- หน้าแรก
- ระบบมอบเบบี๋ให้ทั้งที คุณสามีก็กลายเป็นขวัญใจหนู ๆ ซะงั้น
- บทที่ 21: สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท 20
บทที่ 21: สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท 20
บทที่ 21: สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท 20
บทที่ 21: สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท 20
เมฆครึ้มบนท้องฟ้าสลายไปในบัดดล
สายรุ้งอันงดงามตระการตาก็ปรากฏขึ้น
ทุกคนต่างแหงนหน้าขึ้นมองโดยสัญชาตญาณ ณ เบื้องบนที่มวลเมฆม้วนตัวและคลี่ออก เผยให้เห็นสีสันอันวิจิตรตระการตา
เว่ยเผิงชี้มือขึ้นไปบนฟ้าด้วยความประหลาดใจตามประสาเด็กไร้เดียงสา "นางฟ้า นางฟ้า! ท่านแม่ดูสิ บนรุ้งกินน้ำมีนางฟ้าด้วยหรือขอรับ?"
ทุกคนเพ่งมองดู ก็เห็นเงาร่างอรชรเลือนรางปรากฏอยู่จริง มีสายคาดเอวพลิ้วไหวและเส้นผมสยาย แม้จะมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน แต่ก็งดงามเหนือจินตนาการ
นั่นไม่ใช่นางฟ้าหรอกหรือ?
แม่นมผู้ช่ำชองในการประจบสอพลอกลอกกลิ้งดวงตาแล้วกล่าวเยินยออย่างออกรส "ฮูหยินผู้เฒ่า นี่เป็นนิมิตหมายอันเป็นมงคลยิ่งเจ้าค่ะ!
คุณชายน้อยรูปงามถึงเพียงนี้ แถมเสียงร้องก็ดังกังวานใส ชะรอยคงจะเป็นเซียนชั้นสูงกลับชาติมาเกิดเป็นแน่ ถึงขนาดมีเหล่านางฟ้าจำแลงแอบลงมาคุ้มครองเสียด้วยซ้ำ!"
เมื่อฮูหยินซ่งคังได้ยินดังนั้นก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดทารกน้อยในห่อผ้าแน่นขึ้นไปอีก ไม่อยากจะวางลงเลย
นางตะโกนเสียงดังลั่น "ตกรางวัล! ตกรางวัลให้แม่นม ตกรางวัลให้บ่าวไพร่ทุกคนในจวน! โอ้ หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของย่า ในที่สุดย่าก็รอเจ้ามาจนได้..."
ฮูหยินซ่งคังผู้มักจะมีใบหน้าเคร่งขรึมอยู่เสมอ บัดนี้กลับยิ้มแย้มเบิกบานใจ ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
บ่าวไพร่ต่างก็รู้สึกไม่ชินอยู่บ้าง
แต่ขอเพียงมีรางวัล พวกเขาก็ดีใจกันถ้วนหน้า และลอบขอบคุณฉู่หยวนอยู่เงียบๆ ในใจ
ฮูหยินของพวกเขานั้น ปกติไม่แสดงอิทธิฤทธิ์ก็แล้วไปเถิด แต่พอสำแดงเดชขึ้นมาก็ทำเอาทุกคนตะลึงงัน ไม่เพียงแต่ให้กำเนิดคุณชายน้อยที่หล่อเหลาเอาการ แต่ยังเกิดมาพร้อมกับนิมิตมงคลอีกด้วย
เรื่องนี้ย่อมบดบังรัศมีของฮูหยินตระกูลสูงศักดิ์คนอื่นๆ ในเมืองเซิ่งจิงไปจนหมดสิ้น
ซูหยานทิ้งตัวคุกเข่าลงดังตุบ โดยไม่สนเลยว่าจะมีผู้คนมากมายเพียงใดในลานเรือน เขาพนมมือขึ้นแล้วตะโกนสรรเสริญสวรรค์เบื้องบนอยู่หลายคำ
นายท่านของเขาในที่สุดก็มีทายาทสืบสกุลแล้ว! ฮูหยินช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
ซ่งถังอินที่ร้อนใจอยากจะเห็นหน้าฉู่หยวน ก้าวเท้ายาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็เข้าไปในห้อง นัยน์ตาของเขามีเพียงฉู่หยวนเท่านั้น แทบไม่ได้สนใจลูกชายที่อยู่ข้างนอกเลยแม้แต่น้อย
แสงแดดสาดส่องลงบนเสี้ยวหน้าอันหล่อเหลางดงามของเขา สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่น ดวงตาเอ่อท้นไปด้วยหยาดน้ำตา
เขายืนนิ่งงัน อยากจะก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
ฉู่ฮูหยินเห็นภาพนั้นก็ส่ายหน้า บุตรเขยของนางคนนี้ มักจะดูเหมือนมนุษย์ปุถุชนที่มีความอบอุ่นแบบชาวโลกก็เฉพาะในเวลาเช่นนี้เท่านั้น
ยามปกติเขาจะดูเย็นชาหรือไม่ก็เฉยชา ราวกับไม่ค่อยแยแสผู้คนรอบข้างสักเท่าไร
"พวกเจ้าคุยกันเถอะ แม่จะออกไปข้างนอกก่อน" ฉู่ฮูหยินปล่อยมือฉู่หยวน แล้วฝากฝังนางไว้กับซ่งถังอิน
ฉู่หยวนรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยหลังจากการคลอดบุตร นางยังคงนอนซมอยู่บนเตียง เพียงแค่ยื่นมือออกไปหาซ่งถังอินแล้วเอ่ยเรียกเสียงเบา "อาหยิน"
เพียงคำเรียกขานคำเดียว ซ่งถังอินก็ราวกับถูกปลดปล่อยจากมนต์สะกด เขาก้าวเท้าอย่างลุกลี้ลุกลนตรงไปที่เตียง
ราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เขาก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากของฉู่หยวนโดยตรง เป็นจูบที่อ้อยอิ่งและดูดดื่ม เนิ่นนานจนไม่อยากจะผละออก
คำพูดนับพันหมื่นคำได้หลอมละลายรวมอยู่ในจูบนี้
ฉู่หยวนได้กินยาคลอดไร้เจ็บไปแล้ว การคลอดลูกจึงเหมือนกับการปลดทุกข์ นอกเหนือจากความเหนื่อยล้า นางก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดทรมานอันใดอีก
เส้นผมของนางไม่ได้เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ เพียงแค่หลุดลุ่ยเล็กน้อย
นัยน์ตาก็ไม่มีรอยเลือดฝาดแดงบวม ยังคงกระจ่างใสและชุ่มชื้น เผยให้เห็นถึงเสน่ห์อันเย้ายวน
กลิ่นกายของนางหอมกรุ่นไปทั้งตัว ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากยิ่งกว่ายามปกติเสียอีก
ยามที่ซ่งถังอินจูบนาง เขาจู่ๆ ก็รู้สึกสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างอธิบายไม่ถูก นี่คือสัญชาตญาณที่อยู่เหนือความสามารถในการควบคุมของเขา
แต่เขาก็ยังคงขบริมฝีปากตัวเองอย่างแรงเพื่อเรียกสติ จากนั้นก็โอบกอดฉู่หยวนไว้ในอ้อมแขนแน่น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "หยวนเอ๋อร์ ขอบคุณนะ"
ฉู่หยวนกอดเขาตอบ โดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ อีก
ซ่งถังอินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูนางเบาๆ "ข้ารักเจ้า หยวนเอ๋อร์ ชาตินี้ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้าต้องเสียใจ"
แม้แต่ฉู่หยวนที่ปกติมักจะใจเย็น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ผู้ชายคนนี้รักนางอย่างแท้จริง
จนกระทั่งซ่งถังอินและฉู่หยวนดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความใกล้ชิดจนพอใจแล้ว และเขาต้องการจะอุ้มลูกมาให้ฉู่หยวนดู ฝูงชนข้างนอกก็ยังคงไม่แยกย้ายกันไปไหน
ไม่เพียงแค่นั้น ท่านตาและท่านย่าของเด็กยังกำลังทุ่มเถียงกันเพื่อแย่งอุ้มเด็ก จนหน้าดำหน้าแดงไปหมด
"ท่านผู้ดอง นี่เป็นสายเลือดสกุลซ่งของเรา แน่นอนว่าข้าก็ต้องเป็นคนอุ้มสิ"
"ข้าเป็นท่านตาของเด็กนะ แล้วลูกสาวข้าก็เป็นคนคลอดเขาออกมา ทำไมข้าถึงไม่มีสิทธิ์อุ้มเล่า?"
"ไม่ได้ ไม่ได้ ดูท่าทางเจ้าอุ้มเด็กไม่ค่อยเป็นด้วยซ้ำ เกิดทำหลานชายสุดที่รักของข้าหล่นพื้นขึ้นมาจะทำอย่างไร..."
"ดูท่านพูดเข้า ทำไมข้าจะอุ้มเด็กไม่เป็น? ลูกสาวสองคนของข้า ใครเป็นคนเลี้ยงมาล่ะ?"
"แหมๆ อย่าเพิ่งโมโหไปเลย วันนี้เป็นวันมงคลนะ ว่ากันตามตรง ลูกสาวเจ้าเก่งกว่าเจ้าตั้งเยอะ ท้องเดียวก็ได้ลูกชายเลย ไม่เหมือนเจ้า ที่ได้ลูกสาวมาสองคนแล้วก็ไร้วี่แววอีกเลย"
คำพูดของฮูหยินซ่งคังนั้นช่างร้ายกาจ ทว่าสีหน้าของนางกลับดูยิ้มแย้มแจ่มใส นางก้มมองเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขน แววตานั้นอ่อนโยนจนแทบจะหยดน้ำออกมาได้ "หลานรัก ใช่ไหมล่ะ?"
ฉู่ฮูหยินโกรธจนควันออกหู
ซ่งถังอินก้าวออกไปข้างหน้า "ท่านแม่ หยวนเอ๋อร์ยังไม่ได้เห็นหน้าลูกเลย โปรดส่งเขามาให้ข้าเถิดขอรับ"
ฮูหยินซ่งคังกะพริบตา ยังคงอิดออดไม่ยอมปล่อย "หยวนเอ๋อร์อยากเห็นหน้าเขาหรือ? ก็ได้ ก็ได้ เดี๋ยวแม่จะอุ้มเข้าไปให้นางดูเอง"
ฉู่หยวนจัดการทำความสะอาดเนื้อตัวและแอบกินยาลูกกลอนฟื้นฟูหลังคลอดไปเรียบร้อยแล้ว
ยาคลอดไร้เจ็บนี้ทำให้นางเชื่อมั่นในสรรพคุณของระบบอย่างหมดใจ ในหัวของนางเต็มไปด้วยความคิดที่จะหาคะแนนเพิ่ม เปี่ยมไปด้วยแรงผลักดัน
เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอก ฉู่หยวนที่กำลังรู้สึกสบายตัวก็เริ่มง่วงงุน
ซ่งถังอินไม่ได้มีความอดทนเหมือนฉู่ฮูหยิน เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "นี่เป็นลูกของข้ากับหยวนเอ๋อร์ ท่านแม่คิดจะผูกขาดเขาไว้คนเดียวหรือขอรับ?"
ฉู่ฮูหยินรีบเสริม "ใช่แล้ว เด็กต้องกินนมนะ ถ้าท่านอุ้มเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ท่านมีนมให้เขากินหรืออย่างไร?"
"ไม่มีแม่นมหรืออย่างไร? ข้าจะคอยดูแม่นมป้อนนมเขาเอง หลานชายสุดที่รักของข้าจะได้ไม่สำลัก"
ทันทีที่นางพูดจบ สีหน้าของซ่งถังอินก็เปลี่ยนไปทันที
ฮูหยินซ่งคังเห็นดังนั้นก็ไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานอีก ยอมส่งเด็กให้ซ่งถังอินอย่างเสียไม่ได้
ซ่งถังอินซึ่งเป็นคุณพ่อมือใหม่ ไม่รู้เลยว่าควรจะอุ้มเด็กอย่างไร ท่าทางของเขาจึงดูเก้ๆ กังๆ และงุ่มง่ามจนน่าขัน ฉู่ฮูหยินสบโอกาสจึงรีบคว้าตัวเด็กมา "ลูกเขย เดี๋ยวแม่จะอุ้มเข้าไปให้เจ้าเอง วันหลังเจ้าค่อยเรียนรู้วิธีอุ้มให้ถูกวิธีนะ"
เมื่อห่อผ้าอ่อนนุ่มหลุดมือไป สีหน้าของฮูหยินซ่งคังก็เผยให้เห็นถึงความเสียดายและเจ็บใจ
ฉู่ฮูหยินไม่สนใจนาง อุ้มเด็กอย่างเบิกบานใจแล้วเดินตามซ่งถังอินเข้าไป
เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว นายท่านฉู่ก็ตามเข้ามาร่วมวงด้วย "นี่ลูกของหยวนเอ๋อร์งั้นหรือ? หน้าตาหล่อเหลาเอาการเชียว เหมือนลูกเขยข้าเลย มาๆ ท่านตาเตรียมอั่งเปาซองโตไว้ให้เจ้าด้วยนะ"
เมื่อได้ยินว่าทางบ้านเดิมของฉู่หยวนเตรียมอั่งเปามาให้แล้ว ฮูหยินซ่งคังก็ไม่ยอมน้อยหน้า รีบสั่งให้สาวใช้พยุงนางกลับไปทันที
"ก็แค่อั่งเปาซองเดียว? หาดูยากนักหรือไง! เดี๋ยวข้าจะกลับไปขนของล้ำค่าทั้งหมดมาให้หลานชายสุดที่รักของข้าเดี๋ยวนี้แหละ!"
ซ่งซิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ใกล้ๆ ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเคียดแค้น แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้
ตอนที่เด็กยังไม่เกิดนางก็ทำไม่สำเร็จ ตอนนี้เด็กเกิดมาแล้ว จะกำจัดเขาก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก!
น่าเจ็บใจนัก!
ราวสองเค่อหลังจากการคลอด ในที่สุดฉู่หยวนก็ได้เห็นหน้าสายเลือดแท้ๆ ของนาง
เมื่อมองดูคิ้วและดวงตาของเขา ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเย่เย่ตอนเด็กๆ อยู่สี่ห้าส่วน น้ำตาของฉู่หยวนก็ร่วงหล่น "เย่เย่ เย่เย่ของข้า..."
ซ่งถังอินอธิบายอยู่ข้างๆ "เย่เย่เป็นชื่อเล่นที่เราตั้งให้ลูกน่ะ"
ฉู่ฮูหยินดึงผ้าเช็ดหน้าออกมา "หยวนเอ๋อร์ อย่าร้องไห้เลย แม่ลูกปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องดีแล้ว ระวังอย่าร้องไห้มากเกินไปในช่วงอยู่เดือนล่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวสายตาจะพร่ามัวเอานะ"
ฉู่หยวนพยักหน้า นางไม่ควรร้องไห้ ไม่ว่าเด็กคนนี้จะเป็นเย่เย่จริงๆ หรือไม่ นางก็จะเลี้ยงดูเขาให้เติบใหญ่เป็นอย่างดี
ท้ายที่สุดแล้ว นางก็อุ้มท้องเขามาตั้งสิบเดือนเต็มๆ
"ตั้งชื่อจริงให้เด็กหรือยัง?" นายท่านฉู่เอ่ยถามพลางใช้นิ้วเกี่ยวปลายนิ้วก้อยเล็กๆ ของทารก
ซ่งถังอินพยักหน้า "ข้าคิดไว้สองสามชื่อขอรับ ท่านตาอยากจะช่วยแนะนำชี้แนะสักหน่อยไหมขอรับ?"
นายท่านฉู่รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ยินเช่นนั้น ลูกเขยยังคงให้ความเคารพเขาเป็นอย่างดี หยวนเอ๋อร์เลือกคนไม่ผิดจริงๆ
น่าเสียดายที่ลูกสาวคนรองของเขาหน้ามืดตามัวจนเกือบจะก่อเรื่องใหญ่หลวง
พ่อตากับลูกเขยกระซิบกระซาบปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตกลงตั้งชื่อจริงให้เด็กว่า ซ่งเหิง ซึ่งมีความหมายว่า 'ความรักที่ยั่งยืนนิรันดร์'
นายท่านฉู่เป็นพ่อที่รักและตามใจลูกสาว ส่วนซ่งถังอินนั้นยิ่งหนักกว่า เขาเป็นสามีที่รักและหลงภรรยาขั้นสุด
ชายต่างวัยทั้งสองจึงบรรลุข้อตกลงกันได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่คำ
นายท่านฉู่ยิ้มกว้าง "เหิงเอ๋อร์ ตั้งแต่นี้ไปเจ้าชื่อเหิงเอ๋อร์นะ ตาจะกลับไปพยายามทำผลงานให้หนักขึ้น เพื่อจะได้ย้ายเข้ามารับราชการในเมืองหลวงเร็วๆ จะได้มาเจอหน้าเหิงเอ๋อร์ของเราบ่อยๆ ดีไหม?"
ซ่งเหิงยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกภายนอก เขากำลังหลับสนิทอย่างเป็นสุข
เขาไม่สนหรอกว่าผู้ใหญ่พวกนี้กำลังทำอะไรกันอยู่
แต่ฉู่ฮูหยินกลับเก็บคำพูดนั้นมาใส่ใจ สายตาของนางจับจ้องอยู่ที่หลานชาย "ตาเฒ่า ท่านพูดแล้วนะ ข้าจะถือเป็นจริงเป็นจังล่ะ"
นางเองก็อยากจะเห็นหน้าหลานชายตัวน้อยรูปงามและลูกสาวแสนดีของนางทุกวันเช่นกัน
แต่หากพวกเขาย้ายมาอยู่เมืองหลวงจริงๆ แล้วลูกสาวคนรองของนางล่ะจะทำอย่างไร? นางจะปล่อยให้ลูกคนนั้นตามมาระรานสร้างความวุ่นวายอีกไม่ได้เด็ดขาด!
พอตกเย็น ฮูหยินซ่งคังก็สั่งให้บ่าวไพร่ยกหีบสองใบเข้าไปในเรือนหลัก