- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 296 เวลารวมพล
ตอนที่ 296 เวลารวมพล
ตอนที่ 296 เวลารวมพล
แอ๊ด
เสียงบานประตูถูกปิดลง
ภายในห้องรับรองเหลือเพียงเผยซู่ผู้เดียว ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบรรยากาศจนคล้ายว่าจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นและเสียงลมหายใจของตนเอง
เผยซู่ก้มหน้าลง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ
...
หลังจากเวินอวี้ชูเดินออกมา เขาก็ไปเคาะประตูห้องรับรองที่อยู่ติดกัน
เจียงเสวียนเยว่เปิดประตูให้เขาเข้ามา
ภายในห้องรับรอง เสิ่นเยียน อวี๋ฉางอิง เจียงเสวียนเยว่ เซียวเจ๋อชวน จูเก๋อโย่วหลิน และฉือเยว่ ต่างรวมตัวกันอยู่ครบครัน พวกเขาหันไปมองเวินอวี้ชู
เวินอวี้ชูถอนหายใจเบา ๆ
"การลงทุนครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาแล้ว"
จูเก๋อโย่วหลินใช้สองมือเท้าคาง เอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
"เผยอู๋ซูคือเผยซู่ เผยซู่ก็คือเผยอู๋ซู... ถ้าพวกเจ้าไม่บอก ข้าคงเดาไม่ออกจริง ๆ เพราะเผยซู่ในข่าวลือกับเผยอู๋ซูคนนี้ไม่เหมือนกันเลยสักนิด!"
เผยซู่ คือบุคคลผู้เจิดจรัสและโดดเด่นอย่างยิ่ง
ในขณะที่เผยอู๋ซูแห่งกลุ่มอสูรนั้นเก็บตัวเงียบขรึม พูดน้อย และมีหน้าตาธรรมดาสามัญ แม้จะมีวิชาดาบสูงส่งและแข็งแกร่ง แต่กลับไม่มีกลิ่นอายความฮึกเหิมลำพอง หรือความสง่างามเหนือผู้ใดตามแบบฉบับนายน้อยนิกายเทียนฟางในข่าวลือเลยแม้แต่น้อย
ทว่า เผยอู๋ซูในยามนี้กลับดูเหมือนสัตว์ร้ายกระหายเลือดที่ถูกจองจำ ซึ่งหากผนึกนั้นแตกออกเมื่อใด มันก็จะเผยเขี้ยวเล็บอันแหลมคมออกมาทันที
"จุดที่เจ้าควรสนใจไม่ใช่เรื่องนั้น"
เจียงเสวียนเยว่ปรายตามองเขา
ญาติพี่น้องของเผยซู่เสียชีวิตจนหมดสิ้นในชั่วข้ามคืน ซ้ำยังถูกไล่ล่าสังหารมาโดยตลอด ช่างน่าเวทนานัก
เสิ่นเยียนหันมองทุกคนแล้วเอ่ยถาม
"พวกเจ้ากลัวหรือไม่?"
"พี่สาวไม่กลัว แต่พี่สาวมีความกังวล มีจุดอ่อนเจ้าค่ะ"
อวี๋ฉางอิงกล่าว เพราะนางยังมีญาติพี่น้องอยู่ที่แดนตะวันตกพิงเจ๋อ
เวินอวี้ชูยิ้มบาง ๆ
"มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราคงทำได้เพียงร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเท่านั้น"
เซียวเจ๋อชวนกล่าวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
"ตราบใดที่เผยซู่ไม่เปิดเผยตัวตน พวกเราก็จะมีเวลาพัฒนาตัวเองมากขึ้น การจะต่อกรกับสมาพันธ์กุยหยวนก็จะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น"
"พวกเราจะล้างบางสมาพันธ์กุยหยวนหรือ!?"
จูเก๋อโย่วหลินลุกพรวดขึ้นยืน เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
เจียงเสวียนเยว่ตบศีรษะจูเก๋อโย่วหลินไปหนึ่งฉาด
"เจ้าเพ้อเจ้ออะไร!"
เสิ่นเยียนพยักหน้า
"โย่วหลินพูดถูก การกวาดล้างสมาพันธ์กุยหยวนคือวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด"
เวินอวี้ชูและคนอื่น ๆ
"!"
เล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ?!
ทันใดนั้น เสิ่นเยียนก็เปลี่ยนน้ำเสียง
"แต่พวกเราไร้กำลัง หากคิดจะล้างบางสมาพันธ์กุยหยวนตอนนี้ คงเป็นเพียงความคิดฝันเฟื่องเท่านั้น"
อวี๋ฉางอิงหัวเราะเบา ๆ
"พูดไปพูดมา สิ่งที่เราขาดที่สุดก็คือความแข็งแกร่ง"
จูเก๋อโย่วหลินตบโต๊ะดังปัง สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
"สมาพันธ์กุยหยวนมีคนมากกว่าเราตั้งมากมาย พวกเราควรจะซ่องสุมกำลังพลก่อนดีหรือไม่?"
"เจ้ามีเงินรึ?"
เสิ่นเยียนเงยหน้ามองเขา
จูเก๋อโย่วหลินห่อเหี่ยวลงทันควัน
เขานั่งลงที่เดิมอย่างเงียบเชียบ
เสิ่นเยียนกล่าวต่อ
"เรื่องที่จะต่อกรกับสมาพันธ์กุยหยวน รอให้จบแผนการห้าสำนัก ก่อนค่อยมาหารือกัน ตอนนี้ต้องดูว่าเผยซู่จะเลือกอย่างไร เขาจะอยู่ต่อ หรือจะจากไป?"
"วางใจเถอะ ข้าพูดกับเขาชัดเจนแล้ว"
เวินอวี้ชูกล่าว
"เช่นนั้นก็รอกันเถอะ"
เวลาล่วงเลยไปทีละน้อย
ไม่นาน ท้องฟ้าก็มืดสนิท
เสิ่นเยียนและพรรคพวกเดินออกมาพร้อมกัน แล้วเคาะประตูห้องพักของเผยซู่
ก๊อก ก๊อก
รออยู่หลายวินาที แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ
จูเก๋อโย่วหลินหน้าถอดสี
"เขาคงไม่ได้หนีไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม? เจ้าคนสารเลวไร้ใจ..."
เสียงของเขาขาดห้วงไปทันที เพราะบานประตูถูกเปิดออก ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มในชุดศิษย์สำนักสีขาวสะอาดตา
เด็กหนุ่มมองมาที่พวกเขา
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง แววตาดูสับสนและขมขื่น ก่อนจะเอ่ยออกมา
"ขอโทษ"
เสิ่นเยียนจ้องมองเขา
"แล้วอย่างไรอีก?"
เผยซู่เม้มริมฝีปากเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า
"ข้าอยากร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับพวกเจ้า หาก... พวกเจ้าไม่รังเกียจข้า"
เมื่อได้ยินดังนั้น มุมปากของเสิ่นเยียนก็ยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว นางยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยพลางกล่าวว่า
"กลับมาก็ดีแล้ว เช่นนั้น เจ้าก็มาเป็นลูกสมุนให้พวกเราสักปีหนึ่งเถอะ"
จูเก๋อโย่วหลินยิงฟันยิ้ม
"นี่ น้องเผย ต่อไปเจ้าต้องคอยดูสีหน้าข้าให้ดีนะ"
อวี๋ฉางอิงก้าวเข้าไป จัดปกเสื้อที่ยับย่นของเผยซู่ให้เรียบร้อย นางเผยรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม
"พวกเราไม่รังเกียจเจ้าหรอก น้องอู๋ซู"
แค่อยากซัดหน้าเจ้าเท่านั้นเอง
"เข้าไปคุยข้างในกันเถอะ"
เวินอวี้ชูหัวเราะเบา ๆ
เผยซู่มองดูพวกเขา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ สิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในใจก็ดูเหมือนจะวางลงได้อย่างมั่นคง
เขากำลังคิดว่า บางที เขาอาจไม่จำเป็นต้องเลือกเส้นทางที่ต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว เพราะในระหว่างทางนี้ มีพวกเขาคอยฉุดรั้งและช่วยเยียวยาจิตใจของเขาอยู่
ต่อให้... นี่จะเป็นเรื่องหลอกลวง
เขาก็ยอมรับมัน
"อืม"
เผยซู่พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
...
นับตั้งแต่เผยซู่กลับมายังกลุ่มอสูร เขาก็ไม่ได้ก้าวออกจากตึกตะวันตกของโรงเตี๊ยมมู่ยวินอีกเลย เนื่องจากสมาพันธ์กุยหยวนกำลังปูพรมค้นหาชายชุดดำปริศนาอย่างเอิกเกริก และเคยเข้ามาค้นที่โรงเตี๊ยมมู่ยวินถึงหนึ่งครั้ง
โชคดีที่เผยซู่มีอาวุธเทพหน้ากากพันหยก ช่วยปกปิดใบหน้าที่แท้จริง อีกทั้งเขายังมีสถานะเป็นเผยอู๋ซูแห่งสำนักศึกษาเขตตะวันตกพร้อมป้ายหยกยืนยันตัวตน จึงสามารถหลบเลี่ยงเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้อย่างง่ายดาย
ส่วนสมาชิกของกลุ่มไร้ลักษณ์ แม้จะประหลาดใจที่เผยอู๋ซูเดินทางกลับมาในช่วงเวลานี้ แต่ก็พอจะคาดเดาได้ จึงไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก
การที่สมาพันธ์กุยหยวนส่งคนจำนวนมากออกค้นหาทั่วเมืองเขตกลางอย่างเอิกเกริก ได้สร้างความไม่พอใจให้กับขั้วอำนาจระดับสูงอื่น ๆ
สมาพันธ์กุยหยวนจึงค้นหาอย่างเปิดเผยได้เพียงไม่กี่วัน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการค้นหาทางลับแทน
พวกเขาไม่ได้คิดจะปล่อยเผยซู่ไป
เนื่องจากเผยซู่เก็บตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมมู่ยวิน แต่เขาก็อยากรู้ความเคลื่อนไหวของสมาพันธ์กุยหยวน เสิ่นเยียนและคนอื่น ๆ จึงคอยออกไปสืบข่าวมาให้เขา
ในขณะเดียวกัน ช่วงเวลานี้กลุ่มฟ่านเทียนจากสำนักศึกษาเขตเหนือก็สร้างชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตก จนไม่มีกลุ่มใดกล้าเข้าไปตอแยง่าย ๆ
ส่วนกลุ่มเทียนมิ่งซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นกลุ่มอันดับหนึ่งของสำนักศึกษาเขตกลาง รวมถึงอิ๋งฉีผู้เป็นบุคคลระดับตำนาน กลับไม่ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเลย
และแล้ว
เวลาแห่งการรวมพลของห้าสำนักศึกษาก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
สถานที่นัดหมาย: สำนักศึกษาเขตกลาง
ขบวนของสำนักศึกษาเขตเหนือ สำนักศึกษาเขตตะวันตก และสำนักศึกษาเขตใต้ ต่างออกเดินทางจากโรงเตี๊ยมมู่ยวินพร้อมกัน เพื่อมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาเขตกลาง
รวมทั้งหมดมีหกกลุ่ม
ตลอดเส้นทาง กลุ่มคนเหล่านี้ดึงดูดสายตาของผู้คนให้หันมองและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่
"ชายหนุ่มที่กางร่มคนนั้น ใช่เนี่ยสวิน นักพรตภูเขาหลวง หรือศิษย์น้องเล็กเนี่ยหรือไม่? เขาช่างรูปงามเหลือเกิน!"
"ดูนั่นสิ คนที่อยู่ข้างกายเนี่ยสวินคือเหยียนเหยา หัวหน้ากลุ่มถูเซียนนางเป็นหนึ่งในสามสาวงามเชียวนนะ!"
"จริง ๆ แล้วเหยียนเหยาก็ไม่ได้งามจนตะลึงขนาดนั้น ฝูซานต่างหากที่เป็นสาวงามสมคำร่ำลือ!"
"เอ๊ะ ทางฝั่งสำนักศึกษาเขตตะวันตก ดูเหมือนจะมีแม่นางน้อยคนหนึ่งที่งดงามเป็นพิเศษ สวยกว่าเหยียนเหยาเสียอีก! เพียงแต่ดูเหมือนอายุยังน้อย ใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์นัก"
"ทำไมข้ารู้สึกว่าสองกลุ่มจากสำนักศึกษาเขตตะวันตก ระดับหน้าตาโดยรวมดูดีกว่านะ?"
"ตื้นเขิน! ความแข็งแกร่งสำคัญกว่าหน้าตา!"
"ได้ยินว่าที่พวกเขามากัน ก็เพื่อปฏิบัติภารกิจแผนการห้าสำนักอะไรสักอย่าง แล้วแผนการห้าสำนักนี่มันคืออะไรกันแน่?"
"น่าจะเป็นสามภารกิจลับสุดยอดกระมัง"
"แล้วสามภารกิจลับสุดยอดที่ว่า คืออะไรกันเล่า?"