เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15-16

บทที่ 15-16

บทที่ 15-16


บทที่ 15

ปราศจากมารยาท

ช่างเป็นเหตุผลที่ฟังดูดียิ่งนัก เห็นได้ชัดว่านางมาที่นี่เพื่อลงโทษคนผิด และสิ่งที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อจิ่งหรง! เมิ่งอวิ๋นเสียงเริ่มกลอกตา

“สิ่งที่เยวี่ยเอ๋อพูดนั้นสมเหตุสมผลแล้ว”

มีเสียงดังขึ้นนอกโรงเก็บฟืน เพียงแค่ได้ยินเสียงโดยยังไม่ทันได้เห็นตัวคนพูด เมิ่งอวิ๋นเสียงใช้นิ้วเท้าคิดก็รู้ว่านั่นคือจิ่งหรงนั่นเอง

แน่นอนว่าเขาสวมเสื้อคลุมสีดำที่ปักดิ้นทอง บนศีรษะของเขาสวมมงกุฎหยก เขาเดินมาด้วยท่าทางสง่างามและเย่อหยิ่ง

เมื่อเขาเห็นเจียงหลูเยวี่ยนอนอยู่ที่พื้นพลางกุมข้อมือสีแดงของตนอยู่ สีหน้าของเขาก็อ่อนโยนลง ดูเหมือนนางลังเลที่จะพูด ขณะที่ปี้เหลียนถูกจับตัวไว้แน่นโดยมีน้ำตาอาบใบหน้า

ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความสงสาร เขารีบเข้าไปพยุงเจียงหลูเยวี่ยอย่างรวดเร็ว แล้วยกข้อมือของนางขึ้นเพื่อตรวจสอบ จู่ ๆ ก็มีรอยสีแดงปรากฏบนผิวที่ขาวกระจ่างใสราวกับหยกของนาง

เมิ่งอวิ๋นเสียงเห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะโมโห นางเพิ่งบีบข้อมือไปจึงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะบาดเจ็บเช่นนี้

จิ่งหรงจ้องมองเมิ่งอวิ๋นเสียง ดวงตาของเขาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

เมิ่งอวิ๋นเสียงเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วถอนหายใจอย่างโกรธเคือง “ท่านมองอะไร นางทำตัวเอง เรื่องบ้านี่เกี่ยวอะไรกับข้า!”

“พูดจาหยาบคาย!” จิ่งหรงดุด้วยสีหน้าโกรธจัด “ในฐานะที่เจ้าเป็นไท่จื่อเฟยผู้มีเกียรติ แต่เจ้ากลับไปเที่ยวในสถานที่อย่างเจ้าสำราญราวเมามายในความฝัน หากข่าวนี้แพร่ออกไป... รู้หรือไม่ว่าคำครหาของคนนั้นน่ากลัวเพียงใด?”

เจียงหลูเยวี่ยแสร้งทำเป็นประหลาดใจ นางมอง        เมิ่งอวิ๋นเสียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ราวกับ     เมิ่งอวิ๋นเสียงได้ลงมือก่ออาชญากรรมร้ายแรง

“พี่สาวทำเช่นนั้นได้อย่างไร...”

แน่นอนว่าคำพูดของนางทำให้ดวงตาของจิ่งหรงเคร่งขรึมขึ้นทันที เขาหรี่ตามองเมิ่งอวิ๋นเสียงราวจะสื่อว่าการกระทำของนางครั้งนี้... ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

หญิงสาวไม่มีท่าทีสำนึกผิด นางผลักปี้เหลียนออกไปก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นและเยาะเย้ยเขา “ไท่จื่อ ข้าแค่ร่ำสุรากับอาฮวาและไม่ได้ไร้มารยาทถึงเพียงนั้น หากไม่ใช่เพราะท่านโกรธจัดเสียจนจับกุมข้ามาอย่างเอิกเกริก มันจะเกิดความโกลาหลถึงเพียงนี้ได้อย่างไรเพคะ?”

เมิ่งอวิ๋นเสียงนิ่งเงียบเมื่อพูดจบ ก่อนจะยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “ตอนนี้มีข่าวลือว่าไท่จื่อพาหญิงโสเภณีมาเก็บไว้เป็นการส่วนตัว หากข่าวลือดังกล่าวรั่วไหลออกจากวัง...”

จิ่งหรงแทบรอไม่ไหวที่จะกำจัดรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง เขาหันหน้ามาตะคอกด้วยความโมโห “เจ้าอยากถูกขังเดี่ยวอีกใช่หรือไม่!”

เมิ่งอวิ๋นเสียงยักไหล่แล้วกล่าวว่า “แล้วแต่ท่านเลยเพคะ ไท่จื่อเฟยผู้นี้ไม่ได้ทุกข์ร้อนและจะไม่ขัดพระบัญชาเพคะ” หลังจากพูดเช่นนั้นแล้วนางก็ก้าวขาพลางฮัมเพลงเล็กน้อย เพื่อเตรียมจะเดินออกจากประตูโดยไม่สนใจท่าทางของจิ่งหรงเลย

สีหน้าของจิ่งหรงบูดบึ้งขณะจ้องมองแผ่นหลังของ   เมิ่งอวิ๋นเสียง ดวงตาของเขาจับจ้องนางแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เจียงหลูเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วมองดูเขาอย่างกังวล “ไท่จื่อ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นความผิดของพี่สาว แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการควบคุมข่าวลือนะเพคะ”

ฝีเท้าของเมิ่งอวิ๋นเสียงที่กำลังก้าวออกจากประตูหยุดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง สีหน้าของนางเย็นชา การแสดงออกบนใบหน้าของ จิ่งหรงอ่อนลงเล็กน้อย เขาหยิบข้อมือสีแดงของนางมาถูที่ฝ่ามือของตนแล้วพูดเบา ๆ ว่า “เยวี่ยเอ๋อ เจ้ายังคงเข้าใจสถานการณ์โดยรวมเสมอ และเจ้าบาดเจ็บเช่นนี้เพราะช่วยข้า”

เจียงหลูเยวี่ยเงยหน้ามองเมิ่งอวิ๋นเสียงอย่างสงบ แล้วพูดต่อว่า “นี่คือสิ่งที่เยวี่ยเอ๋อต้องกระทำอยู่แล้ว หวังแต่เพียงว่าไท่จื่อจะหยุดถือโทษโกรธพี่สาวเพคะ...”

เมิ่งอวิ๋นเสียงฟังแล้วรู้สึกคลื่นไส้ แม่ดอกบัวขาวนี้แน่ใจได้อย่างไรว่ามันเป็นความผิดของนาง? ส่วนจิ่งหรงก็ยังคงอยู่ที่นั่น แสร้งทำเป็นเห็นด้วยกับนาง

เจียงหลูเยวี่ยเหลือบมองปี้เหลียนข้างกายนาง แล้วส่งสัญญาณให้นางถอยออกไป

ปี้เหลียนทำหน้าบูดบึ้ง นางขมวดคิ้วและห่อไหล่เมื่อเห็นเช่นนี้ ก่อนจะเดินออกไปโดยทิ้งเจียงหลูเยวี่ยไว้ด้วยใบหน้าที่ไม่เต็มใจ

เมื่อทั้งสองคนเดินผ่านเมิ่งอวิ๋นเสียง คำพูดเย้ยหยันก็ลอยเข้าหูของเจียงหลูเยวี่ย “เจ้าชอบตามล้างตามเช็ดเรื่องของผู้อื่นสินะ”

บทที่ 16

เรียนรู้จากท่านอาจารย์

เจียงหลูเยวี่ยเงยหน้าขึ้นทันที แต่เมื่อเห็นว่าเมิ่งอวิ๋นเสียงมองออกไปไกลโดยไม่ได้มองมาที่นาง นางก็ขมวดคิ้วแล้วเดินออกไป

เมื่อนางออกมาแล้ว ปี้เหลียนก็ก้าวเท้าเดินตามนางมาทางด้านข้างของเจียงหลูเยวี่ย แล้วพูดด้วยท่าทางไม่พอใจ “ไท่จื่อผิน เหตุใดท่านต้องกล่าววาจาแก้ตัวให้เมิ่งอวิ๋นเสียงด้วยเล่า      เพคะ จะดีกว่าหรือไม่เพคะหากท่านพูดใส่ไฟนางเพื่อทำให้ไท่จื่อลงโทษนาง?”

สีหน้าของเจียงหลูเยวี่ยไม่อ่อนโยนเหมือนก่อน นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกัดริมฝีปากเยาะเย้ย “เปิ่นกงได้ยินมานานแล้วว่านางมีนิสัยเจ้าอารมณ์และเย่อหยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงการไปซ่องโสเภณี ต่อให้จุดไฟเผาซ่องนางก็ย่อมทำได้ และนางมี คนที่คอยคุ้มกันนางอยู่ เช่นนี้ไท่จื่อจะกล้าจัดการกับนางอย่างง่ายดายหรือ?”

สีหน้าของปี้เหลียนยังคงหงุดหงิด “เช่นนั้นจะปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้หรือเพคะ?”

“ย่อมเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเปิ่นกงแสร้งเอาใจใส่นางมากเพียงใด เมิ่งอวิ๋นเสียงที่หยาบคายอยู่แล้วก็จะยิ่งดูหยาบคายมากขึ้นเท่านั้น และจะต้องถูกจัดการแน่ ไม่ต้องกังวล ไท่จื่อย่อมมีวิธีจัดการกับนาง” เจียงหลูเยวี่ยยกยิ้มอ่อน ดวงตาของนางกะพริบเล็กน้อยและทั้งสองก็ค่อย ๆ เดินต่อไป

ภายในโรงเก็บฟืน เมิ่งอวิ๋นเสียงหรี่ตาพลางหัวเราะเบา ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะพึงพอใจหรือโกรธเคือง “น้องสาวช่างเอาใจใส่และมีเหตุผลยิ่งนัก”

เมื่อเห็นจิ่งหรงผู้มีสีหน้ามืดมนย่างกรายเข้ามาหานางทีละก้าว เมิ่งอวิ๋นเสียงก็ปกป้องคอที่เรียวยาวและอ่อนโยนของตนโดยไม่รู้ตัว นางถอยหลังสองสามก้าวพลางขมวดคิ้ว ขณะจ้องไปที่การเคลื่อนไหวมือของเขา “ท่านจะทำอะไร? หากท่านกล้าบีบคอข้า ข้าจะกลับไปที่วังเพื่อฟ้องพ่อของข้า...”

จิ่งหรงหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำขู่ของนาง เขารู้สึกโมโหเล็กน้อย “เมื่อมองดูเยวี่ยเอ๋อแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าไม่อาจเทียบนางได้เลย เมิ่งอวิ๋นเสียง หากเจ้ายังต้องการวางอำนาจในฐานะ        ไท่จื่อเฟยต่อหน้าข้าราชบริพาร เจ้าก็ควรจะเรียนรู้เรื่องมารยาทและความมีเหตุผลแบบเยวี่ยเอ๋อบ้าง”

คำพูดของเขาไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไร นางเป็นไท่จื่อเฟย แต่จิ่งหรงกลับขอให้นางไปเรียนรู้เรื่องมารยาทจากนางสนม หากไม่ใช่เพราะมีต้นไม้ใหญ่ค้ำจุนนางอยู่ ก็เกรงว่าเขาคงจะดึงนางลงจากหลังม้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วใช่หรือไม่?

เมิ่งอวิ๋นเสียงพูดประชด “ไท่จื่อ หากข้ากลับไปที่วังแล้ว ข้าจะขอให้พ่อของข้าตำหนิอาจารย์ที่ไม่อาจสอนให้ข้าฉลาดและสุภาพกว่านี้ได้”

เมื่อจิ่งหรงได้ยินคำพูดของนาง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขารู้สึกสับสนเล็กน้อยเพราะในอดีต เมื่อเขาเอ่ยตำหนิ          เมิ่งอวิ๋นเสียงผู้หยิ่งยโสและเจ้าอารมณ์ นางก็มักจะโต้เถียงอย่างรุนแรง และหันไปหยิบข้าวของมาขว้างปาอย่างเกรี้ยวกราด

ทว่าตอนนี้นางกลับสงบนิ่งขณะประชดเขาด้วยท่าทางผ่อนคลาย และกล้าที่จะยกพ่อของนางมาขู่ด้วย

เมื่อจิ่งหรงจ้องมองนาง ดวงตาของนางก็หรี่ลงด้วยความเกรงกลัวอันตราย เมิ่งอวิ๋นเสียงพยายามคิดว่าชายผู้นี้กำลังจะทำอะไร

เมื่อนางกลับไปก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายบนเก้าอี้ยาวนุ่ม  และสั่งให้ชิงหลัวทุบหลังและนวดขาให้นาง

ครู่หนึ่งนางก็ได้ยินเสียงเย็นชาของไป๋เฉาดังมาจากข้างนอก “เจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่?”

ไม่นานนักคนผู้นั้นก็ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังและเคร่งขรึม “ข้าคือนางข้าหลวงอาวุโสอวี่ ข้ามาที่นี่ตามคำสั่งของไท่จื่อ”

เมื่อนางอ้างตัวว่าเป็นคนของจิ่งหรง ไป๋เฉาก็รู้สึกหวาดเกรงและอนุญาตให้นางเข้ามา

เมิ่งอวิ๋นเสียงยังคงนอนอย่างสงบ นางลืมตาขึ้นเหลือบมองผู้มาเยือนด้วยความสนใจ นางข้าหลวงอาวุโสสวมชุดราชสำนักนางสวมชุดกระโปรงสีเทา มือของนางแนบข้างลำตัว ใบหน้ามีรอยย่นด้วยอายุ นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะที่ยกยิ้มไม่เห็นฟัน

เมื่อเห็นว่านางยังคงหยุดอยู่กับที่ เมิ่งอวิ๋นเสียงก็เริ่มรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย นางขมวดคิ้วแล้วถามว่า “ผู้ใดอยู่ที่นั่น?”

นางข้าหลวงอาวุโสอวี่ยังคงไม่ตอบ นางโบกแขนเสื้อกว้างแล้วทรุดตัวลงกับพื้น ก่อนจะทำการคำนับจนศีรษะของนางติดพื้นเสียงดัง “ฟึ่บ”  ทำให้ชิงหลัวที่อยู่ข้างนางสูดหายใจเข้าลึก

นางข้าหลวงอาวุโสอวี่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ขณะตอบอย่างนุ่มนวลว่า “ข้าน้อยผู้นี้เป็นนางกำนัลในราชสำนัก ไท่จื่อสั่งให้ข้าน้อยมาชี้แนะเรื่องมารยาทในราชสำนักให้แก่ไท่จื่อเฟย      เพคะ”

“มารยาทในราชสำนัก?” เมิ่งอวิ๋นเสียงทวนคำพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ไม่ผิดเพคะ” นางข้าหลวงอาวุโสอวี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางฉายแสงแวบหนึ่งเมื่อมองไปยังชิงหลัว แล้วกล่าวว่า “พฤติกรรมของหญิงรับใช้ผู้นี้ไม่เหมาะสมเพคะ”

ชิงหลัวกำลังนวดน่องของเมิ่งอวิ๋นเสียงอยู่ หมัดเล็ก ๆ ของนางกำลังทุบอย่างแรง เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นนางก็หยุดมือทันที “ฟึ่บ” แล้วลุกขึ้นยืนขึ้นข้างผู้เป็นนาย

จบบทที่ บทที่ 15-16

คัดลอกลิงก์แล้ว