- หน้าแรก
- แอบบอกความลับ แล้วขยับมาฮา
- บทที่ 25 ข้าด้วย ข้าด้วย
บทที่ 25 ข้าด้วย ข้าด้วย
บทที่ 25 ข้าด้วย ข้าด้วย
บทที่ 25 ข้าด้วย ข้าด้วย
แน่นอนว่าหนิงจืออี้ไม่มีทางบอกหรอกว่าราคาที่ได้มานั้นระบบเป็นคนคำนวณให้ แต่ในฐานะเด็กสาวผู้มีจิตใจเมตตาและใจกว้างดั่งมหาสมุทร นางจึงเอ่ยปากไขข้อข้องใจให้พี่ชาย
"นี่เป็นความลับสวรรค์ และความลับสวรรค์นั้นแพร่งพรายมิได้เจ้าค่ะ"
"ข้าลดให้ตั้งสองตำลึงเงินเลยนะ เห็นไหมว่าข้าใจดีขนาดไหน?" นางทำหน้าภาคภูมิใจ พลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอคอยคำชม
"แต่ข้าไม่ได้จ่ายเงินเป็นหมื่นตำลึงเพื่อซื้อของพวกนั้นสักหน่อย"
"อื้มๆ ข้าก็แค่คูณเพิ่มเข้าไปนิดหน่อยเอง"
'คูณเพิ่มเข้าไปนิดหน่อย' กับ 'ลดให้ตั้งสองตำลึง' ตู้เส้าเฟิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาแอบตั้งฉายาให้หนิงจืออี้ในใจเงียบๆ ว่า 'นางมารน้อยจอมเจ้าเล่ห์' พร้อมสาบานว่าจะไม่ทำให้คุณหนูผู้นี้ไม่พอใจเด็ดขาด
หนิงหยวนจือเองก็พูดไม่ออกเช่นกัน แต่ลึกๆ ในใจเขากลับแอบดีใจ
น้องสาวไม่เพียงช่วยเขาเถียงกับคนสกุลซู แต่ยังช่วยสั่งสอนหวังอันรุ่ยอีกด้วย เขาคือน้องชาย...เอ้ย พี่ชายที่น้องสาวรักที่สุดจริงๆ สินะ
ครอบครัวของพวกเขาสนิทกันที่สุดแล้ว หัวใจที่เคยแหลกสลายเพราะหนิงจืออี้ของเขาตอนนี้กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกเสมอว่าตั้งแต่น้องสาวฟื้นจากการตกน้ำ คราวนั้น นางก็ดูเปลี่ยนไปจากเดิมไม่น้อย
นางไม่มองพวกเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามอีก และไม่ทำเรื่องแปลกประหลาดอีกแล้ว
ทั้งสามคนกลับขึ้นรถม้า หนิงจืออี้ส่งยิ้มจริงใจให้ตู้เส้าเฟิง ทำเอาตู้เส้าเฟิงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"พี่ตู้ จริงๆ แล้วข้ามีความลับเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยบอกใคร แต่ตอนนี้ข้านับถือท่านเป็นพี่ชายแท้ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องบอกความจริงบางอย่าง"
ดวงตาของตู้เส้าเฟิงเป็นประกายขึ้นมาทันที เขาแอบชำเลืองมองหนิงหยวนจือที่ตาโตด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่คิดว่าหนิงจืออี้กำลังจะพูดถึงเรื่องเสียงในใจ ลมหายใจของพวกเขาจึงเริ่มถี่กระชั้นขึ้น
หนิงจืออี้เห็นอารมณ์ของตู้เส้าเฟิงเริ่มคล้อยตาม จึงกระแอมเบาๆ แล้วพูดต่อ
"ตอนเด็กๆ ข้าเคยเจอผู้เฒ่าหนวดขาวคนหนึ่ง ท่านผู้เฒ่าบอกว่าเป็นเซียนและเรามีวาสนาต่อกัน ท่านเลยสอนวิชาเซียนทำนายอนาคตให้ข้า"
"เมื่อครู่นี้ ข้าลองทำนายเรื่องสำคัญเกี่ยวกับท่านดู ข้าทำนายได้ว่ากำลังมีคนคิดร้ายกับท่านลุงตู้เจ้าค่ะ"
หนิงจืออี้กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อในทันที จึงแกล้งหยุดเว้นจังหวะให้เขาได้คิดตาม
อันที่จริง คนยุคปัจจุบันฟังปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้เหลวไหลสิ้นดี นางแค่แต่งเรื่องขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เท่านั้นแหละ
เพราะด้วยความช่วยเหลือของระบบ นางจึงรู้อนาคต เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่ต้องถูกฆ่าล้างตระกูล และเพื่อชีวิตของนางเอง นางจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และต้องช่วยเหลือคนดีหรือตระกูลที่เป็นมิตรกับสกุลหนิงไว้ให้ได้
ดังนั้น นางจึงต้องหาที่มาที่ไปของคำพูดให้ดูสมเหตุสมผลที่สุด ก็เลยต้องกัดฟันแต่งเรื่องนี้ขึ้นมา
พูดจบ นางก็อายจนแทบอยากจะเอาเท้าจิกพื้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาตกตะลึงของพวกเขาทั้งสอง นางเกือบจะหลุดขำออกมาแล้ว
ทั้งห้องเงียบกริบไปเนิ่นนาน หนิงจืออี้เริ่มทนไม่ไหว กำลังจะสารภาพว่าที่พูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก
"เอาเถอะๆ จริงๆ แล้วที่ข้าพูดเมื่อกี้คือ..."
"ฮ่าๆๆ ข้าว่าแล้วเชียว! น้องสาวของข้า น้องสาวของหนิงหยวนจือ จะเป็นคนธรรมดาได้ยังไง? ที่แท้หนิงจืออี้ เจ้าก็เป็นศิษย์ของเซียนนี่เอง!" หนิงหยวนจือเป็นคนแรกที่ระเบิดหัวเราะออกมา
เขารู้สึกเหมือนได้ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ มิน่าล่ะน้องสาวถึงรู้อนาคต มิน่าล่ะพวกเขาถึงได้ยินเสียงในใจนาง ที่แท้ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของท่านเซียนนี่เอง!
พอเอาเรื่องเซียนมาอ้าง เรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลทั้งหมดก็ดูมีเหตุผลขึ้นมาทันที
ตู้เส้าเฟิงเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน มิน่าล่ะน้องหนิงถึงรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเขา เขาดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าน้องหนิงไม่ใช่คนธรรมดา
นางเป็นคนโปรดของท่านเซียนเชียวนะ!
"น้องสาว นับจากนี้ไป เจ้าคือน้องสาวแท้ๆ ของข้า! ไม่ต้องห่วง พี่รู้ว่าท่านเซียนชอบทำตัวเรียบง่าย ข้าจะไม่ปากโป้งเด็ดขาด"
"หนิงสี่ เจ้าก็เหมือนกันใช่ไหม?"
หนิงหยวนจือพยักหน้าหงึกหงักอย่างแรง "ข้าด้วย ข้าด้วย"
คราวนี้ถึงตาหนิงจืออี้พูดไม่ออกบ้าง สรุปว่าคนโบราณหลอกง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
ถ้างั้นนางไปสมัครเป็นราชินีเลยไม่ดีกว่าเหรอ?
ระบบจับความคิดนางได้ จึงสาดน้ำเย็นใส่ทันทีอย่างไม่เกรงใจ
【โฮสต์อย่าเพ้อเจ้อ คนฉลาดในยุคโบราณยังมีอีกเยอะ แค่วันนี้ท่านโชคดีเจอคนที่ไม่ค่อยฉลาดสองคนแค่นั้นเอง】
【แต่โฮสต์ไม่ต้องท้อใจไป ใช้ข้ออ้างนี้ต่อไปได้เลย ครั้งหน้าถ้าท่านพูดอีก ข้าจะมอบบัฟที่ทำให้คนเชื่อถือคำพูดง่ายขึ้นให้】
【ตกลง ดีล! ระบบ เจ้านี่มันสุดยอดจริงๆ ข้าเริ่มชอบเจ้าขึ้นมาแล้วสิ】
ระบบหัวเราะแห้งๆ ด้วยความรู้สึกผิด โดยที่โฮสต์ไม่รู้ตัว มันได้ใช้วิธีการบางอย่างเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของทุกคนไปแล้ว ถ้าโฮสต์รู้เรื่องนี้เข้า นางต้องฉีกอกมันแน่ๆ
เมื่อคิดถึงผลที่จะตามมา มันจึงตัดสินใจเก็บความลับนี้ไว้ให้ลึกสุดใจ พร้อมกับสังเกตว่าโฮสต์ชอบอะไร เพื่อหาทางชดเชยให้นางในอนาคต
ในขณะนี้ หนิงหยวนจือและตู้เส้าเฟิงกำลังส่งสายตามองกันไปมา ดูเหมือนจะเคืองคำพูดของระบบที่ว่าพวกเขา "ไม่ค่อยฉลาด" อยู่ไม่น้อย แต่ในเมื่อตอนนี้ในสายตาพวกเขา โฮสต์คือศิษย์ท่านเซียน คิดไปคิดมา พวกเขาจึงจำใจยอมรับสภาพไปโดยปริยาย
ทั้งสามคนเดินทางไปที่จวนสกุลตู้ก่อน แต่คนเฝ้าประตูแจ้งว่าท่านเจ้ากรมตู้ออกไปข้างนอกแล้ว
หนิงจืออี้แสร้งทำท่านับนิ้วคำนวณ แล้วบอกว่าให้ไปที่หอคณิกาที่ใหญ่ที่สุด
หอคณิกาไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ดูจะตกแต่งอย่างฉูดฉาดบาดตาเหมือนกันหมด หนิงจืออี้ลูบหนวดปลอมเหนือริมฝีปาก รอยยิ้มเริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ
ดูเอวบางร่างน้อยของสาวงามคนนั้นสิ ทำเอาใจนางสั่นไหวไปหมด
หนิงหยวนจือหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาคลุมหน้านางไว้ พร้อมดุเสียงเข้ม
"ยัยตัวดี เจ้าเป็นผู้หญิงนะ! มองด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง?"
ตู้เส้าเฟิงพึมพำเบาๆ อยู่ข้างๆ "สายตาแบบนั้นดูหื่นกามกว่าข้าอีก"
หนิงหยวนจือเงื้อหมัดขู่ จนตู้เส้าเฟิงต้องรีบปิดปากเงียบกริบ
"น้องหนิงจืออี้ สรุปว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อข้ากันแน่? บอกพี่ชายหน่อยเถอะ พี่จะได้สบายใจ"
"พี่ตู้ พลังวิเศษของข้ายังอ่อนด้อย ข้าทำนายเหตุการณ์ละเอียดไม่ได้ รู้แค่ว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น ส่วนจะช่วยท่านลุงตู้อย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพวกท่านแล้ว"
หนิงจืออี้ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก นางแอบช่วยชีวิตคนได้ แต่จะให้แบไต๋บอกความจริงทั้งหมดคงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเป้าหมายจะชัดเจนเกินไป และความปลอดภัยของตัวนางเองก็จะไม่ได้รับการรับประกัน
【โฮสต์ ท่านเจ้ากรมตู้อยู่ห้องส่วนตัวทางทิศตะวันตกชั้นสอง】 ระบบบอกใบ้ได้ทันเวลา
หนิงจืออี้รับสัญญาณจากระบบทันที นางชี้ไปที่หญิงสาวแต่งตัวน้อยชิ้นคนหนึ่ง "เดี๋ยวข้าไปสืบข่าวก่อน"
นางเดินจ้ำอ้าวขึ้นไปชั้นสองทันที บรรดาสาวงามในหอเห็นชายร่างผอมติดหนวดปลอมเดินส่ายอาดๆ เข้ามา ต่างก็ถอยกรูดด้วยความสยดสยอง
จากประสบการณ์ แขกแปลกประหลาดแบบนี้รับมือยากที่สุด และโดยทั่วไปแล้วไม่มีใครอยากให้บริการ
ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง ลู่เหมาและองค์ชายสามกำลังนั่งจิบชาอยู่ด้วยกัน เพื่อไม่ให้เสียการใหญ่ พวกเขาจึงไม่ได้เรียกสาวงามมาปรนนิบัติ
"องค์ชายสาม กระหม่อมขอดื่มถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ"
องค์ชายสามยกจอกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
"ตั้งแต่ได้ใต้เท้าลู่มาช่วยงาน ข้าก็รู้สึกเหมือนเสือติดปีก ข้าเป็นคนเห็นคุณค่าของคนเก่ง วันหน้าข้าไม่มีทางลืมใต้เท้าลู่แน่นอน"
"ขอบพระทัยองค์ชายที่ทรงเมตตา เป็นเกียรติของกระหม่อมที่ได้ถวายงานรับใช้พ่ะย่ะค่ะ"
"ใต้เท้าลู่ การเตรียมการวันนี้เรียบร้อยดีไหม? คงไม่มีอะไรผิดพลาดอีกนะ?"
พอได้ยินคำว่า "ผิดพลาด" ลู่เหมาก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนสกุลตู้ ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนหน้าซีดเผือด
แต่เพราะคนตรงหน้าคือองค์ชาย เขาจึงข่มความขยาดแขยงไว้ในอก "โปรดวางพระทัยพ่ะย่ะค่ะ ครั้งนี้รับรองว่ารัดกุมที่สุด"
"วันนี้ตู้ติงกำลังสืบสวนคดีนักโทษอยู่ กระหม่อมสั่งให้คนสร้างสถานการณ์ลวงว่านักโทษคนนั้นหนีมาซ่อนตัวที่นี่ จนหลอกล่อตู้ติงมาได้สำเร็จ ตอนนี้เขาอยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสองแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"ทั้งธูปหอม เหล้า และอาหารในห้องนั้นล้วนผสมยาปลุกกำหนัดขนานแรง ครั้งนี้ตู้ติงไม่มีทางรอดแน่!"
ได้ยินดังนั้น องค์ชายสามก็ยิ้มอย่างพอใจ ใช้จอกเหล้าบดบังรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก ตู้ติงช่างไม่รู้จักดีชั่ว กล้าปฏิเสธเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่างรนหาที่ตายนัก!
เขาเกลียดคนหัวแข็งที่ไม่เชื่อฟังที่สุด
แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกเหมือนมีกลิ่นแปลกๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ เขาแอบยกมือปิดจมูกเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า "เพื่อกันข้อครหา เราควรรีบกลับกันเถอะ" จากนั้นก็รีบร้อนจากไป
ลู่เหมาโค้งคำนับส่งเสด็จ แต่ท่าทีรังเกียจขององค์ชายสามมีหรือที่เขาจะมองไม่เห็น เขาทำได้เพียงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น รอจนแผ่นหลังขององค์ชายสามลับตาไป เขาถึงเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
เขาไม่กล้าโกรธแค้นองค์ชายสาม จึงได้แต่โยนความผิดทั้งหมดไปที่ตู้ติง เขาปัดข้าวของเครื่องประดับตกแต่งห้องจนแตกกระจาย แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เขาก็กลับมาสวมหน้ากากสุภาพชนผู้สง่างามดังเดิม