- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 297 บุตรแห่งโชคชะตา
ตอนที่ 297 บุตรแห่งโชคชะตา
ตอนที่ 297 บุตรแห่งโชคชะตา
ขณะที่เสิ่นเยียนซึ่งอยู่ในขบวนของสำนักศึกษาเขตตะวันตกได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนรอบข้าง ดวงตาของนางก็หรี่ลงเล็กน้อย
สามภารกิจลับสุดยอด...
เสิ่นหวยยังคงอยู่ในสถานที่ปฏิบัติภารกิจลับทั้งสามแห่งนั้นใช่หรือไม่?
การหายตัวไปของเสิ่นหวย เกี่ยวข้องกับอิ๋งจุนผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักศึกษาเขตกลางหรือไม่? หากไม่เกี่ยวข้อง เหตุใดอิ๋งจุนจึงพกป้ายหยกที่เป็นของเสิ่นหวยติดตัว?
เรื่องนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
ทันใดนั้น เสิ่นเยียนสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาที่นาง นางจึงเงยหน้ามองกลับไป พบว่าเจ้าของสายตานั้นคือเหยียนเหยา จากกลุ่มถูเซียนแห่งสำนักศึกษาเขตใต้
ยังไม่ทันที่เสิ่นเยียนจะแสดงปฏิกิริยาใด ๆ เหยียนเหยาก็ละสายตากลับไปเสียก่อน
เสิ่นเยียนเก็บสีหน้าให้เรียบเฉย
ได้ยินมาว่า เมื่อไม่กี่วันก่อน เหยียนเหยาหัวหน้ากลุ่มถูเซียนได้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตระดับเทียนขั้นห้า การที่นางนำกลุ่มนี้ทำให้ภาพรวมความแข็งแกร่งของกลุ่มสูงมาก
มิหนำซ้ำ ยังมีศิษย์น้องเล็กเนี่ยแห่งเขาหวงซานเต้าคอยเสริมทัพ ก็ยิ่งเปรียบเสมือนพยัคฆ์ติดปีก
บางที อาจจะพอต่อกรกับกลุ่มเทียนมิ่งกลุ่มนั้นได้
ในขณะที่กลุ่มอสูรของพวกนางกำลังเติบโต กลุ่มอื่น ๆ ก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่เช่นกัน
อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไปนะ?
เสิ่นเยียนเงยหน้ามองท้องฟ้า ท้องฟ้าสีครามประดับด้วยเมฆขาว ช่างงดงามเป็นพิเศษ ไม่เหมือนกับในยุคสุดท้ายที่มืดมนและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"คิดอะไรอยู่หรือ?"
อินซือเยี่ยนที่เดินอยู่ข้างกายเอ่ยถามโดยไม่หันมามอง
เสิ่นเยียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
"ข้ากำลังทบทวนอดีต และมองไปถึงอนาคต"
อินซือเยี่ยนหันมามองนาง
"ศิษย์น้องเสิ่น เช่นนั้นเจ้าก็จงมองไปถึงอนาคตให้ดีเถิด ว่าอนาคตนั้นจะเป็นของสำนักศึกษาเขตตะวันตกเรา หรือเป็นของสำนักอื่น หรืออาจจะเป็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง..."
เสิ่นเยียนสบตาเขา
"อื้ม"
ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นที่เดินนำอยู่ด้านหน้า ดูเหมือนจะได้ยินบทสนทนาของพวกเขา มุมปากจึงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ดูท่าทางกลุ่มไร้ลักษณ์และกลุ่มอสูรจะเข้ากันได้ดี เช่นนี้เขาก็เบาใจลงเปราะหนึ่ง
...
กลุ่มทั้งแปดจากสำนักศึกษาทั้งสี่เขตได้เข้าสู่สำนักศึกษาเขตกลาง และถูกผู้อาวุโสของสำนักศึกษาเขตกลางนำทางไปยังลานประลอง
ณ ลานประลอง สี่กลุ่มตัวแทนจากสำนักศึกษาเขตกลางได้มารรออยู่ก่อนแล้ว
สิบสองกลุ่ม ได้มาเผชิญหน้ากัน
สำนักศึกษาเขตตะวันออก: กลุ่มก้ายซื่อ (ไร้เทียมทาน), กลุ่มหมิงเยว่ (จันทร์กระจ่าง)
สำนักศึกษาเขตใต้: กลุ่มถูเซียน (สังหารเซียน), กลุ่มเพียวเซียน (เซียนเหิน)
สำนักศึกษาเขตตะวันตก: กลุ่มไร้ลักษณ์, กลุ่มอสูร
สำนักศึกษาเขตเหนือ: กลุ่มฟ่านเทียน (พรหมัน), กลุ่มเล่ยถิง (อัสนี)
สำนักศึกษาเขตกลาง: กลุ่มเทียนมิ่ง (ลิขิตฟ้า), กลุ่มเฟิงเสิน (แต่งตั้งเทพ), กลุ่มเซียวเหยา (อิสระ), กลุ่มจ่านรื่อ (ตัดตะวัน)
ในบรรดาสมาชิกกลุ่มเทียนมิ่ง มีสองคนที่โดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ เด็กหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มรวบผมหางม้าสูง เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปตามสายลม บริเวณกระดูกคิ้วมีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ สายหนึ่ง เพิ่มกลิ่นอายความดิบเถื่อนขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากของเด็กหนุ่มอมยิ้ม ดูเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงแรกแห่งอรุณรุ่ง
ทั่วร่างของเด็กหนุ่มแผ่ซ่านไปด้วยความฮึกเหิมลำพอง เพียงแค่เขายิ้ม ก็สามารถดึงดูดสายตาของทุกคนให้มาหยุดอยู่ที่เขา เขาเป็นเจ้าของดวงตาดอกท้อที่ใครได้เห็นเป็นต้องจดจำไม่ลืมเลือน
เขาคืออิ๋งฉี
อิ๋งฉีผู้ได้รับขนานนามว่าบุตรแห่งโชคชะตา
หากจะกล่าวว่าเนี่ยสวินคือวิญญูชนผู้สงบเยือกเย็น อิ๋งฉีก็คือเด็กหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและพลังอันร้อนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างอิ๋งฉีนั้น มีผิวพรรณดุจหิมะและกระดูกดั่งหยก นางมีใบหน้ารูปไข่ โครงหน้าอ่อนหวานงดงาม ผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งหยกเนื้อดีและนวลเนียนราวกับแสงจันทร์ทรงกลด ทุกอากัปกิริยาล้วนเปี่ยมด้วยสง่าราศี งามล้ำเลิศในแผ่นดิน
หญิงสาวผู้นี้คือหนึ่งในสามสาวงาม ฝูซาน
เมื่อทั้งสองยืนเคียงคู่กัน ช่างเหมาะสมดั่งกิ่งทองใบหยกจริง ๆ
เมื่อได้เห็นพวกเขาทั้งคู่ ผู้คนจำนวนมากต่างเผยสีหน้าตะลึงในความงาม
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งกลุ่มสำนักศึกษาเขตตะวันออก สือจ้านกำหมัดแน่นอย่างเงียบงัน ก้มหน้าลงด้วยสีหน้าหม่นหมอง ฝูซานเคยเป็นคู่หมั้นของเขา แต่ทว่า... เขาไม่คู่ควรกับนาง
คนที่ยืนเคียงข้างนาง ควรจะเป็นบุคคลระดับอิ๋งฉีเช่นนี้
ในใจเขาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ก็จนปัญญาที่จะทำอะไรได้
ฝูซานมองข้ามระยะทางไกล สายตาตกกระทบลงบนร่างของสือจ้านชั่ววูบ สีหน้าของนางเรียบเฉย จากนั้นสายตาก็เลื่อนไปหยุดอยู่ที่เนี่ยสวินซึ่งกำลังกางร่มกระดาษอยู่ในกลุ่มสำนักศึกษาเขตใต้ เป็นเวลาไม่กี่วินาที
บรรยากาศในสนามประลองดูมีความนัยแอบแฝง
เพราะทุกคนต่างกำลังลอบสังเกตซึ่งกันและกัน
ทันใดนั้น
เสียงอันอ่อนโยนสายหนึ่งก็ดังขึ้น
"ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่สำนักศึกษาเขตกลาง ขอเชิญทุกคนจัดแถวให้เรียบร้อย โดยแบ่งแถวตามกลุ่มของตนเอง"
ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นบนแท่นสูงมีชายท่าทางสุภาพเรียบร้อยอายุราวสามสิบสี่สิบปียืนอยู่ มุมปากของเขามีรอยยิ้ม ดูไม่เข้มงวดดุดัน กลับดูใจดีและเป็นกันเองเสียด้วยซ้ำ
คนผู้นี้คือผู้อำนวยการสำนักศึกษาเขตกลาง สวี่เจ๋อ
และเหล่าผู้อำนวยการจากสำนักศึกษาทั้งสี่เขต ในยามนี้ต่างก็ยืนอยู่เบื้องหลังสวี่เจ๋อ
เมื่อเสิ่นเยียนเห็นสวี่เจ๋อ ดวงตาของนางก็หรี่ลงเล็กน้อย เพราะนึกถึงคำสัตย์สาบานที่ให้ไว้กับผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิวในพระราชวังทองคำ
ภายในสิบปี ต้องพาตัวสวี่เจ๋อไปพบเฉวียนหยางชิวที่สระสุริยันจันทรา...
