- หน้าแรก
- ผู้นำคนสุดท้าย
- ตอนที่ 18 ความชั่วร้ายในใจมนุษย์
ตอนที่ 18 ความชั่วร้ายในใจมนุษย์
ตอนที่ 18 ความชั่วร้ายในใจมนุษย์
ผู้รอดชีวิตทั้งหลายไม่ได้รู้สึกไม่พอใจที่ทหารหน่วยที่สองมาถึงแล้วทำให้ภาระงานเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามกลับรู้สึกฮึกเหิมเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากต้องอยู่กับความหวาดกลัวตลอดเวลา พวกเขากลับยิ่งต้องการให้มีทหารมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น
มื้อนี้ทำให้กู้เฉิงหยวนและพวกพอใจยิ่งนัก เพราะหม้อไฟเป็นอาหารที่ปรุงง่ายและอร่อยไม่ว่าใครทำ
บวกกับวัตถุดิบที่ให้กินได้เต็มที่ ทหารแต่ละนายก็กินได้เยอะมาก พอกินกันอิ่มก็ยังขึ้นไปสำรวจที่ชั้นสี่อีกรอบ
ซึ่งเรื่องนี้กู้เฉิงหยวนสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะถ้าไม่กิน อีกไม่กี่วันเนื้อสัตว์กับผักเหล่านี้ก็คงเน่าเสียเปล่า
เมื่อทั้งสองหน่วยกินอิ่มดื่ม พักผ่อนสักเล็กน้อยเพื่อย่อยอาหาร
ตอนบ่ายสองครึ่ง กู้เฉิงหยวนก็ออกคำสั่งปฏิบัติการอีกครั้ง
คราวนี้ทั้งสองหน่วยถูกแบ่งออกเป็นหกหน่วยย่อย หน่วยที่หนึ่งที่เป็นทหารชั้นแนวหน้าถูกแบ่งเป็นสามหน่วยย่อย ทำหน้าที่เคลียร์พื้นที่ตึกสาม ยูนิตสอง
ส่วนสามหน่วยย่อยของหน่วยที่สองก็ไปเคลียร์ตึกสี่ ยูนิตหนึ่งที่อยู่ติดกัน
ด้วยประสบการณ์จากการต่อสู้ในช่วงเช้า บวกกับปืนลูกซองที่เปรียบได้กับ “กุญแจสารพัดนึก” ความคืบหน้าของหน่วยที่หนึ่งในช่วงบ่ายจึงรวดเร็วมาก
ขณะที่หน่วยที่สองเคลื่อนที่ได้ช้ากว่ามาก กู้เฉิงหยวนจึงกลัวจะเกิดปัญหาเลยต้องมานำด้วยตนเอง
ในด้านความสามารถทางทหาร หน่วยที่สองนอกจากหัวหน้าหมู่ลู่ชงที่มีประสบการณ์มากแล้ว คนอื่น ๆ ดูเหมือนยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ
ถ้าจะให้อธิบายอย่างชัดเจน ก็คงเหมือนกับทหารที่เพิ่งเลื่อนยศจากสิบตรีเป็นจ่า
ดังนั้นทั้งในด้านความสามารถทางทหาร และประสบการณ์ในการต่อสู้กับซอมบี้ หน่วยที่สองยังห่างไกลจากหน่วยที่หนึ่งอยู่มาก
กู้เฉิงหยวนจึงทำได้เพียงมาคุมเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสีย
แม้ในระบบแล้ว ทหารแต่ละนายเป็นเพียงตัวเลขเย็นชา มีราคากำกับอย่างชัดเจน
แต่สำหรับกู้เฉิงหยวน พวกเขาคือคนมีชีวิต เป็นทหารใต้บังคับบัญชา และเขามีหน้าที่รับผิดชอบในความปลอดภัยของพวกเขา!
“ใช่! กระจายแนวรบออกไป! อย่าเร่ง!”
“หลังพังประตู ต้องรีบเบี่ยงตัวออกเร็วขึ้นอีกนิด! จุดยิงอย่าเพิ่งลั่นไกทันทีที่เห็นซอมบี้ ต้องแน่ใจก่อนว่าเพื่อนร่วมทีมถอยไปยังตำแหน่งปลอดภัยแล้ว!”
“แม้ซอมบี้จะเร็ว แต่ก็ไม่เร็วเท่ากระสุนของเรา จงมั่นใจเข้าไว้!”
…
“บ้าไปแล้วรึไง? บอกแล้วใช่ไหมว่าแม้จะจัดการซอมบี้หลังพังประตู ก็ต้องรออีกสิบวินาทีก่อนจะเข้าไปในห้อง”
“ในห้องแคบขนาดนั้น ถ้าเผชิญหน้ากระทันหัน คุณจะรับมือทันหรือ?”
“ซอมบี้มันไม่มีสมอง มันไม่สามารถซุ่มโจมตีได้ ขอแค่สร้างเสียงดังไว้แล้วรอให้มันโผล่มาเองก็พอ!”
ตลอดช่วงบ่ายที่ทำการกวาดล้างซอมบี้ เสียงของกู้เฉิงหยวนก็ดังก้องในโถงทางเดิน เขาคอยสั่งการอยู่ตลอด บางครั้งเห็นการกระทำที่เสี่ยงอันตราย ก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
ในเวลานั้น เขาจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เหตุใดเมื่อตนยังรับราชการอยู่ ผู้บังคับบัญชาจึงมีความอดทนต่อความผิดต่ำ และลงโทษผู้ทำผิดอย่างรุนแรง
เพราะในอาชีพนี้ การทำผิดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิต ความผิดพลาดทุกอย่างล้วนทำให้ปวดใจและไม่อาจยอมรับได้
แต่ในช่วงบ่ายนี้ เขตที่พักไม่ใช่เพียงพื้นที่ของกู้เฉิงหยวนเพียงผู้เดียว เสียงในพื้นที่นั้นไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว
การมาถึงของพวกเขา ไม่ได้ดึงดูดแค่ซอมบี้ที่คำรามอยู่เท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงเสียงร้องของผู้รอดชีวิตที่อยู่ในอาคารใกล้เคียง!
บรรดาผู้รอดชีวิตที่ก่อนหน้านี้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านอย่างหวาดผวา พอเห็นทหารปรากฏตัวก็ตื่นเต้นยิ่งนัก
พวกเขายืนอยู่ที่ระเบียง หรือยื่นศีรษะออกจากหน้าต่าง ร้องตะโกนออกมาไม่หยุด
“ช่วยด้วย!”
“ช่วยฉันด้วย! ฉันติดอยู่ในบ้าน!”
“ฉันอยู่นี่! มาทางนี้ที!”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือหลากหลายรูปแบบ บางคนถึงกับเอาผ้าปูที่นอนหรือผ้าห่มออกมาโบกอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้เป็นที่สังเกต
ทว่าเสียงเหล่านั้นกลับไม่ได้ดึงดูดความช่วยเหลือจากหน่วยของกู้เฉิงหยวน หากแต่ดึงดูดฝูงซอมบี้ในอาคารแทน
เสียงคำรามของซอมบี้ รวมกับเสียงข่วนประตูที่แหลมคม ทำให้คนเหล่านั้นยิ่งตื่นตระหนก เหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำแล้วพยายามคว้าฟางเส้นสุดท้าย ยิ่งร้องขอความช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง
เมื่อต้องเผชิญกับคำขอผ่านวิทยุจากเจี่ยซานหนิวกับลู่ชง กู้เฉิงหยวนก็แสดงสีหน้าเย็นชา และสั่งให้ดำเนินภารกิจต่อไป
เพราะนี่เพิ่งเป็นวันที่สองหลังวันสิ้นโลก จากมุมมองเรื่องอาหารในบ้าน หรือความแข็งแรงของประตูนิรภัย คนเหล่านี้ยังถือว่าค่อนข้างปลอดภัย
ในอาคารทั้งแปดของชุมชน ผู้รอดชีวิตกระจัดกระจายอยู่มากมาย การเข้าไปช่วยตอนนี้ไม่เพียงแต่จะกระทบกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ หากแต่ในมุมความปลอดภัยก็ยังไม่ดีเท่าการค่อย ๆ กวาดล้างอย่างมั่นคง
แถมยังให้พวกเขาได้ลิ้มรสของความสิ้นหวังก็เป็นเรื่องดี จะได้ทำให้คนพวกนี้เลิกยึดติดกับโลกก่อนยุคสิ้นโลก วางตัวให้ถูกต้อง และรู้ให้ชัดว่าใครกันแน่ที่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้
ท่าทีเย็นชาหนักแน่นของกู้เฉิงหยวนที่ไม่แยแสต่อเสียงวิงวอนของผู้รอดชีวิตในอาคาร ถูกคนพวกนั้นจับตามองอยู่ตลอดเวลา ชั่วพริบตานั้นเอง หลายคนเริ่มสติแตก
จากความหวาดกลัวก็กลับกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวอย่างไร้เหตุผล เสียงร้องขอความช่วยเหลือพลันแปรเปลี่ยนเป็นคำพูดที่แหลมคมร้ายกาจ
“พวกทหารตีนหมานี่มีสิทธิ์อะไรไม่มาช่วยฉัน! ฉันรู้แล้วล่ะ พวกแกคงมาแค่ช่วยพวกรวยๆ ใช่ไหมล่ะ!”
“ใช่เลย! ฉันชอบแฉพวกนี้ในเน็ต แล้วไอ้พวกโง่ในเน็ตก็หาว่าฉันเป็นสายลับอีก!”
มีคนหนึ่งเปิดกล้องมือถือขึ้นมา
“ดูไว้ให้ดี นี่แหละคือทหารของพวกเรา! ไม่เห็นหัวประชาชนเลย พูดเพราะกว่านักร้อง แต่พอภัยมาถึง กลับปกป้องแต่พวกมีอำนาจ!”
ยิ่งกว่านั้น ยังมีบางคนเปิดโหมดทำลายล้างโดยตรง เอาหม้อชามในบ้านขว้างใส่ทางที่กู้เฉิงหยวนอยู่
“ถ้าฉันไม่รอด พวกแกก็อย่าหวังว่าจะรอดเหมือนกัน! ทุกคน! ขว้างของไปทางนั้น! ล่อซอมบี้ไปหาแม่งเลย!”
“จะตายก็ตายด้วยกัน!”
สำหรับฉากวุ่นวายเช่นนี้ สีหน้าเย็นชาของกู้เฉิงหยวนยิ่งกลายเป็นแข็งกร้าว
แม้ในใจจะคาดไว้ล่วงหน้าแล้ว และตั้งใจกระทำเช่นนี้ แต่ก็ยังอดรู้สึกโกรธไม่ได้
เมื่อครู่มีผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือพยายามออกมาปลอบพวกนั้นแล้ว แต่คนพวกนี้ไม่ฟังอะไรเลย
ถึงขั้นขว้างถ้วยชามใส่ผู้รอดชีวิตคนนั้น แม้จะอยู่ไกลจนไม่โดนโดยตรง แต่ก็มีเศษเซรามิกกระเด็นมาโดนจนเลือดออก
ผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วเห็นดังนั้นก็เต็มไปด้วยความโกรธ บางคนถึงขั้นเอ่ยว่าช่างพวกมันเถอะ ปล่อยให้พวกมันตายที่นี่ไปเลย
คนพวกนี้ดื้อด้านไม่รับฟังสิ่งใด ในสายตาพวกเขา ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือทันที แสดงว่ามีเบื้องหลังดำมืด ใครที่ได้รับความช่วยเหลือก็คือคนมีเงินมีอำนาจ
ความโกรธทำให้พวกเขาลืมไปว่าตนเองอาศัยอยู่ในเขตพักพิง จะมีชนชั้นสูงมากมายอะไรกัน
บางทีสิ่งที่พวกเขาต้องการอาจไม่ใช่ความจริง แต่เพียงแค่ที่ระบายความหวาดกลัวและความโกรธเท่านั้น
ยามสนธยาค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา กู้เฉิงหยวนนำหน่วยที่สองมาถึงชั้นสิบแปดของตึกสี่ ยูนิตหนึ่งแล้ว
ขณะที่ทางวิทยุ เสียงรายงานของเจี่ยซานหนิวแจ้งว่าพวกเขาเคลียร์ตึกสามเสร็จแล้ว ขณะนี้กำลังเคลียร์ตึกสี่ยูนิตสอง ชั้นสี่
ระหว่างที่ดำเนินการกวาดล้างอยู่นั้น ก็สามารถช่วยผู้รอดชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง แต่แม้ผู้รอดชีวิตจะขอบคุณอย่างสุดซึ้ง กู้เฉิงหยวนก็ยังคงสีหน้าเย็นชาดังเดิม
“หลี่คุน! หลี่คุน! ได้ยินแล้วตอบด้วย!”
“รับทราบ!”
“ช่วยสอบถามผู้รอดชีวิตทีว่า มีใครมีรถจอดอยู่ชั้นล่างของอาคารไหม ตอนนี้จะขอเกณฑ์ใช้ขนย้ายผู้คน!”
“ทางเราคาดว่าจะเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง”
“รัยทราบ”
หลี่คุนเป็นพลซุ่มยิงที่กู้เฉิงหยวนตั้งใจให้ดูแลผู้รอดชีวิตชั่วคราว ในช่วงเวลาแห่งหายนะ จิตใจผู้คนไม่มั่นคง จึงต้องใช้การข่มขู่เป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวาย
เมื่อวางวิทยุสื่อสารลง กู้เฉิงหยวนก็หันไปกล่าวกับทหารหน่วยที่สองที่เพิ่งเคลียร์ชั้นสิบแปดเสร็จ และกำลังรอคำสั่งต่อไปของเขา
“เหลืออีกเพียงสองชั้น เคลียร์เสร็จแล้วเราจะเตรียมตัวกลับ อย่าชะล่าใจเป็นอันขาด! ต้องจบภารกิจให้ปลอดภัย!”
“รับทราบ!”
………………