- หน้าแรก
- เกิดเป็นตัวร้ายปลายแถว งานถนัดคือการยั่วยวนนางเอก
- บทที่ 8: ยอดพธูอันดับหนึ่ง
บทที่ 8: ยอดพธูอันดับหนึ่ง
บทที่ 8: ยอดพธูอันดับหนึ่ง
แม้จะเป็นคุณชายเจ้าสำราญระดับท็อป ก็ยังมีแฟนคลับกับเขาเหมือนกัน
นี่เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เหมือนกับที่คนบนโลกจำนวนมากอิจฉาลูกเศรษฐีที่วันๆ เอาแต่ไล่ตามเน็ตไอดอลนั่นแหละ
ฟู่เทียนหลิงประคองหวังต้าฉุยที่เลือดกลบปากลุกขึ้น พร้อมส่งยิ้มอ่อนโยน "นายน้อยผู้นี้ทำเพื่อเจ้าหรอกนะ ถ้าไม่แก้สันดานชอบพูดพล่อยๆ เวลาเมา สักวันคงเกิดเรื่องใหญ่แน่"
"ข้า... ข้าขอโทษ... คุณชายสี่ ข้าไม่กล้าแล้ว ขอบคุณ... ที่ช่วยชี้แนะ"
ในสายตาหวังต้าฉุยตอนนี้ รอยยิ้มจริงใจของฟู่เทียนหลิงดูเหมือนรอยยิ้มปีศาจ ทำเอาเขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ฟู่เทียนหลิงคิดในใจว่าการเป็นตัวร้ายนี่มันฟินจริงๆ!
นอนกับเมียชาวบ้าน ผัวก็เอาทองมาให้
กระทืบคน ก็ยังมีคนขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม
ตามการแจ้งเตือนของระบบเมื่อกี้ ความกลัวของหวังต้าฉุยมีมากกว่าความโกรธ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แค้นเคืองอะไรมากมาย
"วันนี้พี่ชายหวังต้าฉุยกินดื่มอะไร นายน้อยผู้นี้เลี้ยงเอง ลงบัญชีข้าไว้"
ฟู่เทียนหลิงตบไหล่หวังต้าฉุยแล้วเดินจากไป
หวังต้าฉุยยืนงง คุณชายสี่รู้ชื่อเขาได้ยังไง?
หรือว่าข้าจะโด่งดังในเมืองหลวงขนาดนี้?
"เล่นดนตรีต่อสิ! เต้นต่อ! มองนายน้อยผู้นี้ทำไม?"
ฟู่เทียนหลิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แล้วนั่งลงตรงที่นั่งกลางวง ผู้คนแถวนั้นรีบหลีกทางให้เขาอย่างรู้งาน
เมิ่งเฮ่อนั่งลงข้างฟู่เทียนหลิง กวาดตามองรอบๆ อย่างระแวดระวัง ไม่ประมาทแม้แต่วินาทีเดียว
ไม่นาน เหตุการณ์ขัดจังหวะเล็กๆ ก็ผ่านไป ย่านเริงรมย์หลวงกลับมาคึกคักเหมือนเดิม
เมิ่งเฮ่อกระซิบถาม "คุณชายสี่ เขาเป็นแค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า จำเป็นต้องใช้ไม้แข็งสลับไม้นวมด้วยหรือขอรับ?"
ฟู่เทียนหลิงยิ้มบางๆ "ในเมื่อเขาเป็นแค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า จะไปหาเรื่องให้ยุ่งยากทำไม? ปล่อยได้ก็ปล่อยไปเถอะ!"
แม้ฟู่เทียนหลิงจะไม่ใช่พ่อพระ แต่เขาทำใจกระทืบคนให้ตายโดยไม่มีเหตุผลแบบเจ้าของร่างเดิมไม่ได้
แน่นอนว่ากับศัตรูต้องไม่ใจอ่อน แต่คนพวกนี้ไม่ใช่ศัตรู ไม่จำเป็นต้องโหดเหี้ยม
ชื่อเสียงเขาเน่าเฟะที่สุดในเมืองหลวงอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่คนจะนินทาลับหลัง
เมิ่งเฮ่อคิดในใจ 'ปากบอกปล่อยได้ก็ปล่อย แต่เมื่อกี้ท่านเพิ่งกระทืบเขาไปนะ? การกระทำกับคำพูดสวนทางกันชัดๆ!'
อย่างไรก็ตาม เมิ่งเฮ่อรู้สึกว่าคุณชายสี่ดูน่าคบหาขึ้นกว่าแต่ก่อน
เขารู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ไม่โมโหร้ายเหมือนเมื่อก่อน
ฟู่เทียนหลิงไม่สนว่าในหัวโตๆ ของเมิ่งเฮ่อคิดอะไรอยู่ สายตาเขาจับจ้องไปที่หญิงสาวผู้กำลังดีดพิณ
นางชื่อหว่านเอ๋อร์ เป็นนางโลมอันดับหนึ่งแห่งย่านเริงรมย์หลวง
นางสวมชุดยาวสีฟ้า รูปร่างอรชร เครื่องหน้าสวยหมดจด ให้ความรู้สึกอ่อนโยนเหมือนสาวข้างบ้าน
หุ่นนางระดับนางแบบ สูงกว่าซูฮวนเสวี่ยอย่างน้อยหนึ่งช่วงศีรษะ แม้หน้าอกหน้าใจจะดูธรรมดาไปหน่อย
ภายใต้แสงโคม ใบหน้างดงามไร้ที่ติของนางสว่างไสว มือเรียวดีดสายพิณพลิ้วไหว งดงามดั่งภาพวาด
บุคลิกของนางต่างจากซูฮวนเสวี่ยอย่างสิ้นเชิง
ซูฮวนเสวี่ยเห็นแล้วอยากหนีไปให้ไกล
แต่หว่านเอ๋อร์กระตุ้นสัญชาตญาณปกป้องของผู้ชาย นางเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อเมื่อถูกสัมผัส
หว่านเอ๋อร์โด่งดังมากในเมืองหลวง ขึ้นชื่อเรื่องขายศิลปะไม่ขายเรือนร่าง ได้รับฉายาว่า 'ยอดพธูอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง'
แน่นอนว่าฉายานี้อาจจะดูเวอร์ไปหน่อย เพราะไม่ได้นับรวมคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์เข้ามาเปรียบเทียบด้วย
อย่างพี่สาวทั้งสองของฟู่เทียนหลิงก็สวยไม่แพ้หว่านเอ๋อร์เลย
แต่การได้รับฉายานี้ ย่อมการันตีความงามของนางได้เป็นอย่างดี
ที่น่าสนใจคือ ชื่อเสียงอันโด่งดังของหว่านเอ๋อร์ ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณบทบาท 'ตัวประกอบ' ของเจ้าของร่างเดิม
หลังจากเจ้าของร่างเดิมเห็นหว่านเอ๋อร์ ก็ตกตะลึงในความงามและหมายปองนางทันที
แม้หว่านเอ๋อร์จะยืนกรานขายแค่ศิลปะ แต่จะทนแรงกดดันจากคุณชายสี่แห่งจวนอัครมหาเสนาบดีได้ยังไง?
ผู้ดูแลย่านเริงรมย์หลวงกล่อมเขาไม่สำเร็จ เลยพยายามเกลี้ยกล่อมให้หว่านเอ๋อร์ยอมจำนน
ผลปรากฏว่า หว่านเอ๋อร์ที่ดูอ่อนหวานกลับมีจิตใจเด็ดเดี่ยว นางพยายามฆ่าตัวตายด้วยการเอามีดสั้นแทงท้องตัวเอง
สุดท้าย เรื่องร้อนถึงเสนาบดีกรมพิธีการต้องถ่อไปขอความเมตตาถึงจวนอัครมหาเสนาบดี เจ้าของร่างเดิมจึงถูกลากตัวกลับไปและโดนพี่สาวคนโตขังลืม
เรื่องที่จะเคลมนางโลมอันดับหนึ่งแห่งย่านเริงรมย์หลวงจึงเป็นอันพับไป
หลังเหตุการณ์นี้ ชื่อเสียงของหว่านเอ๋อร์ในเมืองหลวงก็พุ่งกระฉูด!
ยังไงซะ นางก็เป็นผู้หญิงที่แม้แต่ฟู่เทียนหลิงจอมมารยังไม่ได้แอ้ม
แถมยังทำให้เสนาบดีกรมพิธีการต้องออกโรงไปเคลียร์ถึงจวนอัครมหาเสนาบดี
มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน?
มองย้อนกลับไปหรือมองไปข้างหน้าอีกพันปี นี่คือเหตุการณ์ระดับทอล์คออฟเดอะทาวน์ชัดๆ!
เมื่อเรื่องนี้ถูกเล่าขานกันอย่างออกรส ชื่อเสียงของหว่านเอ๋อร์ก็ยิ่งโด่งดังเป็นเงาตามตัว
เมื่อสายตาของฟู่เทียนหลิงตกกระทบหว่านเอ๋อร์ มือที่กำลังดีดพิณของนางสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
ดูเหมือนหว่านเอ๋อร์จะยังกลัวฟู่เทียนหลิงอยู่มาก แค่เขาหันมองก็ส่งผลกระทบต่อนางแล้ว
แสดงว่าฟู่เทียนหลิงสร้างบาดแผลในใจนางไว้ใหญ่หลวงนัก
"คุณชายสี่ ข้าขอดื่มคารวะท่านหนึ่งจอก"
ทันใดนั้น คุณชายในชุดผ้าไหมหรูหราก็เดินเข้ามาขอชนแก้ว ท่าทางนอบน้อมถ่อมตน
เขาดูผอมแห้ง หน้าซีดเซียว เห็นชัดว่าร่างกายทรุดโทรมเพราะสุรานารี
ฟู่เทียนหลิงเมื่อก่อนก็มีสภาพแบบนี้ แต่หลังจากได้รางวัลการบ่มเพาะขั้นเก้าจากระบบ สุขภาพเขาก็ดีขึ้นมาก
แถมยังผ่านการชำระไขกระดูกมาแล้ว ตอนนี้ฟู่เทียนหลิงจึงดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะ
ฟู่เทียนหลิงเงยหน้ามองเขาแล้วเอ่ยเรียบๆ "แจ้งชื่อมา"
คุณชายชุดหรูทำหน้าประจบ "ข้าชื่อหร่วนอวี่เจ๋อ พ่อข้าคือหร่วนอวี่ถัง คารวะคุณชายสี่ขอรับ"
ทำไมชื่อนี้คุ้นๆ หู?
อ้อ!
คนที่ให้แต้มชื่นชมเมื่อกี้นี่เอง
ถึงชื่อเสียงเขาจะเหม็นโฉ่ในฐานะคุณชายเจ้าสำราญอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง แต่ 'ความฉาวโฉ่' ก็ถือเป็นความดังรูปแบบหนึ่งนะ!
มีแฟนคลับสักคนสองคนก็เป็นเรื่องปกติ
ด้วยนิสัยเก็บตัวและบิดเบี้ยวของเจ้าของร่างเดิม เขาคงไม่สนใจ
แต่ฟู่เทียนหลิงต่างออกไป เขาคิดว่าการเลี้ยงลูกน้องไว้บ้างก็ดี เผื่อเรียกใช้สอยในอนาคต
"ที่แท้ก็ลูกชายหัวหน้าศาลต้าหลี่ นั่งสิ!"
จากความทรงจำบางส่วนของเจ้าของร่างเดิม พอได้ยินชื่อ ฟู่เทียนหลิงก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
แต่ฟู่เทียนหลิงมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมแค่บางส่วน ไม่ครบถ้วน ไม่แน่ใจว่าเป็นผลจากการทะลุมิติหรือเปล่า
นอกจากนี้ เขาอ่านนิยายเรื่องนี้ไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งในห้า เลยพอรู้จักตัวละครหลายตัว
ในฐานะลูกชายหัวหน้าศาลต้าหลี่ สถานะเขาก็ไม่ธรรมดา แต่ถ้าเทียบกับเขาที่เป็นลูกชายสายตรงของอัครมหาเสนาบดี ก็ยังห่างชั้นกันอยู่มาก
ได้ยินคำเชิญของฟู่เทียนหลิง หร่วนอวี่เจ๋อก็อึ้งไปเล็กน้อย เพราะกิตติศัพท์ความเข้าถึงยากของฟู่เทียนหลิงเป็นที่รู้กันทั่ว
ไม่นึกว่าจะชวนนั่งด้วยท่าทีเป็นกันเองขนาดนี้ หร่วนอวี่เจ๋อทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
หร่วนอวี่เจ๋อนั่งลงข้างฟู่เทียนหลิง ยกจอกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
ฟู่เทียนหลิงก็ยกจอกขึ้นดื่มจนหมดเช่นกัน
ระหว่างดื่ม ฟู่เทียนหลิงถามขึ้น "น้องหร่วน เคยได้ยินข่าวลือเรื่องนายน้อยผู้นี้กับหว่านเอ๋อร์ไหม?"
หร่วนอวี่เจ๋อยิ้มแห้งทันที จะให้ตอบยังไงดีล่ะเนี่ย?
ฟู่เทียนหลิงเห็นท่าทางลำบากใจของหร่วนอวี่เจ๋อ "ในย่านเริงรมย์หลวง เราคุยกันแบบพี่น้อง ไม่ต้องเกร็ง"
หร่วนอวี่เจ๋อตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ย่อมเคยได้ยินขอรับ แม่นางหว่านเอ๋อร์โด่งดังขนาดนี้ ส่วนใหญ่ก็เพราะคุณชายสี่"
"น้องหร่วนพูดถูก ถ้านายน้อยผู้นี้ไม่บีบให้นางฆ่าตัวตาย นางจะมีชื่อเสียงขนาดนี้ได้ยังไง? แต่นางกลับไม่ยอมนอนกับข้า ไม่รู้จักบุญคุณจริงๆ ใจผู้หญิงนี่มันน่ากลัวที่สุด!"
ฟู่เทียนหลิงตบไหล่หร่วนอวี่เจ๋อ ท่าทางเป็นกันเอง
ได้ยินคำพูดหน้าด้านๆ แบบนี้ มุมปากหร่วนอวี่เจ๋อกระตุกยิกๆ...