เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 316 พลังปราณแห่งเซียน

บทที่ 316 พลังปราณแห่งเซียน

บทที่ 316 พลังปราณแห่งเซียน


บทที่ 316 พลังปราณแห่งเซียน

เทียนจีจื่อย่อมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเซี่ยโหวจุน

เมื่อสามปีก่อน อาจารย์ของเขาเคยบอกไว้ว่า "ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม" คือความหวังของแผ่นดินจงโจว

ต้องรับรองความปลอดภัยของเขาให้ได้ ไม่เพียงแค่ไม่เห็นด้วย

หากอีกเก้าอัจฉริยะแห่งจงโจวร่วมมือกันเล่นงานผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม เทียนจีจื่อก็จะยืนอยู่ข้างผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม

ชะตาฟ้ากำหนด ย่อมฝืนมิได้ สำหรับคำพูดของอาจารย์ เทียนจีจื่อเชื่อมั่นอย่างที่สุด

ในเมื่ออาจารย์บอกว่า ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมคือความหวังของแผ่นดินจงโจว เช่นนั้นก็ต้องเป็นจริง

"พวกเจ้าคิดจะขับไล่ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมออกไป ให้สิบอัจฉริยะจงโจวยึดครองพลังปราณแห่งเซียนเพียงลำพัง

แต่ข้ากลับเห็นต่าง ผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรมคืออันดับหนึ่งแห่งป้ายสวรรค์

เขาย่อมคู่ควรได้รับพลังปราณแห่งเซียนส่วนของเขาเอง แผ่นดินจงโจวยึดถือกฎเกณฑ์มานานเกินไป สมควรเปลี่ยนแปลงกันบ้าง พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร"

หานจั๋วเยว่ยิ้มตอบก่อนใคร "ข้าไม่มีความเห็น"

อย่างไรเสียก็ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง พลังปราณแห่งเซียนที่เป็นของเขา ใครก็แย่งไม่ได้

มีโอกาสได้เห็นราชวงศ์อินเยว่เสียหน้า ทำไมจะไม่ดีล่ะ

หวงฝู่จิงเทียน จากตระกูลหวงฝู่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์อวี้ฮว่า ก็กล่าวสนับสนุนตามมา

"ข้าก็ไม่มีความเห็นเช่นกัน!"

ยังมีอีกหลายอำนาจใหญ่ทางทิศตะวันตกที่ยังคงเฝ้าดูท่าที

หลินเฟิงเองก็คาดไม่ถึงว่าจะมีคนสนับสนุนตน เช่นนี้คงไม่ต้องต่อกรกับทั้งสิบ

แค่สู้กับสามคนก็พอแล้ว เมื่อครู่นี้เขายังออมมืออยู่

แต่ในการแย่งชิงพลังปราณแห่งเซียน เขาจะไม่ออมมืออีกต่อไป

"องค์ชายโจวคุน ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่มีคนหนุนหลังเลยสินะ ในสิบคน มีเพียงพวกเจ้าแค่สามคนที่คิดเหมือนกัน

เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน พวกเจ้าควรระวังตัวให้ดี ข้าผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม ไม่เคยปล่อยให้ศัตรูหลุดมือไปง่าย ๆ"

หลินเฟิงกล่าวพลางหัวเราะเยาะ

สีหน้าของโจวคุนและพวกอีกสองคนค่อย ๆ มืดครึ้มลง

เดิมทีพวกเขาคิดใช้กำลังของคนอื่นช่วยกำจัดผู้พิทักษ์แห่งความยุติธรรม

ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้พลังปราณแห่งเซียน อนาคตก็ย่อมอยู่ในกำมือของพวกเขา

เป็นที่หนึ่งของป้ายสวรรค์ะแล้วยังไง ในประวัติศาสตร์ของแผ่นดินจงโจว ก็เคยมีกรณีที่อันดับหนึ่งของป้ายสวรรค์ะไม่อาจครอบครองพลังปราณแห่งเซียนมาก่อน

แต่ผลกลับกลายเป็นว่า เทียนจีจื่อกับหานจั๋วเยว่ไม่เห็นด้วย

เช่นนี้ พวกเขากลับกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบแทน

"เราคอยดูกันต่อไป" โจวคุนกัดฟันกล่าว

ณ ขณะนั้นเอง ปรากฏร่างชายชราผมขาวโพลน หน้าตาอ่อนเยาว์ มือถือพัดขนนกยืนอยู่กลางอากาศเหนือเกาะเทียนซิน

เขาคือ "เทียนจีจื่อ" แห่งหอเทียนจีรุ่นก่อน

"อาจารย์" เทียนจีจื่อหนุ่มบนแท่นบรรไดสู่สวรรค์ร้องเรียก

แต่ชายชราไม่สนใจเขา

กลับกล่าวเสียงดังว่า

"เรื่องพลังปราณแห่งเซียนที่ปรากฏก่อนกำหนด พวกเจ้าอย่าได้คาดเดาเกินไป นี่คือการเปลี่ยนแปลงของแผ่นดินจงโจว

และยังเป็นความหวังของพวกเราทุกคน การแย่งชิงพลังปราณแห่งเซียนครั้งนี้จะไม่มีการจำกัดระดับพลังที่เคยกำหนดไว้ที่ระดับสิบสองขั้นสูงสุดอีกต่อไป

ไม่ว่าใครที่ยืนอยู่บนแท่นบรรไดสู่สวรรค์ ก็สามารถเข้าร่วมแย่งชิงได้ ไม่ว่าระดับพลังจะเป็นเช่นไร

และพลังปราณแห่งเซียนจะสุ่มตกลงไปในทุกมุมของแท่นบรรไดสู่สวรรค์"

เมื่อเทียนจีจื่อรุ่นก่อนกล่าวจบ

ทั่วบริเวณก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที และผู้ที่ดีใจที่สุดก็คือ หวงฝู่จิงเทียน, หนานกงอู๋โก้ว และเซี่ยโหวจุน ซึ่งยังอยู่ในขั้นปลายของระดับสิบสอง

เป็นไปตามคาด พลังปราณแห่งเซียนปรากฏก่อนกำหนด และยังยกเลิกข้อจำกัดระดับพลัง

สำหรับทั้งสามคน นี่คือข่าวดีที่สุด

เหล่าอัจฉริยะอันดับหนึ่ง สอง และสามบนแท่นบรรไดสู่สวรรค์ต่างเผยความตื่นเต้นออกมา

แม้ว่าพวกเขาจะมีโอกาสได้พลังปราณแห่งเซียนเพียงน้อยนิด แต่ก็ยังมีความหวังอยู่ดี

…………………………………………………………………………………..

"ไม่ได้ยินที่เทียนจีจื่อรุ่นก่อนพูดหรือ"

"พลังปราณแห่งเซียนจะสุ่มตกลงไปในทุกมุมของแท่นบรรไดสู่สวรรค์"

"ถ้าหากมันตกลงตรงหน้าข้าพอดี แล้วข้ากลืนมันเข้าไปล่ะ"

"นั่นก็เหมือนปลาคาร์พกระโจนข้ามประตูมังกร"

"จากนี้ไป ข้าก็จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า"

ด้วยความรู้สึกเช่นนี้

เหล่าอัจฉริยะบนแท่นบรรไดสู่สวรรค์ต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี

บนเวทีหลักของเกาะเทียนซิน

ผู้เฒ่าระดับสิบสองขั้นสูงสุดผู้มีอายุเกินหมื่นปีคนหนึ่ง ซึ่งยังคงมีความหวังสุดท้ายอยู่ ถามเทียนจีจื่อว่า

"ท่านเทียนจีจื่อ พวกเรายังมีหวังหรือไม่"

"พวกเรา" ที่เขากล่าวถึง ก็คือกลุ่มผู้ที่ไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเซียน และได้แต่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ในระดับสิบสองขั้นสูงสุด

สายตาของผู้คนหลายสิบคนบนเวทีหลัก ล้วนจับจ้องไปที่เทียนจีจื่อบนท้องฟ้า รอคำตอบจากเขา

ผู้เฒ่าถอนหายใจเฮือกหนึ่ง "เฮ้อ~~~ ในตอนนี้ยังไม่มี พลังปราณแห่งเซียนจะปรากฏขึ้นบนแท่นบรรไดสู่สวรรค์เท่านั้น

และพวกเจ้าล้วนมีอายุเกินร้อยปีไปแล้ว ย่อมไม่สามารถเหยียบขึ้นแท่นบรรไดสู่สวรรค์ได้ แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไป

แผ่นดินจงโจวกำลังเปลี่ยนแปลง บางทีในอนาคตอันใกล้ พวกเจ้าก็อาจได้รับพลังปราณแห่งเซียน ทะลวงเข้าสู่ระดับเซียน

และมีอายุขัยหนึ่งแสนสองหมื่นเก้าพันหกร้อยปี"

เขาเองก็หวังว่าแผ่นดินจงโจวจะได้รับพลังปราณแห่งเซียนเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีผู้บรรลุระดับเซียนมากขึ้น

แต่เรื่องนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถกำหนดได้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีใครบางคนที่สามารถ...

เมื่อได้ยินคำตอบของเทียนจีจื่อ เหล่าผู้เฒ่าระดับสิบสองขั้นสูงสุด ต่างเผยสีหน้าผิดหวัง

พวกเขาหวังว่า การที่พลังปราณแห่งเซียนทำลายข้อจำกัดและปรากฏขึ้นก่อนกำหนด จะทำให้พวกเขามีโอกาสสักเล็กน้อย

แต่ผลลัพธ์กลับทำให้พวกเขาต้องผิดหวังอีกครั้ง

"อนาคตที่ว่าคือเมื่อใดกัน ข้ามีชีวิตมาแล้วกว่าหมื่นปี อีกแค่แปดร้อยปี ก็จะเข้าสู่ห้าความเสื่อมโทรมแห่งสวรรค์และมนุษย์

แล้วร่างกายนี้ก็จะกลายเป็นเพียงฝุ่นดิน ข้ารอไม่ไหวแล้ว" ผู้เฒ่าระดับสิบสองขั้นสูงสุดที่เอ่ยปากกล่าวด้วยความขมขื่น

อายุขัยของเขากำลังจะสิ้นสุดลง ไม่มีเวลาจะรอต่อไปอีกแล้ว

"ข้าเองก็ไม่รู้ บางทีอาจจะเป็นสิบปีข้างหน้า หรือร้อยปีข้างหน้า อาจเป็นพันปี หรือกระทั่งหมื่นปีหลังจากนี้ก็เป็นได้

พลังปราณแห่งเซียนที่ปรากฏขึ้นก่อนกำหนดในครั้งนี้ ไม่มีสัญญาณบอกเหตุใด ๆ มาก่อน

มันเหมือนกับเป็นการตัดสินใจในฉับพลัน ข้าเองก็ไม่อาจเข้าใจถึงความลึกลับในเรื่องนี้ได้"

เทียนจีจื่อตอบตามความจริง

"จริงหรือไม่ที่อาจเป็นสิบปี หรือร้อยปีข้างหน้า"

หากเป็นร้อยปีข้างหน้า อย่างน้อยเขาก็ยังมีโอกาส

"จริง!!!"

คำพูดของเทียนจีจื่อ มีน้ำหนักมากในแผ่นดินจงโจว

เพราะเขาไม่เคยกล่าวคำลวง และทุกคนก็เต็มใจจะเชื่อถือเขา

ระหว่างที่สนทนา

แสงสีทองที่โปรยลงมาจากท้องฟ้าเหนือเกาะเทียนซิน เริ่มหดตัวลง ท้ายที่สุด มันแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งแท่นบรรไดสู่สวรรค์

ทุกคนต่างรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา พลังปราณแห่งเซียนกำลังจะปรากฏแล้วหรือ

มันจะตกลงไปที่ใดกันแน่

จะเป็นแท่นแรก หรือแท่นที่สอง หรืออาจจะเป็นแท่นที่สาม หรือแท่นที่สี่

ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย พวกเขาเห็นเพียงว่า บนท้องฟ้าเหนือเกาะเทียนซิน ปรากฏรอยแยกเล็ก ๆ ขึ้น

ลำแสงสีทองปนม่วงสายหนึ่ง พุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น

มันหยุดอยู่กลางอากาศชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นก็ตกลงสู่แท่นบรรไดสู่สวรรค์ชั้นที่สองอย่างรวดเร็ว

ความเร็วของมัน เร็วจนแทบมองไม่ทันด้วยตาเปล่า

ในขณะนั้น

ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะระดับหนึ่งที่อยู่บนแท่นที่สาม หรือสิบอัจฉริยะจงโจวที่อยู่บนแท่นที่สี่

ล้วนพุ่งตรงไปยังแท่นที่สองทั้งหมด ตอนนี้ ไม่ใช่เวลามาเกรงใจกันแล้ว

การแย่งชิงพลังปราณแห่งเซียน สำคัญที่สุด มีเพียงอัจฉริยะระดับสามที่อยู่บนแท่นแรกเท่านั้นที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

ทำได้เพียงมองดูผู้อื่นแย่งชิงพลังปราณแห่งเซียนต่อหน้าต่อตา

พวกเขาไม่ใช่ว่าไม่อยากแย่ง แต่พวกเขาขึ้นไปไม่ได้

หลินเฟิงตั้งใจจะพุ่งออกไปตั้งแต่แรก แต่เมื่อสังเกตเห็นว่าคนรอบข้างยังคงนิ่งอยู่

เขาจึงหยุดลง และสั่งให้ร่างแยกของตนพุ่งออกไปแทน

จบบทที่ บทที่ 316 พลังปราณแห่งเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว