- หน้าแรก
- ไออุ่นในคืนหนาวกับสาวน้อยปริศนา
- บทที่ 9 ออกจากโรงพยาบาล
บทที่ 9 ออกจากโรงพยาบาล
บทที่ 9 ออกจากโรงพยาบาล
บทที่ 9 ออกจากโรงพยาบาล
ในยามเช้าตรู่ ไป๋อวี้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา บนเตียงข้างๆ ไป๋อวี้ชิงยังคงนอนหลับตาพริ้ม หายใจสม่ำเสมออยู่ในห้วงฝัน
เขาบิดขี้เกียจคลายความเมื่อยขบก่อนจะลุกจากเตียง สิ่งแรกที่ทำคือเดินไปใช้หลังมืออังหน้าผากของเด็กสาว
น่าดีใจที่อุณหภูมิร่างกายของเธอกลับมาเป็นปกติแล้ว นั่นหมายความว่าวันนี้เธอน่าจะออกจากโรงพยาบาลได้
เขาเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าบ้วนปาก แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารชั้นสองเพื่อซื้ออาหารเช้า
เมื่อคิดว่าเด็กสาวคงเบื่อโจ๊กเต็มที เขาจึงเลือกซื้อเกี๊ยวนึ่งหนึ่งถุงกับน้ำเต้าหู้สองแก้ว หิ้วกลับมาที่ห้องพักฟื้น
เมื่อกลับมาถึง ไป๋อวี้ชิงก็ตื่นแล้ว เธอนั่งอยู่บนเตียง ดวงตาเหม่อมองไปที่ประตูห้องอย่างเลื่อนลอย
ทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา รอยยิ้มหวานหยดย้อยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ "พี่ไป๋อวี้ กลับมาแล้วเหรอ!"
"อื้ม รู้สึกยังไงบ้าง? ตัวไม่ร้อนแล้วใช่ไหม?" ไป๋อวี้ปิดประตู แล้ววางอาหารเช้าในมือลงบนโต๊ะข้างเตียง
"อ้อ" เด็กสาวยกมือเล็กๆ ขึ้นแตะหน้าผากตัวเอง "น่าจะหายแล้วนะ ไม่เวียนหัวแล้วด้วย วันนี้คงออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ~"
"ดีแล้ว" ไป๋อวี้พยักหน้าพลางส่งตะเกียบให้เธอ "เช้านี้กินเกี๊ยวนึ่งกับน้ำเต้าหู้นะ เกี๊ยวนึ่งเพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆ รีบกินตอนร้อนๆ ล่ะ"
พอไข้ลด ดูเหมือนเด็กสาวจะอารมณ์ดีขึ้นมาก เธอรับตะเกียบไปแล้วนั่งห้อยขาแกว่งไปมาที่ขอบเตียง เคี้ยวเกี๊ยวตุ้ยๆ ด้วยท่าทางมีความสุข
ไม่นานเกี๊ยวในถุงก็พร่องไปเกือบครึ่ง
จู่ๆ เธอก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงยิ้มเจื่อนๆ ส่งเกี๊ยวนึ่งที่เหลือให้เขา "ขอโทษทีพี่ไป๋อวี้ พี่กินเถอะ!"
เพื่อเป็นการตอบรับความมีน้ำใจของไป๋อวี้ชิง ไป๋อวี้จึงยื่นมือไปดีดจมูกรั้นๆ ของเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
เขาจัดการอาหารที่เหลือจนเกลี้ยง จากนั้นทั้งสองก็ดื่มน้ำเต้าหู้คนละแก้ว ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียง ลูบท้องด้วยความอิ่มหนำสำราญ
เมื่อพยาบาลสาวเดินเข้ามาเห็นภาพคนทั้งคู่ทำท่าทางเหมือนกันเปี๊ยก เธอก็อดขำไม่ได้
เธอจับมือเล็กๆ ของเด็กสาวขึ้นมา ดึงเข็มน้ำเกลือออกอย่างชำนาญ แล้วหยิบปรอทวัดไข้แบบดิจิทัลมาวัดที่หน้าผากของเด็กสาวอีกครั้ง
36.7 องศา
"ไข้ลดแล้วนะจ๊ะ เสี่ยวไป๋อวี้ ยินดีด้วย วันนี้หนูออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว! กลับไปก็ต้องกินข้าวเยอะๆ ล่ะ อย่าให้ขาดสารอาหารอีก แล้วก็พกลูกอมติดตัวไว้บ้างกันน้ำตาลตกนะ"
"อื้อ หนูจะจำไว้" เด็กสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย
"เด็กดี!" พยาบาลสาวยิ้มบางๆ โน้มตัวลงลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเก็บขวดน้ำเกลือเปล่าเดินออกจากห้องไป
เมื่อเหลือกันอยู่เพียงสองคน บรรยากาศภายในห้องก็เงียบลงชั่วขณะ แต่ความเงียบนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน
ไม่นานนัก เด็กสาวก็เงยหน้าขึ้นเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา "พี่ไป๋อวี้ ครั้งนี้ขอบคุณพี่มากจริงๆ นะ พี่มาเฝ้าหนูตั้งนาน คงเสียเวลาทำธุระไปเยอะเลยใช่ไหม? พี่รีบกลับบ้านเถอะ หนูหายดีแล้ว เดี๋ยวหนูเองก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน..."
"ไม่ต้องขอบคุณบ่อยนักหรอก เรื่องเล็กน้อยน่า แต่ว่า..." ไป๋อวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "คืนนั้นเธอเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่มีบ้าน? แล้วเธอจะกลับไปที่ไหน?"
"อ้อ คืออย่างงี้... เมื่อวานหนูอธิบายไม่เคลียร์เองแหละ พอแม่หนูเสีย คุณลุงก็เดินทางมา... เขามาช่วยจัดการงานศพแม่ แล้วก็บอกให้หนูเก็บของในบ้านช่วงวันสองวันนี้ บอกว่าต่อไปให้หนูไปอยู่กับเขา" เด็กสาวอธิบาย พลางบีบมือตัวเองไปมาด้วยความประหม่า สายตาหลุกหลิกเล็กน้อย
"อย่างนี้นี่เอง..." ไป๋อวี้พยักหน้าช้าๆ แต่ในใจยังรู้สึกทะแม่งๆ ถ้าไป๋อวี้ชิงยังมีญาติและมีที่อยู่ แล้วทำไมกลางดึกคืนนั้นเธอถึงต้องไปเก็บขวดขายที่ร้านบาร์บีคิวด้วยล่ะ?
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถาม เด็กสาวก็รีบอธิบายต่อราวกับรู้ทัน
"ที่คืนนั้นหนูบอกว่าไม่มีบ้าน เป็นเพราะหนูพูดด้วยความโมโหน่ะ คือพอลุงมาถึง เขาก็พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับแม่หนู ตอนนั้นหนูโกรธมากเลยหนีออกจากบ้านไปเก็บขวดขาย แต่ตอนนี้หนูคิดได้แล้ว เดี๋ยวพอกลับไปหนูจะไปขอโทษลุง"
"อีกอย่างหนูออกมานานขนาดนี้ ลุงคงเป็นห่วงแย่แล้ว หนูต้องรีบกลับแล้วล่ะ ต้องขอโทษจริงๆ นะพี่ไป๋อวี้ที่ทำให้พี่ลำบากไปด้วย ต่อไปหนูจะเป็นเด็กดี ไม่วิ่งเพ่นพ่านไปทั่ว แล้วก็จะไม่ทำเรื่องโง่ๆ อีกแล้ว"
"เป็นแบบนี้นี่เอง" ไป๋อวี้พยักหน้า รู้สึกโล่งใจกับความคิดความอ่านที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นของเธอ นับว่าที่เขาดูแลมาสองวันไม่เสียเปล่า
"งั้นหนูไปก่อนนะ? พี่ไป๋อวี้" เด็กสาวสวมรองเท้า ลุกขึ้นยืนจากเตียง แล้วส่งยิ้มบางๆ ให้เขา
อาจเป็นเพราะร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ร่างบางจึงเซวูบเกือบจะล้มลง
ไป๋อวี้รีบดีดตัวลุกขึ้นเข้าไปประคองเธอไว้ น้ำเสียงเจือความห่วงใย "สภาพแบบนี้จะให้พี่วางใจได้ยังไง? ให้พี่ไปส่งดีกว่า"
ถึงแม้ 'ตรอกเผิงหู' จะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก แต่ระยะทางก็ปาเข้าไปสามสี่กิโลเมตร
แม้วันนี้ท้องฟ้าจะแจ่มใส แต่อากาศข้างนอกยังหนาวเหน็บ เขาทำใจไม่ได้จริงๆ ที่จะปล่อยให้เด็กสาวที่สวมแค่ชุดนักเรียนบางๆ เดินกลับไปตามลำพัง
"ไม่ต้องจริงๆ พี่ไป๋อวี้ หนูแค่นอนนานไปหน่อย เมื่อกี้เลยยืนไม่มั่นคง ดูสิ ตอนนี้หนูโอเคแล้วนะ" เด็กสาวพูดพลางหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบเพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเธอสบายดี
"งั้นบอกเบอร์โทรศัพท์ลุงของเธอมา พี่จะโทรบอกให้เขามารับ" ไป๋อวี้หยิบโทรศัพท์ออกมา เตรียมจะกดโทรออก
"ไม่เอานะ!" เสียงของเด็กสาวดังโพลงขึ้นกะทันหัน ทำเอาไป๋อวี้สะดุ้ง
เธอเองก็รู้ตัวว่าเผลอหลุดอาการตื่นตระหนก จึงรีบแก้ตัว "ลุงหนูแกเป็นคนแปลกๆ ปากแกเสียจะตาย พี่ไป๋อวี้อย่าโทรหาแกเลยนะ อีก... อีกอย่างหนูจำเบอร์ลุงไม่ได้ด้วย"
ไป๋อวี้มองเธอด้วยสายตาเคลือบแคลง "เอาอย่างนี้ละกัน พี่จะเรียกรถแท็กซี่ไปส่งเธอแค่หน้าปากซอย โอเคไหม? อากาศข้างนอกมันหนาวเกินไป ขืนกลับไปสภาพนี้เดี๋ยวก็ป่วยอีกหรอก"
เมื่อเห็นว่าไป๋อวี้ยืนกรานจะไปส่งให้ได้ เด็กสาวจึงจำยอมพยักหน้าตกลง
ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าประตูโรงพยาบาล อากาศด้านนอกเริ่มแจ่มใสขึ้นแล้ว
กิ่งไม้ริมทางมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราวระยับ ยามต้องลมก็สั่นไหวเบาๆ โปรยปรายเกล็ดหิมะเม็ดเล็กๆ ลงมาราวกับไข่มุก
อากาศยังคงแฝงความหนาวเย็นยะเยือก ทันทีที่พ้นตัวอาคารโรงพยาบาล เด็กสาวก็ตัวสั่นสะท้าน รีบยกแขนกอดตัวเองแน่น
ทว่าด้วยการปฏิเสธเสียงแข็งของเธอ ไป๋อวี้จึงจำใจต้องล้มเลิกความคิดที่จะถอดเสื้อกันหนาวคลุมให้
ทั้งสองเดินตามกันไปริมถนน เสียงย่ำเท้าลงบนหิมะดัง "กรอบแกรบ" ทิ้งรอยเท้าหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กไว้เบื้องหลัง
เมื่อถึงริมถนน ไป๋อวี้โบกมือเรียกแท็กซี่ แล้วขึ้นรถไปพร้อมกับเด็กสาว
"พี่คนขับครับ ไปตรอกเผิงหู"
คนขับแท็กซี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่ตรอกเผิงหู... สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าสกปรกและวุ่นวายที่สุดในเมือง
เขามีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีกับย่านนั้นเท่าไหร่ เพราะเคยมีผู้โดยสารนั่งรถไปที่นั่นแล้วชิ่งหนีไม่ยอมจ่ายเงินมาก่อน