เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ใต้เท้าตู้ผู้ไม่สนใจสตรี

บทที่ 26 ใต้เท้าตู้ผู้ไม่สนใจสตรี

บทที่ 26 ใต้เท้าตู้ผู้ไม่สนใจสตรี


บทที่ 26 ใต้เท้าตู้ผู้ไม่สนใจสตรี

ณ ชั้นสอง

ตู้ติงเดินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจอยู่ภายในห้องส่วนตัว เขาได้รับสายข่าวแจ้งมาว่า นักโทษหลบหนีซ่อนตัวอยู่ในหอนางโลมที่แสนวุ่นวายแห่งนี้ แต่คนของเขาแอบค้นหอนางโลมจนทั่วแล้วกลับไม่พบร่องรอยใดๆ

นั่นทำให้เขาเริ่มสงสัยในความแม่นยำของข่าว

ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งกังวล เหงื่อกาฬไหลซึมออกมากลางกระหม่อมและแผ่นหลัง เขาปลดเข็มขัดและคลายคอเสื้อ ตัดสินใจว่าจะออกไปตรวจสอบด้วยตัวเอง

ผลปรากฏว่า ทันทีที่เขาเปิดประตู สตรีในชุดวาบหวิวใบหน้าแดงก่ำก็เซถลาเข้ามาจากหน้าประตู

"นะ... นายท่าน บ่าว... บ่าวร้อนเหลือเกินเจ้าค่ะ!"

สาบเสื้อด้านหน้าของนางฉีกขาด เผยให้เห็นเนินเนื้อ ดวงตาฉ่ำน้ำจ้องมองตู้ติงอย่างเชิญชวน ตู้ติงที่กำลังจะก้าวขาออกจากห้อง จำต้องชะงักฝีเท้าแล้วเดินกลับเข้ามา ก่อนจะปิดประตูลง

......

เพื่อให้ค้นหาได้ง่ายขึ้น หนิงจืออี้จงใจพาคนทั้งสองขึ้นมาจากบันไดฝั่งทิศตะวันตก ยิ่งเข้าใกล้ห้องส่วนตัวเป้าหมาย ฝีเท้าของนางก็ยิ่งช้าลง จนกระทั่งหยุดนิ่งในที่สุด

ตู้เส้าเฟิงมองตามสายตานาง ก็รู้ตำแหน่งของบิดาทันที เตรียมจะพุ่งเข้าไป

"พี่ตู้ แยกกันตรงนี้เถอะ ท่านไปทางนั้น ข้ากับพี่ชายจะไปทางโน้น"

[ตายแล้ว เกือบลืมไปเลยว่านี่มันหอนางโลม! ใต้เท้าตู้จะมาทำอะไรที่นี่ได้ล่ะ?]

[ถ้าบุ่มบ่ามเข้าไปแล้วเจอฉากที่ไม่ควรเจอ ไม่เท่ากับหน้าแตกยับเยินหรือไง?]

[ช่างเถอะ ให้ลูกชายแท้ๆ ไปเผชิญหน้าเอาเองก็แล้วกัน]

หนิงหยวนจื้อขยับมายืนบังน้องสาวไว้เงียบๆ เพื่อไม่ให้นางมองเห็นห้องนั้น

จริงสิ เมื่อกี้เขาก็ลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิท พวกเขาล้วนเป็นผู้ชาย ไม่มีใครเข้าใจความคิดผู้ชายดีไปกว่าเขา จะเห็นอะไรก็ช่างเถอะ แต่น้องสาวของเขาที่เป็นเด็กผู้หญิงจะให้มาเห็นภาพอุจาดตาไม่ได้

ตู้เส้าเฟิงเห็นแววตาของหนิงหยวนจื้อที่เริ่มปิดไม่มิด เขาใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ก่อนจะวาดแขนโอบคออีกฝ่ายแล้วลากตัวมา

"หนิงจืออี้ ข้าจะปล่อยเจ้าวิ่งเพ่นพ่านได้ยังไง? เจ้ารออยู่ตรงนี้เงียบๆ ให้ข้าไปตามคน เดี๋ยวข้าจะรีบกลับมาพร้อมพี่ชายเจ้า"

พูดจบเขาก็ลากตัวหนิงหยวนจื้อไปยังห้องส่วนตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยไม่รอคำอธิบาย พลางเดินพลางพูดว่า

"ลูกย่อมรู้นิสัยพ่อ ข้าจะไม่รู้หรือว่าพ่อข้าเป็นคนยังไง? เขาเป็นคนหัวโบราณ ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับสตรี ที่มาหอนางโลมต้องมาคุยธุระแน่ๆ เราเข้าไปตามหาคนได้อย่างเปิดเผยเลย"

"เจ้าแน่ใจนะ?"

"ทำไมเจ้าไม่เชื่อข้า? นั่นพ่อแท้ๆ ของข้านะ ใครจะรู้จักเขาดีไปกว่าข้าอีกล่ะ? ข้ากล้ายืนยัน นั่งยัน นอนยันเลยว่า พ่อข้าเป็นผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิง!"

หนิงหยวนจื้อยังลังเล แต่พอนึกถึงคำร่ำลือในราชสำนักเกี่ยวกับใต้เท้าตู้ ความเชื่อใจจึงมีชัยเหนือความสงสัย

เมื่อเข้าใกล้ห้องส่วนตัว ขณะที่เขากำลังจะเจาะรูหน้าต่างเพื่อยืนยันว่าเป็นใต้เท้าตู้หรือไม่ เขาก็ได้ยินเสียงครวญครางกำกวมดังลอดออกมาจากในห้อง

เสียงสตรีหวานหยดย้อยราวกับจะขาดใจ...

เสียงในห้องดังขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่หนิงจืออี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยังได้ยิน

[โอ้โห ฮ่าๆๆ นี่หรือใต้เท้าตู้ผู้ไม่สนใจสตรี]

[ขนาดไม่สนใจยังขนาดนี้ ถ้าสนใจขึ้นมาจะขนาดไหนเนี่ย?]

เท้าของหนิงหยวนจื้อเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ เขาไม่ยอมก้าวไปข้างหน้าอีกแม้แต่ก้าวเดียว ในขณะที่ใบหน้าของตู้เส้าเฟิงแดงก่ำด้วยความโกรธ

เขาเพิ่งจะคุยโวต่อหน้าพี่น้องสกุลหนิงไปหยกๆ ท่านพ่อกลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่

เวลานี้ตู้เส้าเฟิงแยกไม่ออกแล้วว่าโกรธเรื่องอะไร รู้เพียงแต่ว่าความโมโหพุ่งขึ้นสมองจนหน้ามืด

เขาถีบประตูห้องเปิดออก รวดเร็วเสียจนหนิงหยวนจื้อห้ามไม่ทัน

ตู้เส้าเฟิงพุ่งเข้าไปในห้องราวกับกระทิงคลั่ง ส่วนหนิงหยวนจื้อรีบหันหลังกลับไปบังสายตาน้องสาว

"ไป กลับกับพี่ ไม่ต้องไปสนใจ เดี๋ยวพี่ไปส่งเจ้าที่จวนก่อน"

เขาเสียใจจนลำไส้เขียวไปหมด เดิมทีพอได้ยินเสียงในใจของหนิงจืออี้ เขาก็รู้ว่ามีคนจะปองร้ายใต้เท้าตู้ ด้วยความที่เห็นว่าเป็นพ่อของสหายรัก เขาจึงยอมพาน้องสาวมาในสถานที่อโคจรแบบนี้

เขาคิดแค่ว่าจะช่วยใต้เท้าตู้ก่อนจะถูกวางยา แต่ดูเหมือนตอนนี้จะสายไปเสียแล้ว ยังไงตู้เส้าเฟิงก็เข้าไปแล้ว จะช่วยพ่อยังไงก็ขึ้นอยู่กับฝีมือเขาแล้วกัน ภารกิจสำคัญที่สุดของเขาตอนนี้คือพาน้องสาวกลับบ้าน ไม่งั้นถ้าพี่ใหญ่รู้ว่าเขาพาน้องมาหอนางโลม มีหวังโดนตีตายแน่

หนิงจืออี้ไม่อยากกลับ นางยังดูเรื่องสนุกไม่จบ แต่คนที่ลากนางไปคือพี่ชายแท้ๆ ด้วยแรงกดดันทางสายเลือด การขัดขืนย่อมไม่เป็นผลดี นางจึงถูกลากถอยหลังไปตามระเบียบ

......

ในห้องส่วนตัวขนาดกลางที่ชั้นล่าง เหล่าสาวงามมากมายรุมล้อมชายหนุ่มท่าทางตุ้งติ้ง ใบหน้าของเขาไม่ได้อัปลักษณ์ แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับให้ความรู้สึกชั่วร้าย

เหล่าสาวงามสวมใส่ผ้าโปร่งบางเผยผิวพรรณวับๆ แวมๆ ลู่เต๋อใช้มือข้างหนึ่งลูบหน้าผาก ส่วนอีกข้างโอบเอวสตรีข้างกาย ทำเอานางส่งเสียงครางกระเส่า

แม้ชื่อเสียงของลู่เต๋อจะไม่ดีนัก แต่เขาจ่ายหนักกว่าคนอื่นเป็นสิบเท่า เหล่าหญิงสาวจึงเต็มใจปรนนิบัติ เด็กในสังกัดของเขาต่างทอดสายตายั่วยวนมองชายหนุ่มข้างกาย เสียงครางในลำคอดังขึ้นเรื่อยๆ

พวกนางพยายามดึงดูดความสนใจของชายหนุ่ม แต่ทว่าสายตาของลู่เต๋อกลับจับจ้องไปที่บุรุษที่กำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น

ใช่แล้ว บุรุษ

บนพรมในห้อง ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาสำนักปี้อวิ๋นกำลังบิดกายไปมาบนพื้น เพื่อประคองสติ ริมฝีปากของเขาถูกกัดจนเลือดซึม ข้อมือมีรอยเล็บข่วนจนได้เลือด

ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่ได้รับเป็นเวลานานทรมานเขาอย่างหนัก ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตา ริมฝีปาก แม้กระทั่งลำคอ ล้วนเจือสีชมพูระเรื่อ

โดยเฉพาะริมฝีปากเปื้อนเลือดสีแดงสด บาดตาบาดใจ ดึงดูดความสนใจของลู่เต๋อยิ่งนัก เขาเลียริมฝีปาก สายตาไล่ไปตามส่วนเว้าโค้งของชายหนุ่มบนพื้น ยิ่งมอง ท้องน้อยของเขาก็ยิ่งเกร็งแน่น แววตาเต็มไปด้วยตัณหาราคะ

ชายหนุ่มบนพื้นนามว่าเจิ้งวางเหยียน เป็นนักศึกษาหัวกะทิที่ถูกส่งตัวมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าเมืองหลวง รูปร่างหน้าตาโดดเด่น เฉลียวฉลาดใฝ่เรียนรู้ เป็นหนึ่งในยอดอัจฉริยะของสำนักปี้อวิ๋น

แต่ทุกอย่างพลิกผันไปหลังได้พบกับลู่เต๋อ

เมื่อแรกเห็นเจิ้งวางเหยียน ลู่เต๋อก็พ่ายแพ้ต่อจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งดุจต้นสนและต้นไผ่ของเขา หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องครอบครองให้ได้ อยากรู้รสชาติของการได้เล่นสนุกกับบัณฑิตผู้หยิ่งในศักดิ์ศรี

น่าเสียดาย ไม่ว่าจะข่มขู่หรือล่อลวง ชายหนุ่มก็ไม่หวั่นไหว

เมื่อหมดความอดทน ลู่เต๋อก็เริ่มกลั่นแกล้งเจิ้งวางเหยียนในสำนัก ทั้งขโมยการบ้าน เผาตำรา ทิ้งอาหาร ขังไว้ในห้องเก็บฟืน สารพัดวิธีชั่วร้ายถูกงัดมาใช้

แต่เจิ้งวางเหยียนราวกับแมลงสาบฆ่าไม่ตาย เขาไม่ยอมจำนน แม้จะถูกลู่เต๋อและพวกรังแก แต่ก็หาจังหวะเอาคืนได้เสมอ สร้างความปั่นป่วนให้ลู่เต๋อไม่น้อย

ลู่เต๋อที่โดนสั่งสอนไปบ้างก็เพลาๆ มือลง แต่ไม่รู้วันนี้ไปใช้วิธีไหน ถึงขั้นวางยาแล้วลากตัวมาหอนางโลมได้สำเร็จ

เมื่อเห็นคนที่คะนึงหามานานนอนบิดเร่าอยู่บนพื้น ไฟราคะในใจลู่เต๋อก็ลุกโชน เผาผลาญสติสัมปชัญญะไปทีละน้อย

ขณะที่เขากำลังดำดิ่งในห้วงอารมณ์ เสียงครางกระเส่าของหญิงสาวข้างกายก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนปลุกเขาตื่นจากภวังค์

บางทีอาจเป็นเพราะเขาเล่นสนุกพิสดารมามากในช่วงหลัง ลู่เต๋อจึงไม่รู้สึกสุขสมกับกามกิจธรรมดาอีกต่อไป ต้องหาอะไรตื่นเต้นทำถึงจะพอใจ วันนี้อุตส่าห์มีอารมณ์ร่วม แต่กลับถูกนังแพศยาข้างๆ ทำลายบรรยากาศเสียได้

แววตาฉายความรำคาญ เขาคว้าผมหญิงสาวแล้วกระแทกหน้าผากนางเข้ากับมุมโต๊ะอย่างแรง คว้ากาน้ำชาฟาดลงไปที่ศีรษะนางจนแตกกระจาย เศษกระเบื้องบาดลึก!

เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด บาดแผลลึกถึงกระดูกปรากฏบนใบหน้าหญิงสาว

"กรี๊ดดด!" หญิงสาวคนอื่นๆ กรีดร้องลั่น แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาอำมหิตของลู่เต๋อ พวกนางก็หดคอเหมือนนกกระทาหวาดกลัว ไม่กล้าส่งเสียงอีก

"อ๊าก! หน้าข้า หน้าข้า! ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าที!!"

หญิงสาวที่ถูกทำร้ายดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง เมื่อมองผ่านม่านเลือดเห็นใบหน้าดุร้ายของลู่เต๋อ นางก็ยิ่งกรีดร้องด้วยความสยดสยอง ตะเกียกตะกายคลานหนีไปทางประตู

เสียงร้องโหยหวนยิ่งกระตุ้นโทสะของลู่เต๋อ เขาพุ่งเข้าไปเตะซ้ำอีกหลายทีเพื่อระบายอารมณ์ แล้วสั่งบ่าวรับใช้ข้างกาย:

"ลากมันออกไป ยกให้พวกเจ้าไปเล่นสนุกกันซะ"

บ่าวรับใช้หน้าบาน คนที่ถูกจัดให้มาปรนนิบัติคุณชายระดับนี้ย่อมต้องงดงาม เป็นของสูงที่บ่าวไพร่ธรรมดาอย่างพวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึง

แม้ตอนนี้สาวงามจะโชกเลือด แต่ก็ไม่ทำให้ความสนใจของพวกเขาลดลง

"ขอบคุณนายน้อย ขอบคุณนายน้อยขอรับ"

หญิงสาวหวาดกลัวสุดขีด ไม่สนความเจ็บปวด พยายามตะกุยพื้นคลานหนี "แม่เล้า ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย"

มองดูใบหน้าสิ้นหวังของหญิงสาว ลู่เต๋อกลับหัวเราะร่า ทันใดนั้นเขาก็เกิดความคิดใหม่

"ไม่ต้องออกไป เรียกพวกมันเข้ามา เล่นมันให้ตายต่อหน้าข้านี่แหละ!"

บ่าวรับใช้หน้าซีดเผือด เขาไม่ได้มีรสนิยมวิปริตแบบนี้ แต่เมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของนายน้อย ก็ไม่กล้าปฏิเสธ รีบหันหลังกลับไปเรียกพรรคพวกเข้ามา

หญิงสาวคนอื่นๆ ตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว ลู่เต๋อมองพวกนางด้วยความขัดใจ รู้สึกเกะกะลูกตา

"ไสหัวไปให้หมด หุบปากให้สนิท ถ้าควบคุมปากตัวเองไม่ได้ ข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้!"

หลังจากทุกคนออกไป สายตาหยาบโลนของลู่เต๋อก็หันกลับมาที่ชายหนุ่มบนพื้น...

จบบทที่ บทที่ 26 ใต้เท้าตู้ผู้ไม่สนใจสตรี

คัดลอกลิงก์แล้ว