- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นเจ้าแม่ ใครไม่ฟังแม่เชือดทิ้ง
- ตอนที่ 14: "ยายแก่ เจ้าเป็นใครกัน?"
ตอนที่ 14: "ยายแก่ เจ้าเป็นใครกัน?"
ตอนที่ 14: "ยายแก่ เจ้าเป็นใครกัน?"
ตอนที่ 14: "ยายแก่ เจ้าเป็นใครกัน?"
ทุกคน รีบกินข้าวเย็นกันตอนที่ฟ้ายังสว่างอยู่เถอะ
ฉินฟางและเซี่ยงตัวฟูต้องเข้ากะทำงานช่วงครึ่งคืนแรก กว่าจะกลับก็เกือบห้าทุ่ม ทุกคนจึงเข้านอนกันตั้งแต่ก่อนสามทุ่ม
กลางดึก เซี่ยงน่วนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแว่วๆ แต่เธอไม่ได้ใส่ใจ โลกจะกว้างใหญ่แค่ไหนก็ช่างเถอะ แต่การนอนคือเรื่องใหญ่ที่สุด
เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเช้าตรู่ตอนที่คนอื่นๆ กำลังลุกจากที่นอน เพราะเมื่อคืนนอนเร็ว วันนี้เธอจึงไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด เธอตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติแล้วลุกขึ้น
เธอยีผมตัวเองยุ่งเหยิง เส้นผมของเธอน่ะดกหนามากแต่ยังไม่ยาวนัก พอมายีแบบนี้เลยดูเหมือนสิงโตเจ้าป่าแผงคอทองคำที่ขนฟูฟ่อง
เซี่ยงเลิ่งมองน้องสาววุ่นวายกับตัวเองอยู่นานจนผมเผ้ายิ่งเละเทะ เธอถอนหายใจพลางหยิบเชือกแดงจากมืออีกฝ่ายมาช่วยมัดจุกสองข้างชี้โด่ชี้เด่ ดูเหมือนลูกขนไก่ไม่มีผิด
"พี่จ๋า เบามือหน่อยสิ หนังหัวหนูจะหลุดแล้วนะ" สมเป็นพี่สาวแท้ๆ มือหนักไม่มีใครเกินเลยจริงๆ!
"ไม่ได้หรอก ถ้ามัดไม่แน่นเดี๋ยวก็หลุด" เซี่ยงเลิ่งเองก็จนใจ "ไว้ถ้าได้เงินแต๊ะเอียเมื่อไหร่ พี่จะซื้อหนังยางรัดผมให้ใหม่นะ" ผมน้องสาวมัดยากจริงๆ เธอทองผมที่ขาดติดมือมาสองสามเส้นแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ฮิฮิ~ ไม่ต้องหรอกจ้ะ วันนี้หนูจะซื้อเอง" ตอนนี้เธอเป็นคนกุมเงินของบ้านอยู่นะ แค่หนังยางเส้นเดียวเรื่องเล็ก
"จ้ะๆ ในบ้านเราเธอนี่ผมดกที่สุดแล้ว" ผมของเธอไม่มากไม่น้อยเกินไป แต่พี่สาวสองคนน่ะผมบางกว่าเธอนิดหน่อย
ฉินฟางผลักประตูเข้ามา "วันนี้คุณยายจะมาหาลุงนะ อย่าลืมทักทายท่านล่ะ" เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมลูกๆ ถึงไม่ค่อยสนิทกับยายของตัวเองเลย ถ้าไม่เตือนไว้ก่อน เจ้าพวกนี้คงทำเป็นมองไม่เห็นแน่ๆ การไม่เคารพผู้ใหญ่เสียชื่อเสียงมาถึงหูแม่เธอเข้า คงได้เอาไปโพนทะนาจนทั่วแน่
แค่ชื่อเสียงของเด็กๆ ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้วด้วย
"รับ... ทราบ... จ้า..." ทุกคนตอบรับอย่างเซ็งๆ ไม่มีใครอยากเจอคุณยายเลยสักคน
พวกพี่ๆ แอบดีใจอยู่ลึกๆ วันนี้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับยายทำให้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
เซี่ยงเกาถึงกับพูดทีเล่นทีจริงก่อนออกจากบ้านว่า "ยายกำลังจะมาแล้วนะ โชคดีนะพวกเธอ"
เซี่ยงน่วนอยากจะวิ่งหนีใจจะขาด แต่ความจริงช่างโหดร้าย
เพราะ... ยายซ่งต้าหนวี่มาถึงแล้ว!!
พวกพี่ๆ ที่กำลังจะไปโรงเรียนแกล้งทำเป็นตาบอดทันที ต่างคนต่างวิ่งหนี ทิ้งให้น้องสาวสองคนเผชิญพายุอยู่ลำพัง หายวับไปอย่างกับไร้ร่องรอย
ซ่งต้าหนวี่เบ้ปาก พวกลูกหลานไม่รักดี อกตัญญูสิ้นดี
"ยายจ๋า" เซี่ยงน่วนเรียกทักทายไปตามมารยาทแบบแกนๆ
สายตาของซ่งต้าหนวี่ตวัดมองมาแล้วขมวดคิ้วทันที "นังเด็กสารเลว แกเป็นตัวอะไรกัน? กล้าดียังไงถึงใส่เสื้อผ้าดีๆ แบบนี้? รีบถอดออกมาเดี๋ยวนี้ ข้าจะเอากลับไปให้ 'เสวี่ยเหวิน' ใส่"
'เสวี่ยเหวิน' ที่ยายแก่พูดถึงคือลูกชายคนโตของอาคนเล็ก ปีนี้อายุหกขวบ เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด ร่างกายเลยผอมแห้งแรงน้อย
เซี่ยงน่วนกลอกตา "ยายแก่ เจ้าเป็นใครกัน?" ทำไมปากคอถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ เมื่อเช้ากินข้าวในส้วมมาหรือไง?
คิ้วของซ่งต้าหนวี่กระตุก มือเหี่ยวแห้งราวกับตีนไก่สั่นระริก นิ้วชี้จิ้มหน้าเซี่ยงน่วน "นังเด็กอกตัญญู! ข้าให้ท้ายแกมากไปแล้วใช่ไหม!" เธอเงื้อมมือหมายจะตบลงไป
เซี่ยงน่วนชักจะรำคาญยายคนนี้เต็มที "เฮอะ ยายแก่ อยากได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดไหม? นังเด็กสารเลวจะไปเข้าใจเรื่องความกตัญญูได้ยังไงกันล่ะจ๊ะ?"
ซ่งต้าหนวี่ตาแทบถลน เธอไม่คิดว่านังเด็กที่ปกติไม่กล้าอ้าปากจะกล้าเถียงคำไม่ตกฟาก ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองจนหน้ามืดตามัว เธอเหวี่ยงฝ่ามือตบออกไปโดยไม่คิดชีวิต
ดวงตาของเซี่ยงน่วนหรี่ลง เธอคว้าไม้ซักผ้าข้างกายขึ้นมารับแรงปะทะทันควัน
ซ่งต้าหนวี่ตาค้าง แต่ยั้งมือไม่ทันแล้ว มือกระแทกเข้ากับไม้ซักผ้าอย่างจังจนเธอร้องโหยหวนปานหมูถูกเชือด เธอถลึงตามองเซี่ยงน่วนอย่างเคียดแค้น "นังเด็กบ้า แกคอยดูเถอะ"
เซี่ยงน่วน: "จ้ะ จะคอยดูจ้ะ หนูเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้อหาทารุณกรรมเด็กเนี่ยมันหนักแค่ไหน" เธอยิ้มกว้างอย่างสง่างามและสดใส
ซ่งต้าหนวี่โกรธจนแทบจะขาดใจตาย ฉินซานที่แอบดูละครฉากนี้จนพอใจในที่สุดก็ยอมเดินออกมา "แม่ มาถึงตอนไหนครับเนี่ย? ทำไมไม่เข้าไปในบ้านล่ะ?" ทำเป็นเหมือนว่าเขาไม่ได้ตื่นมาตั้งแต่หกโมงเพื่อกินข้าวเช้า แต่เพิ่งจะตื่นมาตอนนี้จริงๆ
เซี่ยงน่วนเบ้ปาก "แหม นักแสดงตัวพ่อเลยนะเนี่ย!"
การแสดงของเขา "สมจริงจนน่าตกใจ" แต่ก็มีคนเชื่อ ยายแก่เชื่อสนิทใจ เธอตบต้นขาทำท่าทางเกินจริง เสียงดังลั่น: "โถ่ ลูกชายสุดที่รักของแม่ เป็นความผิดของแม่เองที่มารบกวนลูก" สีหน้าสีตาของเธอนี่โอเวอร์สุดๆ
เซี่ยงน่วนรู้สึกเหมือนตาจะบอดกับภาพตรงหน้า
ยายแก่ไม่มีเวลามาสนใจ 'พวกตัวขาดทุน' สองคนนี้อีก รีบเดินตามลูกชายเข้าบ้านไปอย่างกระตือรือร้น
ลุงคนโตคงต้องกระเป๋าฉีกแน่ๆ~ ยิ่งยายแก่ทำท่าทางเกินจริงเท่าไหร่ ความต้องการของเธอก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ฮิฮิ ในเมื่อคุณแอบดูละครของหนู หนูก็จะไม่สนคุณเหมือนกัน!
ทั้งสองคนรีบเข้าไปข้างใน ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด ทำเหมือนไม่มีใครอยู่บ้าน
เซี่ยงน่วนกับพี่สาวตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว ยายแก่คนนี้ร้ายกาจอย่างกับแร้งทึ้ง ยิ่งตอนนี้ชีวิตพวกเธอกำลังจะดีขึ้น มีทั้งแป้งข้าวโพดและถ่านรังผึ้งอยู่ในบ้าน พวกเธอไม่อยากให้ยายแก่มาหยิบฉวยอะไรไปได้
นึกถึงตรงนี้ เซี่ยงน่วนก็สะดุ้ง ของหวานอย่างมันเทศยังอยู่ในตู้ในครัวรวมนี่นา!!
ระหว่างที่ยายแก่ยังอยู่ในห้องของลุงคนโต เธอแอบเปิดประตู ย่อตัวแล้วพุ่งไปยังครัวรวมเพื่อคว้าอาหารมา แล้วรีบแจ้นกลับเข้าห้องทันที เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อกลับเข้าห้องได้อย่างปลอดภัย
เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ห้องข้างหน้าเห็นเหตุการณ์แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังๆ ยัยหนูคนนี้น่าสนใจจริงๆ
ยายแก่คนนี้ก็เหลือกำจริงๆ ดูสิว่าเธอทำเอาเด็กๆ กลัวจนต้องหลบขนาดนี้ บาปกรรมจริงๆ... "ลูกชายคนโตของแม่~ น้องชายน่ะจะให้ทำนาไปตลอดไม่ได้หรอกนะ ลูกพอจะมีทางหางานให้เขาทำบ้างไหม?" ตามความเห็นของยายแก่ ทางที่ดีที่สุดคือยึดงานของฉินฟางมาเสียเลย แต่น่าเสียดายที่ลูกสาวคนนั้นดันไม่ยอม
มันช่างน่าเจ็บใจนัก!
ฉินซานแกล้งทำเป็นหูหนวกไม่ได้ยินสิ่งที่แม่พูด เขาเดินเข้าไปในบ้าน หยิบนมผงออกมาถุงหนึ่งแล้วพูดว่า "แม่ เอาอันนี้กลับไปเถอะครับ สิ่งที่แม่ขอผมทำให้ไม่ได้ และไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีก ผมไม่ทำอะไรแม่หรอก แต่ถ้าเป็น 'เฝิงจื่อ' ผมรับรองอะไรไม่ได้นะ"
เขายัดนมผงครึ่งชั่งใส่ในอ้อมกอดของแม่แล้วผลักเธอออกไปนอกประตู
"แม่ครับ ครอบครัวจะแตกแยกมักจะเกิดจากความไร้ศีลธรรมของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เพราะพี่น้องไม่รักกัน พูดตามตรงนะ ยิ่งแม่เข้าข้างน้องมากเท่าไหร่ ผมก็จะยิ่งเกลียดเขามากขึ้นเท่านั้น แม่ลองไปคิดดูเอาเองแล้วกัน"
ฉินซานปวดหัวกับยายแก่คนนี้เหลือเกิน เธอช่างน่ารำคาญจริงๆ
มาเดือนละครั้ง เขาก็ต้องส่งเมียเขากลับบ้านไปอยู่สักวันหนึ่งเพื่อเลี่ยงปัญหา เขาเบื่อเต็มทีแล้ว
น้องชาย น้องชาย แล้วก็น้องชาย การที่แม่ห่วงแต่น้องชายเขาก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่แม่กำลังทำให้พวกเขาห่างเหินกันไปเรื่อยๆ เขาไม่รู้ว่าแม่แค่โง่หรือว่าจงใจร้ายกันแน่
ตอนนี้แม่ยังอยู่ บีบคั้นให้พวกเขาดูแลน้องชายก็คงสำเร็จอยู่หรอก แต่แม่รับประกันได้ไหมว่าแม่จะตายทีหลังน้องชาย? ยายแก่ไม่รู้จริงๆ หรือว่ายิ่งบีบให้ทำมากเท่าไหร่ แรงต้านมันก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น?
ซ่งต้าหนวี่ถูกลูกชายคนโตฉีกหน้า หน้าตาเธอก็เริ่มบูดบึ้ง
แต่เธอยังมีเรื่องต้องขอร้องลูกชายคนนี้อยู่ เลยต้องกลืนคำด่าทอลงคอไป
พลังจิตของเซี่ยงน่วนนั้นมากพอที่จะเห็นเหตุการณ์ตรงโถงทางเดิน เธอหัวเราะอย่างสะใจ "สมน้ำหน้า ยายแก่เอ๊ย! ถ้าพี่น้องรักกันจริง ป่านนี้น้องชายสุดที่รักอยากได้งาน พี่ๆ น้องๆ ก็คงช่วยหาให้ไปนานแล้วล่ะ"
แค่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมนิดหน่อย งานสักงานราคาแค่สี่ห้าร้อย ห้าหกร้อย ทำงานสองสามปีก็คืนทุนแล้ว นี่ปล่อยให้ยืดเยื้อมาเจ็ดแปดปี จุ๊ๆ... ของฟรีไม่มีในโลกหรอกนะจ๊ะยายจ๋า
งานของฉินฟางน่ะฉินซานก็ช่วยหาส่วนหนึ่ง แต่เงินค่าจ้างและเงินที่ใช้เบิกทางน่ะ ฉินฟางเป็นคนจ่ายเองทั้งนั้น
ยายแก่นี่หน้าด้านจริงๆ อยากได้งานให้ลูกแบบฟรีๆ เหอะ! หน้าหนากว่ากำแพงเมืองเสียอีก!