เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ฤดูใบไม้ผลิและการเงิน

ตอนที่ 25 ฤดูใบไม้ผลิและการเงิน

ตอนที่ 25 ฤดูใบไม้ผลิและการเงิน


เดือนมีนาคม ขณะที่ข้าวสาลีฤดูหนาวยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว แรงงานในพื้นที่ต่างๆ ก็เริ่มบุกเบิกที่ดินใหม่ เตรียมปลูกข้าวฟ่างอีกฤดูกาล

หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวสาลีในทุ่งนาเดิมเสร็จ จะมีการปลูกหญ้าอัลฟัลฟาต่อทันทีเป็นเวลาหนึ่งปี เพื่อบำรุงดิน ผู้เชี่ยวชาญกำมะลอแห่งกลุ่มเกษตร ได้ออกแบบระบบหมุนเวียนพืช 4 ปี โดยผสมผสานเงื่อนไขท้องถิ่น: ข้าวสาลีฤดูหนาว -> หญ้าฤดูร้อน -> มันฝรั่งฤดูใบไม้ผลิ -> ถั่วเหลืองฤดูร้อน เพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินอันกว้างใหญ่ให้เต็มที่ สิ่งเดียวที่ขาดตอนนี้คือหัวพันธุ์มันฝรั่ง

ไร่มันฝรั่งหนึ่งไร่จีน ต้องใช้หัวพันธุ์ที่งอกแล้วเกือบสองร้อยชั่ง (ประมาณ 100 กก.) ผลผลิตมันฝรั่งยี่สิบไร่ปีที่แล้วได้มาหมื่นห้าพันกว่าชั่ง หลังจากทิ้งไว้ให้งอก ก็เอาไปปลูกแบบห่างๆ ได้แค่ร้อยไร่แบบเฉียดฉิว

ดังนั้น ระบบหมุนเวียนพืชนี้คงต้องรออย่างน้อยถึงปีมะรืนกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ตอนนี้ยังคงต้องปลูกพืชดั้งเดิมตามธรรมเนียมท้องถิ่นไปก่อน เช่น ข้าวฟ่างและผักใบเขียว คนท้องถิ่นบอกว่าอากาศที่นี่ปลูกข้าวเจ้าได้ แต่ชาวตงไห่ไม่มีประสบการณ์และเห็นว่าใช้แรงงานเยอะเกินไป เลยไม่ได้ลอง

ผลผลิตมันฝรั่งตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 700-800 ชั่งต่อไร่ ซึ่งห่างไกลจาก 3,000-4,000 ชั่งในยุคหลังมาก และแนวโน้มผลผลิตจะลดลงเรื่อยๆ จนกว่าจะมีเทคโนโลยีล้างพิษ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ก็ยังดีกว่าพืชชนิดอื่นในยุคเดียวกันมาก ติดแค่ปริมาณการปลูกเริ่มต้นมันน้อยเกินไป

เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม กองกำลังแรงงานของบริษัทการค้าตงไห่จึงขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากช่วงแรกที่รับคนแบบบ้าคลั่ง ตัวเลขก็เริ่มนิ่งอยู่ที่ประมาณ 500 คนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

แม้แรงงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้ลี้ภัยที่จ้างมาด้วยค่าแรงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ก็ยังมีต้นทุนแฝง: ค่าอาหาร, ที่พัก, เสื้อผ้า และโบนัสผลงาน ล้วนต้องใช้เงิน ต่อให้คำนวณแบบประหยัดสุดๆ ที่ 300 อีแปะต่อคนต่อเดือน ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีก็ปาเข้าไป 3,000 กวน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของเงินสดทั้งหมดที่บริษัทมี

ก่อนหน้านี้ บรษัทได้เงินสดหมื่นกว่ากวนจากการยึดทรัพย์ค่ายจ้าวสมุทร แต่หลังจากนั้นก็มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ เงินในคลังตอนนี้เหลืออยู่แค่แปดพันกว่ากวน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงได้นั่งกินบุญเก่าจนหมดตัว

ดังนั้น หัวข้อใหญ่ที่สุดของคณะกรรมการบริหารปีนี้คือ "ทำยังไงให้งบดุลสมดุล" การตัดลดรายจ่ายทำไม่ได้แล้ว ทางเดียวคือหารายได้เพิ่ม ซึ่งหมายถึงการส่งออกสินค้า

น่าอับอายที่องค์กรผู้ข้ามมิติสุดยิ่งใหญ่อย่างบริษัทการค้าตงไห่ รายได้ก้อนแรกอย่างเป็นทางการกลับมาจากการขายข้าว

ปลายปีที่แล้ว พวกเขาขนข้าวฟ่าง 100 ต้านไปขายร้านข้าวในเมืองจี๋ม่อ ทั้งที่เป็นช่วงตรุษจีน (ก่อนการปฏิรูปของสาธารณรัฐ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 คือวันขึ้นปีใหม่) ที่ราคาสินค้าควรจะแพง แต่อีกฝ่ายกลับกดราคาให้แค่ 'ราคามิตรภาพ' 1 กวนต่อต้าน ในขณะที่ราคาขายปลีกช่วงเดียวกันอยู่ที่อย่างน้อย 2 กวน ทำให้พวกเขาซึ้งเลยว่าการคุมช่องทางการจัดจำหน่าย นั้นสำคัญแค่ไหน

หลังจากผลิตปูนซีเมนต์ได้ พวกเขาก็ปูพื้นทำนาเกลือริมทะเล แต่สเกลเล็กและผลผลิตน้อยในช่วงหน้าหนาว แถมหมดหวังที่จะรวยจากการขายเกลือ แม้กฎหมายห้ามขายเกลือจะไม่เข้มงวดเท่าราชวงศ์ในจงหยวน แต่ก็ไม่ใช่ของที่จะขายได้อย่างเปิดเผยเสรี สุดท้ายเลยทำได้แค่ดองปลาเค็มล็อตหนึ่งไปขายที่ตลาดทะเลสาบมั่ว ซึ่งก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ตอนนี้ แหล่งรายได้ที่ดูมีความหวังที่สุดคือ เหล็กกล้า เหล็กที่กลุ่มอาวุธผลิตได้อาจถือว่าห่วยแตกในยุคหลัง แต่ในยุคนี้ เหล็กที่กำจัดสิ่งเจือปนด้วยวิธีวิทยาศาสตร์คือของล้ำค่า แม้คุณภาพอาจไม่สู้เหล็กชั้นยอดที่ช่างตีดาบตีทบเป็นพันครั้ง แต่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่ามหาศาล ทำให้ได้เปรียบเรื่องราคาแบบสุดๆ

ช่วงนี้มองโกลกำลังเตรียมบุกซ่งอีกรอบ อาวุธกำลังเป็นที่ต้องการ ราคาเหล็กและดีมานด์พุ่งสูงปรี๊ด ร้านตีเหล็กตระกูลหลัวเคยแลกเหล็กกล้าตงไห่ไปใช้เองเดือนละ 10 ชั่ง ซึ่งก็พอใช้ แต่พอเพื่อนร่วมอาชีพในเจียวโจวโอนออเดอร์มาให้หลายเจ้า เหล็กก็ไม่พอใช้ เลยติดต่อขอซื้อเหล็กเพิ่มจากบริษัทการค้าตงไห่

หลังเจรจากัน ทั้งสองฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนกันที่อัตรา: เงิน 1 กวน + เหล็กดิบ 3 ชั่ง แลกเหล็กกล้า 2 ชั่ง พร้อมกันนั้น บริษัทการค้าตงไห่สามารถซื้อเหล็กดิบจำนวนมากได้ในราคา 45 อีแปะต่อชั่ง

ถ้าตระกูลหลัวถลุงเหล็กกล้าเอง ต้นทุนจะต่ำกว่านี้ แต่พวกเขาทำช้าเกินไป ตอนนี้มีแค่บริษัทการค้าตงไห่ที่ป้อนของให้ทัน และถึงจะซื้อราคานี้ พอเอาไปตีเป็นอาวุธขาย พวกเขาก็ยังฟันกำไรได้งาม

ต่อมา ตระกูลเฉินรู้ข่าวจากไหนไม่รู้ ก็แอบมาขอซื้อเหล็กด้วย โดยเสนอราคาป๋าๆ ที่ 70 กวนต่อ 100 ชั่ง บริษัทการค้าตงไห่ไม่สนหรอกว่าพวกเขาจะเอาไปทำอะไร ตกลงขายให้หมด

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเลยวางแผนสร้างโรงงานกังหันน้ำแห่งใหม่ทางใต้ของเขตคว่อหม่า เพื่ออุตสาหกรรมเหล็กโดยเฉพาะ แม่น้ำที่นี่ไหลลงมาจากเขาเหลาซาน มีความชันและกระแสน้ำแรง เหมาะแก่การใช้พลังน้ำมาก

โรงงานเขตคว่อหม่าใช้กังหันน้ำรุ่นใหม่ที่กลุ่มช่างไม้สร้างขึ้น กำลังสูงสุด 1,024 วัตต์ (1 กิโลวัตต์นิดๆ) โรงงานยังใช้ระบบเพลาส่งกำลัง มีสถานีงาน 4 จุด: 2 จุดใช้ขับเคลื่อนเครื่องสูบลมให้กลุ่มอาวุธ อีก 2 จุดใช้แปรรูปไม้ให้อู่ต่อเรือคว่อหม่า

สเกลเตาหลอมเหล็กกล้าขยายใหญ่ขึ้น เบ้าหลอมใหญ่ขึ้นนิดหน่อยแต่ความจุเพิ่มจาก 5 กก. เป็น 12 กก. ทำให้ต้องใช้เชื้อเพลิงและการระบายอากาศที่โหดขึ้น แต่ก็มีข้อดี: พื้นที่ผิวจำเพาะของเบ้าหลอมลดลง เก็บความร้อนได้ดีขึ้น และประสิทธิภาพพลังงานเพิ่มขึ้น ถ่านที่ใช้ผลิตเหล็ก 1 ชั่งลดลง

ถ้าเดินเครื่องเต็มกำลัง ตอนนี้สถานีงานหนึ่งผลิตได้วันละ 5 เบ้า หรือ 60 กก.—ฟังดูเยอะ แต่จริงๆ ก้อนเท่าลูกบาสเกตบอลเอง แต่ความต้องการวัตถุดิบระดับนี้เกินกำลังการผลิตของร้านตีเหล็กตระกูลหลัวไปไกล พวกเขาหาเหล็กดิบมาส่งได้มากสุดแค่เดือนละ 2,500 ชั่ง ซึ่งไม่พอกับตารางการผลิตเลย แถมเงินหมุนเวียนก็น้อย ซื้อเหล็กกล้ากลับไปได้ทีละ 400 ชั่ง ต้องรอขายอาวุธได้ก่อนถึงจะมาซื้อล็อตใหม่ ต่างจากตระกูลเฉินที่รวยกว่ามาก รับซื้อได้เกือบพันชั่งต่อเดือน หลังจากส่งให้สองเจ้านี้แล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมยังเหลือเหล็กกล้าเก็บไว้ใช้เองอีกเพียบ

ด้วยวิธีนี้ บริษัทการค้าตงไห่จะมีรายได้จากธุรกิจเหล็กหลายร้อยกวนต่อเดือน พอได้รับเงินก้อนนี้ในเดือนเมษายน จางเจิ้งอี้และขงเจียอี้แห่งกระทรวงการคลังซาบซึ้งใจน้ำตาแทบไหล และตัดสินใจจ้างแรงงานเพิ่มอีก

อุตสาหกรรมเหล็กต้องใช้ถ่านเยอะ เผาถ่านต้องใช้คน ตัดไม้ต้องใช้คน แค่เศษไม้เท่านั้นที่เอามาเผาถ่าน ไม้ดีๆ เอาไปแปรรูป ซึ่งกระตุ้นความต้องการแรงงานของอู่ต่อเรือและกลุ่มช่างไม้ พอจ้างคนเพิ่ม ก็ต้องสร้างบ้านเพิ่ม กระทรวงก่อสร้างก็ต้องขยายตัว... สรุปคือ ความต้องการแรงงานขยายตัวเป็นลูกโซ่ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ถึงเดือนพฤษภาคม จำนวนแรงงานพุ่งไปถึง 800 คน การจัดการยากขึ้นทันตาเห็น มีคนแอบหนีไปหลายคนหลังจากอยู่ได้ไม่กี่วัน ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ต้องอนุมัติขยายกองอาสารักษาดินแดนเป็น 50 คน แต่คนเยอะก็มีข้อดี แรงงานใหม่หลายสิบคนมีทักษะช่างติดตัวและถูกดึงเข้ากรมต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นช่างไม้ฝึกหัด ช่างปูน หรือลูกมือช่างตีเหล็ก มีสองคนรู้วิธีหมักเหล้า เลยโดนกรมโลจิสติกส์ดึงตัวไปตั้ง "กลุ่มหมักเหล้า"

กระทรวงก่อสร้างสร้าง "หมู่บ้านใหม่ผิงหยวน" ทางทิศใต้ของเขาเฮ่อซาน เพื่อเป็นที่พักแรงงาน คณะกรรมการบริหารตั้งใจจะใช้ที่นี่เป็นฐานในการพัฒนา "เขตผิงหยวน" (เขตที่ราบ) พื้นที่ราบกว้างใหญ่ระหว่างเขตคาบสมุทรกับเขตคว่อหม่า

ในขณะเดียวกัน กลุ่มอโลหะก็ประสบความสำเร็จในการวิจัยแก้ว การทดลองก่อนหน้านี้ล้มเหลวเพราะวัตถุดิบ ทรายเหลืองคุณภาพสู้ทรายควอตซ์ ไม่ได้ แถมไม่มีโซดาแอช ต้องใช้ขี้เถ้าพืชแทน ผลงานเลยออกมาดูไม่ได้

ก่อนหน้านี้ ทีมสำรวจสามคน (รวมหวังป๋อถัง) ไปสำรวจเขาเหลาซานและเขียนรายงานส่ง กู่เหมียวเหมียว จากกลุ่มอโลหะบังเอิญเห็นรายงาน และสะดุดตากับชื่อแม่น้ำในหุบเขาที่พวกเขาตั้งตามแผนที่ยุคหลังว่า "ไป๋ซาเหอ" (แม่น้ำทรายขาว) เธอเอะใจทันที

ถ้าชื่อแม่น้ำทรายขาว ก็ต้องมีทรายขาวสิ? เธอเลยจัดทีมสำรวจไปดูตามแม่น้ำไป๋ซา ปรากฏว่าเจอหาดทรายขาวจริงๆ และเป็นทรายควอตซ์คุณภาพสูงด้วย เขาเหลาซานอุดมไปด้วยหินนานาชนิด ตรงนี้เป็นสายแร่ควอตซ์ที่ผุพังและถูกน้ำพัดพามาทับถมกัน

กู่เหมียวเหมียวขนทรายขาวกลับมาทดลอง คราวนี้ได้ของแข็งโปร่งแสงสีเขียวเข้ม หน้าตาเหมือนแก้วแล้ว แม้จะมีสิ่งเจือปนเยอะ (น่าจะจากขี้เถ้าพืช)

จากนั้น เธอกัดฟันขอเบิกโซดาแอช ของใช้ในครัวเรือน 102 เกรด 1 อันล้ำค่า มาทดลอง พอใช้โซดาแอชบริสุทธิ์ ก็ได้แก้วใสสีเขียวอ่อนสวยงาม หน้าตาเหมือนแก้วจริงๆ!

เรื่องนี้ฮือฮากันทั้งลำเรือ ทุกคนผลัดกันดูผลงานชิ้นเอกนี้ แม้คุณภาพจะสู้แก้วยุคหลังไม่ได้ แต่นี่คือบ่อเงินบ่อทองในอนาคต!

เอ่อ แต่สำหรับชาวตงไห่ โซดาแอชมันแพงกว่าแก้วเยอะ การเอามาทำแก้วไม่คุ้มและไม่ยั่งยืน ต้องหาทางอื่น

กลุ่มอโลหะเลยทุ่มพลังวิจัยการทำให้ขี้เถ้าพืชบริสุทธิ์ พวกเขาทดลองละลายและตกตะกอนซ้ำๆ และทดสอบพืชชนิดต่างๆ สุดท้ายมาลงตัวที่ด่างชีวภาพ ที่สกัดจากขี้เถ้าสาหร่ายชนิดหนึ่ง

ด้วยทรายขาว ด่างสาหร่าย และปูนขาวละเอียด ในที่สุดพวกเขาก็ผลิตแก้วสีเขียวคุณภาพดีได้จำนวนมาก ต่อไปก็เหลือแค่ปรับปรุงคุณภาพและวิจัยเทคนิคการขึ้นรูปแก้ว น่าฉลองจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 25 ฤดูใบไม้ผลิและการเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว