- หน้าแรก
- ผู้นำคนสุดท้าย
- ตอนที่ 40 การขยายประเภททหาร!
ตอนที่ 40 การขยายประเภททหาร!
ตอนที่ 40 การขยายประเภททหาร!
หลังจากดูหน่วยเกราะจบไปแล้ว กู้เฉิงหยวนก็หันไปดูที่กองร้อยสนับสนุนการรบกับกองร้อยสนับสนุนการพยุงชีพต่อ
กองร้อยสนับสนุนการรบ
หมวดทหารช่าง (ห้าพันนาย): เป็นนักรบงานดินที่มีประสบการณ์มาก ผ่านเขาก็เปิดทาง เจอน้ำก็สร้างสะพาน! ชำนาญในการใช้เครื่องมือทำงานทั้งแบบมือและแบบอัตโนมัติ เมื่อไม่มีเครื่องจักรใหญ่ พวกเขาก็คือเครื่องจักรวิศวกรรมที่เชื่อถือได้ที่สุด
หมวดขนส่ง (ห้าพันนาย): คนขับเก่าที่คุ้นเคยกับสภาพสนามรบทุกแบบ ต่อให้ถนนจะแย่แค่ไหนก็ยังบึ่งได้
หมวดสื่อสาร (หนึ่งหมื่นนาย): บุคลากรด้านเทคนิคที่ทำให้สนามรบเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ ตั้งแต่แบบมีสายจนไร้สาย จากการตะโกนจนถึงคอมพิวเตอร์ พวกเขามักจะหาวิธีสร้างเครือข่ายการสื่อสารให้ได้เสมอ
หมวดลาดตระเวน (หนึ่งหมื่นนาย): เป็นดั่งภูตผีในสนามรบ เชี่ยวชาญการซ่อนตัวและแทรกซึมทุกรูปแบบ นำข้อมูลนอกแผนที่มาให้ได้
กองร้อยสนับสนุนการพยุงชีพ
หมวดแพทย์สนาม (หนึ่งหมื่นนาย): เพียงแค่มองก็เหมือนได้รับการเยียวยา พวกเขาคือเทพธิดาเสื้อขาวในสนามรบ เชี่ยวชาญทักษะการช่วยชีวิตในสนามรบ ทำให้อัตราการสูญเสียดลงได้มาก
หมวดซ่อมบำรุง (หนึ่งหมื่นนาย): พวกเขามีฝีมือชั้นเลิศ เป็นหมอที่ดีที่สุดของอาวุธสงคราม! ถึงจะไม่แน่ว่าจะซ่อมได้ แต่พวกเขาจะทำให้มันกลับมาใช้งานได้แน่นอน
หมวดครัว (ห้าพันนาย): แม้พวกเขาจะมันเยิ้ม ตัวดำ อ้วนกลม แต่การประกันอาหารชั้นเลิศแน่นอนว่าเป็นกำลังรบอันดับสองของนักรบรองจากปืน
หมวดขนส่ง (ห้าพันนาย): ในฐานะคนขับของหน่วยสนับสนุน พวกเขาสามารถขับไปได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่บนถนน
เมื่อดูจบแล้ว กู้เฉิงหยวนก็พบว่ากองร้อยสองกองนี้มีวิธีแลกเปลี่ยนที่ต่างจากกองร้อยก่อนหน้าอย่างชัดเจน
พวกหน่วยรถถัง รถเกราะ รวมถึงทหารราบ สามารถแลกเป็นระดับหมู่ได้ แต่สองกองร้อยนี้กลับต้องแลกเป็นระดับหมวด แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือเมื่อคิดตามว่าหมวดหนึ่งมีสามหมู่แล้ว
หมู่ของสองกองร้อยนี้มีราคาสูงกว่าหมู่ทหารราบปกติเล็กน้อย พวกหมื่นนายไม่ต้องพูดถึง หมวดลาดตระเวนก็เทียบเท่ากับทหารพิเศษ ส่วนหมวดแพทย์ หมวดสื่อสาร หมวดซ่อมบำรุง ก็จัดเป็นทหารที่ต้องใช้ทักษะสูง ราคาสูงก็สมเหตุสมผล
แต่หมวดขนส่งด้านหลังนั่นสิ...
พิเศษจริงเชียว ขับไปได้ทุกที่ไม่ใช่แค่บนถนน!
หรือว่าถ้าขับไปทำอย่างอื่นได้ด้วยถึงจะนับเป็นแต้มเพิ่มกันนะ?
ในใจบ่นไปหนึ่งยก กู้เฉิงหยวนก็ออกจากหน้าจอระบบ เอนตัวไปด้านหลังบนเก้าอี้ เหยียดแขนบิดขี้เกียจหนึ่งทีแล้วถอนหายใจยาว
“ตอนนี้ระบบเตรียมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว เหลือเพียงต้องเอาชีวิตซอมบี้ไปแลกมา!”
“กวงเฉียง!”
พอคิดได้ดังนั้น กู้เฉิงหยวนก็ลุกขึ้นทันที
“ครับ!”
เสียงของพู่กวงเฉียงดังมาจากห้องพักข้าง ๆ คาดว่ากำลังเล่นไพ่กันอยู่
เหล่าทหารหลังจากทำภารกิจรบเสร็จหนึ่งวันกลับมา กู้เฉิงหยวนมักไม่สั่งการอะไรเพิ่มเติม ปล่อยให้พวกเขาทำกิจกรรมตามอิสระ ดังนั้นหลังจากกินข้าวแล้ว หลายคนก็มักเลือกเล่นไพ่ พูดคุยผ่อนคลายในห้อง
“ผู้การ! มีคำสั่งอะไรครับ!” ผูกวงเฉียงมาถึงตรงหน้ากู้เฉิงหยวนแล้วยืนตรง
“ไปเรียกหมู่หนึ่ง มาสนามซ้อม แล้วก็ไปบอกไช่อันซิน ให้โรงอาหารช่วยลำบากหน่อย ทำอาหารมื้อเย็นให้พอหกสิบคน จัดห้องพักให้พอห้าสิบสองคน และต้องมีห้องว่างหนึ่งห้องให้รองผู้บังคับกองพันพัก!”
“ผู้การ มีพี่น้องใหม่มาที่นี่อีกแล้วหรือครับ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นผูกวงเฉียงก็ตื่นเต้นทันที
“ใช่ รีบไปเถอะ!” กู้เฉิงหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม ในเวลานี้คิดถึงห้าสิบสองคนที่จะมาเพิ่ม เขาก็รู้สึกอารมณ์ดีมาก
หมู่หนึ่งสมกับเป็นหมู่ชั้นยอด ไม่ถึงสองนาทีก็สวมอุปกรณ์ครบชุด ติดอาวุธเต็มยศมารวมแถวอยู่ข้างล่าง
ผู้รอดชีวิตที่เดินผ่านไปมาเมื่อเห็นท่าทางของกู้เฉิงหยวนกับพรรคพวก ก็อดคิดไม่ได้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก เพราะตามที่พวกเขาสังเกต หน่วยที่คุ้มครองพวกเขานั้นยามค่ำมักไม่ออกปฏิบัติการ
ส่วนไชอันซินเมื่อได้รับคำสั่งก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อรู้ว่าจะมีทหารเพิ่มมาห้าสิบสองคน ความรู้สึกปลอดภัยก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
ทันทีที่สั่งงานออกไป ก็ให้เจ้าหน้าที่คณะกรรมการจัดการผู้รอดชีวิตช่วยกันจัดคนไปทำความสะอาดห้อง และแจ้งให้พ่อครัวในโรงอาหารเริ่มทำอาหาร
พ่อครัวในโรงอาหารที่เดิมทีเตรียมตัวจะพักผ่อน เมื่อได้ยินคำสั่งนี้กลับไม่แสดงท่าทีไม่พอใจที่ต้องทำงานล่วงเวลา ตรงกันข้ามกลับรับคำอย่างกระตือรือร้น
ส่วนงานทำความสะอาด เมื่อแจ้งออกไป ก็มีคนมาสมัครเข้าร่วมทันทีเป็นกลุ่มใหญ่
ความกระตือรือร้นอันสูงลิ่วเช่นนี้แน่นอนว่าย่อมมีเหตุผล หากจะว่าในโลกก่อนวันสิ้นโลก เงินคือความมั่นคงทางใจแล้วละก็ หลังวันสิ้นโลก ไม่มีสิ่งใดจะทำให้ผู้คนรู้สึกอุ่นใจไปกว่าทหารที่ถือปืนพร้อมรบอีกแล้ว
เมื่อได้ยินว่าจะมีทหารจำนวนมากมาถึงอีกครั้ง แม้แต่ที่พักพิงแห่งนี้ที่มีผู้คนอยู่เป็นพันก็พลอยตื่นเต้นขึ้นมา ข่าวลือแพร่ไปทั่วราวกับเรื่องซุบซิบ
ห้องพักของอ้ายเข่อและพวกเธอก็สนทนาถึงเรื่องนี้เช่นกัน เพียงแต่พวกเธอสนใจในตำแหน่งของกู้เฉิงหยวนมากกว่า
“ได้ยินหรือยัง อีกไม่นานจะมีทหารห้าสิบกว่าคนมาที่นี่!” เฟิงเจียอีเอ่ยด้วยท่าทีลึกลับ
“โธ่~ รู้แล้วสิ เมื่อครู่ยังจัดคนไปทำความสะอาดห้องอยู่เลยไม่ใช่หรือ?”
“มาถือว่าดี จะได้มีคนคุ้มกันเรามากขึ้น! วันนี้ฟังพวกทหารอาสาพูดแล้วน่ากลัวมาก! ถนนเสวี่ยฝูเต็มไปด้วยแขนขาขาดกระจัดกระจาย!”
“พวกเขาไปแค่ช่วยงานเล็กน้อย กลับมาก็ยังมีเงาดำในใจแล้ว… ลองนึกดูเถิด หากไม่มีพวกกู้เฉิงหยวนคุ้มกัน พวกเราเกรงว่าคงอยู่ไม่พ้นตอนเดียว”
“เห็นพวกเขาต้องเหน็ดเหนื่อยลำบากทุกวัน พอมีทหารใหม่มาแบ่งเบาภาระก็ดีสิ!” ฉินเย่าเอาสะโพกกลมกลึงไปนั่งบนโต๊ะของเฟิงเจียอี แกว่งเรียวขาขาวเนียนแล้วกล่าว
“สำหรับพวกเราอาจเป็นเรื่องดี แต่สำหรับกู้เฉิงหยวนก็ไม่แน่ ฉันเพิ่งได้ยินมา ว่าต้องจัดห้องแยกให้คนคนหนึ่ง ดูเหมือนเป็นผู้บังคับกองพันหรือรองผู้บังคับกองพัน แถมยังสั่งให้จัดอย่างดีด้วย!”
“ผู้บังคับกองพันหรือรองผู้บังคับกองพันนั่นยศต้องสูงกว่ากู้เฉิงหยวนแน่! เมื่อก่อนฉันได้ยินพวกเด็กหนุ่มคุยกัน บอกว่ากู้เฉิงหยวนเป็นยศร้อยเอก!”
“ถึงเวลานั้นบางทีอาจจะมาแย่งอำนาจกู้เฉิงหยวน!” เฟิงเจียอีทำหน้าเคร่งเครียดพูดเสียงต่ำอย่างเอาเรื่อง
ถังจิ้งเหวินฟังจบก็บีบใบหน้าที่เต็มไปด้วยคอลลาเจนของเฟิงเจียอีหนึ่งที
“เจ้าแม่ทัพหัวหมาไปคิดเรื่องนั้นได้! ถ้าจะกังวลก็เป็นเรื่องของกู้เฉิงหยวนสิ เธอจะมาทำหน้าบึ้งทำไม! หรือว่าเธอชอบกู้เฉิงหยวน?”
“ในละครก็แสดงกันแบบนี้ ภูเขาเดียวมิอาจมีเสือสองตัว! ฉันก็หวังให้กู้เฉิงหยวนเป็นหัวหน้าสิ ยังไงก็เพื่อนร่วมสถาบัน อย่างน้อยก็จะได้ช่วยดูแลบ้าง ชอบแล้วอย่างไร ใครบ้างไม่ชอบชายรูปงาม!”
“พูดแบบนี้ก็ใช่! กู้เฉิงหยวนต้องไม่พ่ายแพ้เด็ดขาด! ถ้าส่งหัวหน้าแปลกหน้ามาแทน แล้วถ้าเป็นพวกหื่นอีกละก็! ในโลกสิ้นยุคเช่นนี้ ใจคนก็เสื่อมทราม เราก็กลายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ จะทำอะไรกับเราก็ได้! แล้วตอนนั้นพวกเราคนไหนจะถูกเรียกไปปรนนิบัติก่อนกัน?”
ไม่มีใครสนใจคำพูดเหลวไหลของถังจิ้งเหวิน แต่คำพูดของเฟิงเจียอีและบางส่วนของถังจิ้งเหวิน กลับทำให้เหล่าอ้ายเข่อในห้องพักรวมถึงฉินเย่าที่มานั่งเล่น ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ
เมื่อคนอยู่ท่ามกลางความอันตราย มักเกลียดความเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้แน่…
………………….