- หน้าแรก
- จ้าวแห่งทะเล ราชากู้สมบัติ
- บทที่ 52 ตัวเลขปริศนา ‘เจ็ด’
บทที่ 52 ตัวเลขปริศนา ‘เจ็ด’
บทที่ 52 ตัวเลขปริศนา ‘เจ็ด’
บทที่ 52 ตัวเลขปริศนา ‘เจ็ด’
เซียวเผิงตวาดใส่เฟลิกซ์อย่างหัวเสีย “เฟลิกซ์! นายทำให้อาจารย์ผิดหวังมาก! นักเปียโนที่ดีไม่ใช่แค่มีเทคนิคแพรวพราว แต่นายต้องใส่หัวใจลงไปในการบรรเลงด้วย! การเล่นแบบไร้วิญญาณเหมือนหุ่นยนต์ของนายมันใช้ไม่ได้! ถ้าแค่นี้ทำให้นายพอใจได้ล่ะก็… สู้ไปใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่งเพลงยังจะดีซะกว่า! ฉันไม่พอใจนายมาก! ไปนั่งตรงนั้นแล้วทบทวนตัวเองซะ!”
เฟลิกซ์ได้แต่กะพริบตาปริบๆ เขายังงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ไหนอาจารย์บอกว่าจะดู ‘จังหวะ’ ของเขาไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงกลายเป็นเรื่องเล่นเปียโนไร้อารมณ์ไปได้?
เขาไม่กล้าถาม ได้แต่นั่งซึมอยู่ที่ปลายโซฟาอีกด้านเพื่อ ‘ทบทวนตัวเอง’!
แต่ในใจเขาอยากจะตะโกนออกมาดังๆ ว่า “ใครก็ได้บอกทีว่า ผมต้องทบทวนอะไรกันแน่!!!”
เซียวเผิงไม่สนใจเขา แต่หยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้นวางของคาเฟ่มาอ่านอย่างสบายอารมณ์
“‘เถ้าถ่านของแองเจลา’ เหรอคะ? เป็นหนังสือที่ดีใช่ไหม?” เสียงหวานๆ ดังขึ้นข้างหู เซียวเผิงเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นหญิงสาวที่เล่นเปียโนเมื่อครู่นั่นเอง
เซียวเผิงยิ้มแล้วพยักหน้า “ใช่ครับ มันเป็นเหมือนบันทึกความทรงจำของผู้เขียน ผมชอบทัศนคติของเขาที่เผชิญหน้ากับชีวิตที่ยากลำบากได้อย่างไม่ยี่หระ นี่ผมอ่านเป็นรอบที่สองแล้ว ผมชื่อเซียวเผิง เรียกสั้นๆ ว่าเซียวก็ได้ครับ”
หญิงสาวจับมือกับเซียวเผิงด้วยรอยยิ้ม “ฉันชื่อจูลี่-โรเซน เพื่อนๆ เรียกฉันว่าจูลี่ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันขอนั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?”
“แน่นอน!” เซียวเผิงหัวเราะ “ไม่มีใครปฏิเสธคำขอของผู้หญิงสวยอย่างคุณได้หรอกครับ บริกรครับ ขอไอซ์คอฟฟี่ให้คุณผู้หญิงอีกแก้ว!”
จูลี่ชะงัก “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบดื่มไอซ์คอฟฟี่?”
เซียวเผิงยิ้ม “คนที่มีความคิดสร้างสรรค์และร่าเริงอย่างคุณ ย่อมต้องชอบดื่มอะไรที่สดชื่นอย่างไอซ์คอฟฟี่อยู่แล้ว”
จูลี่ร้อง ‘ว้าว’ “คุณทายแม่นจัง!”
เซียวเผิงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เขาจะทายไม่ถูกได้ยังไง? อากาศร้อนขนาดนี้ ใครๆ ก็ดื่มกาแฟเย็นกันทั้งนั้นแหละ!
“ถ้าฉันจำไม่ผิด เขาคือเฟลิกซ์ ผู้ชนะการแข่งขันดนตรีนานาชาติเจนีวาและไชคอฟสกีใช่ไหมคะ?” จูลี่หันไปถามเฟลิกซ์ที่นั่งเงียบอยู่
เฟลิกซ์พยักหน้า “สวัสดีครับคุณโรเซน ผมเฟลิกซ์-อีฟ-วอลเตอร์”
จูลี่ดีใจ “เป็นคุณจริงๆ ด้วย! ฉันขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ? แม่ของฉันชอบการเล่นเปียโนของคุณมากเลย! คุณเป็นอัจฉริยะจริงๆ!”
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เฟลิกซ์ก็พูดอย่างขมขื่น “อาจารย์ของผมเพิ่งจะว่าผมโง่อยู่เลยครับ!”
จูลี่มองเซียวเผิงอย่างประหลาดใจ “เซียว คุณเป็นอาจารย์ของเฟลิกซ์เหรอ?”
เซียวเผิงยิ้มแล้วพยักหน้า “เขาเรียกผมแบบนั้นครับ”
“คุณไม่เข้มงวดกับเขาเกินไปหน่อยเหรอคะ?” จูลี่อุทาน “การแสดงของเขาเมื่อกี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเลยนะ!”
เซียวเผิงส่ายหน้า “ถ้ามันไร้ที่ติจริง ป่านนี้เขาคงไปไกลกว่านี้แล้วครับ เขายังต้องพัฒนาอีกเยอะ แน่นอนว่าเขามีเทคนิคที่เหนือกว่าเด็กวัยเดียวกัน แต่เขายังเด็กเกินไป จิตใจยังไม่มั่นคง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของเขา หน้าที่ของผมคือช่วยปรับทัศนคติของเขา”
“คุณเชี่ยวชาญเรื่องการปรับทัศนคติด้วยเหรอคะ?” จูลี่มองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง
เซียวเผิงยิ้ม “เอาอย่างนี้ไหม เรามาทดสอบอะไรเล็กๆ น้อยๆ กัน”
จูลี่พยักหน้า “ได้สิคะ!”
เซียวเผิงยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้จูลี่ “คุณพิมพ์เบอร์โทรของคุณลงไป แล้วผมจะส่งข้อความไปให้ แต่ห้ามเปิดดูเด็ดขาด เดี๋ยวผมจะถามคำถามหนึ่งข้อ พอคุณตอบแล้วค่อยเปิดดูข้อความ แล้วคุณจะพบว่ามันคือคำตอบที่คุณเพิ่งพูดไป!”
“เป็นไปไม่ได้!” จูลี่สวนทันที
เซียวเผิงยิ้ม “ไม่ลองดูจะรู้ได้ยังไงล่ะครับ?”
จูลี่รับโทรศัพท์ของเซียวเผิงมา หลังจากที่เขาพิมพ์ข้อความส่งไปแล้ว เขาก็กำชับ “ห้ามแอบดูคำตอบก่อนนะ!”
จูลี่พยักหน้า “ได้ค่ะ ถามมาเลย”
เซียวเผิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดช้าๆ ว่า “สมมติว่าตอนนี้คุณอยู่ในดินแดนที่ท้องฟ้ามีสายรุ้งพาดผ่านตลอดเวลา คุณได้พบกับสโนว์ไวท์ และใช้ชีวิตอยู่กับเธออย่างมีความสุขเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์” พูดถึงตรงนี้เขาก็เร่งจังหวะขึ้น “ตอนนี้...เลือกตัวเลขมาตัวหนึ่งจากหนึ่งถึงสิบ!”
จูลี่ตอบโดยไม่ลังเล “เจ็ด!”
เซียวเผิงยิ้ม แล้วพยักพเยิดไปทางโทรศัพท์ของจูลี่ “ตอนนี้คุณดูโทรศัพท์ได้แล้ว”
จูลี่เปิดข้อความดู ก็พบว่าเป็นตัวเลขเจ็ดจริงๆ! เธอถามด้วยความประหลาดใจ “คุณทำได้ยังไง?”
เซียวเผิงยิ้ม “ผมอยากจะอธิบายให้ฟังนะ แต่มันเป็นความลับ แต่บอกได้อย่างหนึ่งว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน มันใช้ได้กับคนที่มีจิตใจดีเท่านั้น”
“ทำไมคะ?” จูลี่ไม่เข้าใจ
เซียวเผิงเขย่าโทรศัพท์ของตัวเอง “ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงจิตใจดี จะยอมให้เบอร์โทรศัพท์กับคนแปลกหน้าง่ายๆ ได้ยังไงล่ะครับ?”
จูลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะอย่างมีความสุข “ถ้ารู้ว่าคุณเป็นคนที่น่าสนใจขนาดนี้ ฉันคงให้เบอร์คุณไปเองตั้งแต่แรกแล้วค่ะ”
“แต่ก่อนหน้านี้คุณไม่รู้ไม่ใช่เหรอครับ?” เซียวเผิงถามกลับ
ทั้งสองคนหัวเราะพร้อมกัน
ในขณะนั้นเอง เพื่อนของจูลี่สองคนก็เดินเข้ามา “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะจูลี่ ได้เวลาแล้ว” เธอพูดพลางชี้ไปที่นาฬิกาข้อมือ
จูลี่หันไปมองเพื่อนๆ แล้วชวนเซียวเผิง “พวกเราจะไปนั่งที่บาร์ คุณยากไปด้วยกันไหมคะ?”
เซียวเผิงมองเฟลิกซ์แล้วส่ายหน้า “ขอบคุณสำหรับคำเชิญครับ แต่ผมมากับเด็ก คงไม่สะดวกที่จะไปบาร์”
เฟลิกซ์รีบเถียง “ผมไม่ได้เด็กแล้วนะครับ!”
เซียวเผิงกล่าว “นั่นเป็นความคิดของนายเอง ในฐานะอาจารย์ ฉันต้องรับผิดชอบต่อการเติบโตของนาย จูลี่ ผมขอโทษจริงๆ แต่ผมมีหน้าที่ที่ต้องทำ”
“แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณทายคำตอบที่ฉันคิดได้ยังไง!” จูลี่พูดอย่างเสียดาย
“เรายังมีโอกาสได้เจอกันอีกไม่ใช่เหรอครับ?” เซียวเผิงตอบ
จูลี่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความให้เซียวเผิง จากนั้นก็กระซิบข้างหูเขาว่า “ฉันอยากจะอยู่กับคุณต่อนะ แต่ฉันสัญญากับเพื่อนไว้ว่าจะไปบาร์ ฉันส่งหมายเลขห้องพักของฉันให้คุณแล้ว คืนนี้ฉันอยากรู้ให้ได้ว่าคุณทำแบบนั้นได้ยังไง”
พูดจบเธอก็จูบที่แก้มของเซียวเผิงแล้วลุกขึ้นเดินจากไปทันที
หลังจากจูลี่จากไป เซียวเผิงก็ยิ้มอย่างภูมิใจแล้วเขย่าโทรศัพท์ให้เฟลิกซ์ดู “เห็นไหม? จีบสาวไม่ยากเลยใช่ไหม?”
“คุณทำได้ยังไงกันแน่?” เฟลิกซ์อ้าปากค้าง
เมื่อกี้ตอนที่เซียวเผิงถามคำถาม ตัวเลขแรกที่เขาคิดถึงก็คือเจ็ดเหมือนกัน!