เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 302 รับมือโครงกระดูกมังกร

ตอนที่ 302 รับมือโครงกระดูกมังกร

ตอนที่ 302 รับมือโครงกระดูกมังกร


สมาชิกทั้งแปดคนของกลุ่มอสูรรั้งอยู่ท้ายขบวน พวกเขาพูดคุยกันไปพลางรับมือกับเงาแค้นที่พุ่งเข้ามาโจมตีไปพลาง

ส่วน กลุ่มเซียวเหยา ที่อยู่ด้านหน้าพวกเขา เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยหยอกล้อดังมาจากด้านหลัง ก็หันกลับไปมองสภาพของสมาชิกกลุ่มอสูรทั้งแปดคน พบว่าพวกเขานั้นดูรับมือได้อย่างสบายๆ

ทั้งที่เพิ่งเคยมาแดนจิ้นซวีเป็นครั้งแรกแท้ๆ...

เซี่ยโหวเหว่ยรู้สึกขัดใจยิ่งนัก จึงตวาดเสียงดัง

"พวกเจ้าทำอะไรกัน? นี่เป็นช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย พวกเจ้าไม่จริงจัง คิดจะหาที่ตายหรือไง?!"

เสิ่นเยียนและพรรคพวกได้ยินดังนั้นก็เงียบเสียงลง

ไม่มีคำตอบรับ

และไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก

เซี่ยโหวเหว่ยเห็นเช่นนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา แม้พวกเขาจะเลิกพูดคุยหยอกล้อกันแล้ว แต่ในใจของเขาก็ยังรู้สึกไม่สบอารมณ์ กลุ่มอสูรพวกนี้ภายนอกดูเหมือนเชื่อฟัง แต่ในใจคงไม่ยอมรับแน่

ต้องบอกว่า เซี่ยโหวเหว่ยคิดไม่ผิด

สมาชิกทั้งแปดของกลุ่มอสูรไม่อยากจะสนใจเขาเลยสักนิด และไม่อยากมีปากเสียงโดยใช่เหตุ

ชายร่างผอมในกลุ่มเซียวเหยามีแววตาไหวระริก ส่งกระแสเสียงหาเซี่ยโหวเหว่ยว่า

"ลูกพี่ หากท่านไม่ชอบหน้าพวกเขา รอให้พวกเราซ่อมแซมปราการฟ้าทางทิศตะวันตกเสร็จแล้ว ค่อยฆ่าพวกเขาทิ้งเสียสิ!"

เซี่ยโหวเหว่ยได้ยินดังนั้นก็ปรายตามองชายร่างผอม

"ต้องให้เจ้าบอกด้วยรึ? ข้าคิดเช่นนั้นมาตั้งนานแล้ว"

การมีคนตายในแดนจิ้นซวีถือเป็นเรื่องปกติ

ดังนั้น หากคนของกลุ่มอสูรตายจนหมด ก็คงไม่มีใครแปลกใจ ใครใช้ให้พวกเขาอ่อนแอเองเล่า? ทว่า ต้องใช้ประโยชน์จากพวกเขาให้คุ้มเสียก่อน แล้วค่อยฆ่าทิ้ง

ชายร่างผอมได้ยินเสียงตอบกลับ ก็รีบฉีกยิ้มประจบ

"ลูกพี่ ท่านช่างปรีชาสามารถ! จริงๆ แล้วข้าเองก็เหม็นขี้หน้าพวกเขาเหมือนกัน"

ทันใดนั้น เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า

"ดูนั่นเร็ว! มะ...พวกมันขยับแล้ว!"

ทุกคนมองตามเสียงไป ก็เห็นโครงกระดูกมังกรหลายร่างที่ถูกกัดกร่อน จู่ๆ ก็ขยับเขยื้อนและส่งเสียงดังขึ้นมา เบ้าตาที่ควรจะกลวงโบ๋ของพวกมัน พลันปรากฏแสงสีเขียวมรกตวูบวาบ จ้องมองมาทางนี้

ในชั่วพริบตานั้น ผู้คนจำนวนมากรู้สึกราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง หนาวสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย

อาวุธในมือต่างส่งเสียงสั่นสะท้าน

"แย่แล้ว รีบถอย!"

เด็กหนุ่มอิ๋งฉีเห็นโครงกระดูกมังกรยักษ์เหล่านั้น ตื่นขึ้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาตะโกนเสียงต่ำ

สิ้นเสียงนั้น ทุกคนก็พากันถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ

ทว่าในวินาทีถัดมา

เงาแค้นจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากโครงกระดูกมังกรเสียงดัง ฟึ่บฟั่บ พร้อมกับร่างโครงกระดูกมังกรที่พุ่งโจมตีเข้ามาหาพวกเขา แรงกดดันแห่งเผ่าพันธุ์มังกรที่ยังจางหายไปไม่หมดกดทับลงมาอย่างกะทันหัน

ตูม!

อัจฉริยะจำนวนไม่น้อยถูกแรงกระแทกจนกระเด็นล้มลงกับพื้น

และเงาแค้นก็ฉวยโอกาสนี้พุ่งเข้าโจมตีเหล่าอัจฉริยะทันที

ชั่วพริบตาเดียว อัจฉริยะนับสิบคนหลบหลีกไม่ทัน ถูกเงาแค้นพุ่งทะลุผ่านร่างกาย ช่วงชิงพลังวิญญาณไปจำนวนมาก จนร่างกายเกิดความรู้สึกว่างเปล่าอ่อนแรง

"รีบลุกขึ้นเร็ว!"

บนพื้นดินรกร้างว่างเปล่า โครงกระดูกมังกรยักษ์สี่ร่างกระโจนทะยานขึ้น ทั่วทั้งร่างแผ่ไอสีดำออกมา การโจมตีของพวกมันรุนแรงปานสายฟ้าฟาด ฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว

เมื่ออยู่เบื้องล่างพวกมัน เหล่าอัจฉริยะก็ดูตัวเล็กจ้อยราวกับมดปลวก

ปากของพวกมันพ่นเปลวเพลิงสีดำออกมา

ตูม

ตำแหน่งที่เหล่าอัจฉริยะยืนอยู่เกิดการระเบิดรุนแรง เมื่อเพ่งมองดู ก็พบหลุมลึกขนาดใหญ่หลายแห่งบนพื้นดิน

แม้ว่าอัจฉริยะส่วนใหญ่จะหลบการโจมตีได้ แต่ก็มีบางคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ผิวหนังภายนอกถูกกัดกร่อนจนน่ากลัว

"อ๊ากกก..."

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม

กงซุนอวิ้นคว้าตัวเพื่อนร่วมกลุ่มลากไปยังพื้นที่ปลอดภัย สีหน้าเคร่งเครียดพลางเงยหน้ามองโครงกระดูกมังกรยักษ์ทั้งสี่ พวกมันมีขนาดมหึมา เพียงแค่เงาก็สามารถปกคลุมพวกเขาได้ทั้งหมด

เมื่อก่อนตอนที่พวกเขามาแดนจิ้นซวี โครงกระดูกมังกรทั้งสี่นี้ไม่เคยขยับ และไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีพวกเขาก่อน

ดูท่าว่า แดนจิ้นซวีจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เข้าแล้วจริงๆ!

กระทั่งโครงกระดูกมังกรยัง ฟื้นคืนชีพ!

กงซุนอวิ้นผนึกพลังวิญญาณตะโกนก้อง

"ฟังให้ดี"

"กลุ่มทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศเหนือ แยกกันรับมือโครงกระดูกมังกรคนละหนึ่งตัว! ผู้อำนวยการของพวกเจ้าคงมอบหินแสงศักดิ์สิทธิ์ให้แล้ว รีบใช้หินแสงศักดิ์สิทธิ์สะกดไอระเหยแค้นของโครงกระดูกมังกรเดี๋ยวนี้!"

ทุกคนเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ไม่มีใครคัดค้าน

และในเวลานี้เอง ทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่ากลุ่ม จ่วนเซิงเทียน ที่นำโดยเฟิงสิงได้หายตัวไปแล้ว ในใจของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก แต่สถานการณ์คับขัน พวกเขาจึงรีบหันมาจดจ่อกับการรับมือโครงกระดูกมังกรตรงหน้า

ส่วนสมาชิกทั้งแปดของกลุ่มอสูรชะงักไปเล็กน้อย เพราะผู้อำนวยการไม่ได้มอบหินแสงศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเขา แต่ไม่นาน อินซือเยี่ยนก็นำหินแสงศักดิ์สิทธิ์มาส่งมอบให้พวกเขา

อินซือเยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงรวดเร็ว

"แต่ละกลุ่มมีหินแสงศักดิ์สิทธิ์เพียงแค่สิบก้อนเท่านั้น หินแสงศักดิ์สิทธิ์สามารถใช้สะกดไอระเหยแค้น และยังใช้ซ่อมแซมปราการฟ้าได้ด้วย ห้ามใช้สิ้นเปลืองเด็ดขาด"

เสิ่นเยียนยกมือขึ้นรับ

"ตกลง!"

เสิ่นเยียนรีบแจกจ่ายหินแสงศักดิ์สิทธิ์ให้เวินอวี้ชูและคนอื่นๆ คนละหนึ่งก้อน ส่วนตัวนางเก็บไว้เองสามก้อน

"ระวังตัวด้วย"

อินซือเยี่ยนกำชับด้วยสีหน้าจริงจัง

เสิ่นเยียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น

สี่กลุ่ม รับมือกับโครงกระดูกมังกรสี่ตัว

ทุกคนกระโจนขึ้นไปโจมตีโครงกระดูกมังกร ขณะเดียวกันก็ต้องคอยต้านทานการรุกรานของเงาแค้นไปด้วย

ร่างของเสิ่นเยียนไหววูบ กระชับกระบี่เทพหงส์วิญญาณในมือ ฟาดฟันใส่โครงกระดูกมังกรเต็มแรง

เคร้ง!

คมกระบี่ปะทะกับโครงกระดูกมังกร แต่กลับไม่เกิดรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย

สีหน้าของเสิ่นเยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย

โครงกระดูกมังกรตัวนี้แข็งแกร่งกว่าที่นางคาดไว้มาก!

กระบี่ของอินซือเยี่ยนฟาดลงบนโครงกระดูกมังกร กระดูกของมันก็ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน เสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากไม่ไกลนัก

เห็นเพียงเด็กหนุ่มผมม้ารวบสูง อิ๋งฉี มือซ้ายถือกระบี่ ปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่อันทรงพลัง พุ่งตรงไปยังกะโหลกศีรษะของมังกร เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น กะโหลกศีรษะถึงกับปรากฏรอยร้าว

อิ๋งฉีขยับกายหลบเปลวเพลิงสีดำที่โครงกระดูกมังกรพ่นออกมา

เนี่ยสวินกางร่มกระดาษ ยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ ใบหน้าราวหยกเย็นชาเรียบเฉย ยามที่กรงเล็บมังกรพุ่งเข้ามาหา ร่มในมือของเขาก็กดลงฉับพลัน ใช้ร่มกระดาษต้านรับการโจมตีของกรงเล็บมังกร กระแสอากาศในมิติเกิดความปั่นป่วนแผ่ซ่านออกมา

เนี่ยสวินหมุนข้อมือเล็กน้อย ร่มกระดาษพลันฟาดใส่กรงเล็บมังกร

ตูม!

กรงเล็บมังกรถูกกระแทกจนเบนออกไปด้านข้าง

ในขณะเดียวกัน ฝูซานอุ้มพิณผีผา นิ้วมือเรียวสวยดั่งหยกดีดสายพิณเบาๆ ตัวโน้ตที่ลื่นไหลราวกับสายน้ำและก้อนเมฆพรั่งพรูออกมาจากปลายนิ้ว ร่างกายของนางโยกย้ายไปตามจังหวะท่วงทำนอง ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพิณผีผา

ผู้คนที่ได้เห็นฉากนี้ ต่างอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจว่านางช่างเป็นโฉมงามล่มเมืองจริงๆ

เสียงพิณผีผาที่นางบรรเลง แปรเปลี่ยนเป็นค่ายกลวงแล้ววงเล่า ครอบคลุมร่างโครงกระดูกมังกรยักษ์ พันธนาการการเคลื่อนไหวของมันเอาไว้

เหยียนเหยาตวาดแส้ยาวฟาดใส่โครงกระดูกมังกร

เพียะ!

เหยียนเหยาปลุกพลังวิญญาณธาตุแสง ดังนั้นแส้ที่นางฟาดลงบนร่างมังกรจึงแฝงด้วยพลังธาตุแสง ในชั่วพริบตา โครงกระดูกมังกรดูเหมือนจะดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด บริเวณที่ถูกตีมีไอสีดำสลายหายไปสายหนึ่ง

กลุ่มทิศใต้นั้นรวบรวมไว้ด้วยสองคุณชายและสองโฉมงาม

เมื่อมีพวกเขาทั้งสี่คน การรับมือกับโครงกระดูกมังกรจึงดูผ่อนคลายยิ่งนัก

ทว่าอีกสามกลุ่มที่เหลือ กลับไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนั้น

ทางด้านกลุ่มทิศตะวันตก เซี่ยโหวเหว่ยแห่งกลุ่มเซียวเหยามีระดับพลังเพียงขั้นสวรรค์ระดับสี่ แม้ลูกกลุ่มของเขาจะทะลวงสู่ขั้นสวรรค์กันหมดแล้ว แต่ความจริงแล้วความแข็งแกร่งนั้นอ่อนด้อยกว่าระดับพลัง เพราะพวกเขาใช้ยาหรือของบำรุงเพื่อเร่งระดับพลังขึ้นมา

ในกลุ่มทิศตะวันตก ผู้ที่มีระดับพลังสูงสุดย่อมเป็นอินซือเยี่ยนแห่ง กลุ่มอู๋เซี่ยง ซึ่งอยู่ขั้นสวรรค์ระดับห้า

อินซือเยี่ยนเห็นว่าวิชากระบี่ธรรมดาไม่อาจจัดการกับโครงกระดูกมังกรได้ จึงปรับเปลี่ยนกระบวนท่าทันที เขาใช้วาดอักขระด้วยกระบี่ ฟาดฟันใส่โครงกระดูกมังกร

ปัง!

อักขระกระบี่ประทับลึกลงไปในโครงกระดูกมังกร

ในชั่วพริบตา บริเวณกระดูกมังกรที่ถูกอักขระกระบี่โจมตี ก็ปริแตกเกิดเป็นรอยร้าวหลายสาย

จบบทที่ ตอนที่ 302 รับมือโครงกระดูกมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว