- หน้าแรก
- พิกัดอร่อยที่จวนอ๋อง
- บทที่ 1 ไม่นึกเลยว่าฉันจะได้ข้ามภพมาจริงๆ
บทที่ 1 ไม่นึกเลยว่าฉันจะได้ข้ามภพมาจริงๆ
บทที่ 1 ไม่นึกเลยว่าฉันจะได้ข้ามภพมาจริงๆ
บทที่ 1 ไม่นึกเลยว่าฉันจะได้ข้ามภพมาจริงๆ
หญิงสาวคนหนึ่งนั่งแปะอยู่บนพื้นตรงริมหน้าผา มองเหม่อออกไปไกลด้วยสายตาว่างเปล่า ใครจะไปคิดว่า มู่เจี้ยนซี ที่เมื่อวินาทีก่อนยังเดินอยู่บนถนนที่จอแจ จู่ๆ จะมาโผล่ในที่รกร้างว่างเปล่าแบบนี้?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ปัดฝุ่นตามเนื้อตัวแล้วลุกขึ้นมองไปยังเมืองที่อยู่ตีนหน้าผา "ช่างเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ลองเข้าไปดูหน่อยแล้วกัน"
เมื่อมาถึงประตูเมือง เธอเห็นผู้คนแต่งกายในชุดย้อนยุค มีแม้กระทั่งทหารยืนเฝ้าประตูเมือง ตอนแรกเธอนึกว่าหลุดเข้ามาในกองถ่ายหนัง แต่พอดูดีๆ ก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่กองถ่าย แต่เป็นยุคโบราณจริงๆ หรือว่าเธอจะเจอเรื่องพิสดารอย่างการทะลุมิติเข้าให้แล้ว?
เธอตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อปลุกตัวเองจากความฝัน พอลืมตาขึ้นมามองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพตรงหน้าก็ยังเหมือนเดิม "จบกัน นี่ฉันข้ามมาอยู่ยุคโบราณจริงๆ แล้วเหรอเนี่ย"
เธอมองทหารหน้าประตูเมือง แล้วก้มลงมองเสื้อผ้าของตัวเอง... เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์รัดรูปสีอ่อน เธอเริ่มกังวล "แต่งตัวแบบนี้ จะโดนเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจแล้วโดนจับมัดเผาทั้งเป็นไหมเนี่ย?"
เพราะในละครทีวี พวกผู้หญิงที่ถูกหาว่าเป็นปีศาจล้วนแต่โดนลงโทษอย่างโหดร้ายทั้งนั้น
"เจ้านาย ท่านไม่ต้องกังวลขนาดนั้นหรอกครับ ที่นี่คืออาณาจักรฉีหยวน อาณาจักรนี้ทำการค้ากับต่างแดนมาแต่โบราณ ผู้คนชินตากับการแต่งกายแปลกๆ พวกเขาไม่ถือสาหรอกครับ อย่างมากก็แค่มองด้วยความสงสัยเท่านั้น" เสียงเล็กๆ ของเด็กดังขึ้น
มู่เจี้ยนซีก้มลงมองและพบว่าเสียงนั้นมาจากกำไลหยกที่ข้อมือซ้าย เธอจำได้ว่ากำไลหยกวงนี้เป็นมรดกตกทอดจากแม่ของเธอ จึงถามด้วยความประหลาดใจ "เมื่อกี้เธอพูดเหรอ?"
"ใช่ครับ ผมคือ 'เป่าเปา' พ่อบ้านตัวน้อยประจำมิติอาหารของท่าน ผมสามารถจัดหาวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ ให้ท่านได้ แต่ท่านต้องทำอาหารตามคำแนะนำของผม เมื่อสะสมคะแนนได้ครบตามกำหนด มิติจะทำการอัปเกรด ซึ่งแต่ละครั้งที่อัปเกรด ท่านจะได้รับชุดวัตถุดิบและเครื่องปรุงใหม่ๆ ตอนนี้ท่านอยู่ที่เลเวล 1 ในกระเป๋ามิติของท่านมี บะหมี่หอยขม, เห็ดนางรม, เผือก, มันม่วง, ถั่วลิสง; เครื่องต้มหม้อไฟ, ซีอิ๊วขาว, น้ำพริกเผา, น้ำมันงาดำ, ซอสหอยนางรม; เลมอน... รายการเหล่านี้สามารถใช้ได้ไม่จำกัด ท่านไม่ต้องกลัวว่าจะหมดนะครับเจ้านาย
นอกจากนี้ เห็นว่าท่านไม่มีเงินติดตัวมาเลย ผมจึงเตรียม 'แพ็คเกจของขวัญสำหรับมือใหม่' ไว้ให้ท่านเป็นพิเศษ ในนั้นมีเงินหนึ่งหมื่นตำลึง ขอให้ท่านใช้จ่ายอย่างประหยัดนะครับเจ้านาย"
หน้าจอสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับมนุษย์ตัวจิ๋วรูปร่างเหมือนซาลาเปาที่เริ่มแนะนำระบบมิติให้เธอฟัง ท่าทางของมันน่ารักน่าชังจนเธออดไม่ได้ที่อยากจะยื่นมือไปหยิกแก้ม
"โอเค เข้าใจแล้วเป่าเปา"
ในเมื่อมีทุนตั้งตัวแล้วจะกลัวอะไร? เธอเดินตรงเข้าเมืองไปอย่างมั่นใจ ผิดคาดที่ทหารยามเพียงแค่มองเธอด้วยความสงสัยใคร่รู้แต่ไม่ได้เข้ามาขัดขวาง ปล่อยให้เธอเดินผ่านเข้าไปในเมืองได้อย่างราบรื่น
มู่เจี้ยนซีเดินฝ่าฝูงชนไปตามถนนที่คึกคัก สุดลูกหูลูกตาเต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหรา สีสันสดใสสะท้อนกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะสดใสแว่วมาเป็นระยะ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความรื่นเริง
กลิ่นหอมบางอย่างลอยมาแตะจมูก ทำให้เธอเริ่มรู้สึกหิว มู่เจี้ยนซีเดินตามกลิ่นนั้นไปจนเจอแผงลอยเล็กๆ ที่ขายเกี๊ยว เธอสั่งเกี๊ยวชามหนึ่งจากเถ้าแก่ แล้วหาที่ว่างนั่งลงเงียบๆ รออาหารมาเสิร์ฟ
รอไม่นานเถ้าแก่ก็นำเกี๊ยวมาวางตรงหน้า เธอใช้ช้อนตักขึ้นมา เป่าให้หายร้อนแล้วกัดเข้าไปคำหนึ่ง ทันใดนั้นใบหน้าของเธอก็เหยเก ไส้เกี๊ยวเป็นเนื้อล้วนก็จริง แต่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีดับคาวเลย ทำให้มีรสคาวจัด แม้แต่น้ำซุปก็มีแค่รสเกลือปะแล่มๆ สำหรับบล็อกเกอร์สายกินอย่างเธอแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างแรง
พอกินไปได้คำเดียว เธอก็ไม่อยากกินต่อ จึงเตรียมจ่ายเงินแล้วลุกออกไป
เป่าเปาแลกเงินออกมาให้เธออย่างรู้หน้าที่ หลังจากยื่นเหรียญทองแดงสิบอีแปะให้เถ้าแก่แล้ว เธอก็ถือโอกาสถามเรื่องเช่าบ้าน "เถ้าแก่ พอจะรู้ไหมว่าแถวนี้มีที่ไหนขายบ้านบ้าง?"
เถ้าแก่รับเงินมาแล้วชี้มือบอกทาง "มีสิ เดินตรงไปทางนี้ พอถึงหัวมุมก็เลี้ยวซ้าย จะเห็นร้านที่เขียนว่า 'ซ่างกู่ฟาง' เข้าไปที่นั่นได้เลย"
"ขอบคุณค่ะเถ้าแก่ ขอให้กิจการรุ่งเรือง ร่ำรวยๆ นะคะ"
เธอเดินมาถึงสถานที่ที่เถ้าแก่บอกและตรงเข้าไปด้านใน นายหน้าค้าบ้านเห็นมู่เจี้ยนซีก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที "แม่นาง ท่านมาขายบ้านหรือมาซื้อบ้านรึ?"
"ฉันอยากจะซื้อบ้านค่ะ คุณพอจะมีบ้านดีๆ แนะนำบ้างไหม?"
ดวงตาของนายหน้ากลอกไปมา พลางคิดในใจ: บ้านดีๆ ในเมืองหลวงตอนนี้ขายออกไปหมดแล้ว จะไปหาที่ไหนมาให้ได้ล่ะ? แต่ดูจากการแต่งกายของนาง คงเป็นคนต่างแคว้นที่กระเป๋าหนักน่าดู ทันใดนั้นเขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา เขานึกถึงบ้านอยู่หลังหนึ่ง ตัวบ้านน่ะดีมาก แต่ติดที่เพื่อนบ้านข้างๆ นิสัยประหลาดเอาเรื่อง แต่ในเมื่อนางไม่ใช่คนเมืองหลวง ถ้าไปทำให้คนเจ้าปัญหานั่นขุ่นเคือง ก็ไม่เกี่ยวกับเขาเสียหน่อย เขาเป็นแค่นายหน้าขายบ้านนี่นา
"แม่นาง มีบ้านดีๆ อยู่หลังหนึ่งพอดี เดี๋ยวข้าจะพาท่านไปดูเดี๋ยวนี้เลย"
"เยี่ยมไปเลย!"
นายหน้าพามู่เจี้ยนซีไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วแห่งหนึ่ง เขาหยิบกุญแจที่เตรียมไว้ออกมาไขประตูบานใหญ่ ทันทีที่ก้าวเข้าไป เธอก็อดอุทานออกมาไม่ได้ "ที่นี่กว้างมาก! เป็นบ้านที่ดีจริงๆ ถูกใจมาก!"
"นายหน้า ที่นี่ไม่มีคนตายใช่ไหม? ฉันไม่ซื้อบ้านผีสิงนะ!"
นายหน้าตบหน้าอกรับประกัน "แม่นาง วางใจได้เลย! บ้านหลังนี้ไม่เคยมีคนตาย ข้าทำมาหากินสุจริต"
"งั้นก็ดี บอกราคามาเลย!"
นายหน้าชูสามนิ้ว "สามร้อยตำลึงเงิน!"
มู่เจี้ยนซีส่ายหน้า "หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึง"
นายหน้าถึงกับตะลึงงัน เขาขายบ้านมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนต่อราคาลงมาครึ่งต่อครึ่งแบบนี้ "แม่นาง ราคานั้นมันต่ำเกินไป เอาอย่างนี้ไหม ข้าลดให้แบบเป็นกันเอง เหลือสองร้อยห้าสิบตำลึง?"
เธอโบกมือปฏิเสธ "หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึง ถ้าคุณคิดว่าราคานี้ขายไม่ได้ ฉันก็จะไปดูร้านอื่น"
นายหน้าไม่เคยเจอคนต่อราคาเก่งขนาดนี้มาก่อน แทบจะร้องไห้ออกมา "แม่นาง สองร้อยตำลึงนี่สุดๆ แล้วจริงๆ ข้าลดกว่านี้ไม่ได้แล้ว ถ้าต่ำกว่านี้กลับไปข้าคงโดนเถ้าแก่ด่าตายแน่"
บ้านหลังนี้ประกาศขายมาเกือบปีแล้ว ลูกค้าหลายคนพอรู้ว่าคฤหาสน์ข้างๆ เป็นของคนเจ้าปัญหาคนนั้นก็พากันหนีหมด นานๆ ทีจะมีคนหลงเข้ามาซื้อ แถมยังเขี้ยวลากดินขนาดนี้
"บอกว่าสองร้อยตำลึงแต่แรกก็จบแล้ว ไปเอาโฉนดที่ไหน?"
"เรียนแม่นาง ต้องไปที่ว่าการอำเภอ เดี๋ยวข้าพาท่านไปทำเรื่องเดี๋ยวนี้แหละ"
ทั้งสองไปที่ว่าการอำเภอและจัดการโอนโฉนดที่ดินอย่างรวดเร็ว หลังจากเดินออกมา นายหน้าก็กล่าวลาเธอแล้ววิ่งหนีไปพร้อมกับเงินถุงใหญ่อย่างรวดเร็ว ราวกับมีใครกำลังไล่ล่าเขาอยู่
จากนั้น มู่เจี้ยนซีก็ไปที่ร้านขายเสื้อผ้า ซื้อชุดแบบชาวบ้านทั่วไปมาหลายชุด เน้นสีเรียบๆ หมดเงินไปยี่สิบกว่าตำลึง แล้วไปเดินตลาดซื้อเนื้อหมู ผักสด และเครื่องปรุงพื้นบ้าน หมดไปอีกสิบกว่าตำลึง