เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: แก้ได้แล้วจริงๆ

บทที่ 22: แก้ได้แล้วจริงๆ

บทที่ 22: แก้ได้แล้วจริงๆ


สิ้นเสียงฟู่เทียนหลิง บรรยากาศก็เงียบกริบเป็นครั้งที่สาม

เงินห้าล้านตำลึงไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เรียกได้ว่าเป็นตัวเลขดาราศาสตร์เลยทีเดียว

สำหรับคนธรรมดา แค่ห้าหมื่นตำลึงก็เกินจินตนาการไปไกลโขแล้ว

ฟู่ชางหลงตั้งใจจะตามใจลูกชายคนเล็กให้มากที่สุด เพราะเห็นว่าชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย

แต่พอได้ยินตัวเลข "ห้าล้านตำลึง" ใบหน้าเขาก็ยังกระตุกยิกๆ สองที

ฟู่ชางหลงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ย "เดิมทีพ่อควรสนับสนุนเจ้า แต่ในเมื่อพิษในตัวเจ้ายังไม่หาย การหาทางถอนพิษสำคัญกว่า เรื่องนี้เอาไว้คุยกันวันหลังเถอะ"

นี่เท่ากับปฏิเสธกลายๆ แค่รักษาน้ำใจหน่อยเท่านั้น

แต่ฟู่เทียนหลิงไม่ยอมแพ้ "ท่านพ่อ ถ้าพิษยาดับมารหายไป ท่านจะสนับสนุนข้าไหม?"

ฟู่ชางหลงตอบ "ย่อมได้"

ยังไงซะนางมารก็คงไม่มอบยาแก้ให้ง่ายๆ และเขาก็ยังหายาแก้ไม่ได้ในตอนนี้ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่

พอนานเข้า อาหลิงก็คงลืมเรื่องนี้ไปเอง

วัยรุ่นก็งี้แหละ!

มักจะทำอะไรวู่วามตามอารมณ์ เข้าใจได้

แต่แล้วฟู่เทียนหลิงก็ค่อยๆ ถลกแขนเสื้อขึ้น "ท่านพ่อ พิษของข้าหายแล้ว เอาเงินมาซะ ปีเดียวท่านก็เกือบคืนทุนแล้ว หลังจากนั้นท่านจะได้กำไรเนื้อๆ ปีละสี่ห้าล้านตำลึง แม้แต่บัฟเฟตต์มาเห็นยังต้องยกนิ้วให้"

ฟู่ชางหลง ฟู่เมิ่งหลี และฟู่อู๋หมิง มองแขนฟู่เทียนหลิง ตาค้างตะลึงงัน!

ฟู่เมิ่งหลีลุกพรวด เข้าไปคว้าแขนฟู่เทียนหลิงมาดูใกล้ๆ เส้นสีดำหายไปแล้วจริงๆ!

นางเลิกเสื้อฟู่เทียนหลิงขึ้นตรวจดู ก็ไม่ร่องรอยเส้นสีดำเลย

"พี่ใหญ่ ต้องให้ข้าถอดกางเกงให้ดูด้วยไหม?"

ฟู่เทียนหลิงรอบคอบมาก กลัวพี่สาวเช็คไม่ละเอียด เลยเริ่มปลดเข็มขัด

ฟู่เมิ่งหลีพูดไม่ออก นางตบหัวฟู่เทียนหลิงหนึ่งทีแล้วหันกลับไป "ท่านพ่อ พิษของน้องสี่หายแล้วจริงๆ ค่ะ!"

ฟู่อู๋หมิงรีบถาม "นางมารให้ยาแก้เจ้าเหรอ?"

ฟู่เทียนหลิงยิ้มอย่างมีเลศนัย เอียงคอทำมุมสี่สิบห้าองศา ไพล่หลังวางมาด "ข้าพิชิตนางมารด้วยเสน่ห์ส่วนตัว ทำให้นางยอมมอบยาแก้ให้ด้วยความเต็มใจ"

ทุกคน: "..."

ช่วยเลือกเวลาโม้หน่อยได้ไหม?

จะมาเก๊กทำไมตอนนี้?

แต่ไม่ว่าจะยังไง การที่พิษยาดับมารหายไปก็นับเป็นข่าวดีที่สุด

ชีวิตน้องสี่ปลอดภัยแล้ว!

ฟู่เทียนหลิงแบมือขวา "ท่านพ่อ ตั๋วเงินล่ะ!"

ฟู่ชางหลง: "..."

ฟู่ชางหลงแทบไม่เคยพลาดท่าให้ใครในชีวิต ไม่นึกว่าจะมาจนมุมแบบนี้

แต่ในฐานะอัครมหาเสนาบดี เขาจะกลับคำไม่ได้

ฮ่องเต้อาจหน้าด้านได้ แต่อัครมหาเสนาบดีต้องรักษาชื่อเสียง!

บรรยากาศกลับมาเงียบกริบอีกครั้ง!

หลังจากเงียบอยู่นาน ฟู่ชางหลงก็เอ่ย "ไปหาพ่อบ้านจาง ให้เขาเบิกเงินให้เจ้าสองล้านตำลึง"

ฟู่เมิ่งหลีสะดุ้ง ฟู่อู๋หมิงก็ทำหน้าแปลกใจ

ท่านพ่อยอมจริงๆ เหรอ?

ยังไม่ทันที่ฟู่เทียนหลิงจะพูด ฟู่เมิ่งหลีก็ชิงพูดก่อน "น้องสี่ นี่คือลิมิตที่จวนอัครมหาเสนาบดีจะให้เจ้าได้แล้ว"

ฟู่เทียนหลิงเข้าใจดี ตาแก่เทหน้าตักให้เขาแล้วจริงๆ เงินหมุนเวียนที่พอจะดึงมาได้คงมีแค่นี้

"ตกลง! แต่พูดกันให้ชัดนะ สำหรับสองล้านตำลึง ข้าให้หุ้นจวนอัครมหาเสนาบดีได้อย่างมากแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะ วันหลังถ้านึกเสียดายอย่ามาทวงล่ะ!"

ฟู่เทียนหลิงมั่นใจมาก เขาคิดวิธีหาเงินส่วนที่เหลือไว้แล้ว!

ง่ายมาก กู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยโหดไง!

เขาเป็นถึงคุณชายสี่แห่งจวนอัครมหาเสนาบดี จะกู้เงินมันยากตรงไหน?

"ดีล"

"จริงสิ หัวหน้าผู้ตรวจการอยู่ฝ่ายไหนนะ?"

"ฝ่ายภักดีต่อฮ่องเต้"

"หัวหน้าผู้ตรวจการจงอันฟู่ดูมีแวว เลื่อนตำแหน่งให้เขาหน่อย ส่วนเจ้าเมืองหลวงจางหงกุ้ยนั่นก็รู้ความใช้ได้"

"ข้าจดไว้แล้ว..."

ไม่ไกลจากย่านเริงรมย์หลวง มีคฤหาสน์หลังใหญ่ชื่อจิงอัน

ที่นี่คือย่านที่คึกคักของเมืองชั้นใน ที่ดินมีค่าดั่งทองคำ

เมืองชั้นนอกถูกกว่ามากแต่ก็วุ่นวายกว่ามาก มีขอทานเต็มไปหมด และสมาชิกแก๊งต่างๆ ปะปนกันมั่วไปหมด

แต่ในเมืองชั้นใน ไม่มีขอทานให้เห็นแม้แต่คนเดียว และไม่มีใครกล้าทำตัวกร่าง ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยมเพราะวังหลวงตั้งอยู่ที่นี่

ภายในคฤหาสน์จิงอัน หญิงสาวในชุดรัดรูปสีแดงเข้มกำลังนั่งสมาธิเดินลมปราณ

นางคือซูฮวนเสวี่ย ผู้คุมกฎใหญ่พรรคมารที่ป้อนยาดับมารให้ฟู่เทียนหลิงกับมือนั่นเอง

หน่วยรัตติกาลคาดไม่ถึงเลยว่าซูฮวนเสวี่ยจะกล้าซ่อนตัวในย่านพลุกพล่านขนาดนี้ พวกเขาคิดว่านางคงหนีไปกบดานในที่ห่างไกล

ที่ที่อันตรายที่สุดมักปลอดภัยที่สุด

ความกล้าของซูฮวนเสวี่ยย่อมไม่ธรรมดา

ซูฮวนเสวี่ยนั่งสมาธิมาทั้งวัน จนถึงยามซวี (19.00-21.00 น.) ควันสีขาวก็ลอยออกมาจากร่างนาง

นางทะลวงด่านสำเร็จ วรยุทธ์เลื่อนจากมหาปรมาจารย์ขั้นปลาย เป็นมหาปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์

ลือกันว่าฟู่อู๋หมิงอยู่ขั้นมหาปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์ ตอนนี้นางพอจะลองเสี่ยงไปฆ่าเขาได้แล้ว

นางย่อมไม่ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับฟู่เทียนหลิง

ฟู่เทียนหลิงเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง นางยังมีประโยชน์อื่นสำหรับเขา

เรื่องแก้แค้น ย่อมต้องลงมือเองถึงจะสะใจ

อีกอย่าง ฟู่อู๋หมิงมีฉายาว่าไร้เทียมทานในระดับต่ำกว่าขั้นสาม

ซูฮวนเสวี่ยอยากจะรู้เหมือนกันว่าฟู่อู๋หมิงจะไร้เทียมทานสักแค่ไหน

วิถีบัณฑิตในโลกนี้เสื่อมถอยลงแล้ว เหลือคนฝึกไม่มากนัก

ไม่นาน ชายชุดดำหน้าตาธรรมดาก็เดินเข้ามาทางช่องลับ มาปรากฏตัวต่อหน้าซูฮวนเสวี่ย

หน้าตาเขาธรรมดาจนถ้าโยนเข้าไปในฝูงชนก็คงหาไม่เจออีก

ชายชุดดำคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าซูฮวนเสวี่ย

"ท่านผู้คุมกฎใหญ่ ท่านประมุขมีคำสั่งว่าการที่ท่านอยู่ในเมืองหลวงนั้นอันตรายเกินไป ให้ท่านรีบถอนตัวทันที"

นี่คือทูตส่งสารของพรรคมาร ขึ้นตรงต่อประมุขพรรค

ไม่ใช่ใครจะเป็นทูตส่งสารได้ พวกเขาไม่เพียงเชี่ยวชาญการอำพรางตัว แต่ยังมีวรยุทธ์สูงส่ง ทูตคนนี้อยู่ระดับขั้นห้าสมบูรณ์

"กลับไปเรียนท่านประมุข ข้าจะกลับไปพร้อมหัวของฟู่อู๋หมิง"

ซูฮวนเสวี่ยไม่เงยหน้าด้วยซ้ำ น้ำเสียงเรียบเฉย

ทูตส่งสารเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่า "ท่านประมุขคาดการณ์ไว้แล้วว่าท่านจะพูดแบบนี้ ท่านฝากบอกว่าผู้คุมกฎซ้ายและขวาเริ่มไม่พอใจท่านแล้ว หากท่านทำโดยพลการ อาจเกิดผลร้ายตามมา"

ผู้คุมกฎซ้ายขวาของพรรคมารอาวุโสกว่าซูฮวนเสวี่ยมากและวรยุทธ์สูงกว่า ย่อมไม่พอใจที่นางมีตำแหน่งสูงกว่าพวกเขา

ซูฮวนเสวี่ยขึ้นเป็นผู้คุมกฎใหญ่ได้ไม่ใช่เพราะวรยุทธ์สูงสุด แต่เพราะสร้างผลงานไว้มากมายและมีพรสวรรค์เป็นเลิศ

แต่เพราะนางยังไม่แข็งแกร่งพอ จึงมีคนระดับสูงในพรรคไม่พอใจนางอยู่ไม่น้อย

"กลับไปเรียนท่านประมุข พอฆ่าฟู่อู๋หมิงได้ ผู้คุมกฎคนนี้จะกลับไปเอง"

ซูฮวนเสวี่ยเป็นคนมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ทำอะไรตามใจตัวเอง เมื่อตัดสินใจแล้ว ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้มาฉุดก็ไม่อยู่

"ท่านผู้คุมกฎใหญ่ ท่านประมุขสั่งห้ามไม่ให้ท่านลงมือกับฟู่อู๋หมิงเด็ดขาด พรรคเราไม่ต้องการเปิดศึกกับจวนอัครมหาเสนาบดี"

ทูตส่งสารเหงื่อแตกพลั่ก เขาไม่กล้าล่วงเกินผู้คุมกฎใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ด้วยคำสั่งประมุข เขาจำต้องแข็งใจถ่ายทอดคำสั่ง

"ถ้าไม่อยากตาย ก็กลับไปรายงานซะ!"

จิตสังหารเริ่มแผ่ออกมาจากร่างซูฮวนเสวี่ย นางหมดความอดทนแล้ว

"ผู้น้อยขอลา!"

ทูตส่งสารตัวสั่นเทิ้มแล้วรีบจากไป

เขาไม่โง่พอจะคิดว่าเป็นแค่คำขู่ ความโหดเหี้ยมของซูฮวนเสวี่ยเป็นที่หวาดเกรงแม้แต่คนในพรรคมารด้วยกัน

ซูฮวนเสวี่ยไม่หยุดฝึก แม้จะทะลวงด่านแล้ว แต่นางยังต้องปรับพื้นฐานพลังให้มั่นคง

นางช่างเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อจริงๆ

ชีวิตนางดูเหมือนจะมีแค่สองอย่าง

ฆ่าคนและฝึกยุทธ์...

จบบทที่ บทที่ 22: แก้ได้แล้วจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว