- หน้าแรก
- ลิขิตดวงชะตาบำเพ็ญเซียน จุดเริ่มต้นอมตะ ณ เตาหลอมโอสถ
- บทที่ 8 การขจัดพิษของยาและการเริ่มต้นวิถีค่ายกล!
บทที่ 8 การขจัดพิษของยาและการเริ่มต้นวิถีค่ายกล!
บทที่ 8 การขจัดพิษของยาและการเริ่มต้นวิถีค่ายกล!
บทที่ 8 การขจัดพิษของยาและการเริ่มต้นวิถีค่ายกล!
[โอสถรวบรวมปราณ (ไร้พิษ) : หลังจากกินแล้วจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับปราณเล็กน้อย]
[เจตจำนงสูงสุด (สีขาว) : หลังจากกินแล้วจะช่วยขจัดพิษของโอสถรวบรวมปราณออกไปได้เล็กน้อย]
"ขจัดพิษของยาอย่างนั้นหรือ"
หลินอี้จ้องมองข้อความในใจจนเกือบจะเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
โบราณว่าไว้ว่ายาหนึ่งส่วนย่อมมีพิษสามส่วน
ผู้ฝึกตนที่ใช้โอสถช่วยในการฝึกฝน แม้จะได้รับพลังเพิ่มขึ้นแต่ในร่างกายก็จะมีการสะสมพิษของยาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ยิ่งมีการสะสมพิษของยาชนิดใดชนิดหนึ่งมากขึ้น ประสิทธิภาพของยานั้นก็จะยิ่งลดลง หรือที่เรียกกันว่าอาการดื้อยานั่นเอง
จนในที่สุดอาจจะถึงขั้นที่กินยานั้นเข้าไปแล้วไม่เกิดผลใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้น
พิษของยายังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของยาชนิดอื่นๆ ที่ใช้สมุนไพรตัวเดียวกันในการหลอมอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น โอสถรวบรวมปราณที่ใช้หญ้ารวบรวมปราณและหญ้าสงบจิตซึ่งเป็นสมุนไพรระดับต่ำเป็นส่วนประกอบ
หากร่างกายสะสมพิษจากโอสถรวบรวมปราณมากเกินไป การใช้ยาชนิดอื่นที่มีส่วนผสมของสมุนไพรสองชนิดนี้ก็จะให้ผลที่ด้อยลงตามไปด้วย
และเพราะพิษของยานี่เอง ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเน้นการดูดซับปราณด้วยตัวเองเป็นหลัก และใช้โอสถเป็นเพียงตัวช่วยเสริมเท่านั้น
ทว่าโอสถรวบรวมปราณมีลายเม็ดนี้ นอกจากจะไร้พิษแล้ว มันยังสามารถช่วยขจัดพิษของโอสถรวบรวมปราณที่สะสมอยู่ในร่างกายได้อีกด้วย
การกินโอสถเม็ดนี้จึงเท่ากับว่าพิษในร่างกายไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับลดน้อยลงไป
หากผลลัพธ์ของมันดีพอ ในอนาคตเขาก็สามารถเปลี่ยนมาเน้นการใช้โอสถเป็นหลักและใช้การดูดซับปราณปกติเป็นส่วนเสริมได้เลย!
"ช่างมันเถอะ ลองดูผลลัพธ์กันก่อนดีกว่า!"
ด้วยหัวใจที่เต้นรัวและมือที่สั่นเทา
หลินอี้กลืนโอสถรวบรวมปราณมีลายลงไปทันที จากนั้นจึงเริ่มเดินเคล็ดวิชาเพื่อดูดซับปราณ
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน หลินอี้ลืมตาขึ้นด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด
หลินอี้รู้ตัวดีว่าเขามีเพียงรากวิญญาณเทียมสี่ธาตุ
เขารู้ซึ้งดีว่าหากอาศัยเพียงการดูดซับปราณตามปกติ ประสิทธิภาพย่อมต่ำจนไม่มีอนาคตแน่นอน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาต้องอาศัยการอัดโอสถรวบรวมปราณเข้าไปอย่างหนักหน่วง กว่าจะดันระดับพลังมาถึงขอบเขตกลั่นปราณขั้นกลางได้
หลินอี้รู้ดีว่าในอนาคตอันใกล้ เรื่องพิษของยาจะต้องกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน
แต่ในตอนนี้เขามีโอสถที่ช่วยขจัดพิษของยาได้แล้ว เพียงเม็ดเดียวก็สามารถขจัดพิษที่สะสมมานานเป็นเดือนออกไปได้
หลินอี้เชื่อว่า หากคำบรรยายบอกว่า 'เล็กน้อย' มันก็ต้องมีระดับ 'ปานกลาง' หรือ 'มหาศาล' ตามมาแน่นอน
ไม่แน่ว่าหากเขาได้โอสถที่ขจัดพิษได้มหาศาลเพียงเม็ดเดียว พิษที่สะสมมาตลอดหลายปีอาจจะหายไปจนเกือบหมดสิ้นเลยก็ได้
สรุปคือ ตราบใดที่เขาหลอมยาให้มากพอจนสุ่มได้คุณสมบัติขจัดพิษของยาออกมาได้บ่อยๆ
พิษของยาก็จะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป!
นับจากนี้ไป เขาจะสามารถมุ่งเน้นการเพิ่มระดับพลังโดยใช้โอสถเป็นหลักได้อย่างสบายใจ
และนั่นจะช่วยให้เขาประหยัดเวลาในการฝึกฝนไปได้มหาศาล เพื่อเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับด้านอื่น!
อย่างเช่น เรื่องของค่ายกล!
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว หลินอี้นั่งสมาธิอยู่หน้าเตาหลอมยาเพื่อวางแผนชีวิตในอนาคต
ผลจากการที่อาคมหัตถ์ผสานโอสถแยกเพลิงมีความก้าวหน้าขึ้น ทำให้การสิ้นเปลืองพลังปราณลดลงอย่างมาก
ในตอนนี้เขาสามารถหลอมยาได้ถึงวันละหกเตา โดยมีอัตราความสำเร็จอยู่ที่ร้อยเปอร์เซ็นต์
หากคำนวณหนึ่งเดือนมีสามสิบวัน เขาจะสามารถหลอมโอสถรวบรวมปราณได้ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเม็ดต่อเดือน
ทว่าในฐานะนักหลอมโอสถระดับสองของสกุลซู ตอนนี้เขาได้รับวัตถุดิบเพียงเดือนละหนึ่งร้อยยี่สิบชุดเท่านั้น
วัตถุดิบที่มีอยู่จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของเขาเลย!
การจะออกไปหาซื้อวัตถุดิบเอง หากซื้อเพียงไม่กี่ชุดก็พอจะอ้างได้
แต่หากซื้อครั้งละหกสิบชุด นอกจากต้นทุนจะสูงแล้ว ยังอาจจะทำให้คนอื่นเกิดความสงสัยได้ง่ายๆ
ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการหลอมโอสถเดือนละหนึ่งร้อยยี่สิบเม็ดตามปกติ
โดยแบ่งเป็นโอสถธรรมดาห้าสิบเม็ดและโอสถชั้นเลิศสิบเม็ดเพื่อส่งมอบให้สกุลซูตามกำหนด
ส่วนที่เหลืออีกหกสิบเม็ด เขาจะหลอมเป็นโอสถชั้นเลิศทั้งหมดเพื่อเอาไว้ใช้เอง
นอกจากนี้ จากสถิติเฉลี่ยแล้ว ทุกๆ การหลอมยาห้าสิบเม็ดจะได้โอสถมีลายหนึ่งเม็ด
ในหนึ่งเดือนเขาจะได้รับโอสถมีลายประมาณสองเม็ด ซึ่งนับว่าเป็นผลกำไรที่งดงาม
หลังจากนี้ เขาจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนโอสถชั้นเลิศที่ส่งมอบให้สกุลซูในแต่ละเดือน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าฝีมือของเขามีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้เขาสามารถเลื่อนขั้นเป็นนักหลอมยาระดับสามของสกุลซูได้ภายในครึ่งปี เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น และยังจะได้เรียนรู้สูตรยาและวิธีการหลอมยาชนิดที่สองอีกด้วย
การหลอมยาเดือนละหนึ่งร้อยยี่สิบเม็ด เท่ากับว่าเขาต้องหลอมเพียงวันละสี่เม็ดเท่านั้น
และต้องพักฟื้นพลังปราณเพียงครั้งเดียวในระหว่างวัน
นั่นหมายความว่าในแต่ละวันเขาจะมีเวลาว่างเหลือเฟือ ซึ่งเขาจะใช้เวลานั้นในการศึกษาเรื่องค่ายกล
โรงหลอมสี่ลมเป็นตลาดที่มีระเบียบวินัยก็จริง
แต่หลินอี้ที่เคยอ่านตำรามามากมายตั้งแต่ตอนอยู่ตระกูลหลิน ย่อมรู้ดีว่าโลกใบนี้ไม่ได้สงบสุขขนาดนั้น
วิถีแห่งเซียนนั้น ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่ได้รับความเคารพ!
แม้แต่ในโรงหลอมสี่ลมแห่งนี้ ว่ากันว่าเป็นเพราะมีผู้ฝึกตนอิสระขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์คนหนึ่งคอยดูแลอยู่ จึงสามารถคุมพื้นที่โดยรอบและรักษาความสงบเอาไว้ได้
การเรียนรู้เรื่องค่ายกลเพื่อสร้างความสามารถในการป้องกันตนเองขั้นพื้นฐานจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเรียบเรียงความคิดได้แล้ว หลินอี้จึงหยิบหนังสือ 《ค่ายกลกระจ่างแจ้งในสามเดือน》 ที่เพิ่งซื้อมาออกมาเปิดอ่านอย่างตั้งใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่ทราบได้ หลินอี้ค่อยๆ วางหนังสือเล่มนั้นลง
"ศาสตร์แห่งค่ายกลนั้นลึกล้ำไม่แพ้ศาสตร์แห่งการหลอมยาเลยทีเดียว แม้จะเป็นเพียงตำราระดับพื้นฐานแต่ก็มีความซับซ้อนและน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก!"
หลินอี้เหลือบมองหน้าต่างสถานะในหมวดอาชีพของเขา
[อาชีพ: นักหลอมโอสถ (เข้าประตู 490/500) , นักหลอมศาสตรา (เข้าประตู 12/500) , นักค่ายกล (เข้าประตู 10/500) ]
"แม้จะเป็นการเรียนด้วยตัวเอง แต่เพราะเป็นเพียงความรู้ระดับพื้นฐานที่สุด การเพิ่มค่าความชำนาญขึ้นมาสิบจุดก็นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว"
หลินอี้ยังจำความรู้สึกตอนที่เริ่มเรียนวิชาหลอมศาสตราที่ตระกูลหลินและวิชาหลอมยาที่สกุลซูได้ดี
มันเหมือนกับในตอนนี้ไม่มีผิด
นั่นคือช่วงแรกที่เริ่มอ่านจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว และได้รับค่าความชำนาญสิบจุดทันที
แต่หลังจากนั้นพอเริ่มลงมือปฏิบัติจริงก็จะพบกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และค่าความชำนาญก็จะเพิ่มขึ้นช้าลงเรื่อยๆ
หลินอี้หยิบโอสถรวบรวมปราณมีลายที่เหลืออยู่อีกเม็ดขึ้นมาดู
[โอสถรวบรวมปราณ (ไร้พิษ) : หลังจากกินแล้วจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับปราณเล็กน้อย]
[เจตจำนงสูงสุด (สีขาว) : หลังจากกินแล้วจะช่วยเพิ่มความเข้าใจในด้านค่ายกลของท่านเล็กน้อย]
"ตามทฤษฎีแล้ว หากข้ายังคงศึกษาค่ายกลต่อไป ค่าความชำนาญน่าจะเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณห้าจุด... มาลองดูผลลัพธ์ของโอสถเม็ดนี้กันเถอะ!"
ทันทีที่โอสถเข้าปาก หลินอี้รู้สึกว่าหนังสือ 《ค่ายกลกระจ่างแจ้งในสามเดือน》 ที่เคยดูซับซ้อนและเข้าใจยากกลับดูอ่านง่ายขึ้นมาทันที
เขาจึงรีบหยิบหนังสือขึ้นมาศึกษาต่ออย่างไม่รอช้า
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้
หลินอี้เริ่มรู้สึกว่าเนื้อหาในหนังสือกลับมาดูซับซ้อนและเข้าใจยากอีกครั้ง เขาจึงรู้ได้ทันทีว่าฤทธิ์ยาได้หมดลงแล้ว
"ความรู้สึกนี้มันช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ ... เหมือนสมองถูกเร่งสปีดขึ้นมาเลยทีเดียว..."
หลังจากบ่นพึมพำกับตัวเองแล้ว หลินอี้ก็เหลือบมองหน้าต่างสถานะในหมวดอาชีพอีกครั้ง
[อาชีพ: นักหลอมโอสถ (เข้าประตู 490/500) , นักหลอมศาสตรา (เข้าประตู 12/500) , นักค่ายกล (เข้าประตู 20/500) ]
"ตามปกติแล้ว การศึกษาในครั้งนี้ควรจะเพิ่มค่าความชำนาญได้เพียงห้าจุด จากนั้นก็จะลดลงเหลือสองจุดและหนึ่งจุดตามลำดับ"
"การจะเพิ่มค่าความชำนาญสิบจุดอาจจะต้องใช้เวลาหลายวัน แต่โอสถเม็ดเดียวกลับทำให้ค่าความชำนาญพุ่งพรวดขึ้นมาสิบจุดได้ทันที"
"ผลลัพธ์ของโอสถรวบรวมปราณมีลายนี่มัน... ช่างร้ายกาจยิ่งนัก!"
เวลาผ่านไปอีกไม่กี่วันอย่างรวดเร็ว
นอกจากความจำเป็นที่ต้องออกไปข้างนอกบ้างแล้ว หลินอี้ใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในห้องหลอมยาเพื่อหลอมโอสถรวบรวมปราณและศึกษาเรื่องค่ายกล
"รวม!"
ทันทีที่หลินอี้เดินอาคมหัตถ์ผสานโอสถแยกเพลิงเพื่อผสานยา โอสถรวบรวมปราณชั้นเลิศเม็ดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในเตาหลอม
หลินอี้รีบตรวจสอบอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่มีความผิดพลาดเขาก็รีบเก็บโอสถเม็ดนั้นลงไปทันที
ทว่าในตอนนี้ จิตใจของหลินอี้ไม่ได้จดจ่ออยู่กับโอสถเม็ดนั้นเลยแม้แต่น้อย
เพราะเคล็ดวิชาชักนำอัคคีธรณีของเขาได้ทะลวงระดับในการหลอมยาครั้งนี้เอง!
หลินอี้มองหน้าต่างสถานะในหมวดเคล็ดวิชาด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด