เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เหนือฟ้ายังมีฟ้า

บทที่ 5 เหนือฟ้ายังมีฟ้า

บทที่ 5 เหนือฟ้ายังมีฟ้า


บทที่ 5 เหนือฟ้ายังมีฟ้า

เหวินเซวียนมองตามสายตาของจั่วหยวนไป แล้วก็ชะงักเล็กน้อย ท่าทางขึงขังวางอำนาจเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น

"ก็เอาสิ ว่าแต่นายสังเกตเห็นเขาได้ยังไงเนี่ย? ถ้านายไม่ทัก ฉันก็นึกว่าตรงนั้นไม่มีคนนั่งอยู่ซะอีก" เหวินเซวียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

"แล้วเธอคิดว่าไง?"

"จะชวนหมอนั่นเข้าทีมเหรอ? คงไม่ดีมั้ง ฉันไม่อยากโดนแช่แข็งจนตายนะ"

ผู้ชายที่เหวินเซวียนไม่ชอบขี้หน้าคนนี้คือ อันเถา คนที่เย็นชาที่สุดในห้อง

ไม่ใช่แค่นิสัยเย็นชา แววตายังเย็นเยียบ แถมหน้าตาก็ยังดูตายด้านอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนของเขายังจืดจางมาก จืดจางเสียจนเพื่อนในห้องเผลอคิดไปว่าไม่มีคนคนนี้อยู่ในห้องด้วยซ้ำ ก็เลยไม่มีใครไปชวนเขาตั้งทีม

แต่จั่วหยวนจำข้อมูลของอันเถาได้แม่นยำ

เพราะตอนที่เขาอ่านความทรงจำของร่างเดิม เขามีความประทับใจเกี่ยวกับคนพิเศษบางคนในห้องอยู่บ้าง เลยจงใจสังเกตเป็นพิเศษ

"อาชีพของเขาคือนักดาบเวท ระดับ A" จั่วหยวนกล่าว

"งั้นต้องคนนี้แหละ! เราต้องเป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมแน่!" สีหน้าของเหวินเซวียนเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ

อาชีพนักดาบเวทนั้นแข็งแกร่งกว่าอาชีพมือปืนของเธอมาก

แม้เหวินเซวียนจะเป็นระดับ S แต่ถ้าต้องสู้กันตัวต่อตัวจริงๆ ก็พูดยากว่าจะชนะไหม

จั่วหยวนกับเหวินเซวียนเดินเข้าไปหา อันเถาเงยหน้าขึ้น จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา

"นายสนใจมาร่วมทีมกับพวกเราไหม?" จั่วหยวนถามตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ตอบคำถาม แม้แต่ตาก็ไม่กะพริบ เอาแต่จ้องจั่วหยวนเขม็ง

ส่วนจั่วหยวนทำราวกับได้รับคำตอบแล้ว เขาหันขวับไปตะโกนเรียกอาจารย์ทันที "อาจารย์ครับ ทีมเราครบแล้วครับ มีผม เหวินเซวียน แล้วก็อันเถา!"

"โอเค ลงชื่อเรียบร้อย"

อาจารย์ไม่ได้คิดอะไรมากและจับพวกเขารวมเป็นทีมเดียวกันทันที

เห็นดังนั้น เหวินเซวียนถึงกับตาโต "เดี๋ยวสิ เขายังไม่ตอบตกลงเลยนะ นายมัดมือชกเกินไปแล้ว"

"เขาเรียกว่าค่าเริ่มต้น เข้าใจไหม? พวกคนพูดน้อยมักไม่ค่อยพูด ถ้าเห็นด้วยก็นิ่ง ถ้าไม่เห็นด้วยก็ปฏิเสธ ถ้าเขาไม่ปฏิเสธแปลว่ายอมรับค่าเริ่มต้น จริงไหมพวก?"

จั่วหยวนถือวิสาสะเอามือไปกอดคออีกฝ่ายอย่างสนิทสนม แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ

"เห็นไหม? เขาโอเค" จั่วหยวนอธิบาย

เหวินเซวียนก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจั่วหยวนจะลากคนเข้าทีมกันดื้อๆ แบบนี้

แต่มันก็ดีเหมือนกัน เพราะดูเหมือนว่านอกจากจั่วหยวนแล้ว แทบไม่มีใครในห้องสังเกตเห็นการมีตัวตนของอันเถาเลย

ไม่อย่างนั้น ด้วยอาชีพและระดับของเขา เขาคงกลายเป็นเนื้อหอมที่ใครๆ ก็รุมตอมไปแล้ว

ผ่านไปพักใหญ่ ทุกคนในห้องก็จับกลุ่มตั้งทีมกันจนครบ

"ในเมื่อทุกคนเลือกเพื่อนร่วมทีมที่เหมาะสมได้แล้ว พรุ่งนี้เช้า ครูจะพาพวกเธอไปที่แดนลี้ลับ"

"การลงแดนลี้ลับครั้งนี้ จะเป็นการร่วมมือกันของทั้งระดับชั้น รวมสิบห้องเรียน นักเรียนประมาณสี่ถึงห้าร้อยคน"

"จุดประสงค์หลักคือการฝึกฝนความเชี่ยวชาญในอาชีพของพวกเธอ และการทำงานเป็นทีมร่วมกับเพื่อน"

"วันนี้พอแค่นี้ อย่ามาสายล่ะ"

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น คุณครูก็รีบออกไป ดูเหมือนจะมีธุระด่วน

ส่วนนักเรียนก็ทยอยกันออกจากห้องเรียน ตอนนี้ทุกคนต้องไปสนามฝึกซ้อมเพื่อทำความคุ้นเคยกับสกิลของตัวเอง

ไม่นาน ภายในห้องเรียนก็เหลือเพียงกลุ่มของจั่วหยวน

"พวกเราไม่ไปซ้อมกันที่สนามฝึกหน่อยเหรอ? ฉันค่อนข้างคาดหวังกับสกิลของอันเถาเลยนะ" เหวินเซวียนเสนอ

"ทำไมเธอไม่คาดหวังกับสกิลของฉันบ้างล่ะ? ดูถูกสกิลระดับ F ใช่ไหม?" จั่วหยวนพูดอย่างไม่สบอารมณ์

"ฉันเห็นสกิลนายกับตามาแล้ว คำนิยามคือ: ขั้นเทพจนน่ากลัว"

"เห็นกับตา?"

"นายคงไม่คิดว่าตดเหม็นบรรลัยกัลป์นั่น เป็นฝีมือของหมอนั่นเองหรอกใช่ไหม?"

"เธออยากลองโดนบ้างไหมล่ะ?"

"ถ้านายกล้าใช้สกิลนั้นกับฉัน ฉันจะเอาสองเท้าหนีบหัวนาย แล้วทำให้นายซาบซึ้งกับสกิลตัวเองอย่างสาสมเลย"

"นั่นเธอจะให้รางวัลฉันเหรอ?"

"คุณพระช่วย นายนี่มันหน้าด้านได้โล่จริงๆ!"

เหวินเซวียนไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว ทำไมเมื่อก่อนเธอไม่ยักรู้ว่าจั่วหยวนหน้าด้านขนาดนี้?

เดิมทีเธอคิดว่าตัวเองก็เปิดเผยพอตัวแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าจั่วหยวนจะเป็นรุ่นเฮฟวี่เวทกว่า

นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า

"มุมปากกระตุกยิ้มแบบนั้นคืออะไร?"

จั่วหยวนผู้ช่างสังเกตเห็นทันทีว่าอันเถาผู้เย็นชาและวางมาดนิ่ง มุมปากกลับยกโค้งขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังกลั้นขำ

พอได้ยินจั่วหยวนทัก มุมปากที่ยกขึ้นก็หุบฉับลงทันที

จั่วหยวน: ?

"อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะ ไอ้หนุ่ม เมื่อกี้นายขำใช่ไหม?"

จั่วหยวนรุกไล่อย่างไม่ลดละ นึกไม่ถึงเลยว่าหมอนี่จะเป็นพวกลามกเงียบ

พอโดนจี้จุด อันเถาก็หันหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง

เห็นแบบนั้น จั่วหยวนกับเหวินเซวียนก็จ้องตากันตาโต

หมอนี่กำลังเลี่ยงบาลี!

แสดงว่าจั่วหยวนดูไม่ผิด เมื่อกี้หมอนั่นขำแน่นอน!

"ได้ๆๆ จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม" จั่วหยวนยิ้มอย่างมีความนัย

เหวินเซวียนเข้าใจความหมายทันที ใบหน้าของเธอก็ประดับด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายเช่นกัน

อันเถารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที ความคิดสยดสยองผุดขึ้นในใจ

เขารีบชำเลืองมองจั่วหยวนและเหวินเซวียน ก็พบว่ารอยยิ้มของทั้งคู่เริ่มบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ!

"อาจารย์บอกว่าพรุ่งนี้ทั้งระดับชั้นจะเข้าร่วมพร้อมกันใช่ไหม?" จั่วหยวนแกล้งถามลอยๆ

"ใช่ ดูเหมือนจะมีสักสี่ห้าร้อยคนได้มั้ง" เหวินเซวียนรับมุกทันควัน

"ท่านคณบดีกับอาจารย์แต่ละห้องก็น่าจะไปด้วยใช่ไหม?"

"ชัวร์ป้าบ! นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กปีหนึ่งอย่างพวกเราจะได้ลงแดนลี้ลับ ผู้ใหญ่ต้องแห่กันมาครบแน่นอน"

"เธอว่านะ... คนเยอะแยะขนาดนั้น จะมีอะไรที่ทำให้พวกเขารู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืมได้บ้าง?" จั่วหยวนถาม

"ไม่รู้สิเนี่ย~"

เหวินเซวียนลากเสียงยาวที่ท้ายประโยค รอยยิ้มของเธอยิ่งดูเปิดเผยไร้การควบคุมมากขึ้น

วินาทีนี้ รูทวารของอันเถาขมิบเกร็งโดยอัตโนมัติ

เขาค่อยๆ หันหน้ากลับมา ไม่มองออกไปนอกหน้าต่างอีกแล้ว

"พี่เถา เป็นไรไป? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ" จั่วหยวนแกล้งถามหน้าซื่อ

"นั่นสิ คงไม่ได้กำลังจะท้องเสียหรอกนะ?" เหวินเซวียนพูดใบ้ๆ เป็นนัย

"ฉันจะฆ่าแก" จู่ๆ อันเถาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ได้ยินอันเถายอมเปิดปากพูด จั่วหยวนกับเหวินเซวียนชะงักไปครู่หนึ่ง

"แจ๋ว!"

"วู้วฮู้ว!"

ทั้งสองดีใจราวกับเพิ่งโค่นบอสในเกมลงได้

เห็นท่าทางปัญญาอ่อนเหมือนเด็กๆ ของทั้งคู่ อันเถาก็แค่นเสียงฮึดฮัด ไม่อยากจะลดตัวลงไปยุ่งด้วย

ทว่า เขาคาดไม่ถึงเลยว่าคำขู่ของเขา นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังกลายเป็นเรื่องสนุกของสองคนนี้อีก

"เห้ย ฉันจะฆ่าแก" จั่วหยวนดัดเสียงเลียนแบบโทนเสียงของอันเถา ทำท่ายั่วยวนกวนประสาท

"อารมณ์ยังไม่ได้ ดูฉันนะ" เหวินเซวียนรู้สึกว่ามันยังขาดความเข้มข้น

เธอปรับสีหน้าให้เย็นชาทันที จากนั้นก็เลียนแบบท่าทางและสีหน้าเมื่อครู่ของอันเถาเป๊ะๆ แล้วพูดว่า "ฉันจะฆ่าแก"

หน้าผากของอันเถามีเส้นเลือดปูดโปน มุมปากกระตุกยิกๆ

จู่ๆ เขาก็รู้สึกเสียใจที่หลวมตัวมาร่วมทีมนี้

ไอ้สองตัวนี้มันปีศาจประเภทไหนกันเนี่ย!

จบบทที่ บทที่ 5 เหนือฟ้ายังมีฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว