เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ตัวประกอบ

บทที่ 14: ตัวประกอบ

บทที่ 14: ตัวประกอบ


บทที่ 14: ตัวประกอบ

ลึกเข้าไปในเทือกเขาลมทมิฬ ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า ไอวิญญาณร้ายลอยอวลตลบ แสงแดดรำไรลอดผ่านร่มใบหนาทึบเป็นชั้นๆ ตกกระทบลงบนผืนพรมใบไม้เน่าเปื่อยเพียงไม่กี่จุด

อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นดินชื้นและกลิ่นสาบสางเฉพาะตัวของสัตว์อสูร ภยันตรายซุกซ่อนอยู่ในความเงียบงัน

เย่เยว่ถังสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ รูปร่างของนางดูเย็นชาและสูงส่ง

จิตสัมผัสของนางแผ่ขยายออกไปดั่งตาข่าย ค้นหาเป้าหมายภารกิจอย่างละเอียดลออ

การบำเพ็ญเพียรของนางบรรลุถึง 'ระดับจินตานขั้นสอง' แล้ว แต่กลิ่นอายกลับถูกกดไว้ให้อยู่เพียง 'ระดับสร้างรากฐานขั้นหก' อย่างจงใจ

นั่นคือระดับพลังที่นางเปิดเผยภายในสำนัก และเป็นเกราะกำบังเพื่อปกป้องตนเอง

ฉางเล่อเดินตามหลังนางอยู่ไม่กี่ก้าว เท้าจมลงในดินร่วนซุยทุกจังหวะการเดิน

ปากคาบหญ้าไว้เส้นหนึ่ง สีหน้าดูเบื่อหน่ายเต็มทน

ทว่าในหัวสมองกลับแล่นเร็วรี่... เริ่มจากวางแผนว่าจะหลอกล่อเอายาเม็ดวิเศษจาก 'ระบบ' ได้อย่างไร จากนั้นก็ลอบชำเลืองมองแผ่นหลังบอบบางเย็นชาเบื้องหน้า

เขาคิดในใจว่า พักหลังมานี้เขาไม่ได้งัดของดีอะไรใหมๆ ออกมา 'คุณหนูถุงเงินถุงทอง' ผู้นี้เลยชักจะไม่ค่อยเกรงใจเขาเท่าไหร่แล้ว

แต่ก็ช่วยไม่ได้ นี่มันคือผลประโยชน์ล้วนๆ ไร้ซึ่งความเสน่หา เป็นการมัดมือชกอย่างโจ่งแจ้ง

ถ้าเป็นในสังคมศิวิไลซ์ พฤติกรรมแบบเขาคงติดคุกหัวโตไปแล้ว

มีแต่ในดินแดนกันดารที่พระเจ้าทอดทิ้งแห่งนี้เท่านั้นแหละ ที่เขาสามารถทำตัวกร่างได้ขนาดนี้

ยอมรับว่าเขาก็พอจะหน้าตาดีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้หล่อเหลาปานเทพบุตร

เขาปล่อยรัศมีราชันให้สาวๆ มารุมตอมเหมือนในนิยายไม่ได้หรอก

เฮ้อ... หนทางแห่งการพิชิตใจยังอีกยาวไกลนัก

"ท่านเซียนขอรับ ไอ้ลูกหมาป่านั่นมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันแน่? ถ้ายังหาไม่เจอ ฟ้าจะมืดก่อนนะขอรับ"

เย่เยว่ถังไม่แม้แต่จะหันกลับมา น้ำเสียงของนางเย็นเยียบ

"หุบปาก หมาป่ากัดกร่อนกระดูกจมูกไวและนิสัยเจ้าเล่ห์ อย่าทำให้พวกมันตื่นตกใจ"

สายตาคมกริบของนางกวาดผ่านกิ่งไม้ที่หักบนพื้นและกระจุกขนสีเทาดำข้างๆ

แต่นางกลับพลาด ไม่ทันสังเกตเห็นดวงตาคู่หนึ่งที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน ซึ่งกำลังจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขา

ไป๋ถิงจวินสวมชุดคลุมนักพรตสีจันทร์กระจ่าง เครื่องแบบศิษย์สายในระดับสูงของสำนักชิงอวิ๋น

ชายเสื้อพลิ้วไหว ใบหน้าหล่อเหลา

ทว่าในยามนี้ รอยยิ้มอบอุ่นที่มักประดับใบหน้าได้เลือนหายไป เหลือเพียงความเยือกเย็นอำมหิตที่มุมปาก

ในมือเขากำขวดยกเปล่า ที่ก้นขวดยังมีผงสีแดงฉานหลงเหลืออยู่... 'ผงโลหิตเดือด'

ยาวิเศษที่โหดเหี้ยมซึ่งสามารถปลุกความดุร้ายและเผาผลาญพลังชีวิตของสัตว์อสูร

เขาได้โรยมันไว้อย่างเจ้าเล่ห์ริมลำธารที่พวกหมาป่ากัดกร่อนกระดูกมักจะมาดื่มน้ำ

"ศิษย์น้องเยว่ถัง อย่าโทษข้าเลยนะ"

เขาพึมพำกับตัวเอง แววตาบิดเบี้ยวด้วยความปรารถนาที่จะครอบครอง

สามปีที่ข้าตามจีบเจ้า แต่เจ้ากลับไม่เคยให้ความอบอุ่นแก่ข้าแม้แต่น้อย เย็นชาราวกับน้ำแข็ง

แต่ตอนนี้เจ้ากลับยินยอมลดตัวไปเกลือกกลั้วกับเด็กเก็บสมุนไพรหน้าตัวเมียที่ดูไม่น่าไว้ใจคนนั้น

เจ้าบีบข้าเองนะ

นับตั้งแต่วันนั้นที่เรือนพักของเย่เยว่ถัง ตอนที่เขาเห็นฉางเล่อ เขาแทบคลั่งตาย

สาวงามดั่งภูเขาน้ำแข็งยอมให้ผู้ชายอาศัยอยู่ในเรือนของนางได้อย่างไร?

แล้วสามปีที่ผ่านมา เขาเป็นตัวอะไร?

หมาเลียอย่างนั้นหรือ?

ตอนที่นางปฏิเสธเขา นางอ้างว่าต้องการมุ่งมั่นแค่การบำเพ็ญเพียร ไม่สนเรื่องทางโลก!!!

ตอแหลทั้งเพ

เขาไม่ยอมรับ!

เขาไม่มีทางเชื่อว่าเย่เยว่ถังจะพิศวาสฉางเล่อจริงๆ

ในความคิดของเขา ไอ้เด็กเก็บสมุนไพรนั่นต้องใช้วิธีสกปรกบางอย่างบีบบังคับหรือทำเสน่ห์ใส่นางแน่ๆ หรือไม่ก็กุมจุดอ่อนนางไว้ (เดาได้แม่น... แต่วันหลังไม่ต้อง)

ผู้หญิงที่เขา ไป๋ถิงจวิน หมายปอง ต่อให้เขาไม่ต้องการแล้ว ก็อย่าหวังว่าใครจะมาแตะต้องได้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมดปลวกอย่างไอ้เด็กเก็บสมุนไพรนั่น!

พอเขาเล่นสนุกจนพอใจ เขาจะเขี่ยทิ้งเหมือนผ้าขี้ริ้ว

ยังไงเสีย ขยะที่มีแค่รากปราณระดับต่ำ จะมีคุณสมบัติคู่ควรเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของเขาได้อย่างไร?

ไป๋ถิงจวิน ผู้ผิดหวังในรัก ความรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น จนเกือบจะเข้าขั้นวิปลาส

วันนี้เขาจะจับนางขังไว้ เพื่อจะได้ลิ้มรสบัวหิมะที่เขาหมายตามาเนิ่นนานอย่างละเมียดละไม

ส่วนไอ้เด็กเก็บสมุนไพรนั่น... เขาจะทำให้มันร้องขอความตายแต่ก็ไม่ได้ตายสมใจ

เพื่อรับประกันความสำเร็จ เขาไม่เพียงวางยาฝูงหมาป่า แต่ยังแอบติดตั้งธงค่ายกล 'ขังมังกร' ไว้รอบรัศมีร้อยจั้ง

ค่ายกลนี้สามารถขังผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน และยังปิดกั้นแรงสั่นสะเทือนจากการต่อสู้และกลิ่นอายต่างๆ ได้อีกด้วย

เขาจ่ายหนักในตลาดมืดเพื่อสิ่งนี้... เตรียมการมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ

เขาใฝ่หาความสมบูรณ์แบบเสมอ แม้แต่ราชสีห์ตะปบกระต่ายยังต้องทุ่มสุดตัว

"โฮก——!"

ทันใดนั้น เสียงหอนโหยหวนของหมาป่าหลายตัวก็ดังขึ้นจากหุบเขาเบื้องล่าง แหบพร่าและโหดเหี้ยม เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งผิดธรรมชาติ

"มาแล้ว!" จิตใจของไป๋ถิงจวินพองโต ความตื่นเต้นฉายชัดในดวงตา

ละครฉากใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น

เขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มั่นใจว่าตัวเองจะปรากฏตัวอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ก็เขา... กำลังจะไปจับกุมสาวงามภูเขาน้ำแข็งที่ตามจีบมาถึงสามปีเต็มเชียวนะ!

แค่คิดก็เนื้อเต้นแล้ว... แถมยังตื่นเต้นนิดๆ อีกต่างหาก

เบื้องล่าง สีหน้าของเย่เยว่ถังเปลี่ยนไป

"ผิดท่าแล้ว! เสียงหอนพวกนี้เต็มไปด้วยจิตสังหาร... ไม่ใช่หมาป่ากัดกร่อนกระดูกธรรมดา!"

ยังไม่ทันขาดคำ เงาสีเทาดำเจ็ดแปดสายก็พุ่งออกมาจากป่าทึบราวกับสายฟ้า!

แต่ละตัวมีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าปกติ ดวงตาแดงฉานดั่งเลือด

น้ำลายหยดติ๋งจากเขี้ยวที่แยกออก กลิ่นอายป่าเถื่อนบ้าคลั่งแผ่ซ่านรอบตัว

พวกมันกระโจนเข้าใส่เย่เยว่ถังอย่างบ้าคลั่ง!

"ระวัง!" ฉางเล่อร้องเตือน

ดวงตาของเย่เยว่ถังเย็นเยียบ นิ้วมือประกบกันดั่งกระบี่ ท่วงท่าพลิ้วไหวดุจเทพธิดา ปล่อยปราณกระบี่ที่แม่นยำเข้าใส่ฝูงหมาป่า

แม้นางจะกดพลังฝึกตนไว้ แต่วิสัยทัศน์ระดับจินตานและการจับจังหวะการต่อสู้นั้นเหนือชั้นกว่าระดับสร้างรากฐานไปไกลโข

ทุกการโจมตีเล็งไปที่จุดอ่อนของฝูงหมาป่า

และในชั่วขณะนั้น แม้จะแสดงพลังแค่ระดับสร้างรากฐานขั้นหก นางก็ยังพอจะยันฝูงหมาป่าคลั่งไว้ได้

แต่จำนวนของพวกมันมากเกินไปและสู้แบบยอมตายถวายชีวิต การโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าไม่จบสิ้น

ด้วยข้อจำกัดจากการปลอมแปลงพลัง เย่เยว่ถังจึงเสียจังหวะไปชั่วขณะ กรงเล็บหมาป่าตวัดเกี่ยวจนชายกระโปรงของนางขาดเป็นรอย

วินาทีนั้นเอง เสียงยาวกังวานก็ดังแว่วมาจากไกลๆ!

"เดรัจฉานชั้นต่ำ บังอาจทำร้ายผู้คน!"

สิ้นเสียง แสงกระบี่เจิดจรัสก็สาดเทลงมาราวกับทางช้างเผือกจากเก้าชั้นฟ้า

กรีดพื้นดินเป็นรอยไหม้เกรียม บีบให้ฝูงหมาป่าคลั่งต้องชะงัก

ตามด้วยการตวัดกระบี่กวาดล้างอีกครั้ง ฝูงหมาป่าทั้งฝูงก็ถูกสังหารสิ้นซากในพริบตา

เมื่อแสงกระบี่จางลง ร่างหนึ่งก็ร่อนลงมาขวางหน้าเย่เยว่ถังเพื่อปกป้องนาง

ไม่ใช่ใครอื่น... ไป๋ถิงจวินนั่นเอง!

ฉางเล่อเบ้ปากในใจ "ข้าไม่รังเกียจคนขี้เก๊กหรอกนะ... แต่ข้าเกลียดพวกที่เก๊กเกินหน้าเกินตาข้า! ไอ้เวรนี่มันจ้องจะเคลมผู้หญิงของข้าชัดๆ (คำพูดจากว่าที่นักข่มขืน)"

"ศิษย์น้องเยว่ถัง! เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?"

ไป๋ถิงจวินหันกลับมา ความห่วงใยและกังวลเขียนไว้บนใบหน้าอย่างแนบเนียน น้ำเสียงร้อนรนและจริงใจ

"ข้าได้ข่าวว่าเจ้ารับภารกิจในเทือกเขาลมทมิฬ ข้าวางใจไม่ลงจริงๆ ที่นี่อันตรายกว่าที่บันทึกของสำนักระบุไว้มาก ข้าเลยตามรอยเจ้ามา... ขอบคุณสวรรค์ที่ข้ามาทันเวลา!"

เขาซ้อมบทพูดนี้มานับครั้งไม่ถ้วน สีหน้า น้ำเสียง และแววตา ไร้ที่ติ

สวมบทบาท 'องครักษ์พิทักษ์บุปผา' ผู้ภักดี ขี้กังวล และมาทันเวลาพอดี ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เขาถึงขั้นวางแผนไว้แล้วว่า หลังจากไล่หมาป่าไปแล้ว เขาจะเข้ามา "ตรวจสอบ" ว่าเยว่ถังบาดเจ็บหรือไม่ และจะถือโอกาส "เนียน" จับมือนางเพื่อปลอบโยน...

แต่แล้ว เสียงที่ระคายหูสุดๆ ก็ดังแทรกขึ้นมา

ทำลายบรรยากาศที่เขาสร้างไว้อย่างดิบดีจนพังพินาศในพริบตา

"โย่——! นึกว่าใครที่ไหน? นี่มัน 'สุภาพบุรุษผู้ถ่อมตน' ผู้โด่งดังแห่งสำนักชิงอวิ๋น ศิษย์พี่ไป๋ไม่ใช่หรือ? เจอกันคราวที่แล้ว ผู้น้อยยังรู้สึกเลื่อมใสอยู่เลย ลมอะไรหอบท่านมาไกลเป็นหมื่นลี้ถึงนี่ได้ล่ะเนี่ย?"

ฉางเล่อโผล่หัวออกมาจากด้านหลังเย่เยว่ถัง รอยยิ้มยียวนกวนประสาทปรากฏชัดบนใบหน้า

"เทือกเขาลมทมิฬอยู่ห่างจากสำนักตั้งหลายวัน... ความ 'บังเอิญ' ของท่านนี่แม่นราวจับวางเลยนะศิษย์พี่ไป๋?"

"คงไม่ได้แอบฉี่รดพวกเราเพื่อทำเครื่องหมายกลิ่น แล้วสะกดรอยตามมาตลอดทางหรอกนะ?"

พรืด—

แม้จะเป็นคนเก็บอารมณ์เก่ง แต่เย่เยว่ถังก็เกือบจะหลุดขำกับคำเปรียบเปรยที่หยาบคายแต่ตรงเป้าของฉางเล่อ

นางเม้มปากแน่นทันที

แต่สายตาที่นางมองไป๋ถิงจวินในตอนนี้ เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงและระแวดระวัง

สีหน้าของไป๋ถิงจวินแข็งค้าง ความโกรธวาบขึ้นในดวงตา

ไอ้สวะชั้นต่ำ!

กล้าดียังไงมาพูดจาสกปรกแบบนี้!

มันไม่เพียงแค่เปิดโปงเขา แต่ยังเยาะเย้ยเขาอีกด้วย!

เขากดข่มความโกรธไว้ รักษาหน้ากากผู้ดี แล้วตวัดสายตาเย็นเยียบมองฉางเล่อ เอ่ยตำหนิว่า

"เด็กเก็บสมุนไพรไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มาพล่ามไร้สาระอะไรตรงนี้?"

"ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของศิษย์ร่วมสำนัก เจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายข้าตามอำเภอใจ!"

"ศิษย์น้องเยว่ถัง... เขาคนนี้มีแต่จะทำให้ชื่อเสียงเจ้ามัวหมอง!"

เขาพยายามเบี่ยงประเด็นกลับมาโจมตีฉางเล่อและกู้สถานการณ์

แต่ฉางเล่อไม่ใช่เหยื่อที่เคี้ยวง่าย... โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับที่มีชีวิตที่สองและมีความหวงก้างรุนแรง

ในเมื่อตอนนี้ไป๋ถิงจวินคิดจะเคลมผู้หญิงของเขา ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ

ฉางเล่อแค่นเสียงหัวเราะ ขึ้นเสียงสูง

"โอ้โห! ห่วงใยศิษย์ร่วมสำนัก?"

"จากสำนักมาถึงที่นี่... ขี่กระบี่บินก็ต้องสามสี่วันใช่ไหม?"

"แล้วท่านก็แค่ 'วางใจไม่ลง' เลยสะกดรอยตามมาตลอดทางงั้นสิ?"

"เจตนาของท่าน... หึๆ คงไม่บริสุทธิ์เท่าไหร่หรอกมั้ง?"

"เห็นนางฟ้าเยว่ถังของเราสวยหยาดเยิ้มแถมเดินทางมาคนเดียว... คิดจะมาสวมบทพระเอกขี่ม้าขาว เพื่อหวังแอ้มสาวหรือไง?"

"มุกตื้นๆ แบบนี้หลอกเด็กอมมือได้ แต่จะมาหลอก 'ท่านปู่ฉางซาน จ้าวจื่อหลง' คนนี้? ฝันไปเถอะ!"

"สามหาว! วาจาเลอะเทอะ!"

ในที่สุดไป๋ถิงจวินก็สติขาดผึง ใบหน้าโกรธจัด จิตสังหารท่วมท้นดวงตา

เขาจ้องเขม็งไปที่ฉางเล่อ แล้วหันไปมองเย่เยว่ถัง

พบว่าสายตาของนางเย็นชาและไม่ไหวติง... นางเชื่อทุกคำพูดของไอ้เด็กเวรนี่ชัดๆ!

กับดักที่เขาวางแผนมาอย่างดี... การปรากฏตัวที่สมบูรณ์แบบ...

...พังยับเยินเพราะแมลงวันน่ารำคาญตัวนี้!

ความอับอายและความป่าเถื่อนเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของเขาทันที

"ดี! ดี! ดีมาก!"

ไป๋ถิงจวินกระแทกเสียงสามครั้ง หน้ากากผู้ดีหลุดร่วงจนหมดสิ้น

แทนที่ด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวชั่วร้าย เขาเลิกเสแสร้งอีกต่อไป

"ในเมื่อมองออกแล้ว ข้าก็จะไม่เล่นละครอีก!"

"เย่เยว่ถัง! ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว... เจ้าไม่เห็นค่ามันเอง!"

"เจ้ายอมไปมั่วสุมกับไอ้ขยะเก็บสมุนไพรนี่ ดีกว่าจะยอมรับข้าอย่างนั้นรึ?"

"วันนี้ข้าจะให้เจ้าเห็นผลของการขัดใจข้า ไป๋ถิงจวิน!"

สายตาหยาบโลนของเขากวาดมองเรือนร่างอรชรของนาง ก่อนจะหันไปคำรามใส่ฉางเล่อ

"ส่วนเจ้า มดปลวกน่ารำคาญ... ข้าจะทำลายวรยุทธ์เจ้าก่อน ตัดเอ็นมือเอ็นเท้าเจ้า"

"เจ้าจะต้องคลานเหมือนหนอนแมลง!"

"แล้วเจ้าจะได้ดูด้วยตาตัวเอง ตอนที่ข้า 'ปรนเปรอ' นางฟ้าเยว่ถังสุดที่รักของเจ้า!"

"พอข้าเบื่อเมื่อไหร่ ข้าจะกำจัดพวกเจ้าทั้งคู่!"

"ที่นี่ถูกปิดกั้นด้วยค่ายกลขังมังกรของข้า... ไม่มีใครสัมผัสถึงพวกเราได้ ไม่มีใครมาช่วยพวกเจ้าได้! ฮ่าฮ่าฮ่า!"

เสียงหัวเราะบ้าคลั่งดังก้องป่า หน้ากากวิญญูชนแหลกละเอียด

เผยให้เห็นสันดานเห็นแก่ตัว บิดเบี้ยว และต่ำช้าอย่างถึงที่สุด!

ใบหน้าของเย่เยว่ถังซีดเผือด... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความขยะแขยงกับวาจาสกปรกที่เขาพ่นออกมา

นางเคยคิดว่าไป๋ถิงจวินเป็นสุภาพบุรุษผู้สง่างาม

ทำไมนางจะไม่รู้ความรู้สึกของเขา?

นางคิดว่าด้วยภาระความแค้นของตระกูลที่แบกไว้ หากนางไม่ตอบรับ เขาคงถอยไปเอง

นางไม่เคยคิดเลยว่า การตามตื๊อสามปีจะทำให้เขาเคียดแค้นและโทษว่านางทำให้เขาเสียเวลา!

มือเรียวงามกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด พลังปราณเริ่มพุ่งขึ้นจนเกือบจะควบคุมไม่อยู่

เมื่อเห็นสีหน้าของนาง ฉางเล่อรู้สึกแย่ยิ่งกว่ากินอุจจาระ... สรุปว่าข้าโดนสวมเขาเหรอเนี่ย?

ข้าคือคนที่โดนแย่งเมีย?

กลายเป็นว่าตัวตลกคือข้าเอง

เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ไอ้ไป๋ถิงจวินนี่มันยิ่งกว่าเดรัจฉานเสียอีก

อย่างน้อยผลประโยชน์ที่ข้าให้ก็เป็นของจริง

แต่ไอ้หน้าหล่อนี่คิดจะข่มขืนนางตั้งแต่แรกเลยเรอะ

ได้... งั้นก็เล่นบทตัวร้ายให้สุดไปเลย

ทำให้เย่เยว่ถังต้องมอบสัตยาบันภักดีและผูกมัดนางไว้กับข้า จะได้ไม่ต้องกลัวการทรยศ

นั่นคือผลลัพธ์ที่เขาต้องการ!

ฉางเล่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังห่างไกลจากวิถีธรรมะออกไปทุกที... เลวเข้ากระดูกดำ

รู้สึกเหมือนหยิบบทผิดยังไงชอบกล

สักพักเขาก็ตระหนักได้ว่า เขาหลงรักสาวงามเย็นชาคนนี้เข้าจริงๆ เสียแล้ว

มิน่าล่ะ ถึงยอมทำทุกอย่าง... ขึ้นรถก่อนค่อยจ่ายตั๋วทีหลัง!

ในโลกบำเพ็ญเพียรที่โหดร้ายนี้ สาวงามไร้พรสวรรค์อย่างเย่เยว่ถัง...

เขาตั้งปณิธานว่าจะเดินบนเส้นทางแห่งการแบล็กเมล์นี้ให้ถึงที่สุด

คิดได้ดังนั้น สกิลหน้าด้านติดตัวของฉางเล่อก็ทำงานอีกครั้ง

เขาเริ่ม "ทิ้งระเบิด" อย่างบ้าคลั่ง ทุกคำพูดคือมีดกรีดใจ

"เยว่ถัง! ได้ยินไหม?"

"ไอ้สารเลวนี่มันเลวจริงๆ!"

"มันจะฆ่าข้า!"

"แถมยังจะข่มเหงเจ้า!"

"จัดการมันซะ!"

"เราปล่อยให้มันรอดกลับไปไม่ได้!"

"ไม่งั้นมันจะไปใส่ร้ายเราที่สำนัก แล้วเราจะจบเห่กันหมด!"

"ไป๋ถิงจวิน!"

"ไอ้จอมปลอม! สวะที่แท้จริง!"

"คิดว่านางฟ้าเยว่ถังจะพิศวาสเจ้าเรอะ?"

"ถุย! ฝันกลางวันไปเถอะ!"

"ถึงข้าจะเป็นแค่เด็กเก็บสมุนไพร แต่ข้าก็เป็นลูกผู้ชายตัวจริง!"

"นางฟ้าเยว่ถังเป็นของข้ามาตั้งนานแล้ว!"

"ค่ำคืนแห่งความสุขสันต์... สุขสมจนลืมโลก!"

"รสชาติของนาง... เป็นสิ่งที่ชาตินี้เจ้าไม่มีวันได้ลิ้มลองหรอก!"

"โกรธล่ะสิ? หือ? จะอกแตกตายเลยไหมล่ะ?!"

ความจริงครึ่งเดียว โกหกอีกครึ่ง ใส่สีตีไข่จนสุดแม็กซ์

เป้าหมายคือยั่วโมโหไป๋ถิงจวินให้ถึงขีดสุด

และยั่วยุเย่เยว่ถัง

บีบให้นางต้องลงมือ

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ไป๋ถิงจวินได้ยินคำว่า "ค่ำคืนแห่งความสุข" "รสชาติ"...

ดวงตาของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโป่ง สติสัมปชัญญะถูกความหึงหวงและความโกรธกลืนกินจนสิ้น!

"ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ ไอ้ชาติหมา!"

เขาคำรามลั่น

พลังระดับจินตานขั้นหนึ่งระเบิดออกมาอย่างไม่มีกั๊ก

กระบี่ยาวของเขาพุ่งวาบราวกับหงส์เหิน ตรงเข้าหอหอยของฉางเล่อ!

การโจมตีนี้เปี่ยมด้วยโทสะ ความเร็วพุ่งถึงขีดสุด... หมายจะปลิดชีพฉางเล่อในดาบเดียว!

ทว่าในวินาทีที่ปลายกระบี่กำลังจะแตะตัวเขา...

เจร้ง—!

เสียงกระบี่หวีดหวิวกังวานใส ราวกับหงส์กู่ร้องทะลุเก้าชั้นฟ้า ดังขึ้น!

เย่เยว่ถังเคลื่อนไหวแล้ว

พลังปราณที่นางเก็บกดไว้ปะทุออกมาดั่งภูเขาไฟที่หลับใหลมาหมื่นปี!

แรงกดดันวิญญาณที่เหนือกว่าไป๋ถิงจวินอย่างทาบไม่ติด แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ!

จินตานขั้นสอง!

ระดับจินตานขั้นสองที่มีรากฐานมั่นคงดั่งหินผาและพลังปราณควบแน่นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!

กระบี่ของนางมาถึงก่อนแม้จะออกตัวทีหลัง ตัวกระบี่อาบไล้ด้วยแสงจันทร์เย็นยะเยือก ปัดป้องในแนวขวางอย่างง่ายดาย—

เคร้ง—!

เสียงโลหะปะทะกันสนั่นหวั่นไหว!

ท่าไม้ตายสังหารของไป๋ถิงจวินกระแทกเข้ากับสิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนเทือกเขาที่สร้างจากน้ำแข็งบรรพกาล!

แรงสะท้อนที่ต้านทานไม่ได้พุ่งย้อนกลับมาตามตัวกระบี่

ง่ามนิ้วของเขาฉีกขาด เลือดสาดกระเซ็น

อาวุธแทบจะหลุดจากมือ ตัวเขาเองโซซัดโซเซถอยหลังไปสิบกว่าก้าว แทบจะทรงตัวไม่อยู่ ลมปราณและเลือดลมปั่นป่วนภายใน

มือที่จับกระบี่สั่นระริก ใบหน้าฉายแววตื่นตระหนก หวาดกลัว และไม่อยากจะเชื่อ!

ดวงตาแทบถลนออกมา เขาจ้องมองเย่เยว่ถัง น้ำเสียงบิดเบี้ยว

"ระ... ระดับจินตาน?!"

"เป็นไปไม่ได้!"

"เจ้ามีแค่รากปราณระดับต่ำชัดๆ!"

"เจ้าเพิ่งจะสร้างรากฐานขั้นหก!"

"เจ้าจะเป็นระดับจินตานได้ยังไง?!"

"แถมยังเป็นจินตานขั้นสองอีก?!"

"นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง!"

ภาพตรงหน้าทำลายทุกความเชื่อของเขาจนพังทลาย!

ขยะที่มีรากปราณระดับต่ำ... จะบรรลุจินตานขั้นสองได้ยังไง?

แถมความบริสุทธิ์ของพลังปราณยังเหนือกว่าเขา ผู้ที่อ้างว่าเป็นอัจฉริยะ ศิษย์สายตรงระดับจินตานขั้นหนึ่งเสียอีก!

หัวใจของฉางเล่อพองโตขณะมองดูจากด้านข้าง แทบจะปรบมือเชียร์!

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการต่อสู้ของผู้ฝึกตน... แสงสีตระการตาเหมือนดูหนัง

ด้วยหัวใจของคนยุคใหม่ ฉางเล่อคันไม้คันมืออยากแจมด้วย!

เขาตบไหล่เย่เยว่ถังฉาดใหญ่ แล้วคว้า 'กระบี่มังกรเหมันต์' ออกจากมือนางดื้อๆ

เย่เยว่ถังชะงัก พยายามจะห้ามตามสัญชาตญาณ แต่ฉางเล่อกำกระบี่แน่นแล้ว ตั้งท่าเปิดฉากที่ดูเก้ๆ กังๆ เต็มไปด้วยช่องโหว่ ใส่ไป๋ถิงจวิน

"ไอ้โง่! แหกตาดูให้เต็มตา แล้วจงประจักษ์ในอานุภาพของท่านปู่แห่งฉางซานของเจ้าซะ!"

ไป๋ถิงจวินได้สติจากความตกตะลึง เมื่อเห็นท่าทางน่าขันของฉางเล่อ เขาก็หัวเราะด้วยความโกรธเกรี้ยว

"มดปลวก! เจ้ากล้า? ตายซะเถอะ!"

เขายังคงหวาดกลัวพลังของเย่เยว่ถัง

แต่ตอนนี้แม้แต่สุนัขข้างถนนยังกล้ามาหยามเขา?

เขาถ่ายเทความตกใจและโทสะทั้งหมดไปที่ฉางเล่อ แทงกระบี่สวนกลับไปอีกครั้ง

แม้อาการบาดเจ็บจะทำให้การโจมตีอ่อนลง แต่การฆ่ามนุษย์ธรรมดาก็ยังง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ

ฉางเล่อพึมพำในใจ

เปิดใช้งาน [ความเสียหายกระบี่สัจธรรม]

จากนั้นเขาก็เหวี่ยงกระบี่สุดแรงเกิดไปในทิศทางของไป๋ถิงจวิน!

เรื่องประหลาดเกิดขึ้น!

วินาทีที่ฉางเล่อฟันกระบี่ลงไป ไป๋ถิงจวินรู้สึกถึงพลังมหาศาลที่อธิบายไม่ได้กระแทกเข้าใส่ร่างอย่างจัง

จินตานของเขาหม่นแสงลง พลังปราณอันมหาศาลกว่าครึ่งถูกเฉือนหายไปราวกับโดนคมมีดที่มองไม่เห็น

ความอ่อนแออย่างถึงที่สุดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

ดวงตามืดดับ รสหวานคาวพุ่งขึ้นในลำคอ

เขากระอักเลือดคำโตออกมา ลมหายใจรวยรินลงอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าซีดเผือดราวกระดาษ แทบจะทรุดลงคุกเข่า

"สำเร็จ!" ฉางเล่อลิงโลด

แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่ถึงวินาที

วินาทีต่อมา พลังที่น่าสะพรึงกลัวพอๆ กันก็กระแทกกลับเข้าใส่ตัวฉางเล่อเอง

หน้าอกเหมือนโดนค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็นทุบเข้าอย่างจัง

ความเจ็บปวดแล่นพล่าน เขาร้องโหยหวน

เลือดพุ่งออกจากปากราวกับก๊อกน้ำแตก

เขากระเด็นถอยหลังไปเหมือนว่าวสายป่านขาด ร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น

กระบี่หลุดจากมือหมุนคว้างตกลงไปไกล

ภาพเหตุการณ์ดูพิลึกพิลั่น... ไป๋ถิงจวินคุกเข่าข้างหนึ่ง กระอักเลือด ใช้กระบี่ยันกายไว้

พลังชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวและงุนงงราวกับเห็นผี

"...เกิดอะไรขึ้น?! พลังข้า... บาดแผลข้า...?"

ฉางเล่อนอนกองอยู่บนพื้น กระอักเลือด ความเจ็บปวดรุมเร้าไปทั่วร่าง

แต่เขายังไม่ยอมแพ้ หอบหายใจแฮกๆ พลางคุยโวอย่างอวดดี

"แค่ก... เห็น... เห็นหรือยัง?"

"นี่คือ... สุดยอดวิชาลับ... เฉพาะตัวของข้า!"

"เคล็ดวิชากระบี่เจ็ดทำลาย!"

"ต่อให้เป็นปู่เจ้ามา ก็ต้องเจ็บตัวคนละครึ่งกับข้า...! แค่ก แค่ก..."

เย่เยว่ถัง: "..."

นางยืนนิ่งค้าง จ้องมองไป๋ถิงจวินที่บาดเจ็บสาหัส แล้วหันมามองฉางเล่อที่สภาพยับเยินพอกันแต่ยังปากดีไม่เลิก ดวงตาเย็นชาของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ไอ้คนกะล่อนนี่มันฝึกวิชาบ้าบออะไรกัน?!

สมองของไป๋ถิงจวินด้านชาไปหมดแล้ว

วิชามารอะไรที่ไอ้เด็กเก็บสมุนไพรนี่ใช้?!

มีวิชาประหลาดพิสดารแบบนี้อยู่ในโลกด้วยหรือ?!

แต่พลังฝึกตนของเขาลดฮวบและอาการบาดเจ็บสาหัส ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจทันที

เย่เยว่ถังไม่ให้โอกาสไป๋ถิงจวินอีกต่อไป

เมื่อฉีกหน้ากากกันจนหมดเปลือก ก็ต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง... นางไม่มีความเมตตาแบบไร้เดียงสาหลงเหลืออยู่แล้ว

ร่างของนางวูบไหวราวกับภูตพรายมาปรากฏตรงหน้าเขา

ภายใต้สายตาสิ้นหวังของเขา นิ้วมือนางประกบเป็นกระบี่

ปราณกระบี่เย็นยะเยือกแทงทะลุจุดตันเถียน ทำลายจินตานของเขาจนแหลกละเอียด

ร่างกายของไป๋ถิงจวินกระตุกเกร็ง แสงในดวงตามอดดับลงอย่างรวดเร็ว

พลังฝึกตนหายวับ กลายเป็นเพียงปุถุชน

เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะระเบิดแก่นพลังเพื่อตายตกไปตามกัน

เมื่อเห็นดังนั้น ฉางเล่อก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้น กุมหน้าอกที่เจ็บปวด เดินโผเผไปหาไป๋ถิงจวินที่กำลังจะขาดใจ

เขาย่อตัวลง กระซิบที่ข้างหูของอีกฝ่ายเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน

"ศิษย์พี่ไป๋ ในเมื่อท่านกำลังจะตายแบบงงๆ ผู้น้อยจะเมตตาบอกความลับให้เอาบุญ"

"รู้ไหมว่าทำไมพลังของเยว่ถังถึงพุ่งพรวดพราด?"

"หึๆ... เพราะนางได้เสียกับข้าแล้วยังไงล่ะ"

"ทุกครั้งที่ข้าปรนเปรอนาง พลังของนางจะเลื่อนขึ้นหนึ่งขั้น!"

"จากสร้างรากฐานสู่จินตาน... ลองเดาสิว่าต้องผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมากี่คืน?"

"ท่านตามจีบนางมาสามปี ไม่เคยแม้แต่จะได้จับมือใช่ไหมล่ะ?"

"จุ๊ๆ น่าสมเพช... นางฟ้าที่ท่านฝันถึง เสร็จข้าไปตั้งนานแล้ว... หึ หึ"

ถ้อยคำเหล่านั้นเปรียบเสมือนเข็มพิษที่ร้ายกาจที่สุด ทิ่มแทงสติสัมปชัญญะสุดท้ายของไป๋ถิงจวิน

ดวงตาของเขาแทบถลนออกมา ม่านตาแผดเผาด้วยความริษยา ความไม่ยินยอม ความอัปยศ และความโกรธแค้นถึงขีดสุด!

เขาจ้องอาฆาตไปที่ฉางเล่อ ในลำคอส่งเสียงครืดคราดเหมือนสูบลมที่พังยับเยิน พยายามจะพูดแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา

ในที่สุด ความโกรธแค้นอันเป็นพิษร้ายนั้นก็กลืนกินประกายชีวิตสุดท้ายของเขา

ศีรษะของเขาตกลง... ตายตาไม่หลับ

ฆ่าให้ตายทั้งกายและใจ... ฉางเล่อทำภารกิจนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทว่าเขาลืมสังเกตไปว่า สีหน้าของเย่เยว่ถังที่อยู่ด้านหลังเขาได้เปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ

นางได้ยินทุกคำพูด

คำว่า "ปรนเปรอ" "เร่าร้อน" และ "พลังเลื่อนขั้น" เจาะลึกเข้าหูอย่างชัดเจน

ฉางเล่อลุกขึ้นยืนอย่างพึงพอใจแล้วปัดมือ

เขาหันกลับมาเพื่อจะพูดทำนองว่า "ภารกิจสำเร็จ" กับเย่เยว่ถัง

แต่กลับต้องสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยโทสะและความอับอาย

"เมื่อกี้... เจ้าพูดอะไรกับเขา?"

น้ำเสียงของเย่เยว่ถังเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งบรรพกาล

ต้นคอของฉางเล่อเย็นวาบ... ชิบหาย เล่นใหญ่เกินเบอร์ไปหน่อย!

"เอ่อ... เยว่ถัง ฟังข้าอธิบายก่อน นั่นมันกลยุทธ์! เพื่อยั่วโมโหเขาน่ะ... อ๊าก!"

ยังพูดไม่ทันจบ ฝ่ามือเย็นเฉียบก็ฟาดเปรี้ยงเข้ามา!

"พลั่ก! เพียะ! โอ๊ย!"

เย่เยว่ถังสติแตก นางไม่สนภาพลักษณ์อีกต่อไป

นางกดฉางเล่อลงกับพื้นแล้วระดมหมัดเท้าเข่าศอกใส่อย่างบ้าคลั่ง!

แม้จะไม่ได้ใช้พลังปราณ แต่ร่างกายของผู้ฝึกตนระดับจินตานก็เหนือกว่าฉางเล่อระดับสร้างรากฐานที่ปางตายอยู่แล้วอย่างเทียบไม่ติด

เขานอนขดตัว ร้องโอดโอยด้วยความสังเวช

"นี่สำหรับเรื่องไร้สาระของเจ้า!"

"นี่สำหรับปากสุนัขของเจ้า!"

"ไอ้คนลามก! สวะหน้าด้าน!"

ป่าทั้งป่ากึกก้องไปด้วยเสียงร้องขอชีวิตอันน่าเวทนาและเสียงหมัดหนักๆ อยู่นานสองนาน...

หลังจากนั้น ฉางเล่อผู้ฟกช้ำดำเขียวและเย่เยว่ถังผู้ตีหน้าตายก็ช่วยกันเก็บกวาดสถานที่อย่างเงียบเชียบ

พวกเขาทำลายศพและร่องรอยการต่อสู้จนหมดสิ้น

บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง

ขณะลูบเบ้าตาที่บวมเป่ง ฉางเล่อชำเลืองมองจุดที่ไป๋ถิงจวินเคยอยู่

เขารู้สึกหวาดกลัวนิดๆ... แต่ก็แฝงด้วยความภูมิใจหน่อยๆ

"ไอ้ตัวประกอบนี่กล้าหมายปองผู้หญิงของข้า... สมควรแล้วที่ตายตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเพลงเปิดเรื่อง หึ!"

ตอนนี้เย่เยว่ถังและเขาเปรียบเสมือนตั๊กแตนที่ถูกผูกอยู่บนเชือกเส้นเดียวกัน

ส่วนเย่เยว่ถังทอดสายตามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง หัวใจเหน็บหนาวและสับสน

การฆ่าไป๋ถิงจวินเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

หนทางข้างหน้าจะนำพาไปสู่สิ่งใด?

และเด็กเก็บสมุนไพรจอมหน้าด้าน ผู้เต็มไปด้วยความลับและวาจาพล่อยๆ ที่อยู่ข้างกายนางผู้นี้...

เขาจะฉุดนางลงสู่นรกอเวจี... หรือจะกลายเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้นางกันแน่?

ไป๋ถิงจวินหน้าเนื้อใจเสือ

แต่เด็กเก็บสมุนไพรผู้นี้... ก็ไม่ใช่คนดีที่รับมือได้ง่ายๆ เช่นกัน...

จบบทที่ บทที่ 14: ตัวประกอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว