- หน้าแรก
- ไออุ่นในคืนหนาวกับสาวน้อยปริศนา
- บทที่ 20 การสืบสวน
บทที่ 20 การสืบสวน
บทที่ 20 การสืบสวน
บทที่ 20 การสืบสวน
หลังจากกลับขึ้นเตียง ไป๋อวี่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนรักของเขา
ไม่นาน เสียงยียวนกวนประสาทที่คุ้นเคยก็ดังลอดมาตามสาย อาเหว่ย เพื่อนซี้ปึกของเขานั่นเอง
"ว่าไงไอ้ลูกชาย โทรหาป๋าซะดึกดื่นขนาดนี้ ถ้าจะชวนเล่นเกมป๋าไม่ว่างนะโว้ย!"
"......"
ถึงจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่พอเจอประโยคเปิดตัวเรียกตัวเองว่า 'ป๋า' เข้าไป ไป๋อวี่ก็ยังอึ้งจนพูดไม่ออกอยู่ดี
"ช่วยหน่อยสิอาเหว่ย ไปช่วยสืบประวัติคนสองคนให้หน่อย..."
"หือ?"
อาเหว่ยที่ปลายสายคิดว่าตัวเองหูฝาด จึงเริ่มบ่นอุบ
"จะบอกให้นะไป๋อวี่ เอ็งดูหนังมากไปรึเปล่าวะ? เห็นข้าเป็นซูเปอร์แมนรึไง? จริงอยู่ที่ข้าทำงานสถานีตำรวจ แต่เอ็งก็รู้ดีนี่หว่า ในกองมีคนตั้งเยอะ นอกจากเด็กฝึกงานใหม่ไม่กี่คน ที่เหลือก็รุ่นพี่ข้าทั้งนั้น"
"ปืนยังไม่ได้แตะสักกระบอก วันไหนท้องเสียเข้างานสายยังต้องเขียนรายงานยิกๆ จู่ๆ เอ็งจะมาสั่งให้ไปสืบคนโน้นคนนี้ ถ้าคนอื่นได้ยินเข้าคงนึกว่าข้าเป็นรองผู้กำกับ หรือรองเลขาธิการใหญ่โตมาจากไหน!"
"ต่อให้เอ็งอยากให้สืบจริงๆ มันก็ต้อง..."
"ต้องจ่ายหนักหน่อยนะเว้ย!"
ไป๋อวี่ "......"
ฟังเสียงบ่นงุ้งงิ้งจากปลายสายแล้ว ไป๋อวี่ยิ่งพูดไม่ออกเข้าไปใหญ่ แม้ว่าเวลาไหว้วานให้ทำอะไร อาเหว่ยจะจัดการให้เรียบร้อยเสมอ แต่บางทีไป๋อวี่ก็อยากจะภาวนาให้มันเป็นใบ้ไปซะรู้แล้วรู้รอด
เพราะทันทีที่อ้าปาก ก็หาหาสาระไม่ได้สักนิด
นี่มันนักสืบภาษาอะไรเนี่ย?
อาจจะเพราะรู้สึกว่าไป๋อวี่เงียบไปนานผิดปกติ อาเหว่ยรีบกระแอมไอแก้เก้อ
"อะแฮ่ม ว่ามาสิ จะให้สืบใคร? แต่ตกลงกันก่อนนะ เอ็งต้องเล่ามาให้หมดตั้งแต่ต้นจนจบ ห้ามกั๊กเด็ดขาด"
เห็นอาเหว่ยเริ่มจริงจังขึ้นมาบ้าง ไป๋อวี่ก็พยักหน้า
เขาไว้ใจเพื่อนรักคนนี้อย่างไม่มีข้อกังขามาโดยตลอด ตัวติดกันมาตั้งแต่มัธยม ปรากฏตัวในทุกช่วงชีวิตของกันและกัน มิตรภาพยาวนานเกือบสิบปี
ดังนั้นเขาจึงเล่าหมดเปลือก ตั้งแต่วันที่บังเอิญเจอไป๋อวี่ชิงอีกครั้งในตรอก จนกระทั่งพาเธอกลับบ้าน
เขาเล่ารายละเอียดตอนอัดพวกแก๊งค้ามนุษย์ในตรอกเผิงหูอย่างออกรสออกชาติเป็นพิเศษ
แถมยังบรรยายฉากตบหลิวเหม่ยหลิงจนฟันร่วง และฉากเตะผ่าหมากไอ้หวงเอ๋อเหลิงจื่ออย่างละเอียด
อาเหว่ยฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยเฉพาะตอนที่ไป๋อวี่เล่าถึงจุดพีค ตอนที่เขาปรากฏตัวอย่างเท่ๆ ในตรอกเผิงหูเพื่อช่วยไป๋อวี่ชิง อาเหว่ยแทบจะกระโดดโลดเต้นอยู่ที่ปลายสาย
เชี่ยเอ๊ย มันส์พะยะค่ะ!
"เชี่ยยย ไป๋อวี่ เอ็งแม่*โครตเจ๋ง! ข้าให้ห้าบาทเลย ข้าขอยืมประสบการณ์สองวันที่ผ่านมาของเอ็งไปใช้บ้างได้ไหมวะ!"
"......."
ไป๋อวี่เงียบอีกรอบ แต่อย่างน้อยก็ดีใจที่อาเหว่ยตั้งใจฟัง
แต่ไม่นึกว่าประโยคถัดมาของอาเหว่ยจะทำเอาเขาแทบสติแตก
"สรุปคือ วันนั้นหิมะตกหนัก เอ็งกลับบ้านไปแล้วเก็บเมียกลับมาได้คนนึงโดยไม่บอกเพื่อนฝูงงั้นสิ?"
"เมียพ่องดิ!! บอกแล้วไงว่าน้องสาว น้องสาว! น้องมันอายุเท่าไหร่เอง? ช่วยจริงจังหน่อยได้ไหมวะ!!"
ไป๋อวี่กลั้นใจไม่นั่งแท็กซี่ไปกระทืบอาเหว่ยถึงบ้าน แล้วตะโกนใส่โทรศัพท์
"เชี่ย น้องมันยังเด็กอยู่เลย แล้วเอ็งก็พาน้องกลับบ้านไปทำเมียเนี่ยนะ? ยังมีความเป็นคนอยู่ไหมวะ?!"
"ไปตายซะไป๊!!!"
ไป๋อวี่กัดฟันกรอดด้วยความโมโห เมื่อเทียบกับหวงเอ๋อเหลิงจื่อและหลิวเหม่ยหลิงแล้ว ตอนนี้เขาอยากฆ่าอาเหว่ยทิ้งมากกว่าซะอีก
สำหรับไป๋อวี่ เขาเอ็นดูไป๋อวี่ชิงเหมือนน้องสาวแท้ๆ โดยไม่มีความคิดอกุศลเจือปน ดังนั้นมุกตลกพร่ำเพรื่อของอาเหว่ยในสายตาเขา มันชักจะลามปามเกินไปแล้ว
พอรู้สึกว่าไป๋อวี่กำลังจะระเบิดลง อาเหว่ยรีบยอมรับผิดและดึงบทสนทนากลับเข้าเรื่องทันควัน
"ข้าผิดไปแล้วเพื่อน สรุปคือเอ็งจะให้ข้าช่วยสืบประวัติหลิวเหม่ยหลิงกับไอ้หวงเอ๋อเหลิงจื่อนั่นใช่ไหม?"
"อือ"
ไป๋อวี่โกรธจนไม่อยากพูด ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ
"ข้าเข้าใจความรู้สึกเอ็งนะ แต่เรื่องนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด..."
น้ำเสียงของอาเหว่ยดูลำบากใจเล็กน้อยขณะพูดต่อ
"เอ็งบอกว่าไม่อยากให้ปากคำ แต่ถ้าเอ็งกับน้องสาวคนดีไม่มาให้ปากคำ ข้าจะเก็บหลักฐานยังไง?"
"เอ็งต้องเข้าใจนะว่าสังคมเราปกครองด้วยกฎหมาย ต่อให้ข้าเป็นนักสืบ ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ไปเรียกตัวใครมั่วซั่ว ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน ถ้าไม่มีหลักฐาน ไม่มีการแจ้งความ ข้าก็เปิดสำนวนสอบสวนไม่ได้ แล้วต่อให้เอ็งเลือกจะแจ้งความ..."
เสียงของอาเหว่ยชะงักไป ไป๋อวี่ขมวดคิ้ว พอจะเดาได้ว่าเพื่อนจะพูดอะไรต่อ
"ไป๋อวี่ชิงก็ต้องมาให้ปากคำที่สถานีตำรวจอยู่ดี และ... การที่เอ็งรับน้องมาอยู่ด้วย มองในมุมหนึ่งมันก็มีปัญหา... เอ็งเข้าใจที่ข้าจะสื่อใช่ไหม?"
"ถึงตอนนั้น น้องจะได้กลับบ้านกับเอ็งรึเปล่ายังไม่รู้เลย ทางเราคงต้องส่งตัวน้องไปที่นั่นเป็นอันดับแรก..."
คราวนี้ไป๋อวี่เงียบกริบจริงๆ เขารู้ดีว่าทุกคำที่อาเหว่ยพูดมาล้วนมีเหตุผล
ครั้งนี้เขาคิดตื้นเกินไปจริงๆ
"แต่ว่า..."
"แต่คนชั่วมันต้องรับกรรมสิวะ? นิสัยอย่างเอ็งกับข้า ยอมให้คนชั่วลอยนวลไม่ได้หรอก"
อาเหว่ยดัดเสียงเจ้าเล่ห์มาจากปลายสาย
"มันก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธี ยัยป้านั่นทำเรื่องชั่วช้าขนาดกล้าค้ามนุษย์ ชื่อเสียงในตรอกเผิงหูคงเหม็นเน่าน่าดู วีรกรรมคงไม่ได้มีแค่นี้หรอกมั้ง?"
"ใช่แล้ว!"
พอได้ยินอาเหว่ยพูดแบบนี้ ดวงตาของไป๋อวี่ก็เป็นประกาย ความหวังจุดประกายขึ้นอีกครั้ง
เขานึกขึ้นได้ว่าตอนที่เขาซัดหลิวเหม่ยหลิงในตรอกเผิงหู มีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ด้วย เพียงแต่พวกเขาแค่แง้มประตูดูแล้วเลือกที่จะนิ่งเฉย คงเพราะเคยโดนหลิวเหม่ยหลิงข่มขู่รีดไถค่าเช่ามาก่อน
ไป๋อวี่รีบบอกข้อมูลนี้ให้อาเหว่ยรู้
"อืม~ หัวไวใช้ได้นี่หว่า!"
อาเหว่ยแกล้งทำเสียงขรึมเหมือนคนแก่ ฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี
แต่เห็นแก่น้ำใจที่เพื่อนช่วย ไป๋อวี่เลยถอนหายใจแล้วไม่ถือสาหาความ
"งั้นเอ็งมีแผนแล้วใช่ไหม?"
"ฮี่ๆ คิดไว้แล้ว ข้าจะทำเรื่องขอหัวหน้าลงพื้นที่ไปสืบสวนที่ตรอกเผิงหู ไปถามไถ่เรื่องหลิวเหม่ยหลิงจากชาวบ้านแถวนั้น แล้วก็ถือโอกาสดูด้วยว่ามีใครอยากแจ้งความอะไรไหม ถ้าหลิวเหม่ยหลิงเคยก่อคดีอื่นไว้ ทีนี้ก็หวานหมู ขอแค่ลากตัวสองคนนั้นเข้าคุกได้ ข้ามีวิธีง้างปากพวกมันให้หมดเปลือก! แต่กฎเดิมนะเว้ย~"
เสียงเจ้าเล่ห์ของอาเหว่ยดังมาตามสาย บางทีไป๋อวี่ก็แยกไม่ออกว่าอาเหว่ยเป็นโจรหรือตำรวจกันแน่...
แต่วิธีที่เขาเสนอมาตรงใจไป๋อวี่เป๊ะ ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ อาเหว่ยพึ่งพาได้เสมอ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
"เออๆๆ กฎเดิม ถ้างานสำเร็จ เจอกันที่ร้านเดิม ข้าเลี้ยงเอง! บาร์บีคิวกับเบียร์ เดี๋ยวสั่งหอยนางรมตัวใหญ่ๆ ให้สิบตัว ไตแกะย่างอีกสิบไม้เลยเอ้า!"
"หา? นี่กะจะขุนให้อ้วนตายเลยรึไงวะ?"
เสียงหวาดผวาของอาเหว่ยดังลอดมา คราวนี้ถึงตาอาเหว่ยพูดไม่ออกบ้าง
ทว่าไป๋อวี่ไม่รอให้เพื่อนพูดต่อ เขากดวางสายทันที ปล่อยให้อีกฝ่ายยืนงงด้วยความแค้นใจอยู่คนเดียว
ไป๋อวี่ที่ยกภูเขาออกจากอกรู้สึกโล่งใจเป็นปลิดทิ้ง แม้ปกติอาเหว่ยจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่เวลาเอาจริงเอาจังกลับดูน่าเชื่อถืออย่างประหลาด เขาเชื่อว่าอาเหว่ยต้องลากคอพวกแก๊งค้ามนุษย์มารับโทษได้แน่นอน
เขาเหลือบดูเวลา ดึกมากแล้ว จึงลุกจากเตียง สวมรองเท้าแตะ ตั้งใจจะไปดูว่าไป๋อวี่ชิงหลับหรือยัง
พอเดินมาถึงห้องนั่งเล่น ก็เห็นประตูห้องของไป๋อวี่ชิงแง้มอยู่ แสงไฟสีเหลืองนวลลอดออกมา ส่องสว่างรำไรบริเวณหน้าประตูห้องนอน
"ไป๋อวี่ชิง ดึกแล้วนะ เป็นเด็กดีรีบนอนได้แล้ว!"
ไป๋อวี่เดินไปเคาะประตูเบาๆ แต่ไม่ได้ถือวิสาสะเข้าไป
เขาเป็นคนคิดรอบคอบ
เขารู้ดีว่าไป๋อวี่ชิงเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มา การให้พื้นที่ส่วนตัวแก่เธอนั้นจำเป็นมาก
"ค่าพี่ไป๋อวี่ หนูขอจดไดอารี่ย้อนหลังแป๊บหนึ่ง ถ้าไม่จดตอนนี้เดี๋ยวลืมค่ะ จดเสร็จแล้วหนูจะรีบนอนทันทีเลย!"
เสียงใสๆ ของไป๋อวี่ชิงดังมาจากในห้อง ทำเอาหัวใจของไป๋อวี่อบอุ่นขึ้นมา ตั้งแต่ได้เจอกัน เธอก็เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายแบบนี้มาตลอด
การมีไป๋อวี่ชิงอยู่ในบ้าน ให้ความรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด ดูเหมือนชีวิตวันข้างหน้าจะมีสีสันขึ้นอีกเยอะเลย
คิดได้ดังนั้น ไป๋อวี่ก็กลับไปนอน และผล็อยหลับไปในไม่ช้า