เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 287 สามคุณชาย

ตอนที่ 287 สามคุณชาย

ตอนที่ 287 สามคุณชาย


“ขอบคุณศิษย์พี่ที่เตือนเจ้าค่ะ”

เสิ่นเยียนสบสายตากับเฉียวรูอี้ พลางพยักหน้ายิ้มรับ

ศิษย์พี่อินก็เคยเตือนนาง ตอนนี้ศิษย์พี่เฉียวก็มาเตือนนางอีก

ดูท่าว่าการเข้าร่วมแผนการห้าสำนักศึกษาจะเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านจริงๆ

ทันใดนั้นเอง

ด้านนอกพลันมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

แว่วเสียงคำว่าเนี่ยสวิน‘ศิษย์อาเล็กเนี่ยและเหยียนเหยาดังมาให้ได้ยินรำไร

เสิ่นเยียนเปิดหน้าต่างมองลงไปเบื้องล่าง เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ลานสวน ทั้งหมดล้วนสวมเครื่องแบบสำนักสีฟ้าอ่อน

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มกางร่มกระดาษน้ำมัน เส้นผมสีดำขลับทิ้งตัวลงราวกับม่านน้ำตก ชุดเครื่องแบบสำนักที่เข้ารูปขับเน้นให้รูปร่างของเขาดูสูงโปร่ง ไหล่กว้างเอวสอบ ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกเย็นรากับเซียนตกสวรรค์เพียงแค่มองด้านข้างก็ชวนให้ผู้คนตกตะลึง

คนผู้นั้นดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงสายตาของเสิ่นเยียน จึงหันศีรษะมองกลับมาแต่ไกล

สายตาของเสิ่นเยียนหยุดชะงักเล็กน้อย

คือเนี่ยสวิน

ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของเนี่ยสวินฉายแววแปลกใจวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แล้วพยักหน้าให้เสิ่นเยียนเบาๆ

หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเนี่ยสวินสังเกตเห็นกิริยาของเขา จึงมองตามสายตาเขาไป เห็นเพียงหน้าต่างบานหนึ่งบนเรือนตะวันตกที่เพิ่งจะถูกปิดลง

หญิงสาวผู้นั้นคือเหยียนเหยา หัวหน้าหน่วยถูเซียนแห่งสำนักศึกษาแดนใต้ ระดับพลังยุทธ์อยู่ที่ขอบเขตเทียนขั้นสี่

เหยียนเหยามีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าสวยเฉี่ยวดูสง่างามแบบอวี้เจี่ย แต่เมื่อยืนอยู่ข้างกายเนี่ยสวิน ผิวพรรณของนางกลับดูหมองคล้ำลงไปหนึ่งระดับ

“เนี่ยสวิน เจ้ามองใครอยู่?”

เนี่ยสวินส่ายหน้าช้าๆ โดยไม่ได้ตอบคำถาม

เหยียนเหยาเห็นดังนั้น สายตาก็พลันแหลมคมขึ้นขณะกวาดมองไปทางเรือนตะวันตก แล้วเอ่ยขึ้น

“ได้ข่าวว่า กลุ่มจากสำนักศึกษาแดนตะวันตกและสำนักศึกษาแดนเหนือมาถึงแล้ว”

ชายหนุ่มร่างอ้วนคนหนึ่งกล่าวเสริมขึ้นมา

“ใช่แล้วพี่หญิงเหยา เมื่อครู่ข้าได้ยินคนในโรงเตี๊ยมคุยกันว่า โหยวฮั่วจิงจากหน่วยฟ่านเทียนแห่งสำนักศึกษาแดนเหนือ พอมาถึงเมืองแดนกลางก็ลงมือทำร้ายคนกลางถนนเลย อวดดีเสียจริง!”

หญิงสาวอีกคนกล่าวขึ้นบ้าง

“โหยวฮั่วจิงผู้นั้นทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทียนขั้นหกแล้ว...”

กวางเจิ้นเทียน ชายหนุ่มร่างอ้วนหัวเราะร่า ยกมือขึ้นกอดอก

“จะกลัวอะไร? ศิษย์อาเล็กเนี่ยเข้าร่วมหน่วยถูเซียนของพวกเราแล้ว หน่วยถูเซียนของพวกเราย่อมต้องแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสำนักศึกษาทั้งสี่แดนอยู่แล้ว”

สำนักศึกษาแดนใต้ส่งกลุ่มมาสองกลุ่มในครั้งนี้ ได้แก่ หน่วยถูเซียน และหน่วยเพียวเสวี่ย

เดิมทีหน่วยถูเซียนมีสมาชิกเพียงเจ็ดคน แต่จู่ๆ ก็มีคนเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคน คนผู้นั้นก็คือเนี่ยสวินแห่งหวงซานเต้า หรือที่ผู้คนในแดนใต้ต่างยกย่องเรียกขานว่า ศิษย์อาเล็กเนี่ย

จนถึงบัดนี้เนี่ยสวินยังไม่เคยเปิดเผยระดับพลังยุทธ์

แต่เรื่องที่เขาครอบครองพรสวรรค์ระดับเหนือชั้นเทียนนั้น เป็นที่รู้กันไปทั่ว

“ได้ยินว่า สองกลุ่มจากสำนักศึกษาแดนตะวันตกไม่กล้าแม้แต่จะปริปากต่อหน้าหน่วยฟ่านเทียน ขี้ขลาดเสียจริง”

“ฮ่าๆๆ... หน่วยไร้ลักษณ์ของสำนักศึกษาแดนตะวันตกไม่ใช่ผู้พ่ายแพ้ให้กับหน่วยถูเซียนของพวกเราหรอกหรือ?”

เหยียนเหยาหวนนึกถึงการประลองกับหน่วยไร้ลักษณ์ในปีนั้น สุดท้ายอินซือเยี่ยนเป็นฝ่ายยอมจำนนเอง เพียงเพื่อรักษาชีวิตของสมาชิกสวะคนหนึ่ง เมื่อนึกถึงตรงนี้ นางก็แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ

เหยียนเหยาเงยหน้ามองไปทางเรือนตะวันตก

“ครั้งนี้สำนักศึกษาแดนตะวันตกส่งหน่วยไร้ลักษณ์กับหน่วยไท่ผิงมาใช่หรือไม่?”

เจ้าอ้วนกวางเจิ้นเทียนตอบว่า

“พี่หญิงเหยา ไม่มีหน่วยไท่ผิงขอรับ”

เหยียนเหยาแปลกใจเล็กน้อย

“ไม่มี? เช่นนั้นส่งหน่วยใดมา?”

“เป็นหน่วยใหม่ นามว่าหน่วยซิวหลัว”

“หน่วยซิวหลัว?”

เหยียนเหยาหัวเราะเยาะ

“นี่โผล่มาจากไหนกัน? มิน่าเล่าสองกลุ่มจากสำนักศึกษาแดนตะวันตกถึงได้ขี้ขลาดตาขาวนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสำนักศึกษาแดนเหนือ”

ยามนี้แววตาของเนี่ยสวินไหวระริก เขาหลุบตาลงต่ำเล็กน้อย

ตอนที่เห็นเสิ่นเยียน เขารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

เพราะเขาคิดว่าพวกเสิ่นเยียนยังไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเข้าร่วมแผนการห้าสำนักศึกษาได้ แต่แน่นอนว่า ในเมื่อสำนักศึกษาแดนตะวันตกส่งหน่วยซิวหลัวมา ย่อมต้องมีเหตุผล

เขาเคยเห็นสมาชิกทั้งแปดคนของหน่วยซิวหลัว พวกเขานับเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพมากทีเดียว

“เนี่ยสวิน? เนี่ยสวิน?”

เหยียนเหยาเรียกเนี่ยสวินอยู่หลายคำ เมื่อเห็นว่าเขายังคงเหม่อลอย นางจึงคิดจะยื่นมือไปจับแขนเขา แต่กลับถูกม่านพลังที่มองไม่เห็นขวางกั้นเอาไว้

เนี่ยสวินได้สติ หันกลับมามองเหยียนเหยาด้วยสายตาเรียบเฉย

“มีอันใด?”

“เมื่อครู่เจ้าเหม่อลอย คิดเรื่องใดอยู่หรือ?”

เหยียนเหยามองใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเขา หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย นางจึงปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง

เนี่ยสวินตอบ

“คิดเรื่องเล็กน้อยในหวงซานเต้า”

เนี่ยสวินหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวกับนางว่า

“วันหน้าเจ้าเรียกข้าว่าศิษย์อาเล็กเนี่ย หรือศิษย์อาเล็กจะดีกว่า”

สีหน้าของเหยียนเหยาแข็งค้างไปเล็กน้อย นางรู้ว่าเนี่ยสวินกับบิดาของนาง ซึ่งก็คืออธิการบดีสำนักศึกษาแดนใต้ มีศักดิ์เป็นคนรุ่นเดียวกัน แต่พอนางมองหน้าเขา กลับเรียกคำว่าศิษย์อาเล็กไม่ออก

ในใจของนางก็ไม่ยินดีที่จะเรียกเช่นนั้น

ทั้งที่นางกับเขาก็อายุไล่เลี่ยกัน

เหยียนเหยาเงยหน้าจ้องเนี่ยสวิน กล่าวอย่างจริงจัง

“ตอนนี้เจ้าเป็นสมาชิกในกลุ่มของข้า ข้าเรียกชื่อเจ้าก็สมควรแล้วมิใช่หรือ? รอให้เจ้าออกจากหน่วยถูเซียนเมื่อใด ค่อยเรียกเจ้าว่าศิษย์อาเล็กก็ยังไม่สาย”

เนี่ยสวินได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้กล่าววาจาใด คล้ายกับยอมรับโดยดุษณี

เขากางร่มกระดาษน้ำมัน ก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนใต้

หลังจากเนี่ยสวินเดินห่างออกไปไม่กี่ก้าว มีคนอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้เหยียนเหยา พลางกระซิบว่า

“พี่หญิงเหยา ข้านับถือท่านจริงๆ ท่านถึงกับกล้าปฏิเสธคำแนะนำของศิษย์อาเล็กเนี่ยตรงๆ”

“ข้าเห็นศิษย์อาเล็กเนี่ยทีไร รู้สึกเหมือนเห็นผู้อาวุโสทุกที ถึงเขาจะหล่อเหล่าจนฟ้าดินพิโรธ แต่ข้าก็ไม่กล้าเข้าใกล้เลย”

สมาชิกหญิงคนหนึ่งของหน่วยเพียวเสวี่ยกล่าวด้วยความรู้สึกสะท้านใจ

กวางเจิ้นเทียนหัวเราะ หึๆ

“พวกเจ้าว่า ศิษย์อาเล็กเนี่ยดูเป็นผู้ละกิเลสทางโลกเช่นนี้ ต่อไปเขาจะมีคู่บำเพ็ญเพียรหรือไม่?”

“เลิกพูดได้แล้ว กลับ!”

เหยียนเหยาตวาดสายตาเย็นชามองพวกเขาปราดหนึ่ง

“ขอรับ/เจ้าค่ะ!”

...

ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักเรือนตะวันตก เฉียวรูอี้มองเสิ่นเยียนด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น

“เจ้ารู้จักกับศิษย์อาเล็กเนี่ยหรือ?”

เสิ่นเยียนตอบ

“เคยพบกันครั้งหนึ่งเจ้าค่ะ”

เฉียวรูอี้ร้อง ‘อ๋อ’ ลากเสียงยาวอย่างมีความหมายแฝง ก่อนกล่าวว่า

“ข้ากับเขาก็นับว่าเคยพบกันสามครั้ง แต่เมื่อครู่เขาไม่ได้สังเกตเห็นข้า”

เสิ่นเยียนจับสังเกตน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเฉียวรูอี้ได้ จึงเงยหน้ามองนาง แล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

“ข้ากับเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันเจ้าค่ะ”

“ข้าเชื่อ ข้าเชื่อ”

เฉียวรูอี้รีบกล่าวทันควัน กลัวว่าจะทำให้เสิ่นเยียนขุ่นเคือง เพราะยามที่เสิ่นเยียนทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ จะแผ่แรงกดดันที่มองไม่เห็นออกมา ซึ่งนางรับมือไม่ไหว

“ศิษย์น้องเสิ่น เจ้าเคยได้ยินเรื่องทำเนียบคุณชายและทำเนียบสาวงามหรือไม่?”

เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ไม่เคยเจ้าค่ะ”

เฉียวรูอี้กล่าวว่า

“ทำเนียบทั้งสองนี้จัดอันดับโดยหอฉางชุนแห่งแดนกลาง ทำเนียบคุณชายและทำเนียบสาวงามต่างมีรายชื่ออย่างละสามคน สามคุณชาย ได้แก่ โอรสสวรรค์ อิ๋งฉี  นักพรตหวงซานเต้าเนี่ยสวิน และ ไร้เปรียบผู้เลิศล้ำเฟิงสิง ส่วนสามสาวงาม ได้แก่ โฉมงามล่มเมืองฝูซาน วีรสตรีผู้สง่างามเหยียนเหยา และผู้ฝึกตนหญิงอันดับหนึ่งกงซุนอวิ้น นี่เป็นการจัดอันดับตามรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและความแข็งแกร่ง หากเลือกแค่ความงาม ข้าคิดว่ารูปลักษณ์ของศิษย์น้องเสิ่นต่างหากที่เป็นที่หนึ่ง”

ทว่าความสนใจของเสิ่นเยียนกลับไปอยู่ที่คนผู้หนึ่ง นั่นคือเฟิงสิง

“เฟิงสิงคือผู้ใด?”

เฉียวรูอี้เห็นนางสนใจ จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า

“เฟิงสิงมาจากขุมกำลัง จ้วนเซิงเทียนในแดนกลาง เมื่อสามเดือนก่อน เขาใช้กำลังเพียงลำพังสังหารผู้อาวุโสระดับขอบเขตเทียนขั้นเจ็ดของเซิ่งป่าวจนเสียชีวิต ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ประกอบกับรูปลักษณ์ที่งดงามเหนือใต้หล้า จึงได้รับฉายาคุณชายและกลายเป็นหนึ่งในสามคุณชาย แม้เฟิงสิงจะปรากฏตัวน้อยมาก แต่ชื่อเสียงของเขาก็ยังคงอยู่เสมอ”

เสิ่นเยียนหลุบตาลงครุ่นคิด

จะเป็นเขาหรือไม่นะ?

จบบทที่ ตอนที่ 287 สามคุณชาย

คัดลอกลิงก์แล้ว