พวกเวินอวี้ชูก็ยังไม่ลืมคำสัตย์สาบานนี้เช่นกัน แต่พวกเขาแน่นอนว่าไม่สามารถบีบบังคับให้สวี่เจ๋อไปพบผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิวที่สระสุริยันจันทราในเวลานี้ได้
หลังจากได้ยินวาจาของผู้อำนวยการสวี่เจ๋อ ทั้งสิบสองกลุ่มก็เริ่มจัดแถวอย่างเป็นระเบียบพร้อมเพรียง
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อหุบยิ้ม สีหน้าดูจริงจังขึ้นหลายส่วน เขาเอ่ยถามเสียงดังกังวาน
"พวกเจ้าเคยปฏิบัติภารกิจลับมาแล้วหรือไม่? หากเคย ให้ยกมือขึ้น"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ทยอยยกมือขึ้น
จากสิบสองกลุ่ม มีสิบเอ็ดกลุ่มที่ยกมือ
มีเพียงกลุ่มเดียวที่ไม่ได้ยกมือ
"โอ้?"
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อมีท่าทีประหลาดใจเล็กน้อย เขาหันไปมองทางกลุ่มอสูร
"พวกเจ้าไม่เคยปฏิบัติภารกิจลับหรือ?"
เสิ่นเยียนยกมือขึ้นประสานคารวะ ตอบกลับไปว่า
"ไม่เคยเจ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินคำตอบของเสิ่นเยียน สมาชิกกลุ่มอื่นต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ดูเหมือนจะแปลกใจและไม่เข้าใจว่าเหตุใดกลุ่มอสูรกลุ่มนี้ถึงได้รับโควตาเข้าร่วม 'แผนการห้าสำนัก' ได้?
สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ทิศทางของกลุ่มอสูร
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อหันกลับไปมองผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋น ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นจึงเอ่ยอธิบาย
"แม้พวกเขาจะยังไม่เคยปฏิบัติภารกิจลับ แต่พวกเขามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะปฏิบัติภารกิจลับได้อย่างแน่นอน"
ความจริงแล้วผู้อำนวยการสวี่เจ๋อได้อ่านข้อมูลที่ทุกสำนักส่งมาแล้ว เขาจึงถามขึ้นประโยคหนึ่ง
"พวกเขาคือเด็กใหม่ของปีนี้หรือ?"
ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย
"ใช่"
เมื่อทุกคนได้ยินบทสนทนานั้น ต่างก็ตกตะลึงไป
กลุ่มอสูรเป็นเด็กใหม่?
สายตาที่ทุกคนมองมายังกลุ่มอสูรเปลี่ยนไปในทันที
แม้จะเป็นเด็กใหม่ แต่ยังได้รับโอกาสเข้าร่วมแผนการห้าสำนักนั่นแสดงว่าพวกเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาสามัญเป็นแน่
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็คงไม่ได้เก่งกาจอะไรมากนัก
กลุ่มอสูรมีสมาชิกบางคนใช้วัตถุวิเศษปกปิดระดับพลังที่แท้จริง แต่มีสามคนที่ไม่ได้ปกปิดพลัง ซึ่งอยู่ในขอบเขตระดับตี้เท่านั้น
สามคนนั้นคือ เสิ่นเยียน เจียงเสวียนเยว่ และจูเก๋อโย่วหลิน
ในฐานะหัวหน้ากลุ่มอย่างเสิ่นเยียน มีระดับพลังเพียงขอบเขตระดับตี้ ลูกกลุ่มของนางก็น่าจะมีระดับไล่เลี่ยกัน
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อได้ยินดังนั้น ในใจก็รู้ความกระจ่าง เขาเอ่ยต่อ
"เอามือลงเถอะ พวกเจ้าส่วนใหญ่เคยปฏิบัติภารกิจลับมาแล้ว ย่อมต้องเข้าใจดีว่าสถานที่แห่งนั้นอันตรายเพียงใด สาเหตุที่ข้าเรียกกลุ่มมามากมายขนาดนี้ ก็เพราะว่าที่แห่งนั้นได้เกิดเหตุจลาจลขึ้น"
สิ้นเสียงนี้ สีหน้าของแทบทุกคนพลันแปรเปลี่ยนไป
มีเพียงพวกเสิ่นเยียนที่ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อพูดถึงคือที่ไหน และเหตุจลาจลนั้นหมายถึงสิ่งใด?