- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 241 รู้จักประมาณตน
ตอนที่ 241 รู้จักประมาณตน
ตอนที่ 241 รู้จักประมาณตน
แดนใต้ เชาเซิ่งเทียน
กลุ่มซิวหลัวทั้งแปดคนเข้ามาในเชาเซิ่งเทียนได้ครึ่งค่อนวันแล้ว ในช่วงเวลานี้ พวกเขาได้พบเจอกับสิ่งมีพิษนับไม่ถ้วน
เนื่องจากมีฉือเยว่อยู่ด้วย บรรดาหญ้าพิษและดอกไม้พิษทั่วไปจึงไม่กล้าเป็นฝ่ายโจมตีพวกเขา
ทว่าพวกสัตว์พิษที่เหลือส่วนใหญ่นั้น กลับพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่รีรอ
โชคยังดีที่พวกเขายังพอรับมือไหว
เพียงแต่ในระหว่างกระบวนการนี้ เวินอวี้ชูพลาดท่าถูกแมลงพิษกัดเข้า เขาจึงรีบกินยาแก้พิษทันที ทว่าพิษชนิดนี้ไม่อาจขจัดออกได้ในชั่วพริบตา ทำให้ร่างกายของเขามีอาการชาและอ่อนแรงลงบ้าง
แม้แต่การเดินก็ยังช้าลงกว่าเดิมมาก
เพื่อไม่ให้การเดินทางล่าช้า เสิ่นเยียนจึงสั่งให้เซียวเจ๋อชวนแบกเวินอวี้ชูขึ้นหลัง
เซียวเจ๋อชวนสีหน้าแข็งค้าง ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจนัก
เสิ่นเยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าเจ้าได้รับปากจะเป็นลูกน้องที่ยอมตรากตรำทำงานหนักให้พวกเราภายในสามเดือนนี้?"
เซียวเจ๋อชวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น เดินไปหยุดตรงหน้าเวินอวี้ชู แล้วก้มตัวลงเล็กน้อย ทำท่าเตรียมพร้อมจะแบกคน
เวินอวี้ชูเองก็ไม่เกรงใจเช่นกัน
"รบกวนด้วยนะ"
เซียวเจ๋อชวนแบกเวินอวี้ชูขึ้นหลัง
เวินอวี้ชูกระแอมไอเบาๆ ริมฝีปากดูซีดขาวเล็กน้อย
"พวกเราเข้ามาในเชาเซิ่งเทียนได้สักพักใหญ่แล้ว ชนิดของแร่ธาตุที่พบก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าหินเทียนจีที่ว่านั่น ตกลงมันซ่อนอยู่ที่ไหนกันแน่?