- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกยุทธ์ขั้นสูง แท้จริงแล้วข้าคือผู้ฝึกตนมาร
- บทที่ 60 จ้าวอวี้จาง
บทที่ 60 จ้าวอวี้จาง
บทที่ 60 จ้าวอวี้จาง
บทที่ 60 จ้าวอวี้จาง
ห้องแล็บมหาวิทยาลัยยุทธ์
"ได้ยินว่าเจ้าเป็นห่วงข้ามากงั้นรึ?" เสียงของจางเจิ้นสงแหบพร่าอย่างยิ่ง ตั้งแต่กลับมาจากนอกเมือง เขาแทบไม่ได้นอนเกินสองชั่วโมงต่อวัน หากไม่ใช่เพราะมีระดับพลังถึงระดับ 7 ร่างกายของชายชราวัยหกสิบกว่าปีคงพังทลายไปนานแล้ว
"อาจารย์ สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญนะท่าน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปร่างกายจะรับไม่ไหว"
"ข้าเป็นนักยุทธ์ เรื่องแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้"
"อาจารย์ ระดับ 7 ก็ไม่ใช่เซียนนะท่าน ท่านดูซูบซีดไปมาก"
"เจ้าแสดงความห่วงใยเสร็จแล้ว มีธุระอะไรอีกหรือไม่?" จางเจิ้นสงส่ายหน้า การอดหลับอดนอนเป็นเรื่องที่เขาทำมาตั้งแต่หนุ่ม ตอนนี้ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ เมื่อมีความคืบหน้าเขาย่อมต้องทุ่มเทเต็มที่
"ข้าได้ยินศิษย์พี่โจวพูดถึงเหตุโจรกรรมในห้องแล็บ ไม่ทราบว่าจับหัวขโมยได้หรือยังขอรับ?"
"เจ้าจะสนใจเรื่องนี้ไปทำไม?"
"จะไม่สนใจได้อย่างไร สมุนไพรวิญญาณต้นนั้นพวกเราหามาด้วยความยากลำบาก เสียสละชีวิตคนไปตั้งสิบกว่าคน กลับถูกขโมยไปง่ายๆ แบบนี้ ข้ารู้สึกไม่ยินยอม หากไม่สืบให้ชัดเจน ต่อไปของล้ำค่าอย่างอื่นก็คงถูกขโมยไปอีก ความทุ่มเทของอาจารย์จะเสียเปล่าไม่ได้"
"เอาล่ะ เรื่องนี้ปล่อยมันไปเถอะ ระบบรักษาความปลอดภัยของห้องแล็บจะถูกยกระดับขึ้น ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก เจ้าตั้งใจฝึกฝนเถอะ เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนจะเริ่มศึกใหญ่"
"ก็ได้ขอรับ อาจารย์ก็พักผ่อนบ้างนะ ข้ายังรอเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษากับท่านอยู่" เฉินหยางกล่าว การได้ทำงานในมหาวิทยาลัยยุทธ์ถือเป็นงานชั้นเลิศในสายตาชาวเมืองเจียง
จางเจิ้นสงพยักหน้าก่อนขอตัวไปทำงานต่อ เฉินหยางแวะไปหาโจวฮวนครู่หนึ่งก่อนจะจากมา
......
ห้องพยาบาลมหาวิทยาลัยยุทธ์
เวลาหกโมงเย็นคือเวลาเลิกงานของห้องพยาบาล แต่ปกติจะมีคนอยู่เวรกลางคืนหนึ่งคน
วันนี้เป็นเวรของหมอจ้าว เมื่อเพื่อนร่วมงานกลับไปหมดแล้ว เขาจึงลุกขึ้นไปรินน้ำตั้งใจจะงีบพักสักครู่ แม้ตอนกลางคืนจะไม่ค่อยมีเรื่องอะไรแต่เขาก็ต้องอยู่จนถึงเช้า
ติ๊งต่อง ยินดีต้อนรับ เสียงกริ่งดังขึ้นเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามา เขาปรือตาขึ้นมองเห็นเฉินหยางยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้า
"นักศึกษาเฉินหยาง มีตรงไหนไม่สบายอีกล่ะ?" ทั้งคู่คุ้นเคยกันดี เขาจึงเอ่ยถามอย่างเป็นกันเองพร้อมเชิญให้นั่ง
"ครั้งนี้ข้าบาดเจ็บหนักหน่อยขอรับหมอจ้าว"
"เจ็บตรงไหนล่ะ?"
"ตรงนี้ขอรับ" เฉินหยางชี้ไปที่หัวใจ
"บาดเจ็บถึงกระดูกอกเชียวรึ? อาจารย์ในมหาวิทยาลัยยุทธ์สมัยนี้มือหนักกันจังเลยนะ"
"ไม่ใช่ขอรับ ใจข้ามีปัญหาน่ะ"
"ปัญหาหัวใจรึ? เจ้ามีความรักงั้นรึ?"
"เอ่อ..."
"ข้าไม่ใช่ที่ปรึกษาปัญหาหัวใจนะ ไม่ได้จบด้านจิตวิทยามาด้วย"
"ยอดฝีมือจริงๆ หมอจ้าวช่างเป็นยอดฝีมือในการแสร้งโง่เสียจริง" เฉินหยางเบ้ปาก เพราะตอนนี้เขาให้เฉินเซิ่งยืนอยู่ข้างกายเขาแล้ว
"เฉินหยาง ข้าแสร้งโง่เรื่องอะไรกัน?"
"หมอจ้าว ข้าไม่ชอบอ้อมค้อม ข้าเป็นคนตรงไปตรงมา ขอบอกตามตรงเลยว่า ข้ามาขอแบ่งผลประโยชน์"
"อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้เรื่องอะไร สมุนไพรวิญญาณที่อาจารย์ข้าหามาได้อยู่ที่ตัวเจ้า เจอหน้ากันต้องแบ่งคนละครึ่ง นี่คือกฎของโลกยุทธ์ เจ้าคงเข้าใจนะ"
"เฉินหยาง เจ้ามาหาข้าแบบนี้ อาจารย์ของเจ้าชะ...จางเจิ้นสงรู้เรื่องไหม?" เมื่อเห็นเฉินหยางเปิดโปงความลับ หมอจ้าวกลับรู้สึกโล่งใจ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองเฉินหยางด้วยสายตาคมปราบ
"แน่นอนว่าไม่รู้ แต่เจ้าเองก็คงไม่ยากให้อาจารย์ข้ารู้ใช่ไหมล่ะ?"
"บางครั้งข้าก็ไม่รู้ว่าควรจะชมว่าเจ้าขวัญกล้าดี หรือจะว่าเจ้าโง่ดี เจ้าคิดว่าแค่คำพูดไม่กี่คำจะทำให้ข้ายอมส่งของให้รึ? เจ้าเป็นใครกัน?"
"มหาวิทยาลัยยุทธ์ซ่อนมังกรหมอบพยัคฆ์ หมอจ้าวคือหนึ่งในนั้นเรื่องนี้ข้ารู้ดี แต่เจ้าก็ควรรู้ไว้ว่าในเมื่อข้ากล้ามา ข้าย่อมต้องมีไม้เด็ด"
"หืม? ไหนลองแสดงไม้เด็ดของเจ้ามาดูซิ"
"ไม้เด็ดของข้าคือความกล้าได้กล้าเสียที่ไม่มีอะไรจะเสีย หมอจ้าว เจ้าก็รู้ภูมิหลังข้าดี ข้ามันคนจนที่กลัวความจนจับใจ ดังนั้นข้าจึงต้องปีนขึ้นไปให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
"คนบ้ามักจะตายไว เจ้าไม่รู้รึ?" สีหน้าของหมอจ้าวขรึมลงทันที พร้อมแผ่กลิ่นอายสังหารรุนแรงออกมา
"ข้าจะตายไหมไม่รู้ แต่ถ้าเจ้าลงมือตอนนี้ ไม่เกินหนึ่งวัน ข่าวว่าโจรขโมยสมุนไพรคือเจ้าจะดังไปทั่วเมืองเจียง เจ้าขวางข้าได้ แต่ขวางพี่ชายข้าไม่ได้หรอก ไม่เชื่อก็ลองดูสิ" เฉินหยางชี้ไปที่เฉินเซิ่ง ต่อให้หมอจ้าวจะซ่อนเร้นพลังไว้แข็งแกร่งเพียงใดเขาก็ไม่มีทางขวางเฉินเซิ่งได้ เฉินหยางกุมจุดอ่อนเขาไว้มิดแล้ว
"ข้าจ้าวอวี้จางมีชีวิตมาหกสิบปี ไม่เคยเห็นตัวประหลาดแบบนี้เลย เฉินหยาง เจ้าอธิบายให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม?" หมอจ้าวเปลี่ยนท่าทีทันที เขาสลายกลิ่นอายสังหารทิ้งไปแต่สายตายังคงจดจ้องที่เฉินเซิ่งด้วยความประหลาดใจ
"แบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง แล้วข้าจะบอก" เฉินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับกำลังล้อเล่น
"แบ่งให้ครึ่งหนึ่งน่ะได้ แต่เจ้าคิดว่าเจ้าจะรับมันไหวรึ?"
"ไร้สาระ ข้าบอกแล้วว่าข้ากลัวจน ทรัพยากรแบบนี้ข้าจะพลาดได้อย่างไร" เฉินหยางกล่าวอย่างแน่วแน่ ยิ่งระดับพลังสูงขึ้นการเลื่อนระดับก็ยิ่งยากขึ้น ทรัพยากรที่โรงเรียนแจกหรือที่จางเจิ้นสงช่วยเหลือนั้นเริ่มเห็นผลช้าลง เขาต้องการทะลวงสู่ระดับ 7 ของขั้นรวบรวมปราณก่อนจะเริ่มสงครามใหญ่ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้วิธีที่เสี่ยงกว่าปกติ การขู่กรรโชกหมอจ้าวยังปลอดภัยกว่าการออกไปล่าคนหรือออกไปนอกเมืองเสียอีก
"คนจนทำได้ทุกอย่างจริงๆ สินะ"
"จะให้หรือไม่ให้ คำเดียวพอ"
"ให้... แต่ข้าต้องบอกอะไรเจ้าไว้อย่างหนึ่ง"
"ว่ามา"
"เหตุโจรกรรมนั่นข้าเป็นคนทำจริง แต่จางเจิ้นสงอาจารย์ของเจ้ารู้เรื่องนี้ดี หรือจะพูดให้ถูกคือเขาร่วมมือกับข้า ข้าถึงลงมือได้สำเร็จ เจ้าทำแบบนี้ไม่กลัวจะเสียแผนการใหญ่ของอาจารย์เจ้ารึ? จางเจิ้นสงคงไม่ยกของล้ำค่าให้ข้าฟรีๆ โดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ"
"เรื่องนี้..." เฉินหยางลังเลเล็กน้อย ทำไมจางเจิ้นสงต้องทำแบบนี้?
"กลับไปเถอะเฉินหยาง ข้าจะถือว่าเจ้าไม่เคยมาที่นี่"
"ไม่ ข้าไม่ไป ข้ายังยืนยันจะเอา โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ผลที่ตามมาข้าจะรับไว้เอง" เฉินหยางยืนยัน ของล้ำค่าระดับนี้ลำพังกำลังของเขาในตอนนี้ย่อมหามาไม่ได้ แต่หากพึ่งพากำลังส่วนรวมเขาก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับแบ่ง หากสมุนไพรอยู่ที่จางเจิ้นสงเขาคงไม่กล้าแตะ แต่ในเมื่ออยู่ที่หมอจ้าวเขาย่อมต้องไขว่คว้าเอาไว้ ความทะเยอทะยานนี้เขายังพอมีอยู่
"งั้นรึ? ถ้าข้าบอกว่าที่จางเจิ้นสงร่วมมือกับข้าขโมยสมุนไพร เป็นเพราะข้าต้องการลอบสังหารสวีเหวินเทียนล่ะ?"
"ผู้บัญชาการสูงสุดงั้นรึ?"
"ใช่ กลัวแล้วรึไง? หากข้าพลาด ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องตาย เจ้าคิดว่าคนตระกูลสวีจะเมตตารึ? หากข้าทำสำเร็จ ตระกูลสวีจะคลั่งและล้างแค้นอย่างหนัก พวกเขามีอำนาจทั้งในกองทัพ การเมือง และธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ"
"แค่เนี้ย?" เฉินหยางกล่าวอย่างเฉยเมย นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็ลอบสังหารผู้บัญชาการสูงสุด สำหรับเขาแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เมืองเจียงมีคนอยากนั่งเก้าอี้นั้นนับไม่ถ้วน
"หืม? เจ้าไม่กลัวรึ?"
"ทำไมต้องกลัว?"
"การล้างแค้นที่จะตามมาไงเล่า"
"ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่า เกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ"
"แล้วถ้าข้าทำสำเร็จ เมืองเจียงต้องสูญเสียเสาหลักอย่างผู้บัญชาการสูงสุดไป เจ้าจะไม่เป็นอาชญากรของเมืองเจียงรึไง?"
"ล้อเล่นรึเปล่า ข้ามันแค่เด็กระดับ 5 ตัวเล็กๆ เมืองเจียงล่มสลายไม่ไปโทษพวกระดับ 7 ระดับ 8 แต่จะมาโทษกะจ้อยร่อยอย่างข้าเนี่ยนะ?" เฉินหยางกล่าวอย่างไร้เดียงสา การตีกินทางศีลธรรมแบบนี้เขาเจอมาจนชินแล้ว เวลาพวกท่านเสวยสุขเป็นชนชั้นนำไม่เห็นพูดถึงข้า พอเมืองจะล่มจะมาเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ
อีกอย่าง การที่เขาขู่เอาสมุนไพรไปครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเป็นการช่วยผู้บัญชาการสูงสุดทางอ้อมรึไง? สวีเหวินเทียนถ้ารู้ควรจะให้รางวัลเขาด้วยซ้ำ
"หึหึ เฉินหยาง เจ้านี่น่าสนใจจริงๆ ข้าเถียงไม่ออกเลย"
"เลิกพูดมากได้แล้ว จะให้หรือไม่ให้?"
"ให้สิ ให้แน่นอน แต่เจ้าลองหันไปมองข้างหลังดูก่อนสิ"
"เหอะ มุกตื้นๆ แบบนี้ข้าไม่หลงกลหรอก" เฉินหยางไม่หันกลับไป เขายังคงจ้องหมอจ้าวตาไม่กะพริบ มุกหลอกให้หันหลังแบบนี้เขาไม่พลาดแน่นอน
แต่แล้วเขาก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ ทำไมรอยยิ้มของหมอจ้าวมันดูเจ้าเล่ห์จัง แล้วทำไมความดันอากาศข้างหลังเขามันถึงได้ลดต่ำลงแบบนี้ล่ะ...