- หน้าแรก
- จอมเวทสุดแกร่ง ผู้กุมอำนาจแห่งยมโลก ทว่ากลับเป็นราชันแห่งสรรพชีวิต
- บทที่ 24: ช่วยว่าที่พ่อตาโดยบังเอิญกับทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก
บทที่ 24: ช่วยว่าที่พ่อตาโดยบังเอิญกับทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก
บทที่ 24: ช่วยว่าที่พ่อตาโดยบังเอิญกับทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก
บทที่ 24: ช่วยว่าที่พ่อตาโดยบังเอิญกับทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก
กว่าจะฝ่าฟันมาถึงเขตปลอดภัยได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พอมาถึงลู่หรานกลับบอกว่าจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง
เย่ซินเซี่ยไม่เข้าใจเหตุผลของเขานัก แต่เธอก็เคารพการตัดสินใจของลู่หรานเสมอ
หญิงสาวปาดน้ำตาพลางเอ่ยเสียงสั่น "พี่ลู่หราน พี่ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ!"
เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยของเย่ซินเซี่ยคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของลู่หรานก็บีบแน่น "ซินเซี่ย รอพี่กลับมานะ แล้วพี่จะพาเธอไปอยู่ที่เมืองอื่น!"
"ตกลงค่ะ"
หลังจากร่ำลากัน ลู่หรานก็รับภารกิจกวาดล้างปีศาจที่เพ่นพ่านอยู่รอบนอกเขตปลอดภัย
สิ่งที่น่ายินดีคือสมาชิกทีมล่าอสูรเมืองทุกคนปลอดภัยดี พวกเขาประจำการอยู่ที่สมาคมฮันเตอร์ และทันทีที่มีสัญญาณเตือนภัยสีเลือด พวกเขาก็ติดตามกองกำลังหลักถอยร่นมายังเขตปลอดภัย
ภารกิจปัจจุบันของทีมคือการกลับเข้าไปในเมืองเพื่อทำลายอุโมงค์ที่พวกหนูตาเดียวสีเลือดขุดทิ้งไว้!
การทำเช่นนี้จะช่วยบรรเทาสถานการณ์ไม่ให้ฝูงหมาป่าหลั่งไหลเข้ามาในเมืองได้บ้าง
ทว่าเป้าหมายของลู่หรานนั้นต่างออกไป
การที่มีคนอยู่ด้วยมากเกินไปจะเป็นอุปสรรคต่อการ 'เปิดฉากสังหารหมู่' ของเขา
ดังนั้น ลู่หรานจึงปฏิเสธคำชวนของสวีต้าฮวงอย่างสุภาพ
เมื่อเห็นว่าลู่หรานมีแผนการของตัวเอง และในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ทุกคนต่างก็ทำเพื่อเมืองป๋อ สวีต้าฮวงจึงไม่ได้คะยั้นคะยอต่อ
ลู่หรานมองดูทีมล่าอสูรเมืองขับรถออฟโรดดัดแปลงพิเศษมุ่งหน้าออกจากเขตปลอดภัย ส่วนตัวเขาเองเดินแยกไปอีกทิศทางหนึ่ง
ทิศทางนั้นคือที่ตั้งของตึกการค้าสีเงินแห่งเมืองป๋อ!
บนยอดแหลมของตึกการค้าสีเงิน มีร่างของหมาป่าปีกนิลระดับจอมราชันย์ยืนตระหง่านอยู่!
และเบื้องล่างของหมาป่าปีกนิล คือฝูงหมาป่ากระดูกหนามระดับนักรบจำนวนมหาศาล ซึ่งพวกมันนี่แหละคือเป้าหมายในการล่าของลู่หราน!
หลังจากออกจากเขตปลอดภัยได้ไม่นาน เขาก็จัดการเก็บกวาดอสูรหมาป่าตาเดียวไปได้ไม่กี่ตัว
ทันใดนั้น ลู่หรานซึ่งมีพลังจิตถึงขอบเขตขั้นที่สอง ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเวทมนตร์ระดับกลางหลายบท
ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร บนเส้นทางจากคฤหาสน์ตระกูลมู่มุ่งสู่เขตปลอดภัย
มีกลุ่มจอมเวทระดับกลางอยู่ตรงนั้นหนึ่งทีมเต็มๆ!
ทว่าพวกเขาไม่ใช่ฮันเตอร์หรือจอมเวทกองทัพ แต่เป็นจอมเวทอาคันตุกะของตระกูลมู่
และมู่จั๋วอวิ๋นก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย!
สถานการณ์ในตอนนี้เรียกได้ว่าวิกฤตสุดขีด!
มู่จั๋วอวิ๋นและพรรคพวกกำลังถูกหมาป่ากระดูกหนามระดับนักรบสามตัวพัวพัน แถมยังถูกล้อมกรอบด้วยฝูงอสูรหมาป่าตาเดียวระดับทาสรับใช้เกือบร้อยตัว
ภายใต้วงล้อมที่หนาแน่นเช่นนี้ แม้แต่มู่จั๋วอวิ๋นที่มีระดับการบ่มเพาะสูงสุดคือธาตุน้ำแข็งระดับกลางขั้นที่สาม ก็ยังรู้สึกกดดันอย่างหนัก!
ลู่หรานหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจะมาเจอตัวมู่จั๋วอวิ๋นที่นี่
ดูจากทิศทางแล้ว มู่จั๋วอวิ๋นน่าจะกำลังหนีตายมาจากคฤหาสน์ตระกูลมู่
ระยะทางจากคฤหาสน์ตระกูลมู่มาถึงเขตปลอดภัยนั้นไกลโข!
การที่มู่จั๋วอวิ๋นสามารถฝ่าฟันมาจนถึงจุดนี้ได้ แสดงว่าเขาคงงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้จนหมดแล้ว
ฉับพลันนั้น เกราะแสงสีทองขนาดใหญ่ก็ครอบคลุมร่างของมู่จั๋วอวิ๋นและคนอื่นๆ เอาไว้
เมื่อเผชิญกับคมเขี้ยวของฝูงหมาป่า เกราะแสงสีทองนี้เพียงแค่เกิดรอยร้าวเล็กน้อยเท่านั้น
อุปกรณ์เวทมนตร์ป้องกันธาตุแสงชิ้นนี้ อย่างน้อยต้องเป็นของระดับสูงที่มีมูลค่านับสิบล้าน ถึงจะสามารถต้านทานการโจมตีของฝูงปีศาจจำนวนมากขนาดนี้ได้
"ท่านมู่! ทุกคน! อดทนอีกนิด ใกล้จะถึงเขตปลอดภัยแล้ว!"
"พวกสวะ! ยังจะกั๊กของกันอยู่อีกเหรอ อุปกรณ์เวทมนตร์ของพวกแกไปไหนหมด? ถ้าไม่รีบใช้ตอนนี้ พวกเราจะไปไม่ถึงเขตปลอดภัยกันหมด!" มู่จั๋วอวิ๋นตะคอกใส่เหล่าจอมเวทอาคันตุกะข้างกายด้วยความเดือดดาล
เวลาหน้าสิวน่าขวานขนาดนี้ พวกมันยังจะหวงของกันอยู่อีก!
หรือต้องรอให้กรงเล็บของหมาป่ากระดูกหนามเจาะกะโหลกก่อน ถึงจะยอมควักของวิเศษออกมาช่วยชีวิตตัวเอง?
"ท่านมู่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว! พวกเราไม่มีอุปกรณ์เวทมนตร์เหลือแล้วจริงๆ มันพังไปหมดระหว่างทางที่หนีมานี่แหละครับ!" จอมเวทคนหนึ่งร้องโอดครวญ
สิ้นเสียงของคนผู้นั้น กรงเล็บของหมาป่ากระดูกหนามทั้งสามตัวก็ฟาดลงมาอีกครั้ง
อุปกรณ์เวทมนตร์ช่วยชีวิตของมู่จั๋วอวิ๋น... เกราะแสงสีทองแตกกระจาย!!
เมื่อเห็นสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด จู่ๆ อุปกรณ์ป้องกันหลายชิ้นก็ปรากฏขึ้นในมือของจอมเวทอาคันตุกะเหล่านั้น
บ้างก็เป็นรูปโล่ บ้างก็ดูเหมือนกรงพืชหนาทึบ
แต่อุปกรณ์ที่พวกเขามีนั้นเป็นระดับต่ำมาก คุณภาพห่างชั้นกับเกราะแสงของมู่จั๋วอวิ๋นราวฟ้ากับเหว และไม่อาจต้านทานการโจมตีอันรวดเร็วของปีศาจระดับนักรบได้เลย
"อ๊ากกก!!"
เพียงชั่วอึดใจ เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าจอมเวทตระกูลมู่ก็ดังระงม!!
ใบหน้าของมู่จั๋วอวิ๋นซีดเผือด เขาได้แต่สาปแช่งไอ้พวกเวรตะไลที่ยังอุตส่าห์กั๊กไพ่ตายไว้จนวินาทีสุดท้าย!
สถานการณ์ตอนนี้เข้าตาจนอย่างแท้จริง พลังเวทธาตุน้ำแข็งของเขาก็ร่อยหรอเต็มที
ก่อนตาย มู่จั๋วอวิ๋นยังคงไม่เข้าใจ... ตอนที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ระหว่างทางมายังเขตปลอดภัย เขาใช้อุปกรณ์พิเศษตรวจสอบพบว่าเขตหมิงเหวินมีปริมาณปีศาจหนาแน่นที่สุด
ตามตรรกะแล้ว หากเขตหมิงเหวินมีปีศาจชุมที่สุด พื้นที่อื่นๆ ก็ควรจะมีปีศาจน้อยลง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจงใจเลี่ยงทางลัดผ่านเขตหมิงเหวิน และยอมอ้อมไปใช้เส้นทางที่มีปีศาจน้อยกว่า
ในเมืองป๋อที่กำลังเกิดหายนะ ต่อให้ต้องอ้อมไกลหน่อย แต่ถ้าไม่เจอปีศาจก็ถือว่าคุ้มค่า!
แต่มู่จั๋วอวิ๋นหารู้ไม่ว่า สาเหตุที่เขตหมิงเหวินมีปีศาจรวมตัวกันหนาแน่นในตอนแรก เป็นเพราะลู่หรานกำลังเปิดฉากสังหารหมู่ กลิ่นคาวเลือดและคลื่นพลังเวทที่ถูกปลดปล่อยออกมาได้ดึงดูดฝูงหมาป่าจำนวนมหาศาลเข้าไป
แน่นอนว่าจุดประสงค์คือเพื่อกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในคราวเดียว!
ใครจะไปคิดว่าฝูงหมาป่าจำนวนมหาศาลเหล่านั้น จะกลายเป็นเพียงปลาบนเขียงให้ลู่หรานสับเล่นตามใจชอบ!
เพชฌฆาตหมาป่าปรากฏตัวขึ้นในเขตหมิงเหวิน ทำให้ปีศาจส่วนใหญ่ในเขตนั้นถูกลู่หรานกำจัดจนเกลี้ยง
พูดง่ายๆ ก็คือ... เป็นเพราะผลกระทบจากลู่หราน หรือที่เรียกว่า 'ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก' ทำให้มู่จั๋วอวิ๋นเปลี่ยนเส้นทางหนี
หากเขาเลือกเส้นทางเดิม ป่านนี้มู่จั๋วอวิ๋นและคณะคงถึงเขตปลอดภัยไปนานแล้ว
ภายใต้สัญญาณเตือนภัยสีเลือด กลิ่นอายของจอมเวทระดับกลางหลายคนดึงดูดความสนใจของปีศาจลาดตระเวนระดับนักรบได้อย่างรวดเร็ว
และในจังหวะที่กำลังจะถึงเขตปลอดภัย ทีมของพวกเขาก็ถูกโจมตีโดยหมาป่ากระดูกหนามระดับนักรบสามตัวและอสูรหมาป่าตาเดียวอีกนับร้อย!!
ในขณะที่มู่จั๋วอวิ๋นคิดว่าตนคงต้องจบชีวิตลงภายใต้กรงเล็บของหมาป่ากระดูกหนามแน่แล้ว...
เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
ลู่หรานลงมือแล้ว... ริบบิ้นวารีหมุนวนหลายสายปรากฏขึ้นรอบกายมู่จั๋วอวิ๋น รับการโจมตีแทนเขาได้อย่างทันท่วงที
ก้อนสายฟ้าพุ่งทะยานผ่านฝูงหมาป่านับร้อยด้วยความเร็วสูง!
ไม่เพียงแค่นั้น เขายังคว้าตัวมู่จั๋วอวิ๋นที่ถูกฝูงหมาป่าล้อมกรอบ แล้วแหวกวงล้อมออกมาได้อย่างดุดัน
มังกรท่องคลื่น!
พริ้วไหวดั่งหงส์ตื่นตระหนก ปราดเปรียวดั่งมังกรแหวกว่าย!
ลู่หรานเคลื่อนไหวราวกับมังกรท่องไปในฝูงหมาป่า!
อสูรหมาป่าตาเดียวระดับทาสรับใช้นับร้อยตัว ไม่มีแม้แต่ตัวเดียวที่สามารถกางกรงเล็บหยุดยั้งลู่หรานได้
ส่วนหมาป่ากระดูกหนามทั้งสามตัวที่สัมผัสโดนน้ำจากธารายมโลก ต่างก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดแสนสาหัสขณะที่พยายามโจมตี
มู่จั๋วอวิ๋นรู้สึกว่าร่างกายถูกใครบางคนคว้าเอาไว้ เขาเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด!!
เขาถูกแบกอยู่บนไหล่ของลู่หราน และภาพของหมาป่ากระดูกหนามสามตัวกับฝูงหมาป่านับร้อยกำลังห่างออกไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว!
ลู่หรานกลายร่างเป็นเงา พามู่จั๋วอวิ๋นขึ้นไปยังตึกสูงแห่งหนึ่ง
เขามองดูมู่จั๋วอวิ๋นที่เสื้อผ้าขาดวิ่นและมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนตามตัว ก่อนจะเอ่ยแซว
"ตาแก่ ทำไมสภาพดูไม่ได้แบบนี้ล่ะ?"
มู่จั๋วอวิ๋นมองเด็กรุ่นหลานตรงหน้าด้วยความมึนงง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่อยากเชื่อสายตา "แกคือลู่หรานงั้นเรอะ? เวทมนตร์ธาตุเงา? แกเป็นจอมเวทระดับกลาง... แกช่วยฉันไว้?"
ลู่หรานพยักหน้า รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เห็นแก่หน้าหนิงเสวี่ยหรอกนะ ผมถึงยอมช่วยชีวิตตาแก่อย่างคุณ"
"หนิงเสวี่ย? ยัยหนูนั่นมาเกี่ยวอะไรด้วย แกไปรู้จักลูกสาวฉันตอนไหน?" มู่จั๋วอวิ๋นถามด้วยความสับสน
"ไม่ใช่แค่รู้จัก ขนาดปากเล็กๆ นั่นผมก็จูบมาแล้ว"
ลู่หรานพึมพำกับตัวเองเบาๆ ไม่ได้พูดออกไปตรงๆ
ขืนพูดไป มีหวังมู่จั๋วอวิ๋นคงไม่ได้ตายเพราะกรงเล็บหมาป่า แต่คงอกแตกตายเพราะความโมโหอยู่ตรงนี้แหละ