เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 ถอนหมั้นซะ!

ตอนที่ 6 ถอนหมั้นซะ!

ตอนที่ 6 ถอนหมั้นซะ!


ตอนที่ 6 ถอนหมั้นซะ!

"เจ้า เจ้าพูดจาเหลวไหล ข้าเปล่านะ" เซี่ยหว่านชิงสะอึกสะอื้น น้ำตาไหลพรากออกมาทันที "ข้าไม่ได้มีความคิดแบบนั้น เจ้าใส่ร้ายข้า แล้วเจ้า... เจ้าแอบฟังพวกเราคุยกัน!"

"หนิงจืออี้ เจ้าทำอะไรน่ะ! อย่ามารังแกหว่านชิงนะ" ต้วนกู้หยางแม้จะเจ็บปวดไปทั้งตัว แต่ก็ยังพุ่งเข้ามาปกป้องเพื่อนสมัยเด็กของเขา จากนั้นก็หันไปตวาดใส่ตู้เสากวิ๋น "ตู้เสากวิ๋น หว่านชิงกำลังถูกรังแก เจ้าไม่รู้จักปกป้องนาง ไร้ประโยชน์จริงๆ"

"ตะโกนโหวกเหวกอะไร เป็นผู้ชายอกสามศอกแต่เสียงดังอย่างกับเป็ด หุบปากไปซะ!" หนิงจืออี้ทนพฤติกรรมของเขาไม่ไหวจึงสวนกลับไป "ข้านอนอาบแดดอยู่ในบ้านข้าดีๆ มันไปหนักหัวใคร เป็นแม่นางเซี่ยต่างหากที่นินทาข้าลับหลัง ตัวเองเป็นคนใจแคบแท้ๆ จะมาแสร้งทำตัวเป็นกุลสตรีผู้สูงส่งไปทำไม? อย่ามายืนบนแท่นศีลธรรมแล้วเที่ยวสั่งสอนคนอื่น ยายคนนี้ไม่สนศีลธรรมจอมปลอมพรรค์นั้นหรอกนะ!"

เมื่อได้ยินต้วนกู้หยางใช้น้ำเสียงก้าวร้าวเช่นนี้กับหนิงจืออี้ ตู้เสากวิ๋นก็โกรธจัด ความโกรธแค้นที่ไม่เคยมีมาก่อนปะทุขึ้นในอก เธอก้าวเข้าไปตบหน้าเขาอีกฉาดใหญ่ แล้วถามกลับ:

"ข้าไร้ประโยชน์งั้นรึ? แล้วเจ้าล่ะมีประโยชน์ตรงไหน?"

[จังหวะนี้ต้องปรบมือแล้วไหม ทำไมฉันรู้สึกเหมือนแม่นางน้อยกำลังจะสื่อว่าต้วนกู้หยาง 'ไร้น้ำยา' ยังไงยังงั้น]

[หรือว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แม่นางน้อยรู้แล้วเหรอว่าต้วนกู้หยาง 'เสื่อมสมรรถภาพ'?]

ระบบรู้สึกผิด ก็เธอนั่นแหละที่เป็นตัวแปรใหญ่ที่สุด? แต่ไม่กล้าพูดออกไป

[โฮสต์ การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ก็มีทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกนี่นา จะให้ทุกอย่างเหมือนเดิมเป๊ะๆ ได้ยังไง?]

"ตู้เสากวิ๋น เจ้ากล้าตบข้า! นอกจากจะไม่ช่วยเพื่อนที่ถูกรังแก ยังกล้าลงไม้ลงมือกับคู่หมั้นอีก! สมแล้วที่เป็นลูกสาวฮูหยินเอกตระกูลตู้!"

มองดูต้วนกู้หยางที่กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตู้เสากวิ๋นรู้สึกเหนื่อยหน่ายไม่อยากจะเสวนากับเขาอีก เธอตั้งสติและเริ่มไตร่ตรองสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่หนิงจืออี้พูดเป็นความจริง!

เธอถูกเซี่ยหว่านชิงและแม่ของนางวางแผนทำร้ายมาตลอด เธอต้องรีบแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านพ่อและท่านแม่ทราบ แล้วรีบถอนหมั้นกับตระกูลต้วนให้เร็วที่สุด!

เซี่ยหว่านชิงที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวเหนียวเหนอะหนะแถมยังโดนหนิงจืออี้ด่ากราดอย่างไร้ความปรานี ทั้งอับอายและเจ็บใจ เธอเริ่มร้องไห้อีกครั้ง คราวนี้ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงเสียงสะอึกสะอื้นแผ่วเบา หญิงงามร้องไห้จนตัวสั่นเทา น้ำตาร่วงพรูดุจดอกสาลี่ต้องลมฝน ทำเอาต้วนกู้หยางใจเจ็บไปหมด

เขาจ้องเขม็งไปที่หนิงจืออี้อย่างดุร้าย ราวกับหนิงจืออี้ก่ออาชญากรรมร้ายแรง "หนิงจืออี้ ข้าสั่งให้เจ้าขอโทษหว่านชิงเดี๋ยวนี้ และเจ้าต้องทำให้หว่านชิงยกโทษให้ได้ด้วย!"

[โรคเกลียดคนโง่กำเริบอีกแล้ว ถ้าไม่ติดว่าตบทีเดียวต้วนกู้หยางที่เจ็บอยู่จะตายคาที่ล่ะก็ แม่จะจัดให้สักดอกเน้นๆ]

มุมปากของตู้เสากวิ๋นกระตุกยิ้ม เธอจะเป็นคนจัดดอกเน้นๆ นั้นให้เอง

เธอเมินต้วนกู้หยางที่นอนเห่าอยู่บนพื้น แล้วก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มขึ้นมา "เพียะ! เพียะ!" ฝ่ามือตบลงไปสองฉาดรวด แรงจนมือชา

"หุบปาก! นี่คือท่าทีที่เจ้าปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณงั้นรึ? ถ้าเจ้ากล้าพูดจาล่วงเกินคุณหนูหนิงอีก ข้าจะตบเจ้าอีก!"

ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการคาดเดา แต่ตอนนี้สามพี่น้องตระกูลหนิงยืนยันได้เต็มร้อยแล้วว่า ตู้เสากวิ๋นได้ยินเสียงในใจของหนิงจืออี้ ในเมื่อแม้แต่ผู้เสียหายในเหตุการณ์ยังได้ยิน ความลับนี้จะยังเก็บไว้ได้อีกหรือ?

"เยี่ยม! เท่ระเบิดไปเลยแม่นางน้อย ไอเลิฟยู" เห็นดังนั้น หนิงจืออี้ก็กระโดดโลดเต้นเชียร์ตู้เสากวิ๋น

ตู้เสากวิ๋นขยิบตาให้เด็กสาว และก็ได้ยินเสียงเชียร์อีกครั้ง

[ว้าว แม่นางน้อยขยิบตาให้ฉันด้วย ชอบอ่ะ ชอบมาก]

[นางต้องชอบฉันแน่ๆ ถึงได้ขยิบตาให้ ไม่รับคำคัดค้านใดๆ ทั้งสิ้น]

ระบบที่กำลังจะเตือนโฮสต์ว่าอย่าหลงตัวเอง ตัดสินใจหุบปากเงียบ

ตู้เสากวิ๋นรู้สึกเศร้าใจลึกๆ เพราะถูกเซี่ยหว่านชิงคอยกดข่มมาตลอด เธอจึงไม่ได้ยินคำพูดที่ทำให้อบอุ่นหัวใจแบบนี้มานานแล้ว ยิ่งทำให้เธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องตีตัวออกห่างจากสองคนนี้ให้ได้

"กุลสตรีตระกูลตู้จะวางตัวอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่นายน้อยตระกูลต้วนจะมาตัดสิน เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ!"

"พี่ชายปกป้องน้องสาวอะไรกัน? ข้าเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ต้วนกู้หยาง คนที่เจ้าชอบคือเซี่ยหว่านชิงสินะ? ในเมื่อเจ้าชอบนาง แล้วจะมาทำร้ายข้าทำไม? ถอนหมั้นซะ!"

"เสี่ยวอวิ๋น ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ข้ากับกู้หยางมีแค่ความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง เจ้าจะมาถอนหมั้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบไม่ได้นะ"

"ตู้เสากวิ๋น เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ? การหมั้นหมายของสองตระกูลจะมายกเลิกง่ายๆ เพียงเพราะคำพูดของเจ้าฝ่ายเดียวได้ยังไง?" เทียบกับเซี่ยหว่านชิงที่ตื่นตระหนก ต้วนกู้หยางกลับไม่กังวลเลยสักนิด เขารู้ดีว่าการหมั้นหมายเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของทั้งสองตระกูล ไม่ใช่เรื่องที่ตู้เสากวิ๋นจะตัดสินใจได้เพียงลำพัง!

"งั้นก็คอยดูละกัน" ตู้เสากวิ๋นไม่เสียเวลาเสวนากับทั้งสองคนอีก

เสียงม้าร้องฮี้ดังขึ้นอีกครั้ง เซี่ยหว่านชิงเงยหน้ามองเห็นกีบม้าที่ยกสูงขึ้นและกำลังพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว ร่างกายของนางตอบสนองโดยสัญชาตญาณ กรีดร้องและคลานหนีไป เช่นเดียวกับที่ต้วนกู้หยางไม่สนใจความเป็นความตายของตู้เสากวิ๋นก่อนหน้านี้ นางก็ไม่ปรายตามองต้วนกู้หยางแม้แต่นิดเดียว

ทว่า ปฏิกิริยาแรกของต้วนกู้หยางเมื่อเห็นกีบม้ายกสูงคือการปกป้องคนข้างกาย แต่เขากลับเห็นเพียงเงาหลังที่หนีตายอย่างทุลักทุเล เขาหันกลับมาในจังหวะที่กีบม้าขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตรงหน้า เขารู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ ตาเบิกโพลง ฟันกระทบกันดังกึกๆ และมีของเหลวสีเหลืองอ่อนไหลออกมาจากเบื้องล่าง

[โอ้โฮ สองคนนี้กำลังแสดงฉาก 'ตัวใครตัวมันเมื่อภัยมา' ให้ดูงั้นเหรอ? แม่นางเซี่ยช่างไม่เห็นใจกันเลย นายน้อยตระกูลต้วนอุตส่าห์จะปกป้องเจ้าแทบตาย แต่เจ้ากลับเอาแต่หนีเอาตัวรอด]

[คนบางคนน้อ เอาความจริงใจไปให้หมากินยังดีกว่า]

หนิงจืออี้พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา จู่ๆ ก็รู้สึกว่าบทนางร้ายนี่มันดีชะมัด จะแสดงออกยังไงก็ได้ตามใจชอบ เธอก็แค่ไม่ชอบขี้หน้าเซี่ยหว่านชิงและอยากสั่งสอนนางสักหน่อย!

ต่อให้มอบความจริงใจให้คนพรรค์นี้ นางก็ไม่มีทางซาบซึ้งหรอก เน่าเฟะไปถึงเนื้อในจริงๆ!

"กู้หยาง ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าแค่กลัวมากไปหน่อย"

เซี่ยหว่านชิงเองก็เสียใจอย่างหนักหลังจากได้สติ แต่ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร จึงได้แต่อ้างว่าตัวเองกลัวเกินไป แววตาของต้วนกู้หยางว่างเปล่า ลมหนาวพัดผ่าน ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านที่ขา แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจ

ตู้เสากวิ๋นรู้ดีว่าสองคนนี้จะมาเป็นอะไรไปที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด นางจึงขอยืมบ่าวไพร่จากหนิงจืออี้เพื่อส่งเซี่ยหว่านชิงและต้วนกู้หยางกลับจวน แต่ตัวนางเองกลับยังรีรอไม่ยอมกลับ

[ทำไมแม่นางน้อยยังไม่ไปอีก? จะมาด่าฉันเรื่ององค์หญิงหย่งอัน หรือจะมาเทศนาให้ฉันไปคุกเข่าสวดมนต์ขอพรให้องค์หญิงที่หอพระกันล่ะ?]

[อย่านะแม่นางน้อย ถ้าเธอมาเทศนาฉันแบบนั้น เราขาดกันแน่]

"คุณหนูหนิง ข้าขอเป็นสหายกับเจ้าได้หรือไม่?"

"เอ๊ะ เป็นสหายกับข้าเหรอ?"

หลายปีมานี้ หนิงจืออี้ไม่นินทาชาวบ้านก็สร้างเรื่องให้ชาวบ้านนินทา ทำเรื่องที่คนปกติไม่เข้าใจมากมาย ในสายตาชาวโลก นางคือตัวประหลาด และด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครเต็มใจคบหานางเป็นเพื่อน นางโดดเดี่ยวมาตลอด พอจู่ๆ มีคนมาขอเป็นเพื่อน ก็เลยรู้สึกทำตัวไม่ถูกนิดหน่อย

เห็นหนิงจืออี้เงียบไป ตู้เสากวิ๋นก็เริ่มประหม่า หรือนางจะรุกเร็วไป? ต้องพูดอะไรสักอย่างเพื่อกู้สถานการณ์

พอนึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบของนุ่มฟู ดวงตาของนางก็เป็นประกาย

"คุณหนูหนิง แมวที่บ้านข้าตีลังกาได้นะ เจ้าอยากไปดูที่บ้านข้าไหม?"

หนิงหยวนจื่อแทบสำลักน้ำลายตัวเอง แมวบ้านไหนมันตีลังกาได้? ใครมีสมองหน่อยก็รู้ว่าโกหกทั้งเพ น้องสาวเขาไม่มีทางเชื่อหรอก คิดจะใช้มุขตื้นๆ แบบนี้หลอกล่อน้องสาวเขาเหรอ

เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้!

"ตกลง ตั้งแต่นี้ไป พี่เสี่ยวอวิ๋นคือเพื่อนของข้า วันหลังข้าจะไปหาท่านที่จวนสกุลตู้ ไปดูแมวน้อยตีลังกานะเจ้าคะ"

"ดีเลย น้องหนิงจืออี้ ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ ข้าขอตัวกลับจวนไปจัดการธุระก่อน วันหลังจะมาเยี่ยมเพื่อแสดงความขอบคุณอีกครั้ง"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกเจ้าค่ะ ยินดีต้อนรับพี่เสี่ยวอวิ๋นมาเที่ยวจวนสกุลหนิงเสมอนะเจ้าคะ"

ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับพี่น้อง หนิงหยวนจื่อรู้สึกเหมือนหน้าโดนตบจนบวมฉ่อง ไม่คิดว่าการตบหน้าจะมาเร็วขนาดนี้!

"พี่ใหญ่ ดูหนิงจืออี้สิ คุณหนูที่ไหนจะไปเชื่อเรื่องไร้สาระอย่างแมวตีลังกาได้? นางโดนหลอกง่ายเกินไปแล้ว"

สายตาของหนิงหยวนเจ๋อนิ่งสงบดั่งสายน้ำ เขาปรายตามองน้องชายอย่างเย็นชา "แล้วหนิงจืออี้ใช่คุณหนูธรรมดาที่ไหนกัน?"

หนิงหยวนจื่อ: โอเค เขาคิดตื้นเขินไปเอง ลืมไปเลยว่าน้องสาวเขาเป็นคุณหนูที่ไม่เหมือนใคร

...

มองส่งตู้เสากวิ๋นจากไป หนิงจืออี้เดินกลับเข้าจวนสกุลหนิงอย่างอาลัยอาวรณ์ [ระบบ เรื่องเผือกจบแล้วเหรอ...]

[ฉันอยากกินเผือกใหม่ๆ อร่อยๆ วันที่ไม่มีเรื่องเผือกนี่มันน่าเบื่อจริงๆ น่าเบื่อสุดๆ]

เหล่าพี่ชายเดินออกมาจากเงามืด มองดูเงาหลังที่ห่อเหี่ยวอยู่ไม่ไกล พวกเขาเข้าใจดีว่า "เผือก" ในที่นี้ไม่ใช่เผือกที่กินได้ แต่ดูเหมือนพวกเขาจะรู้ว่า "เผือก" ที่ว่าหมายถึงอะไร

ระบบ: [โฮสต์ อย่าเพิ่งรีบ ตอนนี้เรากำลังจะไปกินเผือกที่จวนอ๋องอันกันแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 6 ถอนหมั้นซะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว