- หน้าแรก
- จ้าวแห่งทะเล ราชากู้สมบัติ
- บทที่ 32 เด็กเกรียนๆ ย่อมมีผู้ปกครองเกรียน
บทที่ 32 เด็กเกรียนๆ ย่อมมีผู้ปกครองเกรียน
บทที่ 32 เด็กเกรียนๆ ย่อมมีผู้ปกครองเกรียน
บทที่ 32 เด็กเกรียนๆ ย่อมมีผู้ปกครองเกรียน
มิเชล เจ้าของร้านกาแฟรู้สึกเศร้าใจยิ่งกว่าเซียวเผิง
เขาอุตส่าห์โฆษณาไปแล้วว่าเซียวเผิงอยู่ที่นี่ แต่ผลปรากฏว่าเขากำลังจะไปแล้ว
หลังจากที่เซียวเผิงถ่ายรูปกับเขามากมายแล้วก็แลกเบอร์โทรศัพท์กัน สัญญาว่าพอเรื่องวุ่นวายนี้ซาลงแล้วจะกลับมาอ่านหนังสือต่อแน่นอน มิเชลถึงได้อารมณ์ดีขึ้นหน่อย
หลังจากที่เซียวเผิงกับปาสคาล์ไปคืนหนังสือที่ห้องสมุดแล้ว ทั้งคู่ก็เดินไปยังนอกเมือง รถของปาสคาล์จอดอยู่ที่นั่น
ถนนที่นี่แย่ยิ่งกว่าย่านเมืองเก่าของมาร์กเซยเสียอีก ถนนส่วนใหญ่สามารถให้รถวิ่งได้แค่คันเดียว ดังนั้นจึงเปิดให้ใช้แค่ถนนสายหลักไม่กี่สาย ส่วนถนนสายอื่นก็ห้ามรถยนต์สัญจร และการจอดรถก็ไม่สะดวกอย่างมาก ดังนั้นหลายคนจึงจอดรถไว้ข้างนอกแล้วเดินเข้ามา---เพราะถึงยังไงแล้ว ‘เมืองเอ็กซ์’ ที่ว่านี้ เดินจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งก็ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที...
เซียวเผิงกับปาสคาล์เพิ่งจะเดินออกจากตัวเมืองยังไม่ถึงลานจอดรถดี รถ SUV สีดำยี่ห้อเรโนลต์คันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาทั้งสองคน คนขับเหยียบเบรกดังลั่น แต่เห็นได้ชัดว่ารถเสียการควบคุม ยางรถเสียดสีกับพื้นถนนจนเกิดเสียงดังแสบแก้วหู
เซียวเผิงตาไว มือไว เขากระโดดถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วคว้าตัวปาสคาล์ดึงถอยหลังมาด้วย รถคันนั้นเฉียดพวกเขาไปแล้วชนเข้ากับกำแพงข้างทาง
“ขับรถภาษาอะไรวะ!” เซียวเผิงด่าออกมาทันที “แกเกือบจะฆ่าคนแล้วรู้ตัวไหม?”
ปาสคาล์ยังคงขวัญเสียอยู่ เขาพูดอยู่ข้างๆ “เซียว ขอบคุณนะ นายช่วยชีวิตฉันไว้”
เซียวเผิงกลับโมโหไม่น้อย เขาเองก็ตกใจเหมือนกัน เมื่อกี้ถ้าเขาไหวตัวไม่ทัน เขาคงจะเป็นคนแรกที่โดนชน
คนขับในตอนนี้กลับเปิดประตูรถแล้วเดินลงมา “โอ้ พระเจ้าช่วย ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะเป็นแบบนี้ โชคดีที่ไม่เป็นอะไร ขอโทษนะครับ ผมตกใจมากเลย ฮือๆๆๆๆๆ...”
เซียวเผิงมองดูผู้ก่อเหตุตรงหน้าแล้วไม่รู้จะพูดอะไรดี ผู้ก่อเหตุตกใจจริงๆ ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลจนดูไม่ได้เลย
“นี่มันเด็กเกรียนบ้านไหนวะ? ผู้ใหญ่ไม่บอกรึไงว่าเด็กขนาดนี้ขับรถไม่ได้!” เซียวเผิงด่าอย่างหัวเสีย
คนที่ขับรถเป็นเด็กผู้ชาย ดูแล้วอายุก็แค่สิบขวบกว่าๆ ถึงแม้จะเป็นคนผิวขาว แต่หน้าตาก็เห็นได้ชัดว่ามีเค้าโครงของคนตะวันออกกลาง
“ขอโทษครับคุณอา ผมตกใจมากจริงๆ” เด็กชายร้องไห้ไม่หยุด
เซียวเผิงจ้องตาเขม็ง “ฉันไม่สนว่านายจะตกใจรึเปล่า นายอยู่ที่ไหน? เบอร์โทรศัพท์ผู้ปกครองอะไร? ถ้านายบอกว่าไม่รู้ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”
พูดจบเซียวเผิงก็ขยิบตาให้ปาสคาล์ ปาสคาล์เข้าใจทันที เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำท่าเหมือนจะโทรแจ้งตำรวจ
นี่เป็นการขู่เด็กชายคนนี้เพื่อให้เขาเรียกผู้ปกครองมา ส่วนเรื่องโทรแจ้งตำรวจน่ะเหรอ? ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก
ยังไม่พูดถึงประสิทธิภาพของตำรวจมาร์กเซย ตามกฎหมายปัจจุบันของที่นี่ เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีที่ก่ออาชญากรรมจะได้รับการยกเว้นความผิด ทำไมแก๊งอันธพาลที่นี่ถึงชอบรับเด็กๆ เข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อก่ออาชญากรรม มันก็เพราะเหตุนี้แหละ
เมื่อเห็นปาสคาล์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เด็กชายก็รีบวิ่งไปที่ข้างตัวปาสคาล์แล้วห้ามไว้ “คุณอาครับ ได้โปรดอย่าโทรแจ้งตำรวจเลยครับ”
เซียวเผิงกับปาสคาล์มองหน้ากันด้วยความสงสัย เซียวเผิงขมวดคิ้วคิด เด็กตัวแค่นี้หน้าตาออกไปทางต่างชาติขับรถซิ่งไปทั่วแถมยังไม่ให้แจ้งตำรวจ นี่มันไม่ใช่เด็กที่แก๊งอันธพาลรับมาเลี้ยงไว้หรอกนะ?
ที่นี่ก็มีผู้ลี้ภัยอยู่ไม่น้อย แก๊งอันธพาลบางแก๊งก็ชอบใช้เด็กแบบนี้ก่ออาชญากรรม
เขายังไม่ทันได้พูด เรื่องที่เกิดขึ้นต่อมาก็ยิ่งพิสูจน์ความคิดของเขา รถ MPV สีดำยี่ห้อเรโนลต์ ‘กรองด์ เซนิก’ (Grand Scénic) คันหนึ่งพุ่งมาจอดตรงหน้าพวกเขา มีคนลงมาจากรถห้าคน ดูแล้วก็ไม่ใช่คนดีสักคน ส่วนเด็กชายคนนั้นพอเห็นคนที่มาก็มีสีหน้าหวาดกลัว รีบไปหลบอยู่ข้างหลังเซียวเผิงทันที
“เฮ้ พวกแกทำอะไร” เซียวเผิงยังไม่ทันได้พูด ชายไว้เคราแพะสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกก็ตะคอกขึ้นมาก่อน
เซียวเผิงถามกลับ “แกเป็นใคร? เป็นผู้ปกครองของเด็กเกรียนคนนี้รึไง?”
“ใช่ มีปัญหาอะไรไหม?” ชายไว้เคราแพะมองเซียวเผิง น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวกว่าเซียวเผิงเสียอีก
เซียวเผิงพูดทันที “มีปัญหาอะไรเหรอ? ปัญหาใหญ่เลยล่ะ เด็กตัวแค่นี้ขับรถบนถนนแถมยังเกือบจะชนคนอีก”
“เกือบจะชนคนเหรอ? นี่มันก็ยังไม่ชนไม่ใช่รึไง แกทำให้เด็กตกใจแล้วจะทำยังไง? แกรับผิดชอบไหวเหรอ? เฟลิกซ์ มาหาลุงนี่มา” คำพูดของชายไว้เคราแพะทำเอาเซียวเผิงโกรธจนแทบจะตาย มีเด็กเกรียนแบบไหนก็ย่อมมีผู้ปกครองเกรียนแบบนั้นจริงๆ
เขามองไปที่เด็กชายที่ชื่อเฟลิกซ์ แต่เด็กชายกลับไม่ฟังคำพูดของชายไว้เคราแพะ ยังคงหลบอยู่ข้างหลังเซียวเผิง
เซียวเผิงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วชี้ไปที่ชายไว้เคราแพะ “ฉันขี้เกียจจะเสียเวลากับแกแล้ว ให้ตำรวจมาตัดสินถูกผิดแล้วกัน”
ในเมื่อมีผู้ใหญ่อยู่ก็ให้ตำรวจมาจัดการได้
“อย่าแจ้งตำรวจนะ!” ชายไว้เคราแพะเห็นเซียวเผิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็รีบห้าม “เอาอย่างนี้แล้วกัน ยังไงก็ยังไม่ชน ฉันให้พวกนายหนึ่งร้อยยูโรเรื่องนี้ก็จบกันไป” พูดจบเขาก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋า แล้วหยิบเงินหนึ่งร้อยยูโรออกมาส่งให้เซียวเผิง
“หนึ่งร้อยยูโร?” เซียวเผิงแค่นเสียง ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่แน่ว่าเขาอาจจะรับไปแล้ว แต่ตอนนี้เหรอ? คิดจะใช้เงินหนึ่งร้อยยูโรมาปิดปากคนเหรอ? เหอะๆ
เด็กชายที่ชื่อเฟลิกซ์ร้อนใจขึ้นมา “อย่ารับเงินนะครับ พวกเขาเป็นคนไม่ดี ผมไม่ไปกับพวกเขา ผมหนีออกมาจากพวกเขานั่นแหละ”
“เฟลิกซ์ แกพูดจาเหลวไหลอะไร” ชายไว้เคราแพะดุเด็กชายเสร็จแล้วก็หันไปพูดกับเซียวเผิง
แต่ในตอนนี้เสียงของปาสคาล์ที่เงียบมาตลอดก็ดังขึ้นมาจากข้างหลังเซียวเผิง “สถานีตำรวจเหรอครับ? ผมขอแจ้งความ”
นี่มันเป็นสไตล์ของปาสคาล์จริงๆ เซียวเผิงยังคงโต้เถียงกับชายไว้เคราแพะอยู่ แต่เขาโทรแจ้งตำรวจไปแล้ว
ชายไว้เคราแพะเห็นแล้วก็ตกใจ ชายฉกรรจ์ที่อยู่ข้างหลังเขาไวกว่า เขาอยู่ใกล้ปาสคาล์อยู่แล้ว เขาตบมือปาสคาล์ทีเดียวโทรศัพท์ก็กระเด็นไป ได้ยินเสียง ‘แคร็ก’ โทรศัพท์ของปาสคาล์ก็แตกละเอียด และการตบครั้งนั้นก็โดนมือของปาสคาล์ด้วย หลังมือของปาสคาล์แดงเถือกไปหมด
“ปาสคาล์” เซียวเผิงร้องอุทาน เขาไม่คิดว่าคนพวกนี้จะลงมือทันที
ส่วนชายฉกรรจ์คนนั้นก็เอียงคอมองเห็นว่าในมือของเซียวเผิงก็มีโทรศัพท์อยู่เหมือนกัน ก็ยื่นมือมาจะแย่งโทรศัพท์ของเซียวเผิงทันที
ตอนนี้สายตาของเซียวเผิงดีเลิศ เมื่อเห็นมือของชายฉกรรจ์พุ่งเข้ามา เขาก็ปัดมือของชายฉกรรจ์คนนั้นออกไปตามสัญชาตญาณ ผลก็คือเสียง ‘เพียะ’ ดังขึ้น ชายฉกรรจ์ร้องโหยหวนแล้วกุมมือตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“ไอ้ไก่อ่อน ตบมือทีเดียวร้องอย่างกับจะคลอดลูก” เซียวเผิงตกใจกับเสียงร้องโหยหวนของชายฉกรรจ์คนนั้น ปฏิกิริยานี่มันจะรุนแรงเกินไปหน่อยไหม? แต่ทันใดนั้นเขาก็ตกตะลึงไปเอง หลังมือของชายฉกรรจ์คนนั้นบวมแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ภาพนี้ทำเอาทุกคนตะลึงไปหมด แต่ชายฉกรรจ์คนนั้นกลับได้สติกลับมาก่อน “พวกแกยืนบื้ออยู่ทำไม? เข้าไปสิวะ!”
พอได้ฟังคำพูดของเขา นอกจากชายไว้เคราแพะแล้ว อีกสามคนก็พุ่งเข้ามาล้อมเซียวเผิงทันที
“เซียว โยนโทรศัพท์มาให้ฉัน ฉันจะแจ้งตำรวจ” ปาสคาล์เห็นภาพนี้แล้วก็รู้สึกกังวลเล็กน้อยจึงตะโกนขึ้นมา
เซียวเผิงไม่เพียงแต่ไม่กังวล ตรงกันข้ามกลับหัวเราะออกมา
เขาเข้าใจแล้วว่าปัญหาอยู่ที่ไหน---ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โปรดเรียกฉันว่า ‘ออคโตปุสแมน’
ปลาหมึกยักษ์เคลื่อนไหวช้าเหรอ?
คนที่พูดแบบนั้นคือคนที่ไม่เคยเห็นปลาหมึกยักษ์ล่าเหยื่อ ใช้คำว่า ‘เร็วปานสายฟ้าแลบ’ มาอธิบายก็ยังไม่เกินจริงเลย และปลาหมึกยักษ์ยังมีพละกำลังมหาศาล สามารถยกของที่หนักกว่าน้ำหนักตัวถึง 28 เท่าได้ แม้แต่ฉลามก็ยังอยู่ในเมนูอาหารของปลาหมึกยักษ์ขนาดใหญ่เหล่านั้น
ทั้งเร็ว ทั้งแรง แถมยังมีสายตาที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย เจอสถานการณ์แบบนี้จะทำยังไงดี?
ฉัน! จะ! ซัด! แม่ง! สิบ! คน!