เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ถึงสมองกับลำไส้ใหญ่จะหน้าตาคล้ายกัน แต่ก็อย่าเอาทุกอย่างไปยัดไว้ในนั้นสิ

บทที่ 30 ถึงสมองกับลำไส้ใหญ่จะหน้าตาคล้ายกัน แต่ก็อย่าเอาทุกอย่างไปยัดไว้ในนั้นสิ

บทที่ 30 ถึงสมองกับลำไส้ใหญ่จะหน้าตาคล้ายกัน แต่ก็อย่าเอาทุกอย่างไปยัดไว้ในนั้นสิ


บทที่ 30 ถึงสมองกับลำไส้ใหญ่จะหน้าตาคล้ายกัน แต่ก็อย่าเอาทุกอย่างไปยัดไว้ในนั้นสิ

ต้วนหานหันกลับไปพบกับองค์หญิงหย่งอันที่มีสีหน้าเย็นชา เขาจึงรีบหุบพัดในมือ เก็บสีหน้าขี้เล่นลง แล้วเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที "ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง"

คนอื่นๆ ต่างก็รีบเก็บรอยยิ้มหยอกล้อและก้มศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม พวกเขารู้ดีว่าชื่อเสียงของหนิงจืออี้นั้นย่ำแย่ จึงไม่ได้ยั้งปากเมื่อครู่ ซ้ำยังจงใจพูดเสียงดังเพื่อหวังจะเรียกร้องความสนใจจากเหล่าคุณหนูในสวน แต่คาดไม่ถึงว่าจะไปสะดุดหูองค์หญิงหย่งอันเข้าเสียได้

สิ่งที่ทำให้พวกเขางุนงงก็คือ องค์หญิงหย่งอันถึงกับออกหน้าปกป้องหนิงจืออี้!

หรือว่าข่าวลือจะเป็นเรื่องเท็จ? หรือว่าหนิงจืออี้ไม่ได้เป็นคนผลักองค์หญิงตกน้ำ?

ซูอวิ๋นอวี้รู้สึกไม่พอใจที่เห็นองค์หญิงหย่งอันเมินเฉยใส่ตน แต่เขาก็ยังคงรักษารอยยิ้มอบอุ่นไว้บนใบหน้าและก้าวเข้าไปหา "องค์หญิงหย่งอัน อาการดีขึ้นแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ? ริมทะเลสาบลมแรง องค์หญิงควรรักษาสุขภาพด้วย"

ความเย็นชาบนใบหน้าขององค์หญิงหย่งอันไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย นางกวาดสายตามองไปรอบๆ จดจำใบหน้าของคนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

"ขอบคุณคุณชายซูที่เป็นห่วง ตัวข้า ข้าดูแลเองได้"

"พวกท่านล้วนเป็นบุตรหลานตระกูลใหญ่โต ทางที่ดีอย่าทำตัวเป็นพวกชอบนินทาลับหลังจะดีกว่า!"

วาจาของนางช่างหักหน้ากันอย่างสิ้นเชิง พูดจบ นางก็สะบัดหน้าเดินจากไป

ดวงตาของซูอวิ๋นอวี้ฉายแววอำมหิต สตรีผู้นี้ช่างไม่ไว้หน้าเขาเอาเสียเลย

ถ้าเทียบความอ่อนโยนและรู้ความแล้ว นางเทียบไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บของไป๋เหยาเหยาด้วยซ้ำ!

เมื่อเห็นสีหน้าถมึงทึงของซูอวิ๋นอวี้ เหล่าคุณชายคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าเอ่ยปากอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้น เสียงเอะอะก็ดังมาจากทางเข้าสวน ตามด้วยเสียงหัวเราะหยิ่งยโสของหนิงจืออี้

"กินเกลือน้อยๆ หน่อย จะได้ไม่ว่างมากถึงขนาดมานินทาข้าลับหลัง อาวุธในยุทธภพมีตั้งมากมาย ทำไมไม่ไปฝึก มาฝึกแต่ปาก (กระบี่) อยู่ได้ เป็นคนปากดี (กระบี่เทพ) กันรึไง!"

(หมายเหตุ: ในภาษาจีน คำว่า 'เจี้ยน' ที่แปลว่ากระบี่ พ้องเสียงกับคำว่า 'เจี้ยน' ที่แปลว่า ต่ำช้า/หน้าด้าน เป็นการเล่นคำด่า)

นับตั้งแต่กินยาเสริมสร้างร่างกายที่ระบบให้มา ประสาทสัมผัสทั้งห้าของหนิงจืออี้ก็ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ตลอดทางนางได้ยินบทสนทนาของพวกเขาทั้งหมด เดิมทีนางกะว่าจะกระโจนเข้าไปขย้ำพวกปากหอยปากปูให้กระเจิง แต่พอได้ยินองค์หญิงหย่งอันออกโรงปกป้อง นางจึงตัดสินใจรักษาภาพลักษณ์น่าสงสารเอาไว้ก่อน

เพราะการแก้แค้นนั้นทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่โอกาสดีๆ ที่จะกู้ภาพลักษณ์นั้นหาได้ยากยิ่ง

ภาพลักษณ์ดอกไม้งามที่ถูกใส่ร้ายลับหลังแต่ไร้ทางสู้ ช่างเหมาะเหม็ง นี่แหละคาแรคเตอร์ของนางในวันนี้

ในสายตาคนดี นางคือเด็กสาวตัวน้อยน่ารัก แต่ในสายตาคนชั่ว นางจะกลับมาสวมบทนางร้ายอีกครั้ง!

"ตาข้าฝาดไปหรือเปล่า? หนิงจืออี้เข้ามาได้จริงๆ ด้วย!" ต้วนหานทำหน้าประหลาดใจ แต่คนอื่นๆ กลับคิดต่างออกไป

"ไม่น่าใช่นะ ข้าถามคนของตำหนักองค์หญิงแล้ว พวกเขาไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้หนิงจืออี้"

ต้วนหานมองคนพูดด้วยสายตาประมาณว่า 'เจ้าโง่หรือเปล่า?' "ไม่ต้องเดาหรอก นางต้องแอบตามพี่ชายเข้ามาแน่ๆ"

"หึ วิญญาณอาฆาตตามติด น่ารังเกียจจริงๆ" ซูอวิ๋นอวี้ระบายความโกรธที่ได้รับจากองค์หญิงหย่งอันไปที่หนิงจืออี้

"หนิงจืออี้ ข้าจะบอกเจ้าอีกครั้งอย่างจริงจัง ข้าไม่ได้ชอบเจ้า เลิกตามตอแยข้าสักที ถ้ายังดื้อด้านตามติดข้าอีก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ"

บัดซบ โดนด่าซึ่งๆ หน้าขนาดนี้ หนิงจืออี้ตัดสินใจทิ้งภาพลักษณ์ดอกไม้งาม แล้วเลือกที่จะด่ากราดให้สะใจไปเลยดีกว่า

"ถึงสมองกับลำไส้ใหญ่จะหน้าตาคล้ายกัน แต่ก็อย่าเอาทุกอย่างไปยัดไว้ในนั้นสิ หน้าตาก็ธรรมดา แต่วาดฝันไว้สวยหรูเชียว วันนี้คุณหนูอย่างข้าได้รับเชิญจากองค์หญิงให้มาร่วมงานชุมนุมบทกวี เกี่ยวอะไรกับท่านมิทราบ?"

"ต้องขออภัยที่เมื่อก่อนข้าเอาแต่ไล่ตามท่าน เป็นความผิดของข้าเอง"

"นางยอมรับว่าตามตอแยคุณชายซู แถมยังขอโทษด้วย! แต่คงสายไปแล้ว กล้าพูดจาแบบนั้นกับคุณชายซู คุณชายซูคงไม่แลนางหรอก" คุณชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังซูอวิ๋นอวี้กล่าวขึ้น

"ทำไมข้ารู้สึกทะแม่งๆ ปกติหนิงจืออี้ชอบใส่ชุดเขียวแดงฉูดฉาด ทาปากแดงแจ๋ไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้แต่งตัวดูสดใสแปลกตาจัง แปลกมาก แปลกจริงๆ"

พวกเขากระซิบกระซาบกัน ต้วนหานเองก็งุนงง เขาเป็นคนช่างสังเกต และพบว่าสายตาที่หนิงจืออี้มองซูอวิ๋นอวี้ในตอนนี้ช่างต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว สายตาที่เปี่ยมด้วยความรักใคร่เทิดทูนนั้นหายไปจนหมดสิ้น

แทนที่ด้วยความดูแคลน!

หนิงจืออี้เป็นบ้าไปแล้วหรือ? นางเคยรักซูอวิ๋นอวี้ขนาดที่ยอมทำร้ายพี่ชายตัวเองเพื่อเขา แล้วจู่ๆ จะเลิกรักง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ?

เขาได้แต่สงสัย

ซูอวิ๋นอวี้เองก็ไม่เชื่อว่าหนิงจืออี้จะเลิกรักเขาปุบปับ เขาแค่คิดว่าเรื่องราวในสองวันนี้เป็นการเล่นตัวของนาง พอได้ยินคำขอโทษ เขาก็ยิ่งมั่นใจ และความลำพองใจก็พุ่งขึ้นในอก สายตาที่มองหนิงจืออี้เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

แต่ประโยคถัดมาของหนิงจืออี้กลับทำให้หน้าเขาแข็งค้าง

"ความผิดของข้าไม่ใช่การไล่ตามคุณชายซู แต่ผิดที่ข้าจะไปเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของพวกผู้ชายสุนัข (ผู้ชายเฮงซวย) ต่างหาก ข้าจะบุกเดี่ยวเข้าไปในดงอันตรายได้อย่างไร? ผิดมหันต์จริงๆ"

"พวกผู้ชายสุนัขมักจะกินในชามแล้วมองในหม้อ (ไม่รู้จักพอ) ที่สำคัญคือไม่รู้จักความซื่อสัตย์ ชอบสาวงาม โดยเฉพาะพวกที่ดูอ่อนแอไร้ทางสู้ แถมยังชอบแอบนัดพบสาวงามน่าสงสารเหล่านั้นลับหลังคู่หมั้นอีกต่างหาก จากการสังเกต ข้าพบว่าคุณชายซูไม่ใช่ผู้ชายสุนัขหรอก!"

เขาเป็นยิ่งกว่าสุนัขเสียอีก!

"ข้ามั่นใจว่าเขาคงไม่ทำตัวหน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าพูดอย่างลับหลังทำอีกอย่าง หรือแอบไปพลอดรักกับสาวงามลับหลังคู่หมั้นหรอก ดังนั้นข้าเลยตัดสินใจเลิกจับตามองคุณชายซู และแน่นอนว่าจะไม่ไล่ตามเพื่อสังเกตการณ์อีกแล้ว คุณชายซูคิดว่าที่ข้าพูดมามีเหตุผลไหม?"

เด็กสาวเอ่ยเนิบนาบ รอให้เหยื่อเดินมาติดกับ ซูอวิ๋นอวี้จำต้องเออออตามน้ำ มิเช่นนั้นก็เท่ากับยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้ชายสุนัขน่ะสิ!

หนิงจืออี้: "คุณชายซู ไม่ตอบแสดงว่ายอมรับนะเจ้าคะ"

ซูอวิ๋นอวี้แทบอกแตกตาย เขารู้สึกว่าหนิงจืออี้คือดาวข่มของเขาชัดๆ เขาตวัดแขนเสื้อแล้วหันหลังเดินหนีทันที!

เมื่อตัวหลักหนีไป เหล่าลิ่วล้อคุณชายที่ตามหลังซูอวิ๋นอวี้ก็ทำท่าจะชิ่งบ้าง แต่ทางออกกลับถูกขวางไว้โดยชายหนุ่มในชุดดำรัดกุม

รังสีอำมหิตของหนิงหยวนเจ๋อนั้นน่าเกรงขาม เพียงแค่เขายืนจ้องเขม็ง เหล่าคุณชายก็ไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า

หนิงหยวนจือดักอยู่อีกทาง มือหมุนจี้หยกที่เอวเล่น พลางตะคอกใส่พวกเขา "ยืนบื้ออะไรกันอยู่? ขอโทษน้องสาวข้าเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นคุณชายคนนี้จะจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้ลงไปนอนจูบพื้น!"

พูดจบเขาก็หักข้อนิ้วโชว์ แม้อายุยังน้อยและดูขี้เล่น แต่เขาไม่เคยละเลยการฝึกยุทธ์ ร่างกายกำยำแข็งแรงกว่าพวกคุณชายสำอางเหล่านี้มากนัก

เหล่าคุณชายมองหน้ากันเลิ่กลั่ก จะหนีก็ไม่กล้า จะให้ขอโทษก็เสียศักดิ์ศรี ขอโทษหนิงจืออี้เนี่ยนะ น่าอับอายขายขี้หน้าจะตาย!

มีเพียงต้วนหานที่ไหวพริบดี เขาถือพัดประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เมื่อครู่พวกเราผิดไปแล้ว ไม่ควรปากพล่อยนินทาว่าร้ายคุณหนูหนิงลับหลัง ต้องขออภัยคุณหนูหนิงมา ณ ที่นี้ หวังว่าคุณหนูหนิงจะให้อภัย"

เมื่อมีคนเปิด เหล่าคุณชายที่เหลือก็รีบทำตาม ก้มหัวขอขมากันเป็นแถว

อันที่จริงหนิงจืออี้ไม่ได้แคร์คำขอโทษของคนพวกนี้หรอก นางไม่เคยให้ราคาคนพวกนี้อยู่แล้ว จึงไม่สนว่าใครจะคิดยังไง แต่สิ่งที่นางสนใจคืออย่างอื่นต่างหาก

"อื้ม ข้ารับคำขอโทษ แค่นี้เหรอ?"

ต้วนหานและพรรคพวกงงเป็นไก่ตาแตก ตกลงว่ายกโทษให้หรือยังไม่ยกโทษ?

เมื่อเห็นท่าทีคุกคามของสองพี่น้องสกุลหนิง พวกเขาก็ไม่กล้าบุ่มบ่าม นับตั้งแต่แม่ทัพหนิงและฮูหยินเสียชีวิต สี่พี่น้องสกุลหนิงก็กลายเป็นหมาป่าโดดเดี่ยว ใครกล้ามารังแก พวกเขาจะกัดไม่ปล่อย ตามราวีทั้งวันทั้งคืนจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมสยบ

อย่าถามว่าทำไมคนที่โดนเล่นงานถึงไม่ไปฟ้องที่บ้าน... มันเป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา เล่าแล้วจะร้องไห้

จบบทที่ บทที่ 30 ถึงสมองกับลำไส้ใหญ่จะหน้าตาคล้ายกัน แต่ก็อย่าเอาทุกอย่างไปยัดไว้ในนั้นสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว