เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน

บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน

บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน


บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน

เอาละ เพี้ยนไปอีกคนแล้ว

เดี๋ยวนะ... ไม่สิ หมอนี่มันเพี้ยนมาตั้งแต่แรกแล้วนี่หว่า

ลู่ชวนฝืนยิ้มแข็งทื่อ ทำเต้าหู้เหม็นเพิ่มอีกชุด ส่งหลี่อันเสร็จก็ก้มหน้าเช็ดเคาน์เตอร์ต่อ

"ระบบ ตอนนี้เราได้ 'เหรียญความอยากอาหาร' มาเท่าไหร่แล้ว?"

ลู่ชวนที่ร่างกายยังไหวแต่จิตใจเหนื่อยล้าเต็มที เริ่มมองหาสิ่งเยียวยาจิตใจในบางเรื่อง

เช่นยอดเหรียญความอยากอาหารที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด

[อาหารเลิศรสที่โฮสต์ทำ: เต้าหู้เหม็นแสนอร่อย ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า มีอัตราการกลับมาซื้อซ้ำ 100% ได้รับเหรียญความอยากอาหารรวมทั้งสิ้น 26 เหรียญ! ผลงานยอดเยี่ยมมาก ขอให้โฮสต์พยายามต่อไป!]

"เยอะขนาดนั้นเชียว?"

ลู่ชวนอุทานด้วยความแปลกใจเมื่อได้ยินตัวเลข

แต่พอลองคำนวณดูคร่าวๆ ก็พบว่าสมเหตุสมผล

เพราะตั้งแต่แก๊งฉีหยวนสามคนแรก ตามด้วยกลุ่มคนงานเมิ่งสี่คน และล่าสุดคือหลี่อัน

ทุกคนล้วนเบิ้ลชามที่สองกันทั้งนั้น

บางคนฟาดไปถึงสี่ชาม ส่วนคนอื่นอย่างน้อยก็สอง

รวมๆ แล้วก็ 26 ชามพอดีเป๊ะเลยไม่ใช่หรือ?

ลู่ชวนเข้าใจกระจ่างแจ้งทันที และความคิดบรรเจิดก็ผุดขึ้นในหัว

แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก ระบบก็แทรกขึ้นมาดักคอเสียก่อน

[โฮสต์โปรดทำตัวให้ติดดิน ตั้งใจค้าขาย อย่าได้คิดทำฟาร์มปั๊มเหรียญด้วยวิธีการพิสดาร... เหรียญความอยากอาหารเกิดจากความปรารถนาและอารมณ์ดั้งเดิมที่สุดที่ลูกค้ามีต่ออาหารรสเลิศ หากลูกค้าเกิดความด้านชาหรือเบื่อหน่ายอาหาร จะไม่มีการสร้างเหรียญความอยากอาหารเพิ่มอีก โปรดจจำไว้ด้วย!]

ลู่ชวนเกาหัวแก้เก้อ ร้อง "อ้อ" เบาๆ อย่างกระดากอาย รู้สึกว่าความคิดของตัวเองมันออกจะโจ่งแจ้งไปหน่อย

อย่างไรก็ตาม หนทางในการหาเหรียญความอยากอาหารให้ได้มากขึ้นเป็นสิ่งที่ละทิ้งไม่ได้ เขาต้องหาลู่ทางต่อไปให้ได้

เพราะตัวเลขนับถอยหลังหนี้สิน 20,000 เหรียญนั้นยังคงแสดงหราอยู่บนหน้าจอระบบราวกับยมทูต

คอยย้ำเตือนเขาตลอดเวลาว่า หากหาเงินมาใช้หนี้ไม่ทันตามกำหนด ชีวิตของเขาคงต้องจบสิ้น

ลู่ชวนโบกมือปิดหน้าจอระบบ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดลิ้นชักเก็บเงินที่ฝังอยู่กับรถเข็น มองดูธนบัตรด้านในด้วยสีหน้าตื่นเต้น

ตั้งแต่เริ่มตั้งแผงตอนหนึ่งทุ่มจนถึงตอนนี้แปดโมงกว่า ยอดขายรวมอยู่ที่ 780 หยวน

และนี่ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว!

ลู่ชวนคำนวณต้นทุนอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะใช้วัตถุดิบชั้นดีที่สุด แต่อัตรากำไรขั้นต้นก็ยังสูงถึง 65%

หมายความว่า เต้าหู้เหม็นชามใหญ่ทุกชามที่เขาขายได้ เขาจะได้กำไรสุทธิ 19.5 หยวน

และเต้าหู้เหม็นชามเล็กทุกชาม เขาจะได้กำไรสุทธิ 11.7 หยวน

ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงนี้ เขาขายเต้าหู้เหม็นชามใหญ่ไป 26 ชาม คิดเป็นรายได้สุทธิ 507 หยวน!

ลู่ชวนที่นั่งนับนิ้วคำนวณอยู่นานถึงกับสะดุ้งกับอัตรากำไรที่น่าตกใจนี้

มิน่าล่ะ ทำไมคนจำนวนมากถึงยอมนอนกลางดินกินกลางทรายดีกว่าไปเป็นลูกจ้างเขา!

เงิน 507 หยวนนี่ เขาต้องบุกป่าฝ่าดงนานแค่ไหนกว่าจะหาได้?

ลู่ชวนนึกย้อนถึงชีวิตช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ต้องตรากตรำในป่าเขา เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในสถานที่อันตราย

ผลลัพธ์คือเมื่อสิ้นสุดวัน เงินที่หาได้กลับแค่พอยาไส้ แถมบางทีก็ไม่อิ่มท้องด้วยซ้ำ ความขมขื่นในใจพลันถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์

ดีจริง ดีจริงๆ ที่เขาไม่ต้องไปใช้ชีวิตลำบากแบบนั้นอีกแล้ว

วันดีๆ กำลังจะมาถึง!

แน่นอนว่าเงื่อนไขแรกคือต้องหาเงิน 20,000 เหรียญมาใช้หนี้ระบบให้ได้ก่อน

ในขณะที่ลู่ชวนกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด เขาไม่รู้ตัวเลยว่าทุกอิริยาบถตกอยู่ในสายตาของหลี่อัน

หลี่อันที่แอบมองลู่ชวนไปพลางเคี้ยวเต้าหู้เหม็นแสนอร่อยไปพลาง พยักหน้าอย่างใช้ความคิด

เมื่อครู่ ท่านผู้นั้นพูดคนเดียวกับอากาศอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เปิดลิ้นชักนับเงินด้านใน

สีหน้าเดี๋ยวก็ดีใจ เดี๋ยวก็กลัดกลุ้ม

ท่าทางแบบนี้มันเหมือนพ่อค้าหาเช้ากินค่ำทั่วไปที่กังวลเรื่องยอดขายรายวัน หรือไม่ก็ดีใจจนออกนอกหน้า... มันไม่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์จอมมารผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และเผด็จการตามที่บรรยายในนิยายเลยสักนิด อย่าว่าแต่เหมือนเลย มันคนละเรื่องกันเลยต่างหาก

ความน่าเกรงขามลดฮวบเลยแฮะ... หลี่อันรู้สึกสับสนขัดแย้งในใจ

แต่ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ประสานเข้ากับลู่ชวนพอดี และเขาสังเกตเห็นว่าลู่ชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าดูแปลกประหลาด

สีหน้านั้นยากจะอธิบาย... มันคือความประหลาดใจ หรือว่า... ความโกรธ?

เคร้ง

หลี่อันมือไม้สั่นทำตะเกียบหลุดมือ เต้าหู้เหม็นร่วงลงในชาม น้ำซุปสีแดงฉานที่มีน้ำมันลอยหน้ากระเซ็นเลอะเสื้อเชิ้ตสีขาวจนเป็นดวงชัดเจน

แต่วินาทีนี้ หลี่อันไม่สนใจเสื้อผ้าของตัวเองอีกแล้ว

โกรธเหรอ? ทำไมท่านผู้นั้นต้องโกรธด้วย?

หรือว่าท่านผู้นั้นอ่านความคิดของเขาได้ และไม่พอใจที่เขาบังอาจคาดเดาเจตนาของท่าน?

แถมยังกล้าเอาท่านไปเปรียบเทียบกับพ่อค้าธรรมดาๆ อีก?!

ความคิดนี้ทำให้หลี่อันหน้าซีดเผือดในทันที

ร่างอ้วนกลมสั่นเทิ้มราวกับตะแกรงร่อนแป้ง เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

ทันใดนั้น เขาก็ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่

เพียะ!

เสียงตบหน้าดังสนั่นเรียกความสนใจจากฉีหยวนและคนอื่นๆ อีกครั้ง

สีหน้าของทุกคนดูซับซ้อน เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูด

ฉีหยวนและเพื่อนอีกสองคนที่นั่งใกล้หลี่อัน ต่างพากันลุกขึ้นเงียบๆ แล้วขยับหนีออกไปให้ห่างจากเขา

หลี่อันที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่มีแก่ใจจะสนใจปฏิกิริยาของลูกค้าคนอื่น

สิ่งเดียวที่เขาต้องการตอนนี้คือการให้อภัยจากท่านผู้นั้น

ดังนั้นเขาต้องไถ่โทษ!!

เขาต้องรีบหาวิธีไถ่โทษเดี๋ยวนี้!!!

เขาว่ากันว่ายามคับขัน สติปัญญาคนเราจะแล่นเร็วดุจสายฟ้า

หลี่อันเองก็รู้สึกว่าแรงบันดาลใจกำลังพรั่งพรูเข้ามาในสมอง

ใช่แล้ว เมื่อกี้ท่านผู้นั้นแสดงสีหน้าดีใจตอนมองธนบัตรในลิ้นชัก

ตามการบรรยายในนิยาย ในฐานะจอมมารจากมิติที่สูงกว่า ท่านย่อมไม่แยแสทรัพย์สมบัติของมนุษย์

งั้นทำไมท่านผู้นั้นถึงดูมีความสุขล่ะ?

คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว!

ท่านไม่ได้ดีใจกับจำนวนเงินที่หาได้เลยสักนิด

แต่ท่านกำลังใช้วัตถุสิ่งของเป็นตัวแทนเพื่อแสดงความรู้สึกต่างหาก!

ร้านเต้าหู้เหม็นคือตัวตนที่ซ่อนเร้นของท่าน และเป็นเครื่องมือทรงพลังในการหยั่งรากลึกในโลกมนุษย์

รายได้แต่ละวันย่อมเปรียบเสมือนผลการเก็บเกี่ยว 'ศรัทธา' ในโลกมนุษย์ของท่านผู้นั้น

ดังนั้นสิ่งที่ท่านมองไม่ใช่เงิน แต่ท่านมองทะลุเปลือกนอกไปถึงแก่นแท้ มันคือศรัทธา!!!

ความสุข ย่อมเกิดจากการที่มีศรัทธาหลั่งไหลเข้ามา

ความกลัดกลุ้ม ย่อมเกิดจากศรัทธายังไม่มากพอ และความเร็วในการสั่งสมยังไม่ทันใจ!

เข้าใจแล้ว แจ่มแจ้งแดงแจ๋!

ร่างกายของหลี่อันเริ่มสั่นเทิ้มอีกครั้ง

ทว่าคราวนี้ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เป็นอาการของความตื่นเต้นถึงขีดสุด

ทำไมขุนนางโบราณถึงชอบคาดเดาพระทัยฮ่องเต้? ก็เพราะการรู้พระทัยเท่ากับกุมชะตาชีวิตความก้าวหน้าในราชการของตนไว้น่ะสิ

เช่นเดียวกัน ด้วยความสามารถในการสังเกตอันเฉียบแหลม เขาเป็นคนแรกที่ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของท่านผู้นั้น ซึ่งทำให้เขาถือไพ่เหนือกว่าคนอื่นไปก้าวหนึ่งแล้ว

ตอนนี้เขารู้ถึงสิ่งที่ท่านชอบและไม่ชอบแล้ว ขอแค่ทำตามใจท่านและได้รับความโปรดปราน อีกไม่นานเขาก็คงได้เลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรในสังกัดไม่ใช่หรือ?

จากนั้น การกลายเป็นผู้เหนือมนุษย์และบรรลุอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ที่มีแต่ผู้คนเทิดทูนบูชาก็อยู่แค่เอื้อม!!

เมื่อเข้าใจทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง หัวใจของหลี่อันก็พองโตด้วยความฮึกเหิม

เขารีบเงยหน้าขึ้น รวบรวมความกล้าสบตาลู่ชวนอีกครั้ง

ทันใดนั้น เขาก็ต้องปลื้มปิติเมื่อเห็นว่าหัวคิ้วของท่านผู้นั้นคลายออกแล้ว และใบหน้านั้นยังประดับไปด้วยรอยยิ้มแข็งทื่อ

ข้าเดาถูกจริงๆ ด้วย!!!

ท่านผู้นั้นรับรู้ความคิดข้าและตอบรับแล้ว!!!

หลี่อันถึงจุดสุดยอดทางอารมณ์ทันที!!!

จบบทที่ บทที่ 14 แผนการเลื่อนขั้นเป็นสมาชิกถาวรของหลี่อัน

คัดลอกลิงก์แล้ว