- หน้าแรก
- เซียนกระบี่เสินเซียว หลินเฟิง
- บทที่ 317 ได้ครอบครองพลังปราณแห่งเซียน
บทที่ 317 ได้ครอบครองพลังปราณแห่งเซียน
บทที่ 317 ได้ครอบครองพลังปราณแห่งเซียน
บทที่ 317 ได้ครอบครองพลังปราณแห่งเซียน
บนแท่นบรรไดสู่สวรรค์ชั้นที่สอง
พลังปราณแห่งเซียนหนึ่งสายพุ่งไปทั่วแท่น สร้างความปั่นป่วนให้เหล่าอัจฉริยะระดับสองที่ต่างพากันแย่งชิง
พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งตนเองจะได้อยู่ใกล้กับพลังปราณแห่งเซียนถึงเพียงนี้
หลายคนรู้สึกเหมือนสวรรค์เปิดทางให้ ในที่สุดพวกเขากำลังจะเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเอง
แต่ต่อให้พยายามมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครสามารถแตะต้องพลังปราณแห่งเซียนได้เลย
เพราะความเร็วของมันช่างสูงเกินไป แถมขนาดของมันก็เล็กมาก ทำให้มันสามารถหลบหลีกไปได้อย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียวก็หายไปจากสายตา จากนั้นไม่นาน ร่างหลายร่างพุ่งมายังแท่นที่สอง
พวกเขาคือ สิบอัจฉริยะจงโจว และ ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม ที่เร่งรุดลงมาจากชั้นบนสุด
ยกเว้นแต่ นางฟ้าแห่งการร่ายรำ ที่ไม่ได้มา
เพราะนางรู้ดีว่า พลังปราณแห่งเซียนสายแรกนี้ ไม่มีทางเป็นของนางแน่นอน
ไม่อาจแย่งชิงจากสิบอัจฉริยะจงโจวและผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมได้
ดังนั้น นางจึงเลือกที่จะรักษาพลังไว้ รอจนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ยังไงซะ พลังปราณแห่งเซียนก็ไม่ได้มีแค่สายเดียว
ขอเพียงแย่งมาได้หนึ่งในพลังปราณแห่งเซียนหลายสายที่กำลังจะปรากฏออกมา แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมเป็นคนแรกที่มาถึง
เขาเร่งไล่ตามพลังปราณแห่งเซียนอย่างรวดเร็ว
เทียนจีจื่อ และ หานจั๋วเยว่ พร้อมเหล่าสิบอัจฉริยะจงโจวคนอื่น ๆ ก็พุ่งตามมาไม่ห่าง
พลังปราณแห่งเซียนราวกับมีจิตวิญญาณ
มันรับรู้ได้ว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย จู่ ๆ มันก็ "ฟิ้ว!" พุ่งทะยานไปยังแท่นชั้นแรก
มันข้ามบันไดเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้นไปในพริบตา
อัจฉริยะระดับสามที่อยู่บนแท่นชั้นแรกต่างตกตะลึง
พวกเขารู้สึกเหมือนโชคดีมาหาถึงที่ พวกเขาพุ่งเข้าไปหาพลังปราณแห่งเซียนอย่างบ้าคลั่ง
หลินเฟิง อยู่ในกลุ่มนั้น เขามองพลังปราณแห่งเซียนด้วยดวงตาเป็นประกาย
เดิมทีเขาไม่คิดจะแย่งชิงพลังปราณแห่งเซียนสายแรก เพราะมันดึงดูดความสนใจมากเกินไป
แต่ในเมื่อมันตกลงมายังพื้นที่ของเขา จะปล่อยให้พลาดไปได้อย่างไร
แม้อัจฉริยะระดับสามจะอ่อนแอกว่าใครทั้งหมด แต่พวกเขามีจำนวนมาก
รวมกันแล้วมีมากกว่าหมื่นคน
พลังปราณแห่งเซียนสีม่วงพุ่งผ่านช่องว่างของฝูงชน
ไม่ว่ามันจะเล็กแค่ไหน มันก็สามารถเล็ดลอดออกไปได้เสมอ
แต่ไม่ว่ามันจะหนีไปทางใด มันก็ไม่อาจหลบหนีออกจากแท่นบรรไดสู่สวรรค์ได้
ถ้าหลุดออกไปภายนอกแล้วล่ะก็ ในโลกอันกว้างใหญ่นี้ คงไม่มีใครสามารถตามจับมันได้อีก
ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม ใช้พลัง "กระบี่กางปีก"
ทำให้เขามีความเร็วเหนือกว่าทุกคน เขาเป็นคนแรกที่มาถึงพลังปราณแห่งเซียน
ตามมาด้วยสิบอัจฉริยะจงโจวที่เริ่มปิดล้อม
หลินเฟิง ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน จับตาดูจังหวะ
พลังปราณแห่งเซียนพาคนทั้งแท่นหมุนเป็นวงกลม หลายคนเห็นว่าพลังปราณแห่งเซียนอยู่ใกล้ตัว
ก็พุ่งเข้าไปแย่งชิง แต่กลับพลาดเป้าหมาย และชนเข้ากับคนอื่นแทน
ในขณะที่พลังปราณแห่งเซียนก็หลุดหนีไปอีกครั้ง
แท่นบรรไดสู่สวรรค์ชั้นแรกกลายเป็นความโกลาหล
ไม่นานนัก หลินเฟิง สังเกตเห็นว่าพลังปราณแห่งเซียนพุ่งเข้ามาทางเขา
ข้างหลังมันมี ร่างแยกของเขา ที่ใช้พลัง "กระบี่กางปีก" ไล่ตามมา
เขาจึงผสมโรงกับฝูงชน พุ่งเข้าหามัน เมื่อเห็นว่าพลังปราณแห่งเซียนกำลังจะเปลี่ยนทิศหนีไป
เขาใช้นิ้วดีดเบา ๆ
เพร้งงงงง
สายกระบี่พุ่งออกไป
ติ๊ง~~~!
มันพุ่งเข้าปะทะพลังปราณแห่งเซียน ขัดขวางเส้นทางหลบหนีของมัน
ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมฉวยโอกาสทันที
เขาพุ่งเข้ามาใกล้พลังปราณแห่งเซียน และยื่นมือคว้าไว้
พลังปราณแห่งเซียนที่พึ่งถูกกระแทกจนสับสนไปชั่วขณะ ยังคงมึนงง
สิบอัจฉริยะจงโจวที่อยู่ด้านหลัง ตาเบิกโพลง
พวกเขาเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะคว้าพลังปราณแห่งเซียนไปต่อหน้าต่อตา
พวกเขาจะยอมให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร
ยกเว้นเทียนจีจื่อ
อัจฉริยะอีกเก้าคนปล่อยการโจมตีออกมาพร้อมกัน
เป้าหมายของพวกเขา คือ ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม
หานจั๋วเยว่และคนอื่น ๆ อาจไม่ช่วยโจวคุนกำจัดผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม
แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะยืนอยู่ข้างเดียวกับเขา
ในการแย่งชิงพลังปราณแห่งเซียน
ตราบใดที่ยังไม่มีใครได้มันไป ทุกคนก็คือศัตรูของกันและกัน
ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม หันหลังให้สิบอัจฉริยะจงโจว
เขาขยาย "กระบี่กางปีก (หนึ่งในเคล็ดวิชาหมื่นกระบี่)" ออกอีกครั้ง
คราวนี้ เขาใช้มัน ห่อหุ้มร่างกายของตัวเอง และพลังปราณแห่งเซียนไปพร้อมกัน!
…………………………………………………………………………………
การโจมตีของสิบอัจฉริยะจงโจวมาถึง
"เปรี้ยง เพี๊ยง พ๊าง ป้างงงง~~~"
เก้ากระบวนท่าหนักหน่วง พุ่งเข้าใส่ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมทั้งหมด
แต่พวกมันถูก "กระบี่กางปีก" ป้องกันไว้ได้ทั้งหมด
ถึงแม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ
แต่แรงกระแทกมหาศาล ก็ซัดร่างของเขาปลิวไปไกลกว่าร้อยเมตร
แรงปะทะจากการโจมตี ทำให้คลื่นพลังปะทุออกไปโดยรอบ
เหล่าอัจฉริยะระดับสามมากมายที่พยายามเข้าใกล้ ถูกซัดกระเด็นออกไปทั้งหมด
หลายคนถึงกับหมดสติไปในทันที เพียงแค่การโจมตีที่สิบอัจฉริยะจงโจวใช้แบบไม่เต็มกำลัง
ก็ไม่ใช่สิ่งที่อัจฉริยะทั่วไปจะสามารถต้านทานได้
พวกเขาจ้องมองผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมที่ตอนนี้เหมือนกลายเป็นลูกบอลพลัง
ทุกคนรู้ดีว่า...
ถึงเขาจะถูกซัดไปไกล แต่แทบไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
เพราะก่อนหน้านี้
เขาเคยใช้ "วิชาหมื่อนกระบี่" ต้านทานการโจมตีเต็มกำลังจาก "โจวคุน" "เสวียจั้งเทียน" และ "เซี่ยโหวจุน" พร้อมกัน
แต่กลับไม่ได้รับบาดแผลแม้แต่น้อย นี่แสดงให้เห็นว่า พลังป้องกันของกระบี่กางปีกนั้นสูงจนน่าเหลือเชื่อ
แต่สิ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็นคือ...
ขณะที่ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมใช้วิชาหมื่นกระบี่ "กระบี่กางปีก" ห่อหุ้มตัวเองและพลังปราณแห่งเซียน
เงาร่างหนึ่งได้แทรกตัวเข้าไปในขอบเขตนั้น
นั่นก็คือ หลินเฟิง
"ร่างแยกของเขา"
เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของวิญญาณเท่านั้น มันไม่สามารถดูดซับพลังปราณแห่งเซียนได้
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีอะไรผิดพลาด ทันทีที่พลังปราณแห่งเซียนตกอยู่ในมือเขา
มันต้องถูกส่งให้ร่างจริงของเขาใช้โดยทันที
โจวคุนและคนอื่น ๆ เห็นดังนั้น กำลังจะพุ่งเข้าโจมตีผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมอีกครั้ง
พวกเขารู้ดีว่า
หากปล่อยให้ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมดูดซับพลังปราณแห่งเซียนได้สำเร็จ และก้าวเข้าสู่ "ระดับเซียน"
ด้วยพรสวรรค์ของเขา ในอนาคตคงไม่มีโอกาสไหนที่จะสังหารเขาได้อีก
แต่ไม่ทันได้ลงมือ...
กลับถูก "เทียนจีจื่อ" ขวางเอาไว้
"พวกเจ้าหยุดเถอะ"
"ในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งป้ายสวรรค์ผู้แข็งแกร่ง ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมสมควรได้รับพลังปราณแห่งเซียน
นี่คือเจตจำนงแห่งสวรรค์ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องฝืนมัน"
คำพูดนี้ ทำให้โจวคุนโกรธจนตัวสั่น
"เจตจำนงแห่งสวรรค์"
"สิ่งที่เรียกว่าเจตจำนงแห่งสวรรค์ ก็คือพวกเรา "สิบมหาอำนาจ" ต่างหาก"
"แค่คนที่ไม่รู้มาจากที่ไหนคนหนึ่ง ทำไมต้องให้มันได้พลังปราณแห่งเซียนเป็นคนแรก"
"คนมากมายกำลังมองดูอยู่ หากข่าวนี้แพร่ออกไป ศักดิ์ศรีของสิบมหาอำนาจจะเหลืออะไร"
เขาไม่ลืมที่จะใช้ "สิบมหาอำนาจ" มาผูกมัดพวกตนเข้าด้วยกัน
เขารู้ดีว่า
หากไม่มีสิบอัจฉริยะจงโจวร่วมมือกัน เขาเพียงคนเดียว ไม่อาจทำอะไรผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมได้
"โจวคุน เจตจำนงแห่งสวรรค์ ไม่อาจฝ่าฝืน"
"ข้าไม่เชื่อในเจตจำนงแห่งสวรรค์ ข้าเชื่อเพียงว่า "มนุษย์กำหนดชะตาตนเองได้"
"แม้เป็นเจตจำนงแห่งสวรรค์ ข้าก็จะฝืนมัน"
ขณะที่พวกเขากำลังโต้เถียงกัน...
"ฟึ่บ"
ท้องฟ้าแยกออกอีกครั้ง
พลังปราณแห่งเซียนสายที่สองปรากฏขึ้น
บนแท่นบรรไดสู่สวรรค์ชั้นสูงสุด
"นางฟ้าแห่งการร่ายรำ" จ้องมองพลังปราณแห่งเซียนสายที่สองด้วยความตื่นเต้น
"นี่แหละ"
"ตอนนี้พวกนั้นมัวแต่แย่งชิงพลังปราณแห่งเซียนสายแรกกันอยู่"
"หากพลังปราณแห่งเซียนสายที่สองตกลงบนแท่นที่ข้ายืนอยู่"
"ข้ามีโอกาสสูงที่จะคว้ามันมาได้"
แต่แล้ว...
"ซวบ"
พลังปราณแห่งเซียนสายที่สอง กลับตกลงบนแท่นที่สามแทน
อัจฉริยะระดับหนึ่งบนแท่นที่สาม ต่างพากันตื่นเต้นสุดขีด
พวกเขาพุ่งเข้าไปไล่ล่าพลังปราณแห่งเซียนกันอย่างบ้าคลั่ง
บนแท่นบรรไดสู่สวรรค์ชั้นแรก
เมื่อสิบอัจฉริยะจงโจวเห็นเช่นนั้น
พวกเขาก็หมดความสนใจในผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมทันที
แทนที่จะเสียเวลาอยู่ที่นี่
ไปแย่งพลังปราณแห่งเซียนสายที่สอง ที่ยังไม่มีใครครอบครอง จะดีกว่า
พวกเขาจึงละทิ้งผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม และมุ่งหน้าไปยังแท่นที่สาม!
โจวคุนและพรรคพวกของเขาก็ไม่ต่างกัน
แม้ว่าพวกเขาไม่อยากให้ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมได้พลังปราณแห่งเซียนไป
แต่ก็ไม่อาจยอมเสียโอกาสของตัวเองเช่นกัน
เมื่อสิบอัจฉริยะจงโจวจากไป
พลังปราณแห่งเซียนสายแรกก็ตกอยู่ในมือของผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมอย่างสมบูรณ์
นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่
พลังปราณแห่งเซียนตกไปอยู่ในมือของคนที่อยู่นอกสิบมหาอำนาจ
การผูกขาดของสิบมหาอำนาจที่มีต่อพลังปราณแห่งเซียน...
ถูกทำลายลงแล้ว