เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 คั่นเวลาระหว่างอบรม

บทที่ 18 คั่นเวลาระหว่างอบรม

บทที่ 18 คั่นเวลาระหว่างอบรม


โรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายในแห่งเมืองหลวงกับโรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวงอยู่บนถนนสายเดียวกัน

แม้จะเป็นครั้งแรกที่เจียงฮุยมาที่นี่ แต่เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยสักนิด

เขาถือบัตรเชิญเข้าอบรมไปลงทะเบียนที่ป้อมยามและผ่านเข้าไปได้อย่างราบรื่น

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรู้เรื่องการจัดงานวันนี้ดี และยังกระตือรือร้นช่วยบอกทางไปยังสถานที่อบรมให้อีกด้วย

บุคลากรจากโรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวง โรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวงแห่งที่ 2 โรงงานเกียร์แห่งเมืองหลวง และโรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายในแห่งเมืองหลวง รวมถึงโรงงานลูกข่ายบางแห่ง ล้วนถูกจัดให้มาร่วมอบรม

รวมๆ แล้วมีผู้เข้าอบรมประมาณห้าสิบหกสิบคน

สถานที่อบรมคือห้องประชุมใหญ่ในตึกอำนวยการของโรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายในแห่งเมืองหลวง

พอเดินเข้าไปในห้องประชุม เขาเห็นป้ายผ้าสีแดงตัวอักษรสีขาวแขวนอยู่ด้านหน้า เขียนว่า "การอบรมการบริหารคุณภาพโดยรวม (TQC) ประจำปี ครั้งที่ 1"

คนส่วนใหญ่ที่มาดูอายุไม่มากนัก เดาว่าน่าจะเป็นพวกที่ถูกแผนก "เนรเทศ" มาเหมือนเจียงฮุยนั่นแหละ

นอกจากคนจากฝ่ายเทคนิคของโรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวงสองคนที่หน้าตาคุ้นๆ เจียงฮุยก็ไม่รู้จักใครอีกเลย

คนส่วนใหญ่คงไม่อยากมาอบรมสักเท่าไหร่ บรรยากาศในห้องประชุมเลยเงียบกริบ น้อยคนที่จะมีอารมณ์เสวนาพาทีกับคนรอบข้าง

เจียงฮุยทำตัวตามน้ำ นั่งเปิดเอกสารโรเนียวหมึกกลิ่นฉุนบนโต๊ะอ่านเงียบๆ

การเปิดอ่านเอกสารพวกนี้ต้องระวังหน่อย เผลอนิดเดียวหมึกดำๆ ได้ติดเต็มมือแน่

วิทยากรเป็นรองหัวหน้าแผนกจากฝ่ายเทคนิคของโรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายใน ดูอายุประมาณสี่สิบต้นๆ ถือว่าเป็นคนหนุ่มไฟแรง

แต่เนื้อหาการบรรยายนี่สิ พูดยาก

เห็นได้ชัดว่า หลังจากเพิ่งนำแนวคิด "การบริหารคุณภาพโดยรวม" มาจากบริษัทโคมัตสึของญี่ปุ่น ทางโรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายในเองก็ยังไม่ได้เข้าใจหรือตกผลึกอย่างถ่องแท้

เจียงฮุยฟังไปพลางคิดไปพลางว่าจะเอาเนื้อหาการอบรมนี้ไปใช้เล่นงานซัพพลายเออร์ของโรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวงยังไงดี เวลาเลยผ่านไปค่อนข้างไว

"อาจารย์!"

"อาจารย์ครับ!"

พอเลิกงาน เจียงฮุยปั่นจักรยานออกมาพ้นประตูใหญ่โรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายใน ก็เห็นเฉินเฉินซิงยืนโบกมือรออยู่ที่หน้าประตู

"เฉินซิง มีอะไรหรือเปล่า?"

เจียงฮุยกำเบรกหลัง หักแฮนด์เล็กน้อย แล้วจอดเทียบหน้าเฉินเฉินซิง

ไม่ว่าจะเป็นจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ เวลาขี่เร็วๆ ต้องกำเบรกหลังก่อนเสมอ ถ้าเอาไม่อยู่ค่อยกำเบรกหน้า

ไม่งั้นหัวทิ่มได้ง่ายๆ

แน่นอนว่าถ้าขี่ช้าๆ จะเบรกยังไงก็ได้

"อาจารย์ครับ รถบรรทุกที่โรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวงเสีย คนขับรถของที่นั่นซ่อมมาหลายวันแล้วก็ยังไม่หาย"

"ตอนนี้แผนกโลจิสติกส์ของเขาร้อนใจกันใหญ่"

พอเฉินเฉินซิงพูดแบบนี้ เจียงฮุยก็พอจะเดาทางออก

นี่กะจะหางานนอกให้เขาทำเหรอ?

แต่หมอนี่ไปรู้เรื่องในโรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวงได้ยังไง?

เหมือนจะรู้ทันความสงสัยของเจียงฮุย เฉินเฉินซิงรีบเสริมว่า "พ่อผมเป็นหัวหน้าเชฟที่โรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวงครับ สนิทกับพวกหัวหน้าแผนกโลจิสติกส์พอสมควร"

"เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมบอกที่บ้านว่าอยากเรียนซ่อมรถกับอาจารย์ พอเมื่อเช้าก่อนออกมา พ่อก็เลยฝากเรื่องนี้มาบอกครับ"

"ถ้าครั้งนี้อาจารย์ซ่อมรถบรรทุกของโรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวงได้ เขาบอกยินดีจ่ายค่าจ้างให้ 100 หยวนเลยครับ"

ค่าซ่อม 100 หยวน ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

เกือบเท่าเงินเดือนสองเดือนของเจียงฮุยเลยนะนั่น

แต่การที่พ่อของเฉินเฉินซิงยื่นข้อเสนอมาแบบนี้ มันดูเหมือนต้องการทดสอบว่าเจียงฮุยมีคุณสมบัติพอจะเป็นอาจารย์ให้ลูกชายเขาหรือเปล่า

ช่างเถอะ อยากทดสอบก็ทดสอบไป!

ก่อนจะหาเงินจากงานเขียนได้ การหารายได้พิเศษจากการซ่อมรถก็เป็นความคิดที่ไม่เลว

"อาทิตย์นี้ผมติดอบรมทั้งอาทิตย์ ไม่มีเวลาว่างหรอกนะ"

ได้ยินเจียงฮุยพูดแบบนี้ เฉินเฉินซิงรู้ทันทีว่าอาจารย์ตกลงแล้ว

"จากที่นี่ปั่นจักรยานไปโรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวงใช้เวลาประมาณชั่วโมงเดียว ไปหลังเลิกงานน่าจะทันครับ"

"ระดับฝีมืออาจารย์ ชั่วโมงสองชั่วโมงก็คงเสร็จ แล้วเราค่อยรีบกลับกัน"

"งั้นเย็นนี้ผมบอกพ่อว่า พรุ่งนี้เย็นหลังเลิกงานอาจารย์จะแวะไปดูให้นะครับ?"

ตอนนี้เฉินเฉินซิงใช้เวลาหลังเลิกงานทุกวันอ่านหนังสือพวก "โครงสร้างรถยนต์" และ "หลักการเครื่องยนต์สันดาปภายใน" แต่อ่านแต่ทฤษฎีมันน่าเบื่อ เขาหวังอยากเจอประสบการณ์จริงมากกว่า

ต่อให้แค่ได้ไปเป็นลูกมือช่วยหยิบจับก็ยังดี

"ตกลง งั้นพรุ่งนี้เย็นหลังเลิกงานผมจะแวะไปดู บอกเขาเตรียมเครื่องมือซ่อมพื้นฐานไว้ด้วยล่ะ"

วันนี้ยังไม่ได้บอกจูหลินว่าจะไม่กลับ และทางโรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวงก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะไป คงยังไปรับงานปุบปับไม่ได้

เฉินเฉินซิงเข้าใจจุดนี้ดี

แต่เจียงฮุยคิดว่าถ้าอนาคตจะหารายได้พิเศษทางนี้บ่อยๆ เขาคงต้องหาทางเตรียมเครื่องมือซ่อมรถส่วนตัวไว้สักชุด

"ไม่มีปัญหาครับ งั้นพรุ่งนี้หลังเลิกงานผมมารออาจารย์ตรงนี้นะ เดี๋ยวผมจะหิ้วโร่วเจียหมัว (แฮมเบอร์เกอร์จีน) ฝีมือพ่อมาเป็นมื้อเย็นให้ด้วย"

เฉินเฉินซิงกระตือรือร้นอยากไปด้วยมาก เจียงฮุยก็ไม่ขัดข้อง

เขายังไม่คุ้นทางไปโรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวง

มีคนรู้จักไปด้วยย่อมดีกว่า... หลังจากคุยกับเฉินเฉินซิงเสร็จ เจียงฮุยก็ปั่นจักรยานกลับหอพักสถานีอนามัย

พอกลับถึงหอพัก จูหลินก็ทำมื้อเย็นเกือบเสร็จแล้ว

ระหว่างเดินผ่านห้องพักอื่นๆ เจียงฮุยทักทายเพื่อนบ้านที่กำลังทำกับข้าวอยู่หน้าประตูห้องแบบพอเป็นพิธี

เพราะจูหลินได้หอพักทันทีที่เริ่มงาน เพื่อนบ้านบางคนเลยเขม่นเอา

ถึงจะไม่ได้พูดจาแย่ๆ ใส่ต่อหน้า แต่ก็ไม่ได้มีไมตรีจิตต่อทั้งคู่นัก

เจียงฮุยไม่ใช่คนประเภทที่จะไปประจบประแจงคนที่เย็นชาใส่เขา

ก็ดีเหมือนกัน ประหยัดพลังงานในการผูกมิตรกับเพื่อนบ้าน แค่ทักทายพอเป็นมารยาทก็พอ

ฝีมือทำอาหารของจูหลินยังสู้แม่ยายไม่ได้ แต่ถือว่ามีพรสวรรค์ใช้ได้

สองสามีภรรยากินข้าวเย็นด้วยกันอย่างหวานชื่น แล้วลงไปเดินเล่นข้างล่างก่อนกลับขึ้นมาอาบน้ำนอน

สำหรับคู่ข้าวใหม่ปลามัน ค่ำคืนย่อมเต็มไปด้วยกิจกรรมอันเร่าร้อน

การอบรมวันที่สองผ่านไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น

เขาบอกจูหลินไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว หลังเลิกงานเจียงฮุยจึงไปสมทบกับเฉินเฉินซิงที่หน้าโรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายใน แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวงทันที

โรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวงกับโรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวงอยู่คนละฟากของปักกิ่ง ทิศตะวันตกกับทิศตะวันออก

ตอนแรกๆ บรรยากาศก็ดีอยู่หรอก กินโร่วเจียหมัวที่เฉินเฉินซิงเตรียมมาไปพลางปั่นจักรยานคุยกันไปพลาง

แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทั้งคู่ก็หมดแรงจะคุย

หลังจากปั่นจักรยานหอบแฮ่กๆ มากว่าชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงประตูใหญ่โรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวง

เนื่องจากนัดแนะกันไว้แล้ว เสมียนจากแผนกโลจิสติกส์จึงมารอรับอยู่แล้ว

"พี่หลี่ นี่คือผู้เชี่ยวชาญซ่อมรถที่ผมบอกครับ เจียงฮุย อาจารย์ผมเอง"

"อาจารย์ครับ นี่พี่หลี่เจี้ยนเฟิง จากแผนกโลจิสติกส์โรงงานเหล็กกล้าเมืองหลวง พวกเราเรียกแกพี่หลี่"

เฉินเฉินซิงรู้จักคนตรงหน้าดี แต่สีหน้าของอีกฝ่ายตอนเห็นเจียงฮุยกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย

ในความคิดเขา ผู้เชี่ยวชาญซ่อมรถน่าจะเป็นคนมีอายุหน่อยไม่ใช่เหรอ?

คนตรงหน้านี่ดูจะอายุน้อยกว่าเฉินเฉินซิงด้วยซ้ำ

แต่ด้วยความที่จนตรอกแล้ว หลี่เจี้ยนเฟิงจึงไม่พูดอะไรมาก พาเจียงฮุยและเฉินเฉินซิงตรงไปยังลานจอดรถทันที

จบบทที่ บทที่ 18 คั่นเวลาระหว่างอบรม

คัดลอกลิงก์แล้ว