เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11-12

บทที่ 11-12

บทที่ 11-12


บทที่ 11

พาสตรีไปหอคณิกา

แม่เล้าร่างท้วมมีบั้นท้ายอวบอิ่ม ใบหน้าแต่งแต้มด้วยแป้งจนนวลผ่องและสวมใส่สร้อยไข่มุก กลิ่นของเครื่องสำอางสีแดงบนร่างกายของนางค่อนข้างฉุนแรง

จิ่งฮวากะพริบตาอย่างสงบ แต่เมิ่งอวิ๋นเสียงที่อยู่ข้างหลังตื่นเต้นและมองนางด้วยความสนใจมาก ราวกับว่านางได้เห็นบางสิ่งที่หายาก

แม่เล้าเหลือบมองนางด้วยสายตามีเลศนัย และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เหตุใดสตรีผู้นี้จึงแสร้งปลอมตัวเป็นบุรุษ เป็นไปได้หรือไม่ว่า... พึงใจสตรีเพศ?”

ดวงตาของนางเป็นประกาย นางยกยิ้มอย่างมีความหมาย ก่อนจะใช้มือโอบรอบเอวของเมิ่งอวิ๋นเสียง

เมิ่งอวิ๋นเสียงปัดมือนางออกแล้วกระโดดหนีไปสองสามก้าว แล้วพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “อย่าเอ่ยวาจาไร้สาระ ข้าพึงใจบุรุษเพศเท่านั้น” นางยกแขนดึงตัวจิ่งฮวาที่กำลังดูด้วยความสนุกอยู่ ก่อนจะก้มศีรษะแล้วยกยิ้ม นางเลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าวยั่วยุว่า “เห็นหรือไม่ นี่คือคนที่ข้าพึงใจ”

เมื่อแม่เล้าเห็นชายหนุ่มรูปงามอย่างจิ่งฮวาก็อ่อนโยนมากขึ้น  นางอดไม่ได้ที่จะดึงเขาเข้ามาแล้วถามด้วยความสงสัยว่า “คุณชายช่างใจกว้างนัก เหตุใด... จึงพาหญิงสาวมาหอคณิกาด้วยเล่า?”

จิ่งฮวาแอบกลอกตาแล้วผายมือไปทางเมิ่งอวิ๋นเสียง ก่อนจะปิดหน้าด้วยพัดและกระซิบกับนางว่า “ข้าขอบอกว่าสตรีผู้นี้เข้มแข็งนัก ระวังวาจาของเจ้าด้วย”

แม่เล้ายกยิ้มก่อนจะโบกผ้าเช็ดหน้า แล้วคลี่ยิ้มให้    เมิ่งอวิ๋นเสียง “แม่นางอย่าได้กังวล  เจ้าสำราญราวเมามายในความฝันแห่งนี้มีทั้งโถงสีเขียวและโถงสีแดง ยินดีต้อนรับทั้งบุรุษและสตรีในฐานะแขกให้เปรมปรีดิ์ก่อนกลับบ้าน”

“โถงสีเขียวหรือ?” เมิ่งอวิ๋นเสียงรู้สึกทึ่งอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วของนางเลิกขึ้นสูงด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของนางกลอกไปมา และถามแม่เล้าว่า “หมายถึงหอโสเภณีชายใช่หรือไม่?”

เมื่อเห็นท่าทางสนใจของเมิ่งอวิ๋นเสียง แม่เล้าก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วตอบว่า “ถูกต้อง ให้ข้าพาแม่นางไปชมหรือไม่?”

เมิ่งอวิ๋นเสียงตอบตกลงทันที แต่นางก็นึกขึ้นได้ว่ามี    จิ่งฮวายืนอยู่ข้างนาง นางจึงอดไม่ได้ที่จะมองเขาอย่างเขินอาย แน่นอนว่านางไม่อาจถามออกไปได้ว่า อาฮวา จะรังเกียจหรือไม่หากมีคนบอกว่าเจ้าพึงใจในเพศเดียวกัน

ดังนั้นเมิ่งอวิ๋นเสียงจึงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “อาฮวา เจ้าต้องการไปพบเด็กในโถงสีเขียวด้วยกันหรือไม่? จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังคิดว่าคงไม่มีใครหล่อเหลาเท่าเจ้าแล้ว”

คำเยินยอนี้ช่างไพเราะ จิ่งฮวาจึงตอบตกลง

แม่เล้าไม่ค่อยพึงพอใจนัก “คุณชายท่านนี้หล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่เหล่าคุณชายของข้าก็ไม่เหมือนใคร”

เมิ่งอวิ๋นเสียงขมวดคิ้วแล้วมองนางด้วยท่าทางผ่อนคลาย ก่อนจะเชิดหน้าเย้ยหยันนาง “เพียงวาจาหรือจะเท่าเห็นด้วยตาตนเอง!”

แม่เล้าเลิกหว่านล้อมและพานางและจิ่งฮวาเข้าไปทันที

ภายในเจ้าสำราญราวเมามายในความฝันแห่งนี้ไม่ได้สวยงามนัก และโถงเขียวก็แตกต่างไปจากหอคณิกาอื่น

ห้องโถงทรงกลมมีราวไม้และโต๊ะเล็กจำนวนยี่สิบสองโต๊ะที่เต็มไปด้วยแขก ด้านบนเป็นเวทีสูงที่มีม่านลูกปัดอยู่ทุกด้าน และถูกเปิดออกบางส่วนสำหรับการแสดงของนักเต้นและนักร้อง

ด้านนอกทางเดินมีพื้นที่รูปวงแหวนที่มี “กู่ฉิน หมากรุก การเขียนพู่กัน ภาพวาด การเต้นรำ ขลุ่ย” มีการร้องรำทำเพลง และเสียงดนตรีอันไพเราะดังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อเดินขึ้นบันไดแล้ว ผนังด้านบนมีฉากกั้นเป็นหลายห้อง และทิวทัศน์ก็งดงามอย่างยิ่ง ด้านหนึ่งเป็นห้องของเหล่าหญิงสาว ซึ่งมีพู่สีแดงและพู่สีเหลืองห้อยอยู่เพื่อแยกความแตกต่าง

แม่เล้าพาเมิ่งอวิ๋นเสียงและจิ่งฮวาเข้าไปในพื้นที่เล่นกู่ฉิน หญิงสาวที่กำลังเล่นกู่ฉินมีรูปร่างบอบบาง งดงามราวบุปผา และดวงตาสดใสของนางมีเสน่ห์ นางมองจิ่งฮวาด้วยสีหน้าท่าทางเขินอาย

ไม่รู้ว่าจิ่งฮวาผู้นี้เข้าใจความนัยที่ส่งมาหรือไม่ เขาใช้กลยุทธ์เปลี่ยนจากแขกเป็นเจ้าบ้าน เขาจึงนั่งบนฟูกปักลาย แล้วยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างแผ่วเบา

หญิงสาวต้องการเข้ามาใกล้เขา แต่แม่เล้าหยุดนางเอาไว้และกระซิบคำสองสามคำกับนาง ดวงตาคู่งามราวผลบ๊วยเบิกกว้าง นางเหลือบมองจิ่งฮวาที่กำลังนั่งดื่มชาอย่างไม่เชื่อสายตา ทันใดนั้นนางก็กัดริมฝีปากสีแดงของตน และก้าวถอยหลังอย่างไม่เต็มใจ

บทที่ 12

รักร่วมเพศ

เมิ่งอวิ๋นเสียงนั่งลงข้างเขาแล้วหยิบถ้วยชาขึ้นมา เมื่อหันไปเห็นภาพนั้นนางก็หัวร่องอหาย มือข้างหนึ่งของนางสั่นอย่างควบคุมไม่ได้จนทำให้ถ้วยชาสั่น

จิ่งฮวาเหลือบมองนางด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “เจ้าหัวเราะอะไร?”

เมิ่งอวิ๋นเสียงยกใบหน้างามน่ารักที่ก้มจนเกือบติดถ้วยชาขึ้นมา พลางหัวเราะเสียงดังก่อนตอบว่า “เจ้าลองเดาสิว่าเมื่อสักครู่นี้แม่เล้าบอกกับสตรีผู้นั้นว่าอย่างไร?”

จิ่งฮวาหรี่ตามองดูนางด้วยความสงสัย

เมิ่งอวิ๋นเสียงขยิบตาให้เขาอย่างซุกซน “หากข้าบอก เจ้าห้ามตีข้านะ”

จิ่งฮวารับปาก

เมิ่งอวิ๋นเสียงมองไปยังแม่เล้าที่ยืนอยู่นอกประตู ก่อนจะขยับริมฝีปากบางตอบแบบไม่มีเสียง

จิ่งฮวาจ้องมองริมฝีปากของนาง ปากของนางเปิดปิดโดยปราศจากเสียงแปดคำ “ชอบตัดแขนเสื้อ รักเพศเดียวกัน”

แม้ว่านางจะขยับปากกว้างมากแต่ก็ไม่รู้ว่าจิ่งฮวาเข้าใจนางหรือไม่ ดวงตาราวดอกท้อที่อ่อนโยนคู่นั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ขณะจ้องมองนาง

เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย

แม่เล้าผู้นั้นมองนางขณะคลี่ยิ้มและพูดอย่างรวดเร็วว่า “บริการสุภาพสตรีผู้นั้น”

เมื่อนางโบกมือ ชายร่างสูงกำยำกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาจากข้างหลังนาง

เมิ่งอวิ๋นเสียงหยุดชะงักขณะมอง ก่อนจะขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า หลังจากมองชายเหล่านั้นอยู่สองสามครั้ง นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากพูดกับแม่เล้าว่า “เจ้าคิดว่าข้าต้องการองครักษ์หรืออย่างไร? ก่อนก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามานี้ได้คัดเลือกก่อนหรือไม่? โถงสีเขียวแห่งนี้มีแต่แตงคดและพุทราเหี่ยวน่าเกลียดอยู่ มันช่าง... มีเอกลักษณ์เสียจริง”

นางเน้นเสียงพยางค์สุดท้ายเพื่อเหน็บแนมอย่างชัดเจน สีหน้าของแม่เล้ากลายเป็นบูดบึ้ง นางดึงตัวชายหนุ่มคนหนึ่งแล้วผลักเขาออกไป “ไป ไปเชิญพวกคุณชายออกมา!”

ไม่นานนักชายหนุ่มสองคนผู้สวมชุดลายพระจันทร์เสี้ยวสีขาว คนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีม่วง อีกคนสวมเสื้อคลุมสีแดง ผมสีดำขลับผูกไว้เป็นมวยก็ออกมาตั้งหน้าตั้งตาอวดโฉม

ชายหนุ่มในชุดคลุมสีม่วงเดินเข้ามา ดวงตาคู่นั้นของเขาเย้ายวนหาใดเปรียบ ส่วนชายหนุ่มชุดแดงยิ่งร้ายกาจมากกว่าเดิม ชุดสีแดงเด่นสะดุดตา ใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวเสียยิ่งกว่าหิมะ ผมนุ่มสลวยเป็นมันเงา เอวบางราวกับต้นหลิว ดวงตาเรียวยาวของเขามีเสน่ห์ เขาเดินเข้ามาอย่างแช่มช้า

เมิ่งอวิ๋นเสียงจับขอบโต๊ะ นางเกือบจะนั่งอย่างไม่มั่นคง แม่เล้าชี้ไปยังชายหนุ่มทั้งสองแล้วแนะนำอย่างกระตือรือร้น “นี่คือจื่อถานและนี่คือหนีเฟิง แม่นางคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง?”

ถึงจะแพ้ก็ไม่แสดงออกว่าแพ้ ยิ่งไปกว่านั้นคือจิ่งฮวาที่อยู่ด้านข้างกำลังมองอยู่ด้วยแววตาสดใส เช่นนั้นก็...

ไม่ควรแสดงความพึงพอใจออกมามากเกินไป ทั้ง ๆ ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมิ่งอวิ๋นเสียงแสร้งทำเป็นกระแอมเบา ๆ แล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “เท่านี้ก็ถือว่าพอใช้ได้!”

จิ่งฮวามองนางแล้วเอ่ยชื่นชม “อาเสียง จิตใจของเจ้าช่างหนักแน่น!”

แม้ว่านางจะได้รับคำชม แต่เมิ่งอวิ๋นเสียงก็ยังไม่พอใจ นางคิดในใจว่าชายผู้นี้ไม่มีเจตนาหลงตัวเองสำหรับผิวที่ไม่มีใครเทียบได้ของเขา ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ อีกครั้ง

เมื่อหันไปมองจื่อถานและหนีเฟิง นางก็ยกยิ้มแล้วกล่าวว่า “แต่หากเจ้าจะให้คุณชายทั้งสองมารินสุราให้ ข้าก็ยังพอยอมรับได้แม้จะไม่เต็มใจนัก”

สีหน้าของแม่เล้าบ่งบอกว่ากำลังจะระเบิดความโกรธออกมา ขณะที่นางกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ จื่อถานที่ยืนข้างนางก็ก้าวเข้ามาทรุดตัวลงข้างจิ่งฮวาอย่างแผ่วเบา แล้วมองเขาอย่างเสน่หาด้วยดวงตาสีเข้มคู่นั้น “ข้าขอรับใช้นายท่านผู้นี้...”

มือของเมิ่งอวิ๋นเสียงที่กำลังถือถ้วยชาอยู่สั่นอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุมได้ เมื่อเห็นจิ่งฮวาขมวดคิ้วและจ้องมองมา นางก็แสร้งทำเป็นมองโคมไฟที่แขวนอยู่เหนือหัวของนางทันที

หนีเฟิงหยุดห่างออกไปไม่กี่ก้าว ขณะมองดูทั้งสองอย่างดูถูก ซึ่งเมิ่งอวิ๋นเสียงจับสีหน้าของเขาได้ทัน

เมื่อเขาหันมาสบตากับนางโดยไม่ได้ตั้งใจ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป แต่เมิ่งอวิ๋นเสียงไม่ได้สนใจมากนัก นางเลิกคิ้วขึ้นแล้วกวักมือเรียกเขา “มานี่ รินสุราให้นายของเจ้า”

มือทั้งสองของจื่อถานแตะหลังมือของจิ่งฮวา เมื่อจิ่งฮวาได้ยินคำพูดที่ร่าเริงของเมิ่งอวิ๋นเสียง แขนของเขาก็ชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้สะบัดมือของจื่อถานออก

หนีเฟิงยืนนิ่งอยู่กับที่ หลังจากได้ยินคำพูดนั้นเขาก็ไม่อาจขยับตัวได้

จบบทที่ บทที่ 11-12

คัดลอกลิงก์แล้ว