- หน้าแรก
- แอบบอกความลับ แล้วขยับมาฮา
- บทที่ 13 ข้าก็แค่กำลังปล้น
บทที่ 13 ข้าก็แค่กำลังปล้น
บทที่ 13 ข้าก็แค่กำลังปล้น
บทที่ 13 ข้าก็แค่กำลังปล้น
สิ้นเสียงขององค์หญิงหย่งอัน ก็เห็นใบหน้าของหนิงจืออี้บิดเบี้ยวด้วยความขมขื่น นางชี้หน้าด่าทอพ่อบ้านจูด้วยความคับแค้นใจ "พ่อบ้านจูพาทหารองครักษ์ไปทุบทำลายจวนสกุลหนิง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องลายคราม หยก ภาพวาดล้ำค่า หรือแม้กระทั่งดอกเบญจมาศที่ข้าชอบที่สุด... ที่สุดของที่สุด!"
"ของที่เสียหายล้วนเป็นของรักของหวงที่สุดของข้าทั้งนั้น!"
ดรุณีน้อยนางนี้ยังเยาว์วัยนัก แม้เครื่องหน้าจะยังไม่คมชัดเต็มสาว แต่ความงดงามก็ฉายแววโดดเด่นล้ำเลิศ ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม ริมฝีปากแดงระเรื่อ จมูกโด่งรั้นงดงามดั่งหยกสลัก ส่วนที่น่าหลงใหลที่สุดคือดวงตากลมโตดั่งผลซิ่งคู่นั้น ที่ดูเหมือนจะมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยอยู่เสมอ สดใสราวดอกไม้ผลิ บริสุทธิ์ดั่งจันทร์เพ็ญในฤดูใบไม้ร่วง
ยิ่งในยามนี้ที่ใบหน้าฉายแววน่าสงสาร ยิ่งทำให้ดูไร้เดียงสาน่าเอ็นดูจับใจ
นางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง ก่อนจะแผดเสียงคร่ำครวญต่อ "จวนของเราเทียบไม่ได้กับจวนอ๋อง รากฐานตื้นเขินยากจน พอมาเจอภัยพิบัติเช่นนี้ พวกเราคงไม่มีชีวิตรอดต่อไปแน่แล้ว!"
น้ำเสียงของนางไพเราะทว่าเต็มไปด้วยความตัดพ้อ ลากเสียงยาวเหยียดอย่างน่าเวทนา
หางตาของท่านอ๋องอันกระตุกยิกๆ
หนิงหยวนเจ๋อ "พอได้แล้ว เลิกแสดงเสียที!"
องค์หญิงหย่งอันรีบคว้ามือเล็กของหนิงจืออี้มากุมไว้ ทำสีหน้าตื่นตระหนก "เจ้าอย่าเพิ่งเสียใจไป ข้าจะให้เสด็จพ่อชดใช้ให้เจ้าสองเท่า... ไม่สิ สิบเท่าไปเลย"
"จริงหรือเพคะ? องค์หญิงช่างเป็นคนดีจริงๆ" หนิงจืออี้หยุดการแสดงในชั่วพริบตา รอยยิ้มประดับทั่วใบหน้า ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความขบขัน "ไม่เพียงแต่งดงาม แต่จิตใจยังเมตตา เครื่องลายครามและหยกเหล่านั้นล้วนผ่านการปลุกเสกมาแล้ว ส่วนภาพวาดก็เป็นสมบัติล้ำค่าประเมินราคาไม่ได้ แต่เห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันมิตรสหายกับองค์หญิง ข้าจะลดกระหน่ำให้ครึ่งราคา ค่าเสียหายทั้งหมดคิดเป็นเงินสองแสนตำลึงเพคะ"
ท่านอ๋องอันตื่นตะลึง เผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว "ทะ... เท่าไหร่นะ? หนิงจืออี้ เจ้าเรียกร้องมากเกินไปแล้ว นี่มันปล้นกันชัดๆ"
หนิงจืออี้พยักหน้า ยอมรับด้วยความจริงใจ "ใช่เพคะ หม่อมฉันกำลังปล้นซึ่งๆ หน้า"
หนิงหยวนเจ๋อ: "..."
ท่านอ๋องอัน: "..."
องค์หญิงหย่งอัน: "..."
ท่านอ๋องอันรู้สึกเหมือนอาการเลือดคั่งในสมองที่สั่งสมมาสิบปีกำลังจะกำเริบ องค์หญิงหย่งอันรีบลูบแขนท่านพ่อเบาๆ กระซิบเสียงอ่อน "อย่าทรงกริ้ว อย่าทรงกริ้ว นึกถึงบุญคุณเข้าไว้เพคะ"
"เลี้ยงลูกคนอื่น ปะปนสายเลือดราชวงศ์ ตายไปคงโดนบรรพบุรุษรุมตี..."
ยังไม่ทันที่องค์หญิงหย่งอันจะพูดจบ ท่านอ๋องอันก็หน้ามืดตาลาย เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้พ่อบ้านจูรีบจ่ายเงิน
"พ่อบ้านจู เปิดคลังส่วนตัวของเปิ่นหวาง นำตั๋วเงินไปให้คุณหนูหนิง แล้วเจ้าจงไปขอขมาที่จวนสกุลหนิงด้วยตัวเอง ของชิ้นไหนเสียหายก็ซื้อไปคืนให้ครบ!"
หัวใจของเขารับแรงกระแทกไม่ไหวอีกแล้ว
เขาต้องการความสงบ!
หนิงหยวนเจ๋ออยากจะปฏิเสธ เพราะเงินสองแสนตำลึงนั้นมากมายเกินไปจริงๆ
"หลานชาย ไม่ต้องพูดมากความ นี่เป็นสิ่งที่สมควรแล้ว ส่วนเรื่องในวันนี้..."
"ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย กระหม่อมและน้องสาวไม่รู้อะไรทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ" หนิงหยวนเจ๋อย้ำชัด เข้าใจดีว่าเงินก้อนนี้คือค่าปิดปาก
ท่านอ๋องอันพยักหน้า ยกชาขึ้นจิบ
หนิงหยวนเจ๋อผู้รู้ความรีบพาหนิงจืออี้ขอตัวลา
'ลาก่อนท่านเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง'
'ลาก่อนองค์หญิงหย่งอันคนสวย หวังว่าวันหน้าเราจะได้เป็นสหายกันนะ'
คนใจป้ำที่ควักเงินให้ทีเดียวสองแสนตำลึงแบบนี้... ต่อให้มีสิบคน นางก็คบเป็นสหายทั้งสิบคน!
นางรักเจ้ามือกระเป๋าหนักแบบนี้ที่สุด
ระบบ: 'โฮสต์ พิษในร่างกายซื่อจื่อจวนอ๋องยังไม่หยั่งรากลึก หากรักษาอย่างถูกวิธี ก็ยังมีหวังที่จะหายเป็นปกติ'
ดวงตาของท่านอ๋องอันเป็นประกายวาวโรจน์ ราวกับพบเส้นทางชีวิตใหม่ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกลับมาผงาดได้อีกครั้ง
ระบบ: 'เพียงแต่... เพราะถูกพิษมาหลายปี จึงส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีทายาท เขาทำได้เพียงเสพสุขแบบบุรุษ แต่ไม่อาจหว่านเมล็ดพันธุ์ได้'
เสียง เพล้ง ดังขึ้นในใจ ราวกับมีบางอย่างแตกสลาย ท่านอ๋องอันกุมหน้าอก หายใจหอบถี่
"เสด็จพ่อ หายใจเข้าลึกๆ หายใจเข้าลึกๆ เพคะ ใจเย็นๆ ก่อน ย่อมต้องมีหนทางรักษาแน่"
ท่านอ๋องอันแสดงท่าทีไม่รับการปลอบโยนจากลูกสาว เด็กสาวตัวน้อยจะไปเข้าใจความเจ็บปวดของลูกผู้ชายที่ไร้ทายาทได้อย่างไร!
'ระบบ ฉันเห็นในของรางวัลล็อกอินมี "ยาถอนพิษครอบจักรวาล" อยู่ด้วย เจ้านั่นรักษาพิษของซื่อจื่อจวนอ๋องได้ไหม?'
ระบบ: 'โฮสต์ ยาถอนพิษครอบจักรวาลสามารถขจัดพิษได้ทุกชนิด แต่การจะได้มานั้นไม่ง่าย โฮสต์ต้องทำภารกิจล็อกอินระดับยากมากให้สำเร็จเสียก่อน ระบบขอแนะนำว่าอย่าโลภอยากได้ยานี้เลย ความยากในการได้มา พอๆ กับการให้โฮสต์ไปตบก้นฮ่องเต้นั่นแหละ'
ดวงตาของท่านอ๋องอันกลับมาลุกโชนอีกครั้ง ลูกชายของเขายังมีความหวัง!
องค์หญิงหย่งอันเริ่มครุ่นคิดถึงสิ่งที่หนิงจืออี้ชอบ นางตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ในใจ: นางจะต้องกลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหนิงจืออี้ให้ได้
เมื่อเห็นแววตาของสองพ่อลูกเปล่งประกายขึ้นมาพร้อมกัน หนิงหยวนเจ๋อก็สังหรณ์ใจไม่ดี!
ลมแรงแล้ว รีบชิ่งดีกว่า!
...
"ถวายบังคมองค์หญิงใหญ่ ถวายบังคมองค์รัชทายาท"
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตู ก็บังเอิญพบขบวนเสด็จขององค์หญิงใหญ่และรัชทายาทพอดี
สมกับเป็นองค์รัชทายาท กลิ่นอายสูงส่งไม่ธรรมดา ทว่ากลับไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัด แต่กลับให้ความรู้สึกเป็นกันเอง เขายิ้มอย่างอ่อนโยน ส่งสัญญาณให้ทั้งสองลุกขึ้น
องค์หญิงใหญ่ผู้งดงามและสูงส่งนั่งอยู่บนรถม้าหยก นางพยักหน้ารับ สายตาจับจ้องไปที่หนิงจืออี้เป็นพิเศษ แน่นอนว่านางย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงฉาวโฉ่ของหนิงจืออี้มาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ คิดว่าเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง จะก่อเรื่องราวใหญ่โตอะไรได้
ทว่าภายหลังเมื่อได้ยินเรื่องแย่ๆ ของหนิงจืออี้มากเข้า นางก็นึกไม่ชอบหน้าเด็กสาวผู้นี้โดยไม่รู้ตัว แต่พอได้มาเห็นตัวจริงในวันนี้ กลับพบว่าคนที่ใครๆ ต่างร่ำลือว่าเป็นคนเลวร้าย แท้จริงเป็นเพียงเด็กสาวที่ดูสดใสและน่ารักน่าเอ็นดูคนหนึ่งเท่านั้น
ความรู้สึกไม่ชอบใจจางหายไป นางถึงกับพยักหน้าทักทายหนิงจืออี้ด้วยซ้ำ
'ว่ะฮ่ะฮ่า พี่สาวคนสวยพยักหน้าให้ฉันด้วย! อ๊ายยย ฉันชอบองค์หญิงใหญ่คนสวยจริงๆ!'
'พี่สาวคนสวย มองมาที่ฉันสิ!'
สีหน้าเรียบเฉยขององค์หญิงใหญ่เปลี่ยนไป นางเคาะรถม้าหยกเบาๆ สาวใช้คนสนิทรีบส่งสัญญาณให้คนหามเกี้ยวชะลอความเร็วลงทันที
ระบบ: 'โฮสต์ เบาเสียงหน่อย หูฉันจะแตกแล้ว! ลืมไปแล้วหรือ? นี่คือโลกภายในใจ องค์หญิงไม่ได้ยินหรอก มีแต่ฉัน ระบบตัวน้อยๆ นี่แหละที่ต้องมารับกรรม~'
'ก็ฉันชอบองค์หญิงจริงๆ นี่นา! ฉันคลั่งรักพี่สาว ฉันหลงใหลพี่สาว ยอมเอาหัวโขกกำแพงเพื่อพี่สาวได้เลย! ระบบ รีบบอกเรื่องราวขององค์หญิงมาหน่อย นางมีจุดจบที่ดีไหม?'
ระบบเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย: 'ไม่ จุดจบขององค์หญิงใหญ่เลวร้ายมาก นางจะถูกผู้คนประณามสาปแช่ง ทิ้งชื่อเสียไว้ชั่วกัลปาวสาน!'
คิ้วของรัชทายาทขมวดมุ่น เขาทำท่าจะหันขวับไปตำหนิ แต่ถูกสายตาขององค์หญิงใหญ่ปรามไว้ นางคิดในใจเงียบๆ 'โลกภายในใจ... ช่างเป็นโลกภายในใจที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก'
หนิงจืออี้แก้มป่อง กรีดร้องเสียงสูงระดับปลาโลมาในใจ 'ไม่จริง! ใครหน้าไหนก็ห้ามมาด่าพี่สาวคนสวยของฉัน! องค์หญิงดีที่สุด แถมเมื่อกี้ยังช่วยฉันไว้ด้วย!'
'ระบบ บอกเรื่องขององค์หญิงมาให้มากกว่านี้หน่อย ฉันจะล่วงหน้าไปทุบหัวหมาพวกที่ใส่ร้ายองค์หญิง ปกป้ององค์หญิงของพวกเรา'
ระบบ: 'ไม่ได้ ตอนนี้ฉันยังรู้ข้อมูลขององค์หญิงไม่ครบถ้วน ต้องรอเจอตัวละครสำคัญมากกว่านี้ถึงจะปลดล็อกเนื้อเรื่องได้ แต่ฉันแอบบอกข่าวซุบซิบเล็กๆ น้อยๆ ให้โฮสต์แก้เบื่อได้นะ'
'ก็ได้ แต่ทีหลังต้องบอกฉันนะ! ถ้าใครกล้าด่าองค์หญิง ฉันจะเฉือนไอ้นั่นของพวกมันทิ้งแล้วยัดใส่ปาก เป็นการลงโทษปากเน่าๆ ของพวกมันซะ!'
ระบบ: แม้มันจะไม่มีไอ้นั่น แต่ก็ยังรู้สึกหนาวสะท้านที่ช่วงล่าง นี่มันอาการเจ็บปวดในอวัยวะที่ไม่มีอยู่จริงชัดๆ!
'ขอสาบานเลยว่า ถ้าปลดล็อกเรื่องราวขององค์หญิงได้เมื่อไหร่ จะรีบแจ้งโฮสต์ทันที โฮสต์ไม่ต้องห่วง อีกไม่กี่วันพวกเราหมั่นไปเดินเล่นแถวจวนองค์หญิงใหญ่บ่อยๆ ไปปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างองค์หญิง เดี๋ยวก็กระตุ้นเนื้อเรื่องได้เอง'
'เข้าใจแล้วระบบ กุญแจสำคัญในการกระตุ้นเนื้อเรื่องคือการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนสินะ? งั้นถ้าฉันพาแกเดินรอบเมืองหลวงวันละสามเวลาหลังอาหาร ฉันก็จะมีเรื่องเผือกให้ฟังไม่ซ้ำกันทุกวันเลยสิ?'
ระบบ: "..."
มันอาจจะไม่ใช่คน แต่โฮสต์น่ะร้ายกาจยิ่งกว่าสุนัขเสียอีก
นี่เห็นมันเป็นลาลากโม่หรือไง ไม่สนความเป็นความตายของระบบ เพื่อแลกกับเรื่องชาวบ้านเนี่ยนะ
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เริ่มบิดเบี้ยวโรคจิตขึ้นเรื่อยๆ ของโฮสต์ หัวใจดวงน้อยๆ ของระบบก็สั่นสะท้าน 'ไม่... แน่นอนว่าการปลดล็อกเรื่องซุบซิบทำพร่ำเพรื่อไม่ได้ มันมีเงื่อนไขอยู่'
หนิงจืออี้ทำท่าไม่สนใจฟัง
'ระบบ ถ้าฉันพยายามตีสนิทกับองค์หญิง นางจะยอมให้ฉันเข้าไปวิ่งเล่นในจวนสักวันสองวันไหมนะ?'
ระบบ: 'โฮสต์ เป็นเด็กดีนะ เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ด้วยชื่อเสียงฉาวโฉ่ของโฮสต์ การที่องค์หญิงไม่สั่งคนมาตบหน้า ก็ถือว่าไว้หน้าบิดาของโฮสต์มากแล้ว'
'มะรืนนี้จะมีงานเลี้ยงต่อกลอนที่จวนองค์หญิงใหญ่ ปกติเทียบเชิญจะถูกส่งล่วงหน้าสามถึงห้าวัน แต่จนป่านนี้โฮสต์ยังไม่ได้รับเทียบเชิญเลย เข้าใจความหมายใช่ไหม?'
หนิงจืออี้ห่อเหี่ยวลงทันตา น้ำเสียงในใจแผ่วเบาลงมาก 'เข้าใจแล้ว พี่สาวคนสวยไม่ชอบฉัน นางเลยไม่ส่งเทียบเชิญมาให้'
ใบหน้าของเด็กสาวฉายแววผิดหวัง ดวงตากลมโตหม่นแสงลงด้วยความเสียใจ
ระบบ: 'โฮสต์ อย่าเพิ่งเศร้าไป เมื่อกี้ฉันเพิ่งตรวจจับเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับองค์รัชทายาทได้ อยากฟังไหม?'