- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 258 ดุเดือดเลือดพล่าน
ตอนที่ 258 ดุเดือดเลือดพล่าน
ตอนที่ 258 ดุเดือดเลือดพล่าน
พลังแห่งจิตศาสตราหอกยาวระเบิดออกดังกึกก้อง ซัดร่างของผู้ที่มีฝีมือต่ำต้อยจนกระเด็นลงไปกองกับพื้นทั้งหมด
พายุคลั่งโหมกระหน่ำ เม็ดทรายปลิวว่อน!
"ขั้นปฐพีระดับสิบ! เป็นไปได้อย่างไร?!"
หวังอวี่ หัวหน้ากลุ่มเพลิงศักดิ์สิทธิ์เผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าอวี๋ฉางอิงจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
"กลัวแล้วหรือ?"
อวี๋ฉางอิงเชิดใบหน้าอันงดงามขึ้น ทว่าวาจากลับแฝงไปด้วยความอันธพาล นางก้าวเดินตรงเข้าไปหาพวกเขาที่ละก้าว หอกยาวในมืออัดแน่นไปด้วยพลังจิตศาสตราอันกล้าแข็ง เสียง 'วิ้ง' ดังขึ้น คลื่นลมปราณระเบิดออก บีบให้พวกเขาต้องถอยร่นไปหลายก้าว
"แม่ชอบพวกเจ้าที่สุดเลย"
"ชอบ... จนอยากจะซัดพวกเจ้าให้พิการไปเลย!"
"สามหาว!"
หวังอวี่กำขลุ่ยหยกในมือแน่น จ้องมองอวี๋ฉางอิงด้วยสายตาอำมหิต เขาเป่าขลุ่ยหยกทันที เสียงขลุ่ยดังขึ้น
ชั่วพริบตาเดียว
พายุทรายตลบอบอวล ม้วนตัวก่อกำเนิดเป็นพายุหมุนสามลูกที่มีอานุภาพรุนแรง โอบล้อมเข้าใส่อวี๋ฉางอิงทันที
อวี๋ฉางอิงเห็นดังนั้น มุมปากก็กระตุกยิ้ม นางตวัดหอกยาวในมือเข้าใส่พายุหมุนทั้งสาม เสียงระเบิด 'ปัง ปัง ปัง' ดังสนั่น
พายุหมุนทั้งสามลูกถูกทำลายสิ้น
รูม่านตาของหวังอวี่หดเกร็งลงเล็กน้อย เขารีบเปลี่ยนท่วงทำนองเพลงขลุ่ย จากการควบคุมวัตถุธาตุ เปลี่ยนเป็นการโจมตีทะเลจิตวิญญาณของฝ่ายตรงข้าม
เมื่ออวี๋ฉางอิงได้ยินเสียงขลุ่ย ทะเลจิตวิญญาณของนางก็เริ่มเจ็บปวด
แต่ในขณะนั้นเอง
เสียงดีดฉิน เจิง เจิง เจิง ก็ดังแทรกขึ้นมา
ความรู้สึกไม่สบายในทะเลจิตวิญญาณของอวี๋ฉางอิงมลายหายไปในทันที
สีหน้าของหวังอวี่เปลี่ยนไป สายตาของเขาจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งดีดสายฉินอยู่บนเก้าอี้ทันที เด็กหนุ่มผู้นั้นสวมชุดเครื่องแบบของสำนัก บนใบหน้าสวมหน้ากากสีเงินครึ่งซีก เผยให้เห็นใบหน้าอีกครึ่งที่ไร้ตำหนิ มุมปากของเขาอมยิ้มบางเบา ยามที่เขาเงยหน้าขึ้น แววตาดูเหมือนจะซ่อนกลิ่นอายอันตรายที่คาดเดาไม่ได้เอาไว้ ทำให้ผู้คนที่มองมารู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง
หวังอวี่ย่อมรู้จักเวินอวี้ชู
เพราะเวินอวี้ชูเองก็เป็นผู้ใช้วิชาเสียง และยังมีพรสวรรค์ที่โดดเด่น
เวินอวี้ชูใช้เสียงฉินช่วยอวี๋ฉางอิงต้านทานการโจมตีจากเสียงขลุ่ยของเขา
หวังอวี่เกิดความรู้สึกว่าได้เจอคู่ปรับ เขาจึงเปลี่ยนทำนองเพลงขลุ่ยทันที เสียงเพลงเริ่มดุดันและรุกเร้า ฟังดูบาดหูยิ่งนัก
ทว่าเสียงฉินของเวินอวี้ชูกลับค่อยๆ ช้าลง แฝงไปด้วยความนุ่มนวลอ่อนโยน
ใช้ความอ่อนสยบความแข็ง
บทเพลงของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ เข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด
ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในบริเวณนั้นพลอยโดนลูกหลงไปด้วย
บางคนที่พลังจิตวิญญาณไม่อาจต้านทานได้ ถึงกับเลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ด หรือกระทั่งหมดสติไป
ยิ่งเป่าขลุ่ย หวังอวี่ก็ยิ่งรู้สึกว่าเวินอวี้ชูช่างน่ากลัวเหลือเกิน เสียงฉินของเด็กหนุ่มผู้นี้บางครั้งก็แฝงไปด้วยกลิ่นอายของมารร้าย แต่กลับไร้ร่องรอยให้สืบสาวและพิสูจน์ได้
ระดับพลังของเวินอวี้ชูอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับเก้า ชัดเจนว่าต่ำกว่าเขาอยู่หนึ่งระดับย่อย แต่เขากลับไม่สามารถเอาชนะเวินอวี้ชูได้
ในขณะเดียวกัน อวี๋ฉางอิงถูกห่อหุ้มด้วยเกราะกลกาย จนกลายร่างเป็นมนุษย์เหล็กอันกำยำ ทันทีที่เห็นภาพนี้ จูเก่อโย่วหลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เขารู้สึกว่าเกราะของอวี๋ฉางอิงชุดนี้ช่างเท่บาดใจเสียจริง!
รูปลักษณ์มนุษย์เหล็กกำยำของอวี๋ฉางอิง บวกกับนิสัยที่ขัดแย้งกับหน้าตาของนาง ทำให้ชายหนุ่มรุ่นเยาว์ที่เคยหวั่นไหว หัวใจแตกสลายกลายเป็นผุยผง ทิ้งรอยแผลในใจที่ยากจะลบเลือนเอาไว้
ทว่า กลับมีคนผู้หนึ่งที่ชอบอวี๋ฉางอิงมากขึ้นไปอีก
คนผู้นั้นคือสมาชิกของกลุ่มเพลิงศักดิ์สิทธิ์ นามว่าเคอจื้อหย่วน
เคอจื้อหย่วนคิดในใจว่า หากต้องการเรียกร้องความสนใจจากอวี๋ฉางอิง ก็ต้องไปป้วนเปี้ยนอยู่ตรงหน้านาง ทำให้นางจดจำเขาได้อย่างแม่นยำ
ฝีมือของเคอจื้อหย่วนไม่เลว ระดับพลังอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับเก้า เขากระชับดาบยาวในมือ พุ่งเข้าโจมตีไปทางอวี๋ฉางอิง
แต่ทว่ากลางทาง กลับถูกคนผู้หนึ่งโผล่เข้ามาสกัดกั้นการโจมตี
ดาบสองเล่มปะทะกัน!
เคอจื้อหย่วนมองเห็นผู้มาใหม่ชัดเจน นั่นคือเซียวเจ๋อชวนแห่งกลุ่มซิวหลัว
แผนการของเคอจื้อหย่วนถูกขัดขวาง สีหน้าของเขาขรึมลงทันที ทันใดนั้นเขาก็คิดจินตนาการไปเอง พลางจ้องมองเซียวเจ๋อชวนด้วยสายตาคมกริบ
"เจ้าชอบนางใช่หรือไม่?"
เซียวเจ๋อชวนตั้งตัวไม่ทัน
"ใคร?"
"อย่ามาแสร้งทำไขสือ!"
เคอจื้อหย่วนกล่าวเสียงต่ำ จากนั้นจึงตวัดดาบยาวฟันเข้าใส่เซียวเจ๋อชวนอย่างแรง เสียง เคร้ง ดังสนั่น คลื่นดาบของทั้งสองปะทะกันจนเกิดกระแสลมรุนแรง กระแทกให้ทั้งคู่ต้องถอยหลังไปคนละครึ่งก้าว
ในเวลานี้ เจียงเสวียนเยว่ จูเก่อโย่วหลิน และฉือเยว่ ต่างก็กระโจนเข้าสู่สมรภูมิเช่นกัน
ห้ากลุ่มรวมกันมีจำนวนคนมากถึงสี่สิบกว่าคน ดังนั้นความอันตรายที่พวกเขามอบให้จึงสูงยิ่งขึ้น
เสิ่นเยียนสะบัดมือเรียวงาม กระบี่เทพหงสาปรากฏขึ้นในมือ ร่างบางเคลื่อนไหวรวดเร็ว เข้าร่วมการต่อสู้ทันที นางลงมือรวดเร็ว รุนแรง และแม่นยำ!
เพียงกระบี่เดียวที่รวดเร็วดุจสายลม ก็ซัดคนจำนวนหนึ่งลงไปกองกับพื้น
เสิ่นเยียนเผชิญหน้ากับหัวหน้ากลุ่มกลุ่มหนึ่ง หัวหน้ากลุ่มผู้นั้นเป็นหญิงสาวรุ่นเยาว์ ระดับพลังอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับเจ็ด และเป็นนักสร้างค่ายกล
"ค่ายกลทรายไหล!"
หัวหน้ากลุ่มหญิงรีบประสานอิน ค่ายกลหนึ่งก็ครอบคลุมเข้าใส่เสิ่นเยียนทันที
เสิ่นเยียนดวงตาฉายแววเข้มข้น พลิกข้อมือเล็กน้อย กระชับกระบี่แน่นแล้วฟันเข้าใส่ตาค่ายกลอย่างแรง แสงกระบี่พุ่งวาบดุจดาวตก
ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้น ค่ายกลทรายไหลถูกทำลาย
หัวหน้ากลุ่มหญิงเห็นดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไป นางรีบประสานอินสร้างค่ายกลคู่ขึ้นมาพร้อมกัน หมายจะพันธนาการเสิ่นเยียนเป็นชั้นๆ
"ค่ายกลฝนธนู!"
"ค่ายกลเคลื่อนย้ายวิญญาณเฉียนคุน!"
ลูกธนูพลังวิญญาณนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากค่ายกล ตรงเข้าใส่เสิ่นเยียนในพริบตา
เสิ่นเยียนใช้กระบี่สร้างอาณาเขต ปัดป้องการโจมตีอันรุนแรงของลูกธนูวิญญาณ
เพียงแต่ในวินาทีถัดมา ค่ายกลเคลื่อนย้ายวิญญาณเฉียนคุนอีกวงหนึ่งก็ทำงานพร้อมกัน เสิ่นเยียนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังวิญญาณของตนกำลังถูกค่ายกลดูดออกไป และพลังวิญญาณที่ถูกดูดไปนั้น ก็ถูกส่งต่อไปยังร่างของหัวหน้ากลุ่มหญิงผู้นั้น
แววตาของเสิ่นเยียนเย็นเยียบ ทั่วร่างระเบิดเปลวเพลิงอันกล้าแข็งออกมา เดินย่ำไปบนกองเพลิง กระบี่เทพหงสาราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับนาง พริบตาเดียว หงส์เพลิงก็ปรากฏขึ้นบนตัวกระบี่
แรงกดดันมหาศาล ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วทิศ!
เสิ่นเยียนกุมกระบี่ด้วยสองมือ ตวัดฟันเข้าใส่ค่ายกลเคลื่อนย้ายวิญญาณเฉียนคุน
"หงส์เพลิงสะบั้น—"
สิ้นเสียงคำราม เงาร่างหงส์เพลิงสีแดงฉานก็พุ่งทะยานแหวกอากาศ เข้าโจมตีค่ายกลเคลื่อนย้ายวิญญาณเฉียนคุนด้วยความเร็วที่ไม่อาจปิดหูทัน เสียงระเบิด ตูม ดังสนั่นหวั่นไหว ค่ายกลเคลื่อนย้ายวิญญาณเฉียนคุนพังทลายลงในพริบตา
หัวหน้ากลุ่มหญิงหน้าถอดสี นางรีบมองหาเสิ่นเยียน แต่ทว่า... เสิ่นเยียนไม่ได้อยู่ที่เดิมเสียแล้ว!
หายไปไหนแล้ว?!
ทันใดนั้น รูม่านตาของหัวหน้ากลุ่มหญิงก็หดเกร็ง รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งรับ หลังคอของนางก็เจ็บแปลบ แล้วถูกทุบจนสลบเหมือดไป
เสิ่นเยียนเคลื่อนไหวไปทั่ววงล้อมการต่อสู้ จัดการโค่นล้มผู้คนไปไม่น้อย
ทางด้านเผยอู๋ซูเองก็เช่นกัน เมื่อลงมือแล้ว ไม่มีใครที่จัดการไม่ได้
ทว่า ไพ่ตายและพลังที่แท้จริงของพวกเขายังไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมา
ในขณะนั้นเอง หวังอวี่ หัวหน้ากลุ่มเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังเป่าขลุ่ยอยู่ก็ชะงักกึก เขาพ่นเลือดออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดน่าเกลียด อดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทีอ่อนแรง นิ้วมือที่กำขลุ่ยหยกสั่นระริก
เขาพ่ายแพ้แล้ว แพ้ให้กับเด็กหนุ่มที่ชื่อเวินอวี้ชู
ส่วนเคอจื้อหย่วนแห่งกลุ่มเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ก็เกือบจะกลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบของเซียวเจ๋อชวน!
สมาชิกของทั้งห้ากลุ่ม แทบจะพ่ายแพ้จนหมดสิ้น
แต่ในจังหวะนั้นเอง
จู่ๆ ก็มีเงาร่างหลายสายปรากฏขึ้น พุ่งตรงเข้าใส่สมาชิกกลุ่มซิวหลัวทั้งแปด คนที่เป็นผู้นำซัดฝ่ามือใส่เซียวเจ๋อชวนจนกระเด็น
ในขณะที่เซียวเจ๋อชวนกำลังจะล้มลง เสิ่นเยียนก็พุ่งตัวเข้าไป ใช้มือประคองเซียวเจ๋อชวนเอาไว้ ที่มุมปากของเซียวเจ๋อชวนมีเลือดไหลซึมออกมา
เซียวเจ๋อชวนหันไปมองเสิ่นเยียน ข่มความเจ็บปวดที่หน้าอก ยืนหยัดกายตรง นิ้วทั้งห้ากำด้ามดาบแน่น
"ข้าไม่เป็นไร"
"กลุ่มไท่ผิง!"
กลุ่มไท่ผิงมีสมาชิกทั้งหมดเก้าคน แม้หน้าตาจะไม่ใช่หนุ่มหล่อสาวงาม แต่พวกเขากลับดูมีราศีและบารมี อีกทั้งล้วนเป็นผู้ฝึกตนสายโจมตีหนักที่ไม่อาจดูแคลนได้
'เกิ่งเกาจวิ้น' หัวหน้ากลุ่มไท่ผิง รูปร่างสูงใหญ่กำยำ บนบ่าแบกขวานยักษ์ สายตาจ้องมองกลุ่มซิวหลัวทั้งแปดอย่างเหยียดหยาม พลางแค่นหัวเราะเย็น
"กลุ่มซิวหลัวของพวกเจ้าทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาไปหน่อยหรือไม่? รู้เอาไว้ซะว่า ที่นี่นอกจากกลุ่มอู๋เซี่ยงแล้ว กลุ่มไท่ผิงของพวกเราแข็งแกร่งที่สุด คนที่จะทำตัวเด่นได้ควรจะเป็นพวกเรา พวกเจ้ามันจะนับเป็นตัวอะไรได้?"