- หน้าแรก
- ผู้นำคนสุดท้าย
- ตอนที่ 7 ปฏิบัติการกวาดล้างกำลังดำเนินไป
ตอนที่ 7 ปฏิบัติการกวาดล้างกำลังดำเนินไป
ตอนที่ 7 ปฏิบัติการกวาดล้างกำลังดำเนินไป
“ตงอี้! ตงอี้! ที่นี่ตงเหลียง ที่นี่ตงเหลียง! ได้ยินแล้วตอบด้วย!”
ขณะที่กู้เฉิงหยวนกำลังใช้กล้องส่องทางไกลจากช่องยิงบนหลังคารถจู่โจมหุ้มเกราะเพื่อดูขอบเขตด้านนอก จู่ ๆ วิทยุสื่อสารที่เหน็บอยู่หน้าอกก็ส่งเสียงดังขึ้น
เขารีบถอดวิทยุออกมากดปุ่มสื่อสารทันที
“ตงเหลียง ตงเหลียง! ที่นี่ตงอี้! ได้ยินแล้ว ว่ามา!”
“พบรถตงเฟิงรุ่นซางฉานหนึ่งคันชนติดอยู่ข้างทาง ประตูรถมีรอยบุบเล็กน้อยแต่ยังแข็งแรงมาก ด้านในมีซอมบี้เพศชายหนึ่งตัว ถูกเข็มขัดนิรภัยรัดอยู่”
“ขอคำแนะนำทางยุทธวิธี!”
“ตงอี้ได้รับแล้ว ตงเหลียงทำสัญลักษณ์ไว้ แล้วดำเนินภารกิจต่อ!”
“รับทราบ!”
เมื่อเก็บวิทยุลง กู้เฉิงหยวนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง ๆ ออกมา
“คำแนะนำทางยุทธวิธีงั้นหรือ”
เจี่ยซานหนิวคนหน้าตาหล่อเหลาขนาดนั้นก็ยังมาเล่นเกมสร้างบุญคุณกันด้วย ถึงจะพูดให้ดูดีว่าเป็นคำแนะนำ แต่ความจริงก็คือยื่นโอกาสให้เขาฆ่าซอมบี้เล่นชัด ๆ
ว่าไปก็เถอะ... พอพูดว่า ‘คำแนะนำทางยุทธวิธี’ แบบนี้ มันฟังแล้วเท่ใช้ได้เลยทีเดียว!
“จวินเผิง ขับไปหยุดที่รถที่ทำสัญลักษณ์ไว้ข้างหน้า”
“รับทราบ!” หูจวินเผิงรับคำทันควัน
รถจู่โจมหุ้มเกราสามแล่นต่อไปอีกนาทีกว่า ๆ แล้วจอดหน้ารถตงเฟิงซางฉานที่ชนติดอยู่ข้างแบริเออร์ถนน
ซอมบี้ภายในรถมีผิวหนังเทาหม่นปนม่วง มันไว้ผมเรียบแปล้เป็นมันอย่างกับทาน้ำมัน ใส่สูทเต็มยศแต่ถูกเข็มขัดนิรภัยรัดจนยับเยินเพราะดิ้นอย่างรุนแรง
ดวงตาที่มีหนองสีเหลืองอ่อนขุ่นมัวเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ม่านตาหดเล็กจิ๋วจนเหมือนปลายเข็ม!
ริมฝีปากถูกกัดจนฉีกออกจากกันด้วยแรงเกร็งสุดตัว ปากมันอ้าเผยให้เห็นฟันแหลมเหมือนใบเลื่อยเต็มทั้งปากจนเกือบถึงใบหู!
เมื่อเห็นกู้เฉิงหยวนกับพู่กวงเฉียงเดินเข้าใกล้ มันก็คลุ้มคลั่ง ทุบกระจกอย่างบ้าคลั่งพยายามพุ่งออกมา
กู้เฉิงหยวนซึ่งปลดเซฟปืนไว้เรียบร้อยและเล็งปืนเข้าใส่ซอมบี้ในรถ เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสสังเกตซอมบี้อย่างใกล้ชิดและนานขนาดนี้
หากเป็นไปตามภาพยนตร์หรือนิยายต่าง ๆ ซอมบี้เกิดจากไวรัส
เช่นนั้นมันต้องเป็นไวรัสประเภทไหนกัน ถึงได้ทรงอานุภาพขนาดเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตอีกเผ่าพันธุ์ได้ภายในครึ่งวัน?
ปัง\~
เสียงปืนดังขึ้น
ซอมบี้ที่เมื่อครู่ยังคลุ้มคลั่งศีรษะเอนหงายไปในชั่วพริบตา จมูกมันมีรูเล็กโผล่ขึ้นมา
พร้อมกันนั้น ของเหลวสีแดงปนขาวพุ่งทะลักออกมาจากโพรงขนาดกำปั้นด้านหลังศีรษะ เลอะทั่วภายในรถเป็นจุดเลือดพร่างพราย
หลังจากได้ชม “ศิลปะเปิดกะโหลกด้วยจอบ” ของพู่กวงเฉียงกับตาเมื่อครู่
แม้จะเป็นครั้งแรกที่กู้เฉิงหยวนระเบิดหัวซอมบี้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกคลื่นไส้เท่าคราวก่อน
ขณะก้มลงไปเปิดเซฟปืนอีกครั้ง กู้เฉิงหยวนก็ร้องขึ้นว่า
“กวงเฉียง!”
“ครับ”
ยังไม่ทันกู้เฉิงหยวนพูดต่อ พู่กวงเฉียงก็เผยสีหน้าประหนึ่งว่า “เข้าใจแล้วครับ” ออกมา
“ผู้การ ผมเข้าใจแล้วครับ!”
กล่าวจบ เขาก็สะบัดจอบในมือเบา ๆ ส่วนลูกซองที่ถือไว้ก่อนหน้านั้น ไม่รู้ถูกสะพายกลับหลังไปตั้งแต่เมื่อใดแล้ว
…
…
เวลาผ่านไป กำลังของกู้เฉิงหยวนก็เคลื่อนที่ไปได้เกือบสิบไมล์แล้ว
ท้องฟ้าที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้านั้นกลับเกิดปรากฏการณ์หายาก เมฆไฟลุกโชนทั่วนภา เมฆนับไม่ถ้วนกลายเป็นสีแดงเข้มเหมือนไฟลามทั่วฟ้า ราวกับท้องฟ้ากำลังลุกไหม้!
ภาพนั้นงดงามยิ่งนัก!
หากเป็นเมื่อวานก่อน ภาพบรรยากาศสุดโรแมนติกและแสนอ่อนหวานเช่นนี้ คงถูกแชร์กันให้เกลื่อนโซเชียลโดยบรรดาคนเลิกงานหรือเลิกเรียน
จู่ ๆ กู้เฉิงหยวนก็รู้สึกอยากบันทึกช่วงเวลานี้ เขาหยิบมือถือออกมาเริ่มเขียนโพสต์:
วันแรกแห่งโลกาวินาศ…
ด้านล่างแนบภาพหนึ่งภาพ
กู้เฉิงหยวนในชุดยุทโธปกรณ์ นั่งอยู่บนหลังคารถจู่โจมหุ้มเกราะกอดปืนไว้ พิงใกล้ปืนกลหนักขนาด 12.7 มิลลิเมตร
ใบหน้าใต้หน้ากากสีดำมองไม่เห็นสีหน้า ด้านหลังเขาคือท้องฟ้าที่ราวกับกำลังลุกไหม้และตะวันตกดินที่แดงราวโลหิต
กดส่ง
ส่งไม่สำเร็จ กรุณาตรวจสอบเครือข่าย
เห็นสัญลักษณ์ตกใจสีแดงบนหน้าจอมือถือ กู้เฉิงหยวนก็ถอนหายใจเบา ๆ เก็บมือถือเข้าที่ แล้วหยิบวิทยุออกมาแทน
“ทุกหน่วยโปรดทราบ! ทุกหน่วยโปรดทราบ! ที่นี่ตงอี้! ที่นี่ตงอี้! ได้ยินแล้วขอให้ตอบรับ!”
“ตงเหลียงรับทราบ!”
“ตงซานรับทราบ!”
“ตงซื่อรับทราบ!”
“ภารกิจปัจจุบันสิ้นสุดแล้ว ขอให้ทุกหน่วยยุติการต่อสู้ทันที ผ่าเอาผลึกจากซอมบี้โดยไม่ต้องนับจำนวน เพื่อประหยัดเวลา แต่ต้องกลับขึ้นรถจู่โจมหุ้มเกราะก่อนฟ้ามืด!”
“ตงซื่อปฏิบัติภารกิจรักษาการณ์ต่อไป รอทุกหน่วยกลับมาให้หมดก่อนแล้วค่อยถอนกำลัง!”
“ตงเหลียงรับทราบ!”
“ตงซานรับทราบ!”
“ตงซื่อรับทราบ!”
