- หน้าแรก
- เส้นทางสู่เจ้าพ่อธุรกิจรถยนต์ เริ่มต้นที่การแต่งงานกับราชินีเมืองลับแล
- บทที่ 7 ความผิดของพนักงานชั่วคราว
บทที่ 7 ความผิดของพนักงานชั่วคราว
บทที่ 7 ความผิดของพนักงานชั่วคราว
โรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวงมีพนักงานหลายพันคน นับเป็นโรงงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเขตปักกิ่ง
ในยุคหลัง โรงงานรถยนต์มักจะจัดเวลาพักทานอาหารให้เหลื่อมกันในแต่ละแผนกเพื่อลดความแออัดในโรงอาหาร
แต่ในยุคนี้ โรงงานส่วนใหญ่มีเวลาทำงานและเวลาพักเที่ยงพร้อมกัน พอถึงเวลา ทุกคนก็แห่กันไปที่โรงอาหาร
แต่ละคนถือกล่องข้าวอลูมิเนียมหรือไม่ก็ถ้วยเคลือบ ส่งเสียงกระทบกันดังเกรียวกราวดูครึกครื้น
เจียงฮุยเดินตามเหลียวเฉิงเหวินไปต่อแถวที่ช่องขายหมูตุ๋นน้ำแดง
แม้ทุกคนจะอยากกินเนื้อ แต่แถวนี้กลับไม่ยาวมาก และส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่ยังโสด
ไม่นานก็ถึงคิวของเหลียวเฉิงเหวินและเจียงฮุย
หมูตุ๋นน้ำแดงราคาที่ละ 1.5 หยวน หน้าตา กลิ่น และรสชาติดูดีทีเดียว
ราคานี้จะว่าแพงก็ไม่เชิง แต่ไม่ใช่ราคาที่คนทั่วไปจะกินได้บ่อยๆ
เจียงฮุยเข้าใจแล้วว่าทำไมคนต่อแถวนี้ถึงน้อยกว่าที่อื่น
หมูตุ๋นน้ำแดงหนึ่งที่ ผักกาดขาวต้มหนึ่งที่ และข้าวสวยสามเหลียง
ราคารวมทั้งหมด 1.62 หยวน บวกคูปองเนื้อสามเหลียง คูปองข้าวสามเหลียง และคูปองผักอีกหนึ่งใบ
เหลียวเฉิงเหวินจ่ายค่าอาหารให้ทั้งคู่ ส่วนคูปองต่างคนต่างออก เจียงฮุยไม่ได้ขัดข้องอะไร
การเข้าสังคมก็เป็นแบบนี้แหละ มีรับมีให้ ความสัมพันธ์ถึงจะแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ
"เสี่ยวเจียง เดี๋ยวนี้การเรียนการสอนที่สถาบันเราก้าวหน้าขนาดนี้แล้วเหรอ? เขาสอนวิเคราะห์และถอดประกอบเครื่องยนต์ลึกซึ้งขนาดนี้เลยเหรอ?"
เหลียวเฉิงเหวินเริ่มชวนคุยหลังจากกินหมูตุ๋นกับข้าวไปกว่าครึ่ง
ถึงรายได้จะดี แต่เขาก็ไม่ได้กินของอย่างหมูตุ๋นน้ำแดงบ่อยนัก
เจียงฮุยก็ทำตามอย่าง เอร็ดอร่อยกับมื้อเที่ยงมื้อแรกที่โรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวง
"เมื่อไม่กี่ปีก่อน วิชาเอกที่โรงเรียนแทบไม่ได้สอนอะไรมากครับ หลายคนเรียนเขียนแบบเครื่องกลไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ เลยพลอยไม่เข้าใจวิชาหลักการเครื่องจักรไปด้วย"
"พวกวิชาความแม่นยำทางเรขาคณิต กลศาสตร์วิศวกรรม แล้วก็แคลคูลัส นักศึกษาเกินครึ่งรู้สึกเหมือนฟังภาษาต่างดาว"
"อาจารย์ก็จนปัญญา เลยสอนแต่เนื้อหาพื้นฐานมากๆ ให้ทุกคน"
"ทักษะเฉพาะทางพวกนี้ ผมตามตื๊อถามอาจารย์หลายท่านแล้วเรียนรู้เอาเองหลังเลิกเรียนครับ"
คำพูดของเจียงฮุยจริงเก้าส่วนเท็จหนึ่งส่วน
เพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่ได้รับคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยทั้งที่ยังไม่จบมัธยมต้นด้วยซ้ำ ย่อมไม่เข้าใจวิชาชีพขั้นสูงในมหาวิทยาลัยเป็นธรรมดา
ส่วนเรื่องที่เขาตื๊อถามอาจารย์ก็เป็นเรื่องจริง
เพียงแต่บางเรื่องแม้อาจารย์เองก็ยังไม่รู้ ฉะนั้นชัดเจนว่าไม่ใช่สิ่งที่เขาเรียนรู้ได้แค่จากการตื๊อถามแน่นอน
ทว่าเหลียวเฉิงเหวินคงไม่มานั่งจับผิดทีละข้อ และไม่มีทางแยกแยะได้ชัดเจนขนาดนั้น
"ระดับของนักศึกษาที่จบช่วงไม่กี่ปีมานี้ไม่เท่ากันจริงๆ มีไม่กี่คนที่เรียนรู้ทักษะจริงได้แบบคุณ แต่หลายคนแค่เรียนไปวันๆ สองสามปีก็จบ"
"อย่างหลินเทียนเซิงในแผนกเรา จบจากชิงหัวเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเขายังเรียนไม่จบประถมเลย"
"เวลาคุณต้องดีลงานกับเขาในอนาคต ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี"
เหลียวเฉิงเหวินรู้สึกสะเทือนใจเมื่อนึกถึงบัณฑิตที่เข้ามาทำงานในโรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวงในช่วงปีที่ผ่านมา
ประเด็นคือเขามีลูกน้องแบบนั้นอยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยนี่สิ
"ขอบคุณที่เตือนครับรุ่นพี่"
ทั้งสองคุยกันไปกินกันไป เหลียวเฉิงเหวินแนะนำบุคลากรในแผนกเทคโนโลยีคร่าวๆ ให้เจียงฮุยพอเห็นภาพ
พอกลับไปที่ออฟฟิศช่วงบ่ายเพื่อแนะนำตัว เจียงฮุยก็จะได้เริ่มชีวิตการทำงานอย่างเป็นทางการ
ส่วนเรื่องผลงานอันยอดเยี่ยมของเจียงฮุยที่หน้างานเมื่อเช้า ด้วยฝีมือการประชาสัมพันธ์ของ 'เฉินเฉินซิงจอมปากสว่าง' ข่าวจึงแพร่สะพัดไปทั่วแผนกเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
พนักงานรุ่นเก่าที่ตอนแรกไม่ได้สนใจเจียงฮุยเท่าไหร่ ต่างก็ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเขา
"วิศวกรเจียง ผมรู้สึกว่าคุณเชี่ยวชาญเรื่องรถมาก โดยเฉพาะเรื่องซ่อมบำรุงนี่แน่นปึ้กกว่าใครที่ผมเคยรู้จักซะอีก"
"ว่างๆ สอนผมบ้างได้ไหมครับ?"
แม้เฉินเฉินซิงจะเป็นแค่ 'ตัวประกอบ' ในแผนกเทคโนโลยี แต่อีคิวของเขาไม่ต่ำเลย
เขาไม่เคยสนใจงานในแผนกเทคโนโลยีเท่าไหร่นัก
แต่การปรากฏตัวของเจียงฮุยทำให้เขาฉุกคิดได้ว่าน่าจะลองเรียนรู้เรื่องการซ่อมบำรุงรถยนต์ดู
ถ้าใช้เส้นสายหาใบขับขี่มาได้ในภายหลัง เขาก็สามารถเปลี่ยนสายงานไปเป็นคนขับรถได้เลย
ไม่ว่าจะในปี 1978 หรือตลอดช่วงทศวรรษ 1980 อาชีพคนขับรถถือเป็น 'ชามข้าวทองคำ' ที่ใครๆ ก็ถวิลหา
ในนิยายเรื่อง โลกธรรมดา ตอนที่สวีอ้ายอวิ๋น แม่ของเถียนเสี่ยวเสีย พยายามจับคู่เถียนรุ่นเย่กับหลี่เซี่ยงเฉียน เธอเคยพูดว่า 'อาชีพของเซี่ยงเฉียนก็ดีนะ ไม่เคยได้ยินเหรอที่เขาพูดกันว่า ในแถบภูเขาบ้านเราเนี่ย แค่ได้จับพวงมาลัย ต่อให้เอาตำแหน่งนายอำเภอมาแลกก็ไม่ยอม!'
