- หน้าแรก
- ร้านนี้ขายความเทพ เชิญเสพความแกร่ง
- บทที่ 23 เต้าหู้เหม็นนี่อร่อยจริงเหรอ?
บทที่ 23 เต้าหู้เหม็นนี่อร่อยจริงเหรอ?
บทที่ 23 เต้าหู้เหม็นนี่อร่อยจริงเหรอ?
บทที่ 23 เต้าหู้เหม็นนี่อร่อยจริงเหรอ?
บล็อกเกอร์นักจับโป๊ะและพวกพ้องต่างหันมาสบตากัน มองเห็นความคิดที่ตรงกันในแววตาของแต่ละคน
เถ้าน้อยผู้นี้ดูพิถีพิถันในการทำงานมาก
หรือเขาอาจจะไม่ได้โกหก?
หรือเต้าหู้เหม็นร้านนี้จะอร่อยจริงๆ?
เมื่อเห็นว่าลู่ชวนเตรียมร้านเสร็จแล้ว บล็อกเกอร์นักจับโป๊ะก็รีบก้าวเข้าไปทันที เขาเล็งไปที่คิวอาร์โค้ดสำหรับชำระเงินที่แปะอยู่บนป้ายร้าน
เขายกโทรศัพท์ขึ้นสแกน ติ๊ด
โอ๊ะ?
30 หยวน?
ราคาไม่เบาเลยแฮะ!
เต้าหู้เหม็นที่แพงที่สุดที่เขาเคยกินยังแค่ชุดละ 25 หยวนเอง
ไม่รู้เหมือนกันว่าชุดนี้จะได้เต้าหู้เหม็นสักกี่ชิ้น
ลู่ชวนเองก็ไม่นึกว่าบล็อกเกอร์นักจับโป๊ะจะมือไวใจเร็วขนาดนี้ หลังชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก็รีบอธิบาย
"ราคานี้เป็นชุดใหญ่นะครับ ถ้าคุณอยากได้ชุดเล็ก สแกนอีกคิวอาร์โค้ดได้เลย"
พูดจบ ลู่ชวนก็รู้สึกเหมือนตัวเองพูดอะไรที่มันชัดเจนอยู่แล้ว จึงเสริมต่อว่า
"แต่ในเมื่อคุณสแกนจ่ายไปแล้ว ก็คงต้องรับชุดใหญ่ไปนะครับ อ้อ ชุดใหญ่มีเต้าหู้เหม็น 18 ชิ้น ส่วนน้ำจิ้มวางอยู่บนเคาน์เตอร์ทั้งหมด อยากให้ทาตัวไหนตอนปรุงรสก็บอกผมได้เลย"
พอบล็อกเกอร์นักจับโป๊ะได้ยินว่าชุดใหญ่มี 18 ชิ้น แม้จะยังรู้สึกว่าแพงอยู่บ้าง แต่ก็พอจะทำใจยอมรับได้
"รับทราบครับ"
เมื่อเห็นบล็อกเกอร์หนุ่มทำท่าโอเค ลู่ชวนก็พยักหน้ารับแล้วเตรียมจะก้มลงหยิบเต้าหู้
ทันใดนั้น เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
"เอ่อ... ทำไมพวกคุณไม่ไปนั่งรอบนเก้าอี้ไม้ตรงโน้นก่อนล่ะครับ? เดี๋ยวกลิ่นเต้าหู้เหม็นมันจะแรงจนรบกวนพวกคุณเอานะ"
บล็อกเกอร์นักจับโป๊ะโบกมือปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ
"โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอกครับ จะกังวลอะไรนักหนา กลิ่นเต้าหู้เหม็นก็คือกลิ่นเต้าหู้เหม็นนั่นแหละ ทำไปเถอะครับ ไม่รบกวนหรอก"
ลู่ชวนเห็นว่าทั้งบล็อกเกอร์หนุ่มและพรรคพวกด้านหลังต่างทำท่าเฉยเมย แล้วหันไปเห็นพวกฉีหยวนสามคนที่วิ่งหนีไปหลบไกลลิบ แววตาของเขาก็ฉายความรู้สึกซับซ้อนออกมาทันที
ช่างเถอะ ลูกค้าคือพระเจ้า พระเจ้าขอมา ก็จัดให้!
ลู่ชวนไม่รีรออีกต่อไป เขาก้มลงเปิดกล่องเก็บความเย็นทันที
"อุ๊บ!" "อุ๊บ!" "อุ๊บ!"... เสียงทำท่าจะอาเจียนดังขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกันที่หน้าแผงของลู่ชวน
น่าอายชะมัด... แต่ทำไมรู้สึกสะใจแปลกๆ ก็ไม่รู้แฮะ?
ลู่ชวนยืดตัวขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าดูแข็งค้างชอบกล
เขาไม่กล้ามองหน้าบล็อกเกอร์นักจับโป๊ะและคนอื่นๆ ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาทอดเต้าหู้อย่างขะมักเขม้น
ฉ่า... ฉ่า... ซู่... ฉ่า... ฉ่า... เมื่ออุณหภูมิน้ำมันสูงขึ้น เต้าหู้เหม็นสีฟ้าอ่อนก็เริ่มเต้นระบำในน้ำมันใส
กลิ่นเหม็นอันเป็นเอกลักษณ์ที่เข้มข้นเริ่มกระจายตัวออกไปพร้อมกับไอความร้อนที่พวยพุ่ง
ทันใดนั้น บล็อกเกอร์นักจับโป๊ะและพรรคพวกที่วิ่งไปหลบตรงเก้าอี้ไม้และกำลังจะหายใจทั่วท้อง ก็เริ่มมีอาการคลื่นไส้อีกรอบ
ตอนนี้ใบหน้าของบล็อกเกอร์หนุ่มซีดเผือด เขาอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ สักฉาด
ทำไมต้องอวดเก่งด้วยวะ?
เก่งนักนี่!
จ่ายเงินมาทรมานตัวเองชัดๆ!
คอยดูสิว่าเดี๋ยวจะเอาตัวรอดยังไง!
บล็อกเกอร์หนุ่มน้ำตาคลอเบ้า ตำหนิตัวเองในใจอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนคนอื่นๆ ที่ยังไม่ได้จ่ายเงินก็เริ่มทำหน้าเลิ่กลั่ก
ในเมื่อประกาศเจตนารมณ์ไปแล้ว จะแกล้งทำเป็นสแกนทีหลังแล้วชิ่งหนีไม่กินได้ไหมนะ?
แต่ละคนเริ่มตกอยู่ในห้วงความคิด... การทอดเต้าหู้เหม็นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
สรุปสั้นๆ คือ เมื่อลู่ชวนเรียกบล็อกเกอร์นักจับโป๊ะมาเลือกน้ำจิ้ม บล็อกเกอร์หนุ่มได้แต่สงสัยว่าทำไมเวลาถึงผ่านไปเร็วนัก
เขายังทำใจไม่ได้เลย...
ดังนั้น แม้ลู่ชวนจะเร่งยิกๆ บล็อกเกอร์หนุ่มก็ยังยืดาดถ่วงเวลาอยู่นานสองนาน
ในที่สุด เหลิ่งฮุยก็ทนไม่ไหว เขาคว้าคอเสื้อบล็อกเกอร์หนุ่มลากออกมาเหมือนหิ้วลูกไก่
"นายน่ะ ไปเลือกน้ำจิ้ม"
เจอกับสายตาเย็นชาของชายร่างยักษ์เข้าไป บล็อกเกอร์หนุ่มก็แทบจะร้องไห้โฮ
"ครับๆๆ ผมเลือกแล้วครับ อุ๊บ!"
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของบล็อกเกอร์นักจับโป๊ะ คนอื่นๆ ที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนเก้าอี้ไม้ต่างก็กอดคอกันกลม
ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าเถ้าน้อยไม่ได้ให้อภัยพวกเขาจริงๆ หรอก เขารอจังหวะเอาคืนอยู่นี่เอง!!!
ไอ้พ่อค้าหัวเหลืองเฮงซวย ความแค้นนี้ต้องชำระ!!!!
พวกเขาน้ำตานองหน้า สาบานว่าจะต้องแก้แค้นให้ได้
เมื่อเห็นว่าบล็อกเกอร์นักจับโป๊ะไม่อยากกินจริงๆ เหลิ่งฮุยก็อดขมวดคิ้วครุ่นคิดไม่ได้
หมอนี่ดูไม่อยากกินจริงๆ แฮะ หรือว่าจะแพ้เต้าหู้เหม็น?
น่าเสียดายแย่ เต้าหู้เหม็นอร่อยขนาดนี้
ในเมื่อเขาไม่กิน งั้นฉันกินแทนก็แล้วกัน จะปล่อยให้ของอร่อยที่เถ้าน้อยทำเสียของไม่ได้
คิดได้ดังนั้น กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเหลิ่งฮุยก็กระตุกเตรียมจะเอ่ยปาก
ทว่า บล็อกเกอร์นักจับโป๊ะที่คอยสังเกตท่าทีของเหลิ่งฮุยอย่างหวาดระแวง พอเห็นเหลิ่งฮุยขมวดคิ้ว ทำหน้าดุ แถมหน้าตากระตุก ก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว
"กินครับ ผมกินครับ ลูกพี่อย่าใจร้อน!"
พูดจบ เขาก็รีบคีบเต้าหู้เหม็นชิ้นบนสุดยัดเข้าปากโดยไม่สนความร้อน
วินาทีต่อมา บล็อกเกอร์หนุ่มที่เตรียมตัวจะอ้วกแตกกลับชะงักค้างไป
เอ๊ะ?
สัมผัสนี้?
รสชาตินี้?
ซี๊ด! ร้อน!!
แต่เขาไม่อยากคายมันทิ้งเด็ดขาด!!!
ทำไมกลิ่นถึงเหม็นบรรลัย แต่พอกินเข้าไปกลับหอมหวนชวนฝันขนาดนี้!!!
แก้มของบล็อกเกอร์หนุ่มป่องออกขณะเคี้ยวตุ้ยๆ สายตาจับจ้องไปที่ชามเต้าหู้เหม็นพูนๆ แล้วมองดูสีสันขาว ฟ้า แดง เขียว ที่ตัดกันอย่างลงตัวราวกับภาพวาดสีน้ำมัน
จู่ๆ กลิ่นเหม็นที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
"เคี้ยวๆๆ..."
"อร่อย!! อร่อยมาก!!!"
จู่ๆ บล็อกเกอร์นักจับโป๊ะก็ตะโกนลั่นฟ้า จากนั้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เขาก็คีบเต้าหู้เหม็นชิ้นแล้วชิ้นเล่ายัดเข้าปากอย่างต่อเนื่อง
ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที เต้าหู้เหม็นชามใหญ่รวมทั้งน้ำซุปมันย่องก็อันตรธานหายไปในท้องของเขาจนเกลี้ยง
"เถ้าแก่! ขออีกชาม!!!"
บล็อกเกอร์หนุ่มน้ำตาไหลพราก สำนึกผิดที่เข้าใจเถ้าน้อยผิดไป
ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกหวาดผวาที่เกือบจะพลาดของดีรสเลิศระดับระเบิดปากนี้ไป
เต้าหู้เหม็นอร่อยขนาดนี้ ราคา 30 หยวนถือว่าแพงงั้นเหรอ?
มันถูกเหมือนได้เปล่าเลยต่างหาก!
ยุคนี้มันยุคไหนแล้ว ยังจะมาบ่นเรื่องราคากันอีก?
ถามใจตัวเองดูสิ... แค่กๆ ผิดช่อง... บล็อกเกอร์หนุ่มกระแอมเบาๆ แล้วประกาศฝ่ายเดียวว่านับจากนี้ไป อาหารจานโปรดของเขาคือเต้าหู้เหม็น!
"เอ่อ ขอโทษทีครับ เพื่อนของคุณจ่ายเงินแล้วและกำลังต่อคิวอยู่ คุณคงต้องรออีกสักพักนะครับ..."
คำพูดของลู่ชวนดึงสติของบล็อกเกอร์หนุ่มกลับมา เขาเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้จึงรีบหันกลับไปมอง
พบว่ากลุ่มคนที่เคยนั่งสั่นเป็นลูกนกอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ จู่ๆ ก็มายืนต่อแถวเรียงกันอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
?!
มีมารยาทกันขนาดนี้เลยเหรอ?
เมื่อเจอกับสายตาเหลือเชื่อของบล็อกเกอร์หนุ่ม คนกลุ่มนั้นต่างพากันผิวปากและมองไปทางอื่น หลบเลี่ยงสายตาของเขา
ล้อเล่นน่า? พวกเขาไม่ได้โง่นะ!
พฤติกรรมกลับตาลปัตรของบล็อกเกอร์หนุ่มเมื่อครู่นี้ยังติดตาพวกเขาอยู่เลย
แบบนี้จะไม่รู้ได้ยังไงว่าเต้าหู้เหม็นนี่มันอร่อยแค่ไหน?
นาทีนี้ ต่อให้ไอ้พ่อค้าหัวเหลืองโผล่หัวมา พวกเขาก็ขอซดเต้าหู้เหม็นชามนี้ให้เกลี้ยงก่อนค่อยว่ากัน