- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 256 ฉายแววเก่งกาจ
ตอนที่ 256 ฉายแววเก่งกาจ
ตอนที่ 256 ฉายแววเก่งกาจ
รูม่านตาของฮั่วว่านเฉินหดเกร็งฉับพลัน เมื่อเห็นสัตว์อัญเชิญทั้งสามตัวที่เขาทำสัญญาด้วย กลายสภาพเป็นเพียงเศษเนื้อกระจัดกระจายอยู่ตรงหน้า เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
"พรวด"
ฮั่วว่านเฉินกระอักเลือดเสียออกมาคำโต เขาได้รับผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรง ลมปราณและโลหิตไหลย้อนกลับ ใบหน้าพลันซีดเผือดไร้สีเลือด
"ท่านพี่!"
ฮั่วเป่าเอ๋อร์สังเกตเห็นท่าทีไม่สู้ดีของฮั่วว่านเฉิน จึงรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างของเขาขึ้นมาทันที
ร่างกายของฮั่วว่านเฉินสั่นเทาไม่หยุด ในฐานะผู้อัญเชิญ เมื่อสัตว์อัญเชิญที่ทำสัญญาด้วยตกตาย ย่อมได้รับบาดเจ็บสาหัสตามไปด้วย ตอนนี้แม้แต่จะรวบรวมพลังวิญญาณ เขาก็ยังทำได้อย่างยากลำบากยิ่ง
ดวงตาของฮั่วว่านเฉินแดงก่ำ หัวใจเจ็บปวดรวดร้าว สัตว์อัญเชิญที่เขาทำสัญญาด้วยมาเนิ่นนาน กลับต้องมาตายลงเช่นนี้!
เขาเงยหน้าขึ้นมองตัวต้นเหตุ... จูเก่อโย่วหลิน
ทว่าจูเก่อโย่วหลินกลับไม่ได้ใส่ใจสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ระหว่างคิ้วฉายแววความมั่นใจและความอหังการ สองมือขยับเชิดด้ายวิญญาณอย่างคล่องแคล่ว
ฝั่งฉีหลิงซวนและคนอื่น ๆ กลับตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลาว่าอวัยวะส่วนใดในร่างกายจะถูกเฉือนขาดหรือไม่
"จูเก่อโย่วหลิน เจ้ามันปีศาจ!"
ฉีหลิงซวนยกกระบี่ขึ้นต้านรับการโจมตีจากด้ายวิญญาณ แขนและต้นขาของนางล้วนถูกด้ายวิญญาณบาดลึก แม้แต่แก้มก็ยังพลาดท่าถูกบาดจนเป็นแผล นางเคียดแค้นจูเก่อโย่วหลินจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ กัดฟันกรอดพลางเอ่ยออกมา
"ปีศาจงั้นรึ?"
สีหน้าของจูเก่อโย่วหลินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้ม
"ถูกต้อง นายน้อยผู้นี้แหละคือซิวหลัวปีศาจ! ข้าขอเตือนให้พวกเจ้ารีบยอมแพ้เสียเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าลงมือไร้ปรานี! แม้จะฆ่าพวกเจ้าไม่ได้ แต่ทำให้แขนขาขาด... นายน้อยผู้นี้ยังพอมีฝีมือทำได้อยู่!"
เมื่อได้ยินคำขู่นี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มเกิดความคิดที่จะถอยหนี
แต่ในจังหวะนั้นเอง ลิ่งหูว่างไม่รู้ว่าโผล่มาอยู่ด้านหลังจูเก่อโย่วหลินตั้งแต่เมื่อใด เขาเงื้อกระบี่ยาวฟาดฟันเข้าใส่จูเก่อโย่วหลินทันที
จูเก่อโย่วหลินไหวตัวทันและรีบหลบหลีก แต่ก็ยังถูกลิ่งหูว่างแห่งกลุ่มชื่อหยางฟันเข้าที่แขนจนเลือดสด ๆ ไหลทะลัก
จูเก่อโย่วหลินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
ลิ่งหูว่างไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินหน้าโจมตีจูเก่อโย่วหลินอย่างดุดัน
จูเก่อโย่วหลินทำได้เพียงหลบซ้ายเลี่ยงขวา ด้วยระดับพลังของเขาอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับห้า ขณะที่ลิ่งหูว่างอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับแปด ซึ่งสูงกว่าเขาถึงสามระดับย่อย
"ลิ่งหูว่าง ตัดแขนมันซะ!"
ฉีหลิงซวนส่งกระแสเสียงด้วยความโกรธแค้นไปหาลิ่งหูว่าง
จูเก่อโย่วหลินใช้มือเชิดด้ายวิญญาณไม่ใช่หรือ? ขอแค่ไม่มีมือ ดูซิว่าต่อไปมันจะยังทำตัวกร่างได้อีกไหม!
ดีไม่ดี กลุ่มซิวหลัวอาจเห็นว่าเขาเป็นตัวถ่วงแล้วขับไล่ออกจากกลุ่ม
เมื่อคิดได้เช่นนั้น อารมณ์ของฉีหลิงซวนก็ดีขึ้นมาบ้าง
ทว่าเมื่อได้ยินคำสั่งผ่านกระแสเสียง ลิ่งหูว่างกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ได้มีความแค้นเคืองต่อกลุ่มซิวหลัวมากขนาดนั้น และไม่อยากทำตามคำสั่งของฉีหลิงซวน เพราะเขารู้ดีว่าจูเก่อโย่วหลินมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับคนผู้นั้นใน องค์กรซานทง หากเขาตัดแขนจูเก่อโย่วหลินจริง ก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวและล่วงเกิน องค์กรซานทง
บัญชีนี้คิดอย่างไรก็มีแต่ขาดทุน
ฉีหลิงซวนคิดว่าเขาไม่มีสมองหรือไง?
อีกอย่าง ที่นางส่งกระแสเสียงมา ก็เพื่อจะเผื่อทางหนีทีไล่ให้ตัวเองไม่ใช่หรือ? หากเกิดเรื่องขึ้นจริง นางก็คงปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวได้หมดจด
สิ่งเดียวที่ลิ่งหูว่างต้องการทำในตอนนี้ คือการซัดจูเก่อโย่วหลินให้หมอบราบกองกับพื้นเท่านั้น
จูเก่อโย่วหลินถูกบีบให้ถอยร่นไม่เป็นท่า การต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนสายต่อสู้ระยะประชิดอย่างลิ่งหูว่างทำให้เขาตึงมืออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับพลังที่ต่างกันมาก
เขาบังคับด้ายวิญญาณเข้าโอบล้อมลิ่งหูว่าง
หมายจะพันธนาการอีกฝ่ายไว้
ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ลิ่งหูว่างก็ระเบิดพลังทำลายพันธนาการด้ายวิญญาณจนขาดสะบั้น กระบี่ยาวในมือพุ่งทะยานราวกับมังกรท่องนภา แทงตรงเข้าหาจูเก่อโย่วหลินอย่างไม่อาจต้านทาน
"เสิ่น….."
จูเก่อโย่วหลินยังไม่ทันได้เอ่ยชื่อ เสิ่นเยียน จนจบ ร่างหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นพร้อมกับลูกถีบที่ซัดเขาจนกระเด็นไป
ปัง!
สิ้นเสียงกระแทก ร่างนั้นก็เข้ามาแทนที่ตำแหน่งเดิมของเขา
เคร้ง!
ผู้มาใหม่คือเซียวเจ๋อชวน ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาไร้กิเลส ท่าทีเฉยเมยให้ความรู้สึกเหมือนปฏิเสธผู้คนให้อยู่ห่างไปพันลี้
ดาบยาวจันทร์เสี้ยวในมือของเซียวเจ๋อชวนต้านรับกระบี่ของลิ่งหูว่างเอาไว้ได้
จูเก่อโย่วหลินที่ครึ่งตัวจมลงไปในกองทรายรู้สึกเจ็บแปลบตรงจุดที่ถูกถีบ ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโมโห ตวาดลั่น
"เซียวเจ๋อชวน! เจ้ากล้าถีบข้าเรอะ! ข้ากับเจ้าก็เป็นลิ่วล้อเหมือนกัน ฐานะเท่าเทียมกัน เจ้าใช้สิทธิ์อะไรมาถีบข้า!!!"
เซียวเจ๋อชวนหันข้างมาปรายตามองเขาแวบหนึ่งอย่างเรียบเฉย จากนั้นก็เมินเฉยต่อการมีอยู่ของเขาโดยสิ้นเชิง
จูเก่อโย่วหลิน
"...เจ้าคิดว่าเก๊กท่าเย็นชาแล้วจะลบเลือนความเจ็บปวดทางใจของข้าได้งั้นรึ?"
ในตอนนั้นเอง ลิ่งหูว่างวาดกระบี่ฟันใส่เซียวเจ๋อชวน ทว่าเซียวเจ๋อชวนสวนกลับอย่างรวดเร็ว ดาบเดียวที่ฟาดฟันออกไปอัดแน่นด้วยแรงกดดันแห่งขั้นปฐพีระดับเก้า ซัดลิ่งหูว่างจนกระเด็น
เซียวเจ๋อชวนขยับกาย ยกดาบยาวจันทร์เสี้ยวขึ้นสูงแล้วฟาดกดลงมาอย่างรุนแรง
เคร้ง
ดาบและกระบี่เข้าปะทะกัน!
ลิ่งหูว่างแบกรับแรงกดดันมหาศาล กระบี่ในมือถูกกดต่ำลงเรื่อย ๆ
แววตาของเซียวเจ๋อชวนฉายประกายดุดัน ระเบิดพลังอันแข็งแกร่งออกมาฉับพลัน ฟันกระบี่ในมือลิ่งหูว่างจนหลุดกระเด็น ลิ่งหูว่างหลบไม่ทัน ถูกคมดาบจันทร์เสี้ยวฟาดเข้ากลางอก
ตูม!
ร่างของลิ่งหูว่างร่วงกระแทกพื้น กลางอกปรากฏรอยแผลเป็นทางยาว เลือดเนื้อเละเทะ เขาครางต่ำด้วยความเจ็บปวด เลือดสด ๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก
เซียวเจ๋อชวนไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย อาศัยจังหวะรุกไล่ต่อเนื่อง ใช้สันดาบฟาดเข้าใส่จนอีกฝ่ายสลบเหมือดด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองตามทัน
เป็นอันจัดการไปได้หนึ่งคน
ฉีหลิงซวนเห็นภาพนั้นก็เผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เป็นไปไม่ได้! ลิ่งหูว่างพ่ายแพ้ให้กับเซียวเจ๋อชวนได้อย่างไร?!
เมื่อเพ่งมองให้ดีอีกครั้ง สมาชิกของทั้งสามกลุ่มแทบจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
แม้แต่ลู่จิ่งและชิวหย่าเชี่ยนก็ยังพ่ายแพ้ให้กับฉือเยว่ ส่วนฮั่วว่านเฉินบาดเจ็บสาหัสจากการตีกลับของพลังจนไร้ทางสู้ สำหรับจูเหอโจวและจูเมี่ยวชิงนั้นถูกดอกไม้กินคนของฉือเยว่งับร่างไว้ ดิ้นรนอย่างไรก็ไม่หลุด ได้แต่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
จังหวะนั้น เจียงเสียนเยว่ลากตรีศูลเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉีหลิงซวน พร้อมรอยยิ้มบางเบา
"ฉีหลิงซวน เจ้ากับข้าต่างเป็นนักปรุงยาเหมือนกัน ดังนั้นคู่ต่อสู้ของเจ้าก็ควรจะเป็นข้า"
ระดับพลังของฉีหลิงซวนอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับหก สูงกว่าเจียงเสียนเยว่อยู่หนึ่งระดับย่อยพอดี
ทันทีที่เห็นเจียงเสียนเยว่ แววตาของฉีหลิงซวนก็มืดครึ้มลง
"เจียงเสียนเยว่!"
เจียงเสียนเยว่ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก
"ชู่ว... ข้าจะเริ่มโจมตีเจ้าแล้วนะ"
สิ้นเสียง ร่างของเจียงเสียนเยว่ก็พุ่งออกไป นางใช้มือเดียวควงตรีศูล แทงเข้าใส่ฉีหลิงซวนอย่างโหดเหี้ยม
ฉีหลิงซวนตกใจ รีบเรียกกระบี่ออกมาต้านรับตรีศูล แต่คาดไม่ถึงว่าเพียงแค่ตรีศูลหมุนควงเล็กน้อย
กริ๊ก
พริบตาเดียวก็ทำลายกระบวนท่าป้องกันของนางจนแตกพ่าย ปลายแหลมคมพุ่งตรงเข้าหาลำคอของฉีหลิงซวน
สีหน้าของฉีหลิงซวนเปลี่ยนไป นางเร่งโคจรพลังวิญญาณกางม่านพลังป้องกันขึ้นต้านทานการจู่โจมของตรีศูล แต่ในวินาทีถัดมา เจียงเสียนเยว่ที่มือหนึ่งกุมตรีศูล กลับบิดกายเข้าประชิดด้วยความยืดหยุ่นและคล่องแคล่วผิดมนุษย์ ยกเท้าเตะเข้าที่ศีรษะของฉีหลิงซวนเต็มแรง
ปัง!
พร้อมกับเสียง เพล้ง แผ่วเบา ม่านพลังป้องกันแตกกระจาย ฉีหลิงซวนถูกเตะกระเด็นลงไปกลิ้งคลุกฝุ่นอยู่บนพื้นทราย
เจียงเสียนเยว่พุ่งตามไปติด ๆ สองมือกุมด้ามตรีศูลแล้วปักลงไปอย่างแรงที่ศีรษะของฉีหลิงซวน... หมายถึงพื้นทรายข้าง ๆ ศีรษะ!
"กรี๊ด!"
ฉีหลิงซวนตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ กรีดร้องออกมาเสียงหลง
"ฉีหลิงซวน เจ้าแพ้แล้ว"
ฉีหลิงซวนเบิกตากว้าง นัยน์ตาฉายแววหวาดกลัวและเจ็บใจ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เจียงเสียนเยว่ก็จัดการเตะนางจนสลบไป
สามกลุ่มพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ
ฉากการต่อสู้ระหว่างกลุ่มซิวหลัวกับทั้งสามกลุ่มตกอยู่ในสายตาของอธิการบดีเสวียนอวิ๋นและคนอื่น ๆ
แม้อธิการบดีเสวียนอวิ๋นจะพยายามเก็บอาการ แต่ก็ไม่อาจปิดบังความตกตะลึงในแววตาได้ เขาคิดไม่ถึงเลยว่ากลุ่มซิวหลัวจะเติบโตได้รวดเร็วเพียงนี้ เรียกได้ว่าน่าหวาดหวั่นเลยทีเดียว
กลุ่มซิวหลัวมีแปดคน แต่ตอนนี้เพิ่งเผยฝีมือออกมาแค่สี่คนเท่านั้น
ในตอนที่กลุ่มอู๋เซี่ยงเข้าสถาบันมาใหม่ ๆ ยังไม่มีอัตราการเติบโตที่น่าตกใจขนาดนี้
ความเก่งกาจที่กลุ่มซิวหลัวเผยออกมา ทำให้กลุ่มอื่น ๆ ในที่นั้นอดไม่ได้ที่จะเกิดความหวาดระแวงและป้องกันตัว ทั้งยังทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกอิจฉาริษยาขึ้นมาจับใจ