ในฐานะลูกชายข้าราชการในอำเภอหยวนซี หลี่เซี่ยงเฉียนน่าจะเข้ารับราชการได้ง่ายๆ
แต่เมื่อต้องวางแผนอาชีพ เขากลับเลือกเป็นคนขับรถ
ในมุมมองของหลี่เซี่ยงเฉียน การเหยียบคันเร่งและฟังเสียงคำรามของเครื่องยนต์มันรู้สึกดีกว่านั่งจิบชาในออฟฟิศเป็นไหนๆ
ความคิดของหลี่เซี่ยงเฉียนสะท้อนมุมมองของคนส่วนใหญ่ในยุคนั้น ห่าวหงเหมยก็เคยพูดว่า 'ในแถบภูเขาบ้านเรา คนขับรถเนื้อหอมที่สุด'
ความเชื่อที่ว่าอาชีพอื่นต้อยต่ำ มีเพียงคนขับรถเท่านั้นที่เลิศเลอ อาจเรียกได้ว่าเป็นฉันทามติของผู้คนในอำเภอหยวนซี และเป็นค่านิยมหลักของคนหนุ่มสาวเลยทีเดียว
และในภาพยนตร์เรื่อง อันเต๋อเล่อที่รับบทโดยเฉินเป่ากั๋ว ก็เป็นคนขับรถบรรทุกหนุ่มที่ขับรถบรรทุกรุ่นแม่น้ำเหลือง JN162
ในยุค 80 คนขับรถบรรทุกมีสถานะทางสังคมสูงและรายได้งามมาก
ดังนั้น อันเต๋อเล่อจึงดูหยิ่งยโสและอวดเบ่งอยู่บ้างเป็นธรรมดา
ในยุคที่การกระจายสินค้าไม่ทั่วถึงและโลจิสติกส์ไม่ราบรื่น เจ้าของสินค้าต้องอ้อนวอนคนขับรถให้ช่วยขนส่งสินค้า อันเต๋อเล่อยินดีช่วย โดยรับงานขนของเพิ่มระหว่างทางเพื่อหารายได้พิเศษ
แน่นอนว่าเขาจะรับงานหรือไม่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ และเจ้าของสินค้าต้องเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี
นั่นเป็นเรื่องราวจากงานศิลปะ แต่สถานการณ์จริงก็คล้ายๆ กัน
ดังนั้นถ้าเฉินเฉินซิงสามารถเป็นคนขับรถได้จริง มันย่อมเป็นทางเลือกที่ดีมาก
เพียงแต่การเป็นคนขับรถในยุคนี้ไม่เหมือนกับการ 'ขับแกร็บ' ในยุคหลัง เกณฑ์การคัดเลือกสูงมาก
เพราะรถเสียบ่อย คนขับรถสมัยนั้นจึงต้องซ่อมรถเป็นด้วย
ไม่อย่างนั้นก็หากินไม่ได้
ในบางพื้นที่ การเรียนขับรถต้องเข้าเรียนในโรงเรียนอาชีวะถึงสองปี ไม่ใช่แค่เรียนขับรถ แต่ต้องเรียนซ่อมบำรุงด้วย
ต้องขับเป็นและซ่อมได้ถึงจะจบหลักสูตร
เวลาขับรถทางไกล คนขับจะพกกล่องเครื่องมือและกล่องอะไหล่ไปด้วย จะได้ซ่อมเองได้ถ้ารถเสียกลางทาง
กระบวนการทำใบขับขี่สามารถคัดกรองคนออกไปได้จำนวนมาก
"ผมก็แค่พวกความรู้หางอึ่งที่ชอบคุยโม้ไปงั้นแหละครับ วันนี้บังเอิญเจอเรื่องที่รู้พอดี"
แม้เจียงฮุยจะรู้สึกว่าเฉินเฉินซิงเป็นคนที่ใช้ได้ แต่เพิ่งเจอกันวันแรก เขาคงไม่ตกปากรับคำง่ายๆ
อีกฝ่ายคงรู้ว่าการเรียนรู้ทักษะจริงไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้แค่มาเกริ่นไว้ก่อน วันหน้าค่อยๆ ตื๊อไปเรื่อยๆ
"เสี่ยวเจียง คุณพูดถูกเป๊ะเลย ปั๊มน้ำมันเครื่องมีปัญหาจริงๆ โรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายในยอมรับแล้ว"
ใกล้เวลาเลิกงาน เหลียวเฉิงเหวินเดินยิ้มร่าเข้ามาหาเจียงฮุย พร้อมแจ้งความคืบหน้าเรื่องสายการผลิตหยุดชะงักเมื่อเช้า
"ปั๊มน้ำมันเครื่องเป็นของใหม่ทั้งหมด มีแค่ล็อตนั้นที่มีปัญหา ผมเดาว่าน่าจะมีความผิดพลาดในการผลิตชิ้นส่วนข้างในสักชิ้น?"
คำพูดของเหลียวเฉิงเหวินไม่ได้ทำให้เจียงฮุยแปลกใจเลยสักนิด
"ใช่เลย พนักงานชั่วคราวคนหนึ่งประกอบชิ้นส่วนข้างในปั๊มน้ำมันเครื่องกลับด้าน ทำให้น้ำมันไหลออกมาไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของระดับปกติ"
เจียงฮุย: ...ความผิดพนักงานชั่วคราวอีกแล้วเหรอ?
นี่เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดต่อกันมาด้วยหรือเปล่าเนี่ย?