- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 271 เขาที่เมามาย
ตอนที่ 271 เขาที่เมามาย
ตอนที่ 271 เขาที่เมามาย
จูเก่อโย่วหลินลอบส่งกระแสเสียงหาจูเก่อเวยหราน
"พี่เจ็ด วันหน้าท่านต้องระวังพวกเขาให้ดี อย่าได้ถูกพวกเขาหลอกเชียวนะ! พวกเขาน่ะร้ายกาจมาก ฆ่าคนวางเพลิงทำได้ทุกอย่าง! พวกเขายังชอบหลุมพรางข้าอยู่บ่อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะข้าฉลาด ข้าต้องถูกพวกเขาหลอกจนหมดตัวแน่"
เมื่อกล่าวถึงตอนท้าย น้ำเสียงของเขาก็แฝงความภาคภูมิใจขึ้นมาจางๆ
จูเก่อเวยหรานได้ยินดังนั้นจึงแกล้งส่งกระแสเสียงตอบกลับไป
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็อย่าไปอยู่กับพวกเขาเลย ถอนตัวออกจากกลุ่มอสูรเสียเถอะ"
จูเก่อโย่วหลินได้ฟังก็ตกใจจนสะดุ้งโหยง
เขาโต้กลับทันควัน
"เป็นไปไม่ได้!"
ประโยคนี้ไม่ได้ส่งผ่านกระแสเสียง แต่หลุดออกมาจากปากของเขาโดยตรง ทำให้ดึงดูดความสนใจของพวกเสิ่นเยียนทันที
เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้น
"อะไรที่เป็นไปไม่ได้?"
จูเก่อเวยหรานหัวเราะพลางช่วยแก้ต่างให้จูเก่อโย่วหลิน
"ข้าบอกว่าจะขอเป็นเจ้ามือ เขาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ข้าเลี้ยง"
จูเก่อโย่วหลินหัวเราะแห้งๆ สองสามเสียง
"เป็นเช่นนั้นแหละ ข้าจะให้พี่เจ็ดเลี้ยงได้ยังไง! เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอก"
เจียงเสวียนเยว่แค่นเสียงเยาะ
"โฮ่ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีวันที่เจ้าใจป้ากับเขาเป็นเหมือนกัน"
"ฮึ อย่ามาดูถูกข้านะ!"
จูเก่อโย่วหลินกอดอก
เหตุการณ์แทรกเล็กๆ นี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่าในฐานะคนนอก จูเก่อเวยหรานมองออกว่าแท้จริงแล้วจูเก่อโย่วหลินชอบที่ได้อยู่ในกลุ่มอสูรนี้มาก
บางที นี่อาจเป็นเพราะอุดมการณ์ที่ตรงกันกระมัง
ผ่านไปไม่นาน อาหารรสเลิศและสุราชั้นดีก็ถูกยกมาเสิร์ฟ พวกเขาเริ่มลงมือรับประทานพลางพูดคุยกัน
จูเก่อเวยหรานมีแววตาอ่อนโยน เขายิ้มกล่าว
"ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้าได้รับโควตาเข้าร่วมโครงการห้าสถาบันแล้ว ยินดีด้วยนะ หวังว่าการไปครั้งนี้พวกเจ้าจะกอบโกยความสำเร็จกลับมาได้อย่างเต็มที่ และกลับมาอย่างปลอดภัย"
กล่าวจบ เขาก็ยกจอกสุราขึ้น
พวกเสิ่นเยียนเองก็หยิบจอกสุราขึ้นมา ยิ้มและชนจอกกับเขาผ่านอากาศ
"ขอบคุณสำหรับคำอวยพร"
นัยน์ตาของเพ่ยอู๋ซูฉายแววอ้างว้างสายหนึ่งพาดผ่าน ทว่าเพียงชั่วพริบตาก็กลับคืนสู่สีหน้าปกติ เขายกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด รสสัมผัสเผ็ดร้อนของสุราทำให้เขาสำลัก
"แค่กๆ"
"เจ้าดื่มเหล้าไม่เป็นรึ?"
เซียวเจ๋อชวนมองแก้มที่แดงระเรื่อจากการสำลักของเพ่ยอู๋ซูด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
จูเก่อโย่วหลินร้องเสียงหลง
"อะไรนะ? เพ่ยอู๋ซู หรือว่าเจ้าไม่เคยดื่มเหล้ามาก่อน?"
เพ่ยอู๋ซูอธิบาย
"เคย แต่ดื่มน้อยมาก"
ตัวเขาในอดีตไม่ชอบรสชาติของสุรา ตอนนี้ที่อยากดื่ม เป็นเพราะได้ยินมาว่าสุราสามารถคลายทุกข์ได้ เขาจึงอยากลองเมามายดูสักครั้ง
"แล้วทำไมจู่ๆ ถึงอยากดื่มขึ้นมาล่ะ?"
เจียงเสวียนเยว่คีบหมูน้ำแดงชิ้นหนึ่ง พลางกินพลางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
น้ำเสียงของเพ่ยอู๋ซูราบเรียบ
"ก็แค่อยากดื่ม"
จูเก่อโย่วหลินหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง
"ไม่ชอบมาพากล เพ่ยอู๋ซู เจ้าดูแปลกๆ ไป! เจ้าถูกอธิการบดีด่ามาจริงๆ ใช่ไหม? หรือว่าถูกอธิการบดีลงโทษ? ไม่อย่างนั้น หลังจากเจ้ากลับมาจากที่พักของอธิการบดีเมื่อวาน เจ้าก็ดูเหมือนจะซึมเศร้าไปหน่อยนะ"
"เปล่าสักหน่อย"
หัวใจของเพ่ยอู๋ซูบีบแน่น เขารินสุราให้ตนเองอีกครั้ง จิบดื่มทีละคำ คิ้วขมวดมุ่น ทั้งที่เขาไม่ชอบรสชาตินี้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังคงดื่มต่อไปราวกับต้องการทรมานตนเอง
พวงแก้มของเขามีสีแดงระเรื่อแต่งแต้มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
จูเก่อโย่วหลินเห็นเขาไม่ยอมเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับอธิการบดี จึงไม่ได้ซักไซ้ต่อ เพราะเขารู้ดีว่าคนอย่างเพ่ยอู๋ซูปากแข็งจะตาย แถมมีเรื่องอะไรก็ชอบเก็บงำไว้ในใจคนเดียว
เสิ่นเยียนมองเพ่ยอู๋ซู เห็นเพียงแก้มและใบหูของเพ่ยอู๋ซูแดงก่ำ นัยน์ตาดูเหมือนจะเริ่มมีความเมามายเจืออยู่บ้างแล้ว
เพ่ยอู๋ซูยังคิดจะรินสุราต่อ แต่ถูกเสิ่นเยียนใช้มือข้างหนึ่งกดกาน้ำชาเอาไว้
"ข้าจะดื่ม..."
เพ่ยอู๋ซูพยายามจะงัดมือของเสิ่นเยียนที่วางอยู่บนกาสุราออก
เสิ่นเยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เลิกดื่มได้แล้ว เจ้าเมาแล้วนะ"
"ไม่ ข้ายังไม่เมา"
เพ่ยอู๋ซูเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าเรียบๆ ของเขาดูเหมือนจะมีความเปราะบางเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน ดูน่าสงสารจับใจ
เขาไม่เมา หากเมาแล้ว ไฉนเขาถึงยังเจ็บปวดเพียงนี้? ความเจ็บปวดนี้ยิ่งทวีความชัดเจน ราวกับคว้านหัวใจของเขาออกมาจนเหวอะหวะโชกเลือด
ภาพของเสิ่นเยียนและเซียวเจ๋อชวนเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นบุคคลที่เขาคะนึงหาที่สุดในดวงใจ ขอบตาของเขาเปียกชื้น ยื่นมือออกไปคว้าแขนของเสิ่นเยียนเอาไว้แน่น
"ท่านแม่..."
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ
ฉากนี้ทำเอาพวกจูเก่อโย่วหลินถึงกับมึนงง พวกเขาไม่ได้หัวเราะเยาะ เพราะท่าทีของเพ่ยอู๋ซูไม่เหมือนคนเมาอาละวาด พวกเขาต่างสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าของเขาไม่มากก็น้อย
เพ่ยอู๋ซูคิดถึงท่านแม่หรือ?
ก็จริง ท่านพ่อท่านแม่ของเพ่ยอู๋ซูน่าจะอยู่ที่แดนเหนือในเวลานี้ ไม่ได้เจอกันนานขนาดนี้ ก็คงจะรู้สึกใจหายอยู่บ้าง
แต่ก็ไม่น่าจะเศร้าโศกเสียใจขนาดนี้กระมัง?
สติของเพ่ยอู๋ซูแจ่มชัดขึ้นมาไม่กี่วินาที เมื่อมองเห็นชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ท่านแม่ของตน แต่เป็นเสิ่นเยียน เขาก็หลุบตาลงอย่างหม่นหมอง
เขาปล่อยมือจากแขนของเสิ่นเยียน ลุกพรวดขึ้นยืน นัยน์ตาเริ่มเหม่อลอย ร่างกายโงนเงนเล็กน้อย คิดจะเดินมุ่งหน้าไปทางประตู ทว่ายังไม่ทันที่พวกเสิ่นเยียนจะตอบสนอง ก็ได้ยินเสียง ตุ้บ ดังสนั่น เพ่ยอู๋ซูล้มฟุบลงไปกับพื้นดื้อๆ อย่างนั้น
พวกเสิ่นเยียน
"..."
จูเก่อโย่วหลินชี้ไปที่เพ่ยอู๋ซู
"เขาดื่มไปกี่จอก?"
เซียวเจ๋อชวนตอบหน้านิ่ง
"สามจอก"
"เมาเร็วชะมัด!"
จูเก่อโย่วหลินตกตะลึง เขาขยับตัวลุกขึ้น เดินไปนั่งยองๆ ข้างกายเพ่ยอู๋ซู ยื่นมือหมายจะตบแก้มเพ่ยอู๋ซูเพื่อดูว่ายังมีสติอยู่หรือไม่
กร๊อบ!
"อ๊ากกก! เจ็บๆๆ!"
จูเก่อโย่วหลินกรีดร้องเสียงหลง มือของเขาถูกเพ่ยอู๋ซูคว้าหมับแล้วบิดอย่างแรง น่าจะกระดูกร้าวไปแล้ว
เพ่ยอู๋ซูพลันเบิกตาโพลง ก้นบึ้งนัยน์ตาสาดประกายจิตสังหาร เขาโถมตัวเข้าใส่จูเก่อโย่วหลินด้วยสีหน้าดุร้าย กดจูเก่อโย่วหลินลงกับพื้น ในมือทำท่าทางเหมือนกำดาบ แล้วใช้ดาบนั้นแทงเข้าที่ตำแหน่งหัวใจของจูเก่อโย่วหลิน
ผัวะ!
เสียงกระแทกหนักหน่วง หน้าอกของจูเก่อโย่วหลินถูกหมัดของเพ่ยอู๋ซูซัดเข้าเต็มเปา
เพราะในมือของเพ่ยอู๋ซูไม่ได้มีดาบอยู่จริงๆ
จูเก่อโย่วหลินถูกทุบจนแทบกระอักเลือด บาดแผลที่เดิมทีสมานกันดีแล้วปริแตกออกมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดทำเอาใบหน้าของเขาซีดเผือด เขากด่าทอด้วยความเดือดดาล
"เพ่ยอู๋ซู ไอ้ขี้เมาบ้าเลือด!"
จากนั้น เขาก็ยกขาถีบเพ่ยอู๋ซูจนกระเด็น
เสียงโครมดังสนั่น เพ่ยอู๋ซูถูกถีบกระเด็นไปกระแทกประตูห้องส่วนตัวแล้วสลบเหมือดไป
"มือข้าหักแล้ว!"
จูเก่อโย่วหลินเจ็บจนแยกเขี้ยวยิงฟัน เขารีบหันไปมองเจียงเสวียนเยว่เป็นคนแรก ขอความช่วยเหลืออย่างร้อนรน
"ท่านย่า ช่วยดูมือให้ข้าเร็วเข้า!"
สำหรับจูเก่อโย่วหลินแล้ว มือของเขาถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งชีพ
เซียวเจ๋อชวนกลั้นขำไม่อยู่ จนหัวเราะออกมา
"จะรีบไปทำไม?"
เจียงเสวียนเยว่ซดน้ำแกงคำสุดท้ายจนหมด ถึงค่อยลุกเดินไปหาจูเก่อโย่วหลินเพื่อดูมือให้เขา
"ดูเพ่ยอู๋ซูสิ"
"อะไร? เขาไม่ใช่ว่าสลบไปแล้วเหรอ?"
แม้จูเก่อโย่วหลินจะพูดแบบนั้น แต่ก็ยอมหันไปมองเพ่ยอู๋ซู และในจังหวะนี้เอง ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมาจากมือของเขาอย่างฉับพลัน พร้อมกับเสียงกระดูกเคลื่อนที่ เขาแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
จูเก่อโย่วหลินสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ
"เจียงเสวียนเยว่ เจ้ากะจะเอาให้ตายเลยหรือไง?"
"ตายง่ายขนาดนั้นเชียว?"
เจียงเสวียนเยว่แค่นหัวเราะ นางถ่ายทอดพลังปราณเพื่อรักษาชิ้นกระดูกมือที่แตกร้าวให้เขาพลางกล่าวว่า
"เห็นแก่ที่ครั้งนี้เจ้าเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าว จะไม่คิดค่ารักษาพยาบาลก็แล้วกัน"
จูเก่อโย่วหลิน
"...".