- หน้าแรก
- ลิขิตดวงชะตาบำเพ็ญเซียน จุดเริ่มต้นอมตะ ณ เตาหลอมโอสถ
- บทที่ 13 วันส่งมอบโอสถ คลื่นลมที่เริ่มตั้งเค้า
บทที่ 13 วันส่งมอบโอสถ คลื่นลมที่เริ่มตั้งเค้า
บทที่ 13 วันส่งมอบโอสถ คลื่นลมที่เริ่มตั้งเค้า
บทที่ 13 วันส่งมอบโอสถ คลื่นลมที่เริ่มตั้งเค้า
ผ่านไปเพียงครู่เดียว
หลินอี้ก็พบว่าแสงสีเขียวบนหินเขียวทั้งหกก้อนค่อยๆ หม่นแสงลงและดับไปในที่สุด
"ล้มเหลวงั้นหรือ? หรือว่าเป็นเพราะอักขระที่วาดบนหินเขียวมีปัญหา?"
ด้วยความสงสัย หลินอี้จึงรีบเก็บหินเขียวที่วางอยู่ตามมุมห้องกลับมาตรวจสอบอย่างละเอียด
ไม่นานเขาก็พบว่ามีหินเขียวสามก้อนที่มีรอยอักขระขาดตอน
ซึ่งเกิดจากการที่เขาลงน้ำหมึกหนาเกินไปในตอนที่วาดนั่นเอง
"ยังไงเสียก็นับเป็นครั้งแรกที่ข้าลองวาดอักขระค่ายกล ผิดพลาดบ้างก็นับเป็นเรื่องธรรมดา..."
ว่าแล้ว หลินอี้ก็หยิบ 'แท่งลบหมึก' ที่อยู่ในชุดอุปกรณ์ของหลงจู๊หวังออกมาใช้งาน
เขาจัดการลบอักขระบนหินทั้งหกก้อนออกจนสะอาดหมดจด แล้วจึงเริ่มต้นวาดอักขระใหม่อีกครั้งตั้งแต่ต้น
ในไม่ช้า อักขระชุดใหม่ก็ถูกวาดจนเสร็จสมบูรณ์
หลินอี้ทำการติดตั้ง 'ค่ายกลหินเขียวห้ามผ่าน' ลงในห้องหลอมยาอีกครั้ง
หัวใจเต้นระรัว มือสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น!
หลินอี้พยายามกระตุ้นการทำงานของค่ายกลเป็นครั้งที่สอง
หินเขียวทั้งหกก้อนเริ่มเปล่งแสงสีเขียวจางๆ ออกมาอีกครั้งภายใต้การควบคุมของเขา
วูบ!
ม่านพลังกึ่งโปร่งใสแผ่กระจายออกมาปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดของห้องหลอมยาหมายเลขเก้าในทันที
ม่านพลังนี้ค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็โปร่งแสงจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น
หลินอี้ก้าวเดินไปที่ประตูห้อง และเปิดประตูห้องหลอมยาหมายเลขเก้าออก
เขาพบว่าที่ตำแหน่งของบานประตูห้องหลอมยา มีม่านพลังที่มองไม่เห็นกั้นขวางอยู่จริงๆ
ม่านพลังนี้มีความแข็งแกร่งมาก ต่อให้หลินอี้จะออกแรงผลักมากเพียงใดก็ไม่สามารถขยับมันได้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจะเดินทะลุผ่านมันไป
"นี่คงจะเป็น 'ข่ายอาคม' ที่เกิดจากค่ายกลสินะ"
"ตามที่ตำราบันทึกไว้ หากข้าฝึกฝนจนชำนาญแล้ว ขอเพียงมีหินเขียวที่วาดอักขระเตรียมไว้พร้อมในมือ เพียงแค่สะบัดมือโยนหินออกไปตามตำแหน่งที่ต้องการ ก็สามารถกางค่ายกลได้ทันที"
"และหากเป็นค่ายกลที่ซับซ้อนกว่านี้ อย่างเช่นค่ายกลหมอกเร้นลับ ก็จะมาในรูปแบบของแผ่นค่ายกล เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งาน เพียงแค่หยิบแผ่นค่ายกลออกมาแล้วกระตุ้นการทำงานเท่านั้น"
"นี่สินะคือเสน่ห์ของนักค่ายกล ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าตื่นเต้นจริงๆ ..."
หลังจากพึมพำกับตัวเองแล้ว หลินอี้ก็ทำการยกเลิกค่ายกลหินเขียวห้ามผ่านตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในตำรา
จากนั้นเขาก็เหลือบมองหน้าต่างสถานะในหมวดอาชีพของเขา
[อาชีพ: นักหลอมโอสถ (เข้าประตู 495/500) , นักหลอมศาสตรา (เข้าประตู 12/500) , นักค่ายกล (เข้าประตู 60/500) ]
ค่าความชำนาญของนักค่ายกลเพิ่มขึ้นจาก (เข้าประตู 45/500) มาเป็น (เข้าประตู 60/500)
ขยับขึ้นมาถึง 15 จุดเลยทีเดียว!
ทว่าประเด็นสำคัญในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น
หลินอี้กำลังสงสัยว่า หากเขาเก็บหินเขียวกลับมาแล้วนำไปวางเพื่อติดตั้งค่ายกลใหม่อีกครั้ง ค่าความชำนาญจะเพิ่มขึ้นหรือไม่
คิดได้ดังนั้นเขาก็ลงมือทำทันที
หลินอี้สะบัดมือ พลังปราณหกสายพุ่งออกไปเก็บหินเขียวจากตำแหน่งต่างๆ กลับมาไว้ในมือ
จากนั้นเขาก็สะบัดมืออีกครั้งเพื่อวางหินเขียวลงในตำแหน่งเดิม
ค่ายกลหินเขียวห้ามผ่านถูกเปิดใช้งานสำเร็จอีกครั้ง หลินอี้เหลือบมองหน้าต่างสถานะทันที
[นักค่ายกล (เข้าประตู 60/500) ]
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
เป็นไปได้ว่าการติดตั้งค่ายกลซ้ำในรูปแบบเดิมจะไม่ช่วยเพิ่มค่าความชำนาญ หรือไม่ก็อาจจะต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้งถึงจะช่วยเพิ่มค่าความชำนาญได้เพียง 1 จุดเท่านั้น
สรุปคือ
การจะปั่นค่าความชำนาญด้วยการยกเลิกและติดตั้งค่ายกลซ้ำไปซ้ำมานั้นดูจะเป็นทางเลือกที่ใช้งานไม่ได้จริง
"มาลองแบบนี้ดูบ้าง..."
หลินอี้เก็บหินเขียวกลับมาอีกครั้ง แล้วใช้แท่งลบหมึกลบอักขระที่วาดไว้ออกจนหมด
เมื่อหินเขียวกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว เขาก็เริ่มต้นวาดอักขระลงบนหินใหม่อีกครั้ง
การลงมือที่รวดเร็วและแม่นยำจบลงด้วยดี
หินเขียวทั้งหกก้อนถูกวาดอักขระของ 'ค่ายกลหินเขียวห้ามผ่าน' ลงไปใหม่จนครบ
หลินอี้เหลือบมองหน้าต่างสถานะอีกครั้ง
[นักค่ายกล (เข้าประตู 70/500) ]
ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้นมาถึง 10 จุด!
"การมองว่าหินเขียวทั้งหกก้อนเป็นเหมือนแผ่นค่ายกลอย่างง่าย และการวาดอักขระลงไปก็เท่ากับการ 'สร้าง' แผ่นค่ายกลขึ้นมา นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว!"
"ใช้ค่ายกลหินเขียวห้ามผ่านเป็นบททดสอบเพื่อปั่นค่าความชำนาญยกระดับทักษะค่ายกลของข้าไปก่อน แล้วค่อยไปลองสร้างค่ายกลหมอกเร้นลับในภายหลัง"
หลินอี้หมกมุ่นอยู่กับการหลอมยาและศึกษาเรื่องค่ายกลในทุกๆ วัน
เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่ต้องส่งมอบโอสถประจำเดือน
หลินอี้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่
เขาจัดการแขวนป้าย 'ห้ามรบกวน' ไว้ที่หน้าประตูห้องหลอมยาหมายเลขเก้า และเปิดใช้งาน 'ค่ายกลหินเขียวห้ามผ่าน' ที่ติดตั้งไว้ทันที
เพื่อเตรียมตัวเริ่มต้นการหลอมโอสถรวบรวมปราณ
ในวันนี้ สิ่งที่หลินอี้ให้ความสำคัญไม่ใช่เรื่องของการส่งมอบโอสถเลยแม้แต่น้อย
ในขณะนี้ มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่หลินอี้ให้ความสนใจอย่างที่สุด
[นักหลอมโอสถ (เข้าประตู 499/500) ]
หลังจากทุ่มเทแรงกายแรงใจมาอย่างยาวนาน ในที่สุดอาชีพนักหลอมโอสถของเขาก็กำลังจะก้าวข้ามจากระดับเข้าประตูเข้าสู่ระดับเชี่ยวชาญแล้ว!
หลินอี้ตั้งใจว่าวันนี้จะมุ่งเน้นการหลอมยาเพื่อดูว่าจะสามารถทะลวงระดับได้สำเร็จหรือไม่
ส่วนเรื่องการส่งมอบโอสถนั้น ไว้รอให้สายกว่านี้อีกนิดก็คงไม่เป็นไร
อย่างไรเสียในเดือนนี้เขาก็เตรียมโอสถชั้นเลิศไว้ถึง 15 เม็ด และโอสถธรรมดาอีก 45 เม็ดเพื่อส่งมอบ
จำนวนโอสถชั้นเลิศที่เขาเตรียมไว้นั้นสูงกว่าข้อตกลงอยู่มากทีเดียว
หลินอี้มั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นคุณหนูใหญ่หรือผู้อาวุโสหก ย่อมไม่มีทางตำหนิเขาแน่นอน
หลังจากเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลินอี้ก็เริ่มต้นการหลอมโอสถรวบรวมปราณทันที
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้
ซูเหยานำกลุ่มผู้ติดตามมาถึงหน้าห้องหลอมยาหมายเลขเก้า
ทันทีที่เข้าใกล้ประตูห้อง นางก็สังเกตเห็นป้าย 'ห้ามรบกวน' ที่แขวนเด่นหราอยู่บนบานประตู
สาวใช้ที่เดินมาพร้อมกับซูเหยาเมื่อเห็นป้ายนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก
"พี่ซูเหยาคะ วันนี้เป็นกำหนดวันที่เราต้องมาเก็บรวบรวมโอสถแท้ๆ อาจารย์หลินอี้ไม่มีทางไม่รู้เรื่องนี้แน่นอน"
"การที่เขาแขวนป้ายห้ามรบกวนไว้แบบนี้ มันดูจะ..."
สาวใช้อีกคนก็ร่วมผสมโรงขึ้นมาทันที
"นั่นสินะคะ... หรือว่าเขาจะยังหลอมยาไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด เลยแกล้งแขวนป้ายเพื่อถ่วงเวลาออกไปกันแน่?"
"หุบปากให้หมด! อาจารย์หลินอี้เป็นถึงนักหลอมยาระดับสองของสกุลซู พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาวิพากษ์วิจารณ์เขาลับหลังแบบนี้?"
ซูเหญาตวาดดุสาวใช้เหล่านั้น ก่อนจะมองไปที่ป้าย 'ห้ามรบกวน' บนประตูด้วยความสงสัย
สาวใช้ที่เดินมากับนางอาจจะไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับหลินอี้ แต่นางรู้ซึ้งดีกว่าใคร
โอสถรวบรวมปราณชั้นเลิศ 10 เม็ดที่หลินอี้ส่งมอบให้เมื่อเดือนก่อน เพราะมีจำนวนน้อยเกินไป จึงไม่ได้ถูกนำไปวางขายในร้านยา
แต่คุณหนูใหญ่ซูหว่านรั่วได้ตัดสินใจส่งโอสถทั้ง 10 เม็ดนั้นกลับไปยังตระกูลหลัก เพื่อมอบให้กับเหล่าคุณชายและคุณหนูในขอบเขตกลั่นปราณของสกุลซูแทน
โอสถเหล่านั้นถูกแจกจ่ายไปในช่วงเช้า
ทว่าในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เหล่าคุณชายและคุณหนูที่ได้รับโอสถชั้นเลิศเหล่านั้นไป ต่างก็รีบเดินทางมายังร้านยาของสกุลซูในโรงหลอมสี่ลม เพื่อมาดักรอพบคุณหนูใหญ่ถึงหน้าห้องพัก
พวกเขาต่างพากันอ้อนวอนขอให้คุณหนูใหญ่ช่วยแบ่งโอสถชั้นเลิศให้พวกเขาเพิ่มขึ้นอีก
ประสิทธิภาพที่น่าอัศจรรย์ของโอสถชั้นเลิศนั้นเห็นได้ชัดเจนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้!
คนที่สามารถหลอมโอสถที่ทรงพลังขนาดนั้นออกมาได้ มีหรือที่จะหลอมยาไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดในแต่ละเดือน?
แล้วอาจารย์หลินกำลังทำอะไรอยู่ข้างในกันแน่?
ซูเหยาหันไปมองยังทิศทางที่เป็นที่ตั้งของห้องน้ำชาของคุณหนูใหญ่ซูหว่านรั่ว
ในห้องน้ำชาแห่งนั้น วันนี้ไม่ได้มีเพียงคุณหนูใหญ่ซูหว่านรั่วอยู่เพียงลำพัง แต่ยังมีคุณชายและคุณหนูคนอื่นๆ ของสกุลซูรออยู่ที่นั่นด้วย
พวกเขาทั้งหมดต่างเฝ้ารอคอยโอสถชั้นเลิศที่หลินอี้จะส่งมอบในวันนี้
ซูเหยากัดริมฝีปากแน่นด้วยความรู้สึกลำบากใจ
นางควรทำอย่างไรดี?
ควรจะเคาะประตูในตอนนี้เลยดีไหม?
หรือควรจะปล่อยให้เหล่าคุณชายและคุณหนูรอไปก่อน แล้วนางค่อยไปเก็บรวบรวมโอสถจากนักหลอมยาคนอื่นๆ และค่อยย้อนกลับมาที่นี่หลังจากที่ป้ายห้ามรบกวนถูกเก็บลงไปแล้ว?
ในขณะที่ซูเหยากำลังลังเลและตัดสินใจไม่ได้อยู่นั้น ซูเยว่ คุณชายรองของสกุลซูก็เดินตรงเข้ามาหานาง
"ที่นี่คือห้องหลอมยาของอาจารย์หลิน คนที่หลอมโอสถรวบรวมปราณชนิดนั้นขึ้นมาใช่หรือไม่?"
"เรียนคุณชายรอง ใช่เจ้าต่ะ แต่ว่า..."
"แต่ว่าอะไรกัน? 'ห้ามรบกวน' อย่างนั้นหรือ เขาไม่รู้หรืออย่างไรว่าวันนี้คือวันส่งมอบโอสถ? เขาหมายความว่ายังไง คิดจะเล่นตัวให้พวกเราทุกคนต้องมานั่งรอเขาอย่างนั้นหรือ?"
เมื่อพูดจบ คุณชายรองซูเยว่ก็เอื้อมมือไปกระชากป้าย 'ห้ามรบกวน' ออกจากประตูทันที
จากนั้นเขาก็ข้ามขั้นตอนการเคาะประตูไปโดยสิ้นเชิง และผลักบานประตูห้องหลอมยาให้เปิดออก
ทว่าหลังจากที่ประตูเปิดออก คุณชายรองซูเยว่กลับพบว่าด้านหลังบานประตูยังมีม่านผืนหนาแขวนกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง ทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นสภาพภายในห้องหลอมยาได้เลย นั่นยิ่งทำให้เขาเริ่มรู้สึกโกรธเคืองขึ้นมา
ซูเหยาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบก้าวเข้าไปขวางหน้าซูเยว่ไว้ เพื่อพยายามขัดขวางไม่ให้เขาบุกรุกเข้าไปในห้องหลอมยา
"คุณชายรองคะ... กฎของห้องหลอมยาระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามบุกรุกเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ..."
"ถอยไป! กฎนั่นมันมีไว้ให้พวกเจ้าปฏิบัติตาม! เจ้าคิดจะใช้กฎพรรค์นั้นมาบังคับข้าอย่างนั้นหรือ?"
ว่าแล้ว คุณชายรองซูเยว่ก็เอื้อมมือจะไปกระชากม่านผืนหนานั้นออก
ทว่าในจังหวะที่มือของเขาขยับเข้าไปได้เพียงครึ่งทาง เขาก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างกั้นขวางไว้ ทำให้มือของเขาไม่สามารถสัมผัสถูกผืนม่านได้เลยแม้แต่น้อย
"ค่ายกลงั้นหรือ? ดี! ดีมาก! ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้ากำลังเล่นตลกอะไรอยู่ข้างในกันแน่?"
เมื่อพูดจบ ซูเยว่ก็ชักกระบี่ออกมาและแทงเข้าไปที่ตำแหน่งของประตูห้องหลอมยาทันที