- หน้าแรก
- แอบบอกความลับ แล้วขยับมาฮา
- บทที่ 28 คนที่กักขังหนิงหยวนจื้อ
บทที่ 28 คนที่กักขังหนิงหยวนจื้อ
บทที่ 28 คนที่กักขังหนิงหยวนจื้อ
บทที่ 28 คนที่กักขังหนิงหยวนจื้อ
หนิงจืออี้กระทืบเท้าปังด้วยความโมโหสุดขีด
ที่แท้หลังจากจวนสกุลหนิงถูกใส่ร้ายจนโดนประหารทั้งตระกูล คนที่จับตัวพี่สี่ไปขังไว้เป็นนายบำเรอก็คือลูกชายคนเล็กของลู่เม่า... ลู่เต๋อ!
ไอ้สัตว์นรกที่มักมากไม่เลือกหน้า ทั้งชายและหญิง!
ไม่เพียงแค่ชอบย่ำยีเด็กหนุ่มหน้าตาดี แต่ยังมีรสนิยมวิปริตชอบความรุนแรง พอเบื่อแล้วก็สั่งให้กรีดหน้าทำลายโฉม แล้วโยนศพทิ้งที่สุสานไร้ญาติ
ในชาติก่อนนางอายุสั้นนัก ประสบการณ์ชีวิตอันน้อยนิดทำให้หนิงจืออี้ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมคนบางคนถึงได้จิตใจชั่วช้าสามานย์ได้ถึงเพียงนี้!
นี่คิดจะเป็นศัตรูกับสกุลหนิงไปตลอดเลยหรือ? หรือว่าคนตระกูลนี้มันชั่วช้าทั้งโครตเหง้า ทั้งแก่ทั้งหนุ่ม คอยแต่จะหาเรื่องทำร้ายคนอื่น
ระบบอธิบาย 'ตระกูลลู่อยากจะปีนป่ายขึ้นไปให้สูง แต่ไม่อยากใช้เวลาสั่งสมบารมี พวกเขาอยากก้าวเดียวขึ้นสวรรค์ จะมีวิธีไหนเร็วกว่าการเหยียบย่ำไหล่ของยักษ์ใหญ่ขึ้นไปเล่า? อีกอย่าง พวกมันไม่ได้จ้องเล่นงานแค่สกุลหนิง แต่รวมถึงคนอื่นๆ ด้วย'
หนิงจืออี้: 'ฉันเข้าใจแล้ว พวกมันก็เหมือนตัวร้ายในนิยาย ที่คอยลอบกัดอยู่ในเงามืด วางแผนทำร้ายผู้มีอำนาจและร่ำรวย เพื่อแย่งชิงสถานะ ทรัพย์สิน และอำนาจมาเป็นของตัวเอง ถึงได้เที่ยวระรานทำร้ายชาวบ้านไปทั่ว'
'แล้วยังมีใครอีกบ้างที่จะตกเป็นเหยื่อของคนพวกนี้?'
ระบบ: 'โฮสต์ไม่ต้องห่วง เมื่อเจอคนเหล่านั้นฉันจะแจ้งเตือนทันที ตอนนี้ลู่เต๋อกำลังดื่มเหล้าอยู่ที่ห้องส่วนตัวชั้นล่างสุด ห้องในสุดเลย'
ลู่เต๋ออยู่ชั้นล่างห้องในสุดงั้นรึ? ฮึ่ม แม่จะลงไปสับมันให้ตาย! สับเป็นแปดท่อน ไม่สิ แปดสิบท่อน สับเป็นหมื่นๆ ท่อนไปเลย!
ถึงพี่สี่จะดูทึ่มๆ ไปบ้าง แต่เขาก็รักและตามใจนางเป็นที่สุด ในช่วงหนึ่งปีมานี้ อาจเพราะพี่สี่เริ่มโตเป็นหนุ่ม เลยวางตัวไม่ถูกกับนางบ้าง เดี๋ยวก็เข้ามาออดอ้อน เดี๋ยวก็งอนตุ๊บป่องไม่พูดไม่จา แต่ไม่ว่าอย่างไร พี่สี่ก็เห็นนางสำคัญที่สุดเสมอ
ตอนนี้นางโตแล้ว นางจะเป็นฝ่ายปกป้องพี่ชายเอง!
ตู้ติงและตู้เส้าเฟิงมองดูหนิงหยวนจื้อที่ยืนเหม่อลอยด้วยความตกตะลึง สองพ่อลูกยากจะทำใจยอมรับข่าวนี้ได้ ใครกันที่ใส่ร้ายสกุลหนิงจนต้องถูกประหารล้างตระกูล?
ทำไมฮ่องเต้ที่เคยไว้วางใจจวนสกุลหนิงมาตลอดถึงไม่ทรงทำอะไรเลย?
คำถามมากมายยังคงไร้คำตอบ ทั้งสองคนทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
คนที่ตกใจที่สุดย่อมเป็นหนิงหยวนจื้อ เขารู้สึกหน้ามืดตามัว กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ พร้อมความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง
เขาขอยอมตายดีกว่าต้องถูกหยามเกียรติ!
ตู้ติงสังเกตเห็นอาการไม่สู้ดีของหนิงหยวนจื้อ จึงส่งสัญญาณให้ตู้เส้าเฟิงเข้าไปประคอง ส่วนตัวเองเดินเข้าไปปลอบใจหนิงจืออี้
"แม่หนูสกุลหนิง ที่นี่ไม่เหมาะจะอยู่นาน รีบพาพี่ชายเจ้ากลับจวนไปก่อนเถิด หากมีเรื่องเดือดร้อนอันใดก็บอกพี่ชายใหญ่ของเจ้า เขาจัดการให้ได้ทุกอย่าง ห้ามมาในที่อโคจรแบบนี้อีก และยิ่งห้ามทำเรื่องอันตรายเด็ดขาด"
"หนิงหยวนจื้อ! หนิงจืออี้!" สิ้นเสียงตู้ติง น้ำเสียงที่พยายามข่มกลั้นโทสะก็ดังขึ้นที่หน้าประตู
หนิงหยวนจื้อหันคอที่แข็งเกร็งไปมอง ก็เห็นพี่ใหญ่มาถึงแล้ว เกราะกำบังที่เด็กหนุ่มพยายามสร้างขึ้นเพื่อความเข้มแข็งพังทลายลง ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
"พี่ใหญ่ พี่ใหญ่!" เขาอยากจะบอกเล่าเรื่องราวกับพี่ใหญ่ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี ท้ายที่สุดเขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ถูกครอบครัวปกป้องมาอย่างดี ไม่เคยต้องพบเจอความดำมืดของโลกใบนี้
หนิงหยวนเจ๋อมองเห็นความคับแค้นและความเจ็บปวดในดวงตาของน้องชาย สีหน้าพลันเปลี่ยนไป เขารู้ดีว่าแม้น้องชายจะซุกซนมาแต่เล็ก แต่ก็เป็นคนเข้มแข็งที่สุด แม้โดนท่านพ่อเฆี่ยนด้วยหวายก็ไม่เคยแสดงสีหน้าเช่นนี้ ต้องมีเรื่องร้ายแรงที่เขาไม่รู้เกิดขึ้นแน่
เขากลืนคำด่าทอที่เตรียมไว้ลงคอ รีบก้าวเข้าไปตบไหล่น้องชายเบาๆ
"ไม่ต้องกลัว พี่ใหญ่อยู่ตรงนี้แล้ว"
"พี่ใหญ่ พี่ใหญ่" หนิงหยวนจื้ออยากจะระบายทุกอย่างออกมา แต่สติสัมปชัญญะเตือนว่าที่นี่ไม่ใช่ที่พูดคุย จึงได้แต่กลืนทุกอย่างลงไป รอพอกลับไปถึงจวนค่อยเล่าให้พี่ใหญ่ฟังอย่างละเอียด
เมื่อเห็นหนิงหยวนเจ๋อมาถึง ตู้ติงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด เขาได้ยินจากบุตรชายว่าสองพี่น้องสกุลหนิงต่างมีวาสนาปาฏิหาริย์เป็นของตนเอง และเมื่อพี่ใหญ่สกุลหนิงผู้เก่งกาจทั้งบู๊และบุ๋นมาถึง เขาคงมีแผนรับมือแล้ว
"เส้าเฟิง เจ้าพาทั้งสามคนออกไปก่อน" ตู้ติงสั่งบุตรชาย พลางส่งสายตาบอกให้ดูแลสองพี่น้องสกุลหนิงที่อารมณ์ยังไม่ปกติให้ดี
"เส้าเฟิง รบกวนเจ้าด้วย"
"พี่ใหญ่หนิง เกรงใจกันเกินไปแล้ว ข้ากับหยวนจื้อเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน เรื่องแค่นี้สมควรทำอยู่แล้ว"
หลังจากเด็กทั้งสามออกไปแล้ว ตู้ติงก็เชิญหนิงหยวนเจ๋อนั่งลง และถ่ายทอดเรื่องราวที่เพิ่งได้ยินมาให้ฟัง พร้อมรับปากว่าตนและบุตรชายจะไม่มีวันแพร่งพรายเรื่องที่จะเป็นภัยต่อหนิงจืออี้หรือสกุลหนิงเด็ดขาด
.......
ชั้นล่าง หลังจากไล่พวกผู้หญิงออกไปหมดแล้ว ลู่เต๋อก็เดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นอย่างหมดความอดทน กระชากผมอีกฝ่ายขึ้นมา แล้วสูดดมกลิ่นกายของเด็กหนุ่มเข้าปอดลึกๆ
เด็กหนุ่มบนพื้นหมดสติไปแล้ว ดวงตาแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ยังคงฝืนต้านฤทธิ์ยาอยู่อย่างไม่ยอมแพ้
เสื้อผ้าของเขายับยู่ยี่จากการดิ้นรนขัดขืน เข็มขัดถูกลู่เต๋อปลดออกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ เผยให้เห็นเอวสอบเพรียวบาง น่าเสียดายที่เด็กหนุ่มผู้นี้ผอมเกินไป เอวนั้นจึงดูราวกับจะหักได้เพียงแค่บีบเบาๆ
ลู่เต๋อจ้องมองเอวบางที่โอบได้ด้วยมือเดียวอย่างหลงใหล เพราะเอวนี้นี่แหละที่ทำให้เขาเกิดความคิดสกปรก อยากจะรู้นักว่ามันจะอ่อนโค้งในมือเขาได้มากแค่ไหน!
ใครๆ ก็ว่าบัณฑิตมีกระดูกสันหลังที่แข็งแกร่ง แต่เขาไม่เชื่อหรอก!
"ดูสิทำร้ายตัวเองจนเจ็บตัวไปหมด ทำไปทำไมกัน? นายน้อยอย่างข้ามีทั้งเงินและอำนาจ ขอแค่เจ้าตามข้ามา เจ้าจะเปลี่ยนจากลูกชาวนาต้อยต่ำกลายเป็นคุณชายผู้สูงส่งได้ทันที"
"ข้าสัญญา ถ้าเจ้ามาเป็นคนของข้า ทรัพย์สมบัติเงินทองของข้า เจ้าก็มีสิทธิ์ใช้"
"จะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตลำบาก พ่อแม่เจ้าก็ไม่ต้องทำงานหนักหลังขดหลังแข็ง ทุกคนในครอบครัวจะสุขสบายเพราะเจ้า ไม่ดีตรงไหน?"
เมื่อฤทธิ์ยารุนแรงขึ้น สติของคนบนพื้นก็เริ่มเลือนราง เขากำเศษเครื่องลายครามที่แอบหยิบฉวยมาได้ในช่วงชุลมุน แล้วแทงลงไปที่ต้นขาของตัวเองอย่างแรง ความเจ็บปวดรวดร้าวทำให้สติแจ่มชัดขึ้นมา เขาเบิกตาโพลง เผยให้เห็นแววตาเด็ดเดี่ยวถึงที่สุด!
ยอมตายดีกว่าอยู่อย่างอัปยศ อย่างมากก็ลากไอ้เดรัจฉานตัวนี้ลงนรกไปด้วยกัน
"เจ้า... เข้ามาสิ ข้า... ข้าจะบอกอะไรให้..."
"บอกอะไร? พูดดังๆ หน่อย ข้าไม่ได้ยิน" ลู่เต๋อคิดว่าอีกฝ่ายยอมจำนนแล้ว จึงรีบยื่นหูเข้าไปใกล้เพื่อฟัง
ทันใดนั้น ประกายสีขาวก็วูบผ่านสายตา เศษกระเบื้องแหลมคมพุ่งตรงเข้าใส่เขา!