- หน้าแรก
- ร้านนี้ขายความเทพ เชิญเสพความแกร่ง
- บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน
บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน
บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน
บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน
เอาละ เพี้ยนไปอีกคนแล้ว
เดี๋ยวนะ... ไม่สิ หมอนี่มันเพี้ยนมาตั้งแต่แรกแล้วนี่หว่า
ลู่ชวนฝืนยิ้มแข็งทื่อ ทำเต้าหู้เหม็นเพิ่มอีกชุด ส่งหลี่อันเสร็จก็ก้มหน้าเช็ดเคาน์เตอร์ต่อ
"ระบบ ตอนนี้เราได้ 'เหรียญความอยากอาหาร' มาเท่าไหร่แล้ว?"
ลู่ชวนที่ร่างกายยังไหวแต่จิตใจเหนื่อยล้าเต็มที เริ่มมองหาสิ่งเยียวยาจิตใจในบางเรื่อง
เช่นยอดเหรียญความอยากอาหารที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด
[อาหารเลิศรสที่โฮสต์ทำ: เต้าหู้เหม็นแสนอร่อย ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า มีอัตราการกลับมาซื้อซ้ำ 100% ได้รับเหรียญความอยากอาหารรวมทั้งสิ้น 26 เหรียญ! ผลงานยอดเยี่ยมมาก ขอให้โฮสต์พยายามต่อไป!]
"เยอะขนาดนั้นเชียว?"
ลู่ชวนอุทานด้วยความแปลกใจเมื่อได้ยินตัวเลข
แต่พอลองคำนวณดูคร่าวๆ ก็พบว่าสมเหตุสมผล
เพราะตั้งแต่แก๊งฉีหยวนสามคนแรก ตามด้วยกลุ่มคนงานเมิ่งสี่คน และล่าสุดคือหลี่อัน
ทุกคนล้วนเบิ้ลชามที่สองกันทั้งนั้น
บางคนฟาดไปถึงสี่ชาม ส่วนคนอื่นอย่างน้อยก็สอง
รวมๆ แล้วก็ 26 ชามพอดีเป๊ะเลยไม่ใช่หรือ?
ลู่ชวนเข้าใจกระจ่างแจ้งทันที และความคิดบรรเจิดก็ผุดขึ้นในหัว
แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก ระบบก็แทรกขึ้นมาดักคอเสียก่อน
[โฮสต์โปรดทำตัวให้ติดดิน ตั้งใจค้าขาย อย่าได้คิดทำฟาร์มปั๊มเหรียญด้วยวิธีการพิสดาร... เหรียญความอยากอาหารเกิดจากความปรารถนาและอารมณ์ดั้งเดิมที่สุดที่ลูกค้ามีต่ออาหารรสเลิศ หากลูกค้าเกิดความด้านชาหรือเบื่อหน่ายอาหาร จะไม่มีการสร้างเหรียญความอยากอาหารเพิ่มอีก โปรดจจำไว้ด้วย!]
ลู่ชวนเกาหัวแก้เก้อ ร้อง "อ้อ" เบาๆ อย่างกระดากอาย รู้สึกว่าความคิดของตัวเองมันออกจะโจ่งแจ้งไปหน่อย
อย่างไรก็ตาม หนทางในการหาเหรียญความอยากอาหารให้ได้มากขึ้นเป็นสิ่งที่ละทิ้งไม่ได้ เขาต้องหาลู่ทางต่อไปให้ได้
เพราะตัวเลขนับถอยหลังหนี้สิน 20,000 เหรียญนั้นยังคงแสดงหราอยู่บนหน้าจอระบบราวกับยมทูต
คอยย้ำเตือนเขาตลอดเวลาว่า หากหาเงินมาใช้หนี้ไม่ทันตามกำหนด ชีวิตของเขาคงต้องจบสิ้น
ลู่ชวนโบกมือปิดหน้าจอระบบ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดลิ้นชักเก็บเงินที่ฝังอยู่กับรถเข็น มองดูธนบัตรด้านในด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ตั้งแต่เริ่มตั้งแผงตอนหนึ่งทุ่มจนถึงตอนนี้แปดโมงกว่า ยอดขายรวมอยู่ที่ 780 หยวน
และนี่ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว!
ลู่ชวนคำนวณต้นทุนอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะใช้วัตถุดิบชั้นดีที่สุด แต่อัตรากำไรขั้นต้นก็ยังสูงถึง 65%
หมายความว่า เต้าหู้เหม็นชามใหญ่ทุกชามที่เขาขายได้ เขาจะได้กำไรสุทธิ 19.5 หยวน
และเต้าหู้เหม็นชามเล็กทุกชาม เขาจะได้กำไรสุทธิ 11.7 หยวน
ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงนี้ เขาขายเต้าหู้เหม็นชามใหญ่ไป 26 ชาม คิดเป็นรายได้สุทธิ 507 หยวน!
ลู่ชวนที่นั่งนับนิ้วคำนวณอยู่นานถึงกับสะดุ้งกับอัตรากำไรที่น่าตกใจนี้
มิน่าล่ะ ทำไมคนจำนวนมากถึงยอมนอนกลางดินกินกลางทรายดีกว่าไปเป็นลูกจ้างเขา!
เงิน 507 หยวนนี่ เขาต้องบุกป่าฝ่าดงนานแค่ไหนกว่าจะหาได้?
ลู่ชวนนึกย้อนถึงชีวิตช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ต้องตรากตรำในป่าเขา เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในสถานที่อันตราย
ผลลัพธ์คือเมื่อสิ้นสุดวัน เงินที่หาได้กลับแค่พอยาไส้ แถมบางทีก็ไม่อิ่มท้องด้วยซ้ำ ความขมขื่นในใจพลันถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์
ดีจริง ดีจริงๆ ที่เขาไม่ต้องไปใช้ชีวิตลำบากแบบนั้นอีกแล้ว
วันดีๆ กำลังจะมาถึง!
แน่นอนว่าเงื่อนไขแรกคือต้องหาเงิน 20,000 เหรียญมาใช้หนี้ระบบให้ได้ก่อน
ในขณะที่ลู่ชวนกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด เขาไม่รู้ตัวเลยว่าทุกอิริยาบถตกอยู่ในสายตาของหลี่อัน
หลี่อันที่แอบมองลู่ชวนไปพลางเคี้ยวเต้าหู้เหม็นแสนอร่อยไปพลาง พยักหน้าอย่างใช้ความคิด
เมื่อครู่ ท่านผู้นั้นพูดคนเดียวกับอากาศอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เปิดลิ้นชักนับเงินด้านใน
สีหน้าเดี๋ยวก็ดีใจ เดี๋ยวก็กลัดกลุ้ม
ท่าทางแบบนี้มันเหมือนพ่อค้าหาเช้ากินค่ำทั่วไปที่กังวลเรื่องยอดขายรายวัน หรือไม่ก็ดีใจจนออกนอกหน้า... มันไม่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์จอมมารผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และเผด็จการตามที่บรรยายในนิยายเลยสักนิด อย่าว่าแต่เหมือนเลย มันคนละเรื่องกันเลยต่างหาก
ความน่าเกรงขามลดฮวบเลยแฮะ... หลี่อันรู้สึกสับสนขัดแย้งในใจ
แต่ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ประสานเข้ากับลู่ชวนพอดี และเขาสังเกตเห็นว่าลู่ชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าดูแปลกประหลาด
สีหน้านั้นยากจะอธิบาย... มันคือความประหลาดใจ หรือว่า... ความโกรธ?
เคร้ง
หลี่อันมือไม้สั่นทำตะเกียบหลุดมือ เต้าหู้เหม็นร่วงลงในชาม น้ำซุปสีแดงฉานที่มีน้ำมันลอยหน้ากระเซ็นเลอะเสื้อเชิ้ตสีขาวจนเป็นดวงชัดเจน
แต่วินาทีนี้ หลี่อันไม่สนใจเสื้อผ้าของตัวเองอีกแล้ว
โกรธเหรอ? ทำไมท่านผู้นั้นต้องโกรธด้วย?
หรือว่าท่านผู้นั้นอ่านความคิดของเขาได้ และไม่พอใจที่เขาบังอาจคาดเดาเจตนาของท่าน?
แถมยังกล้าเอาท่านไปเปรียบเทียบกับพ่อค้าธรรมดาๆ อีก?!
ความคิดนี้ทำให้หลี่อันหน้าซีดเผือดในทันที
ร่างอ้วนกลมสั่นเทิ้มราวกับตะแกรงร่อนแป้ง เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
ทันใดนั้น เขาก็ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นเรียกความสนใจจากฉีหยวนและคนอื่นๆ อีกครั้ง
สีหน้าของทุกคนดูซับซ้อน เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูด
ฉีหยวนและเพื่อนอีกสองคนที่นั่งใกล้หลี่อัน ต่างพากันลุกขึ้นเงียบๆ แล้วขยับหนีออกไปให้ห่างจากเขา
หลี่อันที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่มีแก่ใจจะสนใจปฏิกิริยาของลูกค้าคนอื่น
สิ่งเดียวที่เขาต้องการตอนนี้คือการให้อภัยจากท่านผู้นั้น
ดังนั้นเขาต้องไถ่โทษ!!
เขาต้องรีบหาวิธีไถ่โทษเดี๋ยวนี้!!!
เขาว่ากันว่ายามคับขัน สติปัญญาคนเราจะแล่นเร็วดุจสายฟ้า
หลี่อันเองก็รู้สึกว่าแรงบันดาลใจกำลังพรั่งพรูเข้ามาในสมอง
ใช่แล้ว เมื่อกี้ท่านผู้นั้นแสดงสีหน้าดีใจตอนมองธนบัตรในลิ้นชัก
ตามการบรรยายในนิยาย ในฐานะจอมมารจากมิติที่สูงกว่า ท่านย่อมไม่แยแสทรัพย์สมบัติของมนุษย์
งั้นทำไมท่านผู้นั้นถึงดูมีความสุขล่ะ?
คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว!
ท่านไม่ได้ดีใจกับจำนวนเงินที่หาได้เลยสักนิด
แต่ท่านกำลังใช้วัตถุสิ่งของเป็นตัวแทนเพื่อแสดงความรู้สึกต่างหาก!
ร้านเต้าหู้เหม็นคือตัวตนที่ซ่อนเร้นของท่าน และเป็นเครื่องมือทรงพลังในการหยั่งรากลึกในโลกมนุษย์
รายได้แต่ละวันย่อมเปรียบเสมือนผลการเก็บเกี่ยว 'ศรัทธา' ในโลกมนุษย์ของท่านผู้นั้น
ดังนั้นสิ่งที่ท่านมองไม่ใช่เงิน แต่ท่านมองทะลุเปลือกนอกไปถึงแก่นแท้ มันคือศรัทธา!!!
ความสุข ย่อมเกิดจากการที่มีศรัทธาหลั่งไหลเข้ามา
ความกลัดกลุ้ม ย่อมเกิดจากศรัทธายังไม่มากพอ และความเร็วในการสั่งสมยังไม่ทันใจ!
เข้าใจแล้ว แจ่มแจ้งแดงแจ๋!
ร่างกายของหลี่อันเริ่มสั่นเทิ้มอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เป็นอาการของความตื่นเต้นถึงขีดสุด
ทำไมขุนนางโบราณถึงชอบคาดเดาพระทัยฮ่องเต้? ก็เพราะการรู้พระทัยเท่ากับกุมชะตาชีวิตความก้าวหน้าในราชการของตนไว้น่ะสิ
เช่นเดียวกัน ด้วยความสามารถในการสังเกตอันเฉียบแหลม เขาเป็นคนแรกที่ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของท่านผู้นั้น ซึ่งทำให้เขาถือไพ่เหนือกว่าคนอื่นไปก้าวหนึ่งแล้ว
ตอนนี้เขารู้ถึงสิ่งที่ท่านชอบและไม่ชอบแล้ว ขอแค่ทำตามใจท่านและได้รับความโปรดปราน อีกไม่นานเขาก็คงได้เลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรในสังกัดไม่ใช่หรือ?
จากนั้น การกลายเป็นผู้เหนือมนุษย์และบรรลุอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ที่มีแต่ผู้คนเทิดทูนบูชาก็อยู่แค่เอื้อม!!
เมื่อเข้าใจทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง หัวใจของหลี่อันก็พองโตด้วยความฮึกเหิม
เขารีบเงยหน้าขึ้น รวบรวมความกล้าสบตาลู่ชวนอีกครั้ง
ทันใดนั้น เขาก็ต้องปลื้มปิติเมื่อเห็นว่าหัวคิ้วของท่านผู้นั้นคลายออกแล้ว และใบหน้านั้นยังประดับไปด้วยรอยยิ้มแข็งทื่อ
ข้าเดาถูกจริงๆ ด้วย!!!
ท่านผู้นั้นรับรู้ความคิดข้าและตอบรับแล้ว!!!
หลี่อันถึงจุดสุดยอดทางอารมณ์ทันที!!!