เมื่อเห็นว่าฟ้าใกล้มืดลง กู้เฉิงหยวนก็เลือกสั่งถอนกำลังกลับเพื่อความปลอดภัย
โลกาวินาศเพิ่งเริ่มต้น สถานการณ์โดยรวมยังไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าจะมีอันตรายอะไรที่ยังไม่ปรากฏขึ้นอีก
ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าทหารก็ได้อยู่ในสภาวะตื่นตัวสูงในการต่อสู้ต่อเนื่องมาเกือบสี่ชั่วโมงแล้ว แม้จะมีพักระยะสั้น ๆ หลายครั้ง แต่ในด้านจิตใจก็ถือว่าเหนื่อยล้าอย่างแท้จริง
หากฟ้ามืดลง เมื่อไม่มีอุปกรณ์ส่องสว่างขนาดใหญ่ แสงจากไฟฉายยุทธวิธีที่ติดอยู่กับปืนก็แทบจะไม่ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจน
ในขณะเดียวกัน แสงจากไฟฉายจะทำให้พวกเขากลายเป็นเป้าหมายเคลื่อนที่ในความมืด เพิ่มความเสี่ยงอันตรายขึ้นอย่างมาก
แม้เหล่านักรบเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ระบบอัญเชิญออกมา แต่จากการพูดคุยแลกเปลี่ยน กู้เฉิงหยวนกลับไม่รู้สึกเลยว่าพวกเขาแตกต่างจากมนุษย์จริง ๆ
แต่ละคนมีบุคลิก ความชอบ และลักษณะนิสัยต่างกัน แม้กระทั่งมีเรื่องราวของตัวเอง
อย่างเช่นเมื่อครู่นี้ เขาคุยกับพู่กวงเฉียง ผู้ติดตามซึ่งบอกว่าบ้านเกิดของเขาคือ “เขตแข่งขันสุดยอดแห่งอินเทอร์เน็ต”
หลังจบมัธยมปลาย เขาไม่ได้เรียนต่อแต่หันไปเป็นฝ่ายการตลาดในผับต่าง ๆ ทุกวันเจอกับเสียงดีเจและชายหญิงหน้าตาดี
ที่มาเป็นทหารก็เพราะพ่อบังคับมา ตอนแรกก็เกลียดที่นี่มาก นับวันรอปลดประจำการทุกวัน แต่ภายหลังก็เริ่มคุ้นเคยและชอบชีวิตที่นี่เข้าให้แล้ว
เขายังบอกอีกว่าเขาชอบของใหญ่และหนัก ดังนั้นจึงเลือกปืนลูกซองเป็นอาวุธประจำตัว
“แบบอีกาในหนังนั่นไง ยิงทีเดียว ปลิวทั้งตัว! ผมชอบความรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ!”
ต่อหน้าทหารกล้าผู้จงรักภักดีเช่นนี้ กู้เฉิงหยวนจะปล่อยให้พวกเขาเสี่ยงตายโดยไม่จำเป็นได้อย่างไรเล่า
…
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม แต่ละหน่วยก็เหยียบย่ำกลับมาท่ามกลางแสงสุดท้ายของตะวันตกดินก่อนที่ฟ้าจะมืดสนิท ถึงรถหุ้มเกราะอีกครั้ง
กลุ่มรบหนึ่งและสองแต่ละกลุ่มนำถุงเล็ก ๆ ที่ใส่ผลึกซอมบี้กลับมามอบให้กู้เฉิงหยวน
ผลึกเหล่านี้ล้วนถูกล้างทำความสะอาดอย่างดีในลำธารข้างถนนแล้วจึงนำมาเก็บใส่ถุง
ระบบ!
ทันทีที่ได้ผลึกมา กู้เฉิงหยวนก็เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้น
เขาตั้งใจจะตรวจสอบผลลัพธ์ของวันนี้
จนถึงจุดที่รถหุ้มเกราะจอดอยู่นี้ พวกเขาได้เคลียร์รถไปแล้วประมาณแปดสิบคัน
ซอมบี้ในแต่ละคันมีจำนวนไม่เท่ากัน บางคันมีหนึ่ง บางคันสอง สาม หรือแม้แต่สี่ตัว
ยังมีบางคันที่ว่างเปล่า อาจเพราะผู้รอดชีวิตหนีรอดไปได้ หรืออาจถูกซอมบี้ฆ่าตายนอกรถแล้ว
กู้เฉิงหยวนรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองโชคไม่ดีนัก
แม้จะเข้าใจว่าถนนเป่ยซีสุ่ยเป็นพื้นที่ที่รถสัญจรเบาบาง แต่เจอรถตั้งแปดสิบคันกลับไม่เจอผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
นี่มนุษย์เราหนีรอดได้เก่งกันหมดแล้ว หรืออ่อนแอเกินไปจนไม่มีใครหนีรอดเลย?
ถ้าคิดเฉลี่ยแล้วรถหนึ่งคันมีซอมบี้สองตัว แปลว่าวันนี้พวกเขาฆ่าซอมบี้ไปแล้วประมาณ หนึ่งร้อยหกสิบตัว หากหักอัตราสูญเสียจากการทำลายผลึกไปประมาณห้าเปอร์เซ็นต์
กู้เฉิงหยวนจึงประเมินอย่างปลอดภัยว่าผลึกในสองถุงนี้ควรมีไม่ต่ำกว่า หนึ่งร้อยห้าสิบสองเม็ด
ต่อไปก็ต้องมาดูกันว่าจะได้เงินเข้าสักเท่าไร!
“แปลงค่าเป็นเงิน”
ติ๊ง!
แปลงค่าสำเร็จ
ได้รับเงิน 389 หน่วย!
กู้เฉิงหยวนมองช่องแสดงจำนวนเงินซึ่งตัวเลขใหญ่โตกระพริบขึ้นมา จำนวนรวมกลายเป็น…
410 หน่วย!
……………….