- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะยุคใหม่ วิชาวชิระแปดกระบวน
- บทที่ 3: เดินแบกน้ำหนัก ทลายขีดจำกัด!
บทที่ 3: เดินแบกน้ำหนัก ทลายขีดจำกัด!
บทที่ 3: เดินแบกน้ำหนัก ทลายขีดจำกัด!
บทที่ 3: เดินแบกน้ำหนัก ทลายขีดจำกัด!
สำหรับเขาในตอนนี้ ค่าร่างกายถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
หากไม่มีรากฐานร่างกายที่ดี เพียงแค่ออกกำลังกายไม่นานก็จะรู้สึกอ่อนล้าและเหนื่อยหอบ แล้วแบบนี้จะไปฟาร์มค่าสถานะได้อย่างไร
หลินชิงต้มไข่ไก่สองฟองอย่างง่ายๆ ก่อนจะจัดการส่งปลาเฉาที่ซื้อมาเมื่อวานไปสู่สุคติ
อย่างที่เขาว่ากันว่า 'ฝึกสามส่วน กินเจ็ดส่วน'
เมื่อเริ่มออกกำลังกายแล้ว สารอาหารก็ต้องถึง
โชคดีที่เขามีพื้นฐานการทำอาหารอยู่บ้าง จึงเปิดหาวิดีโอสอนทำอาหารในแอปพลิเคชันสั้นๆ ดู
"ปลาเฉานึ่งพริกสับเต้าหู้ เมนูนี้น่าสนใจ"
หลังจากตัดสินใจเมนูมื้อเที่ยงได้แล้ว หลินชิงก็เริ่มลงมือทำตามขั้นตอนในวิดีโอ
ยังไม่ทันจะถึงเที่ยง กลิ่นหอมฉุนของพริกสับผสมผสานกับความสดหวานของเนื้อปลาก็ลอยฟุ้งแตะจมูกไม่ขาดสาย
เมื่อมองดูอาหารจานหลักสีสันจัดจ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนน่าทานในหม้อ หลินชิงก็ถึงกับกลืนน้ำลาย
เขารู้สึกว่ามื้อเที่ยงวันนี้คงต้องจัดข้าวสวยสักสามชาม
หลินชิงทำไข่ผัดมะเขือเทศเพิ่มอีกจาน ก็เป็นอันครบองค์ประกอบของมื้ออาหาร
เขาคีบเนื้อปลาเข้าปาก ทันใดนั้นกลิ่นหอมเผ็ดร้อนของพริกสับและความสดของเนื้อปลาก็ปะทุขึ้นในปาก ทำให้หลินชิงอุทานด้วยความฟิน ก่อนจะรีบพุ้ยข้าวตามเข้าไปสองคำโตๆ
ปลานี้เป็นปลาธรรมชาติจากอ่างเก็บน้ำ แม้จะผ่านมาหนึ่งวันแล้ว แต่ความสดใหม่ยังคงยอดเยี่ยมจนห้ามใจไม่ไหว
"จานนี้ถ้าไปกินที่ร้านอาหาร อย่างต่ำต้องมีร้อยหยวน"
หลินชิงพึมพำทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก
ช่วงก่อนหน้านี้เขากินแต่อาหารเดลิเวอรี่ทุกวัน ไม่มีเวลามาทำอาหารกินเองเลย
ตอนนี้เมื่อได้วัตถุดิบที่สดใหม่ที่สุด หลินชิงกินไปเหงื่อตกไป รู้สึกสะใจเป็นที่สุด
เมื่อกลืนเนื้อปลาคำสุดท้ายพร้อมข้าวสวยลงท้อง หลินชิงก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างอิ่มเอม
จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
พละกำลัง: 0.62△
จิตวิญญาณ: 1.01
ความเร็ว: 0.82
ร่างกาย: 0.92△
แต้มอิสระ: 0.01
ทักษะ: วิชาวชิระแปดท่า (61/100)
เป็นไปตามคาด!
เหมือนที่เขาเดาไว้ไม่มีผิด
ถ้าการออกกำลังกายเพิ่มค่าสถานะได้ การกินโปรตีนคุณภาพสูงก็ย่อมเพิ่มค่าสถานะได้เช่นกัน
แน่นอนว่าแค่กินอย่างเดียวคงไม่ได้ผล เงื่อนไขคือต้องกินหลังจากผ่านการฝึกฝนมาแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินชิงก็ไม่รอช้า เขาเปิดแอปช้อปปิ้งในมือถือ แล้วกดสั่งซื้ออุปกรณ์ฟิตเนสที่ดองไว้ในตะกร้ามานาน ทั้งเวย์โปรตีน ดัมเบลสำหรับใช้ในบ้าน และเสื่อโยคะ
หลินชิงอยากออกกำลังกายมานานแล้ว แต่ด้วยงานที่รัดตัวทำให้ไม่มีเวลา
ตอนนี้ไม่ต้องแบกรับค่าเช่าห้องแพงๆ อีกต่อไป เขาจึงไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง กดสั่งซื้อของพวกนี้ได้ทันที
"อาหารเสริมน่าจะมาส่งพรุ่งนี้ ตอนนี้จะมัวอยู่เฉยๆ ไม่ได้"
หลังจากเติมแต้มอิสระลงในค่าร่างกาย หลินชิงก็ลุกขึ้นยืน สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ช่วงบ่าย หลินชิงงีบหลับไปครึ่งชั่วโมง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังปากทางเข้าหมู่บ้าน
เวลานี้ปากทางเข้าหมู่บ้านไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เบนซ์เจ๊เจ้าของร้านโชห่วยกำลังนั่งเท้าคางสัปหงกอยู่
ช่วงนี้เกษตรกรในหมู่บ้านยังไม่ยุ่งมากนัก แค่คอยดูแลนาข้าวบ้างเล็กน้อย
หลินชิงก้าวเท้าเตรียมจะเดินไปยังตำบลหย่งหนิงที่อยู่นอกหมู่บ้าน
ทันใดนั้น รถกระบะสองที่นั่งบรรทุกของมาเต็มคันก็ค่อยๆ ขับมาจากไกลๆ
เจ้ารถเหล็กคันนี้วิ่งช้ากว่าเขาเสียอีก แถมยังมีควันดำโขมงพวยพุ่งออกมาจากฝากระโปรงรถตลอดเวลา ในที่สุดมันก็จอดสนิทอยู่ตรงหน้าหลินชิง
ชายวัยกลางคนสองคนเดินลงมาจากรถด้วยสีหน้าเป็นกังวล
"พ่อหนุ่ม เป็นคนหมู่บ้านนี้หรือเปล่า?"
ชายวัยกลางคนจุดบุหรี่สูบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
"รถลุงควันขึ้นแล้วนะครับ"
หลินชิงพยักหน้าแล้วทักขึ้น
"ใช่สิพ่อหนุ่ม ไม่รู้รถเฮงซวยนี่เป็นอะไร ดันมาเสียกลางทางซะได้"
หลังจากคุยกันสักพัก หลินชิงก็ได้ความว่าชายสองคนนี้กำลังขนเบียร์ไปส่งที่ร้านอาหารในหมู่บ้านฉางเล่อที่อยู่ถัดไป
แต่เครื่องยนต์ดันมีปัญหา เลยจำต้องจอดแช่อยู่ตรงนี้
"อู่ซ่อมรถที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างไปตั้งสามสิบลี้ ให้เข็นรถไปก็เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา"
ชายทั้งสองนั่งลงบนขอบฟุตบาท พ่นควันบุหรี่พลางบ่นดวงซวยของตัวเอง
ออเดอร์นี้ต้องส่งให้ถึงภายในวันนี้
พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คงไม่แคล้วโดนหักเงินค่าจ้างแน่
หลินชิงมองดูกองลังเบียร์ แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
เขากำลังคิดหาวิธีเก็บแต้มสถานะอยู่พอดี ตอนนี้วิธีที่ว่ามาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้วไม่ใช่หรือ?
"พี่ชาย ผมมีวิธีนะ"
หลินชิงนั่งยองๆ ลงข้างชายทั้งสองแล้วพูดว่า "พวกลุงเอารถฝากไว้ในหมู่บ้านเราก่อนเถอะ สินค้าสำคัญกว่า"
"เอาอย่างนี้ไหม ไปยืมรถเข็นของจากร้านโชห่วยมาสักสามคัน เราแบ่งกันเข็นเบียร์พวกนี้ไปส่ง?"
จากหมู่บ้านซีเหอตุยไปตำบลหย่งหนิง ระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกล ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง
ถ้าบวกน้ำหนักลังเบียร์พวกนี้เข้าไป กว่าจะถึงก็คงค่ำพอดี แต่อย่างน้อยก็ไม่เสียงาน
"พ่อหนุ่ม เมื่อกี้เธอพูดว่า 'เราสามคน' เหรอ?"
ชายทั้งสองชะงักไปเล็กน้อยแล้วถามย้ำ
ไม่ใช่ว่าพวกเขาคิดวิธีนี้ไม่ออก
แต่ลำพังลังเบียร์สิบกว่าลัง ให้สองคนช่วยกันขนก็คงเข็นไม่ไหว
และตอนนี้เมื่อหลินชิงเสนอตัวจะช่วย ทั้งสองคนก็เริ่มสนใจ
หลินชิงชูสองนิ้ว "สองร้อยหยวน"
ไม่ใช่ว่าเขาจะฉวยโอกาส แต่คนแปลกหน้าต่อกัน ถ้าไม่คิดเงินเลยก็ดูจะเป็นคนดีจนดูโง่เกินไป
"ร้อยเดียว"
ทั้งสองรีบต่อรองราคา
"ร้อยห้าสิบ"
"ตกลง!"
คนที่ผ่านโลกมาพอสมควรย่อมเข้าใจดีว่า โลกนี้มีแต่ผลประโยชน์ น้ำใจกินไม่ได้
สำหรับทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งได้แต้มสถานะแถมค่าข้าวอีกสามวัน ส่วนอีกฝ่ายไม่ต้องเสียค่าปรับ วิน-วินกันทั้งคู่
หลินชิงเรียงลังเบียร์หกลังซ้อนกันบนรถเข็นที่ยืมมา จากนั้นถอดเสื้อเชิ้ตออกมัดไว้ที่เอวเพื่อใช้เป็นตัวช่วยพยุงหลัง แล้วนำปลายเสื้ออีกด้านไปผูกกับด้านหน้ารถเข็น
สีหน้าของชายวัยกลางคนทั้งสองดูแปลกใจเล็กน้อย
"พ่อหนุ่ม ถึงจะจ้างแล้วก็เถอะ แต่หกลังมันเยอะเกินไปนะ แบ่งมาให้พวกพี่ช่วยถือไหม?"
"ใช่ ดูเธผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้ คงเพราะชีวิตบีบคั้นสินะถึงต้องมารับจ้างแบกหาม พวกพี่เข้าใจ"
หลินชิงยิ้มบางๆ ปฏิเสธความหวังดีนั้น
จากนั้นเขาก็รวบรวมลมปราณลงสู่จุดตันเถียน แล้วเริ่มออกเดินช้าๆ ทีละก้าวราวกับหอยทากจอมอืดอาด มุ่งหน้าไปสู่หนทางข้างหน้า
การเดินแบกน้ำหนัก ในหลักสูตรฟิตเนสถือเป็นการผสมผสานระหว่างการออกกำลังแบบแอโรบิกและแอนแอโรบิกชั้นเยี่ยม
สำหรับหลินชิง เบียร์หกลังน้ำหนักรวมหกสิบกิโลกรัม ก็เท่ากับลากผู้ชายตัวโตๆ คนหนึ่งไปด้วย
ด้วยร่างกายของเขาในตอนนี้ น้ำหนักขนาดนี้ถือเป็นภาระที่หนักหนาเอาการ
แต่การออกกำลังกาย โดยเนื้อแท้แล้วคือกระบวนการทำลายคอขวดและก้าวข้ามขีดจำกัดอย่างต่อเนื่อง
ระยะทางจากหมู่บ้านซีเหอตุยถึงตำบลหย่งหนิงคือสามสิบกิโลเมตร
อย่างน้อยครึ่งทางเป็นถนนลูกรัง ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระให้หลินชิงมากขึ้นไปอีก
ช่วงแรกๆ หลินชิงยังรู้สึกสบายๆ อีกทั้งเขาเซฟหลังและจัดจุดศูนย์ถ่วงร่างกายมาอย่างดี ความเร็วในการเดินจึงไม่ถือว่าช้า
ทว่าเมื่อเดินไปเรื่อยๆ หลินชิงเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักที่ถ่วงอยู่ช่วงเอวและหน้าท้องหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
ลมหายใจของเขาก็เริ่มติดขัดและถี่กระชั้นขึ้น
"รักษาจังหวะหายใจ จัดระเบียบร่างกาย"
หลินชิงเตือนตัวเองในใจ ก้าวเท้าในท่าที่โน้มตัวไปข้างหน้าอย่างมาก
ความอึดในการออกกำลังกายแบบแอโรบิกนั้นสัมพันธ์กับรูปแบบการหายใจเป็นอย่างมาก
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ชายสองคนนั้นเกรงใจหลินชิงจึงไม่ได้เดินเร็วนัก
เวลานี้ ร่างกายของหลินชิงชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
เขาพยายามมองตรงไปข้างหน้า เพื่อเลี่ยงอาการเลือดตกหัวจากการก้มหน้าซึ่งจะส่งผลต่อความอึด มือทั้งสองกำสายพยุงหลังแน่นเพื่อช่วยผ่อนแรงจากน้ำหนักลังเบียร์
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาได้ครึ่งทาง
ขาของหลินชิงปวดร้าวไปหมด ราวกับถูกถ่วงด้วยหินหนักพันชั่ง ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปทำให้ขาสั่นระริก
ใบหน้าของเขาซีดเผือด สติเริ่มเลือนลาง ราวกับหุ่นยนต์ที่คอยแต่ส่งคำสั่งให้ยกขาและก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ
"น้องชาย แบ่งมาให้พวกพี่ช่วยถือบ้างเถอะ"
ชายทั้งสองเริ่มรู้สึกผิดและพยายามเกลี้ยกล่อม
ถ้ารู้ว่าหลินชิงต้องลำบากขนาดนี้ พวกเขาคงไม่ต่อรองราคาเลยสักคำ
หลินชิงส่ายหน้า เม็ดเหงื่อขนาดใหญ่สลัดกระเซ็นออกจากตัว
"ขอน้ำหน่อย"
เขารู้สึกว่าร่างกายใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว จึงเอ่ยปากด้วยความยากลำบาก
เวลานี้เขาหยุดไม่ได้เด็ดขาด และต้องรักษาภาวะขาดน้ำไว้ให้ได้
ไม่อย่างนั้นอาจจะวูบได้ง่ายๆ
เมื่อกระดกน้ำแร่ยี่ห้อดังลงคออึกใหญ่ สีหน้าของหลินชิงก็ดีขึ้นเล็กน้อย เขาจึงกัดฟันเดินหน้าต่อ
แค่นี้มันเรื่องจิ๊บจ๊อย
ความไม่เข้าใจของเพื่อนฝูง คำเย้ยหยันของหัวหน้า การทิ้งเมืองหลวงที่แก่งแย่งชิงดีกลับมาอยู่บ้านนอก ความกล้าที่ต้องใช้นั้นมากกว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นร้อยเท่า
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก
เมื่อมองไปไกลๆ ก็เริ่มเห็นทิวแถวตึกสีขาวของตำบลหย่งหนิงแล้ว
ในขณะนี้ สภาพของหลินชิงดูเหมือนลูกหมาตกน้ำ เรียกสายตาของผู้คนให้หันมามองด้วยความสนใจ
แต่หลินชิงไม่สนใจสายตาเหล่านั้นเลย
ในนาทีนี้ เขารู้สึกเพียงคำเดียวว่า... สะใจ!
หลังจากทลายขีดจำกัด ร่างกายของหลินชิงก็เบาหวิวขึ้นทันตา
เหงื่อที่ไหลออกมาเปรียบเสมือนของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกาย
ขาที่เคยหนักอึ้งราวกับตะกั่วก็กลับมาคล่องแคล่ว จนแทบไม่รู้สึกเลยว่ากำลังลากของหนักร้อยยี่สิบจินอยู่
การทลายขีดจำกัดน่าจะทำให้ค่าสถานะพุ่งขึ้นไม่น้อย
ท้องฟ้ามืดสนิท ทั้งสามคนก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
หลังจากลงของเสร็จ หลินชิงก็สัมผัสได้ถึงความเบาสบายและสดชื่นอีกระลอก
แต่เขารู้ดีว่าพอตื่นมาพรุ่งนี้ คงต้องระบมไปทั้งตัวแน่นอน
เมื่อเปิดหน้าต่างระบบ หัวใจของหลินชิงก็พองโตด้วยความยินดี
พละกำลัง: 0.64△
จิตวิญญาณ: 1.03△
ความเร็ว: 0.84△
ร่างกาย: 0.94△
แต้มอิสระ: 0.06
ทักษะ: วิชาวชิระแปดท่า (61/100)
ชัดเจน! ค่าสถานะทั้งสี่เพิ่มขึ้นทั้งหมดหลังจากทลายขีดจำกัด!
แถมยังได้แต้มอิสระมาอีกเพียบ
เมื่อเทแต้มทั้งหมดลงในค่าร่างกาย หลินชิงก็รู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก ร่างกายอบอุ่นไปทั่ว พลังงานที่เปี่ยมล้นทำให้เขาอยากจะขนของกลับไปอีกรอบด้วยซ้ำ
หลังจากผ่านไปสามวัน ในที่สุดค่าร่างกายของหลินชิงก็แตะมาตรฐานชายวัยรุ่นสุขภาพดีเสียที
แม้จะยังดูผอม แต่ใบหน้าก็มีเลือดฝาด ผิวพรรณขาวอมชมพูดูสุขภาพดีอย่างยิ่ง
"น้องชาย ให้พวกพี่เลี้ยงข้าวสักมื้อก่อนกลับเถอะ"
ชายวัยกลางคนทั้งสองรู้ดีว่าหลินชิงช่วยแบกเบียร์ส่วนใหญ่มา จึงรู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย
"ได้ครับ"
หลินชิงยิ้มจนตาหยี ไม่ปฏิเสธน้ำใจ ของฟรีแบบนี้มีหรือจะพลาด