสือเป็นลูกค้าของฉันมาตลอดนะ” เสียงอันทรงพลังดังขึ้นมาจากด้านหลังฝูงชน
เจ๊ว่านอาศัยร่างกายอันกำยำเบียดแทรกฝูงชนเข้ามา พูดว่า: “สหายเฉิงสือ เชิญนั่งค่ะ เดี๋ยวฉันรินน้ำชาให้”
แล้วเธอก็บิดเอวเดินนวยนาดไปรินชา
เฉิงสือแอบสูดหายใจลึก เหลือบมองป้ายบนผนัง: “สหกรณ์เครดิตประจำเมือง”
ไม่ได้มาผิดที่นี่นา ไม่ใช่คาราโอเกะหรือร้านนวด
เจ๊ว่านกลับมาแล้ว วางถ้วยชาตรงหน้าเฉิงสือ เสียงหวานหยดย้อยราวกับกินน้ำผึ้งเข้าไป: “นี่เป็นชาหลงจิ่งที่เก็บก่อนเทศกาลเชงเม้ง ฉันเตรียมไว้ให้สหายเฉิงสือโดยเฉพาะเลยนะคะ”
เฉิงสือเพิ่งเห็นชัด ๆ ว่าเจ๊ว่านถึงกับแต่งหน้าทาปากแดงเหมือนเพิ่งกินเลือดมา หน้าบานเท่ากระด้งก็พอกแป้งซะขาววอก
เขาเผลอมองน้ำชาสีเขียวมรกตอย่างหวาดระแวง: ยัยป้านี่คงไม่ได้อิจฉาพี่สาวฉันจนเป็นบ้า จะวางยาฉันหรอกนะ?!!
เจ๊ว่านกระซิบเสียงเบา: “เอ่อ สหายเฉิงสือ สหายเฉิงจวนไม่ได้บอกเหรอคะ ต่อไปฉันจะเป็นผู้ดูแลส่วนตัวของคุณ คุณมาก็มาหาฉันได้เลย ไม่ต้องสนใจคนอื่น”
เฉิงสือที่ยังขวัญผวาอยู่ หยิบเงินออกมา: “ได้ ๆ ๆ ช่วยฝากสองหมื่นหยวนนี้ให้หน่อย”
เจ๊ว่านตาเป็นประกายวาววับ: “สหายเฉิงสือนี่มีความสามารถจริง ๆ หาเงินได้อีกสองหมื่นแล้ว”
เฉิงสือหูอื้อเพราะเสียงอันดังของเธอ ขมวดคิ้วพูดว่า: “เบา ๆ หน่อย เบา ๆ หน่อยสิ”
มีเงินอย่าให้ใครรู้
เมื่อกี้ฉันเกือบโดนปล้น
คุณจะตะโกนหาพระแสงอะไร?!
เจ๊ว่านเอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก ลดเสียงลงแล้วพูดว่า: “สหายเฉิงสือ แค่ไม่กี่วันก็มีเงินฝากตั้งสามหมื่นกว่าแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคุณต้องกลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองเซี่ยงตงแน่ ๆ”
เฉิงสือเห็นท่าทางดัดจริตของเธอแล้วแทบจะอาเจียน: “รีบฝากเถอะครับ ผมมีธุระต่อ”
เจ๊ว่านทำงานอย่างคล่องแคล่วว่องไว พลางส่งสายตาหวานเยิ้มให้เฉิงสือ พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า: “ช่วงนี้สหายเฉิงสือมีแผนจะกู้เงินไหมคะ ถ้ามี อย่าลืมมาหาฉันนะคะ ฉันจะช่วยขอกู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุดให้เลย”
นี่มันจะเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อโกงเงินฉันชัด ๆ
เฉิงสือรับคำส่งเดช ในใจก่นด่าไม่หยุด เหลือบมองสมุดบัญชี
ตัวเลขถูกต้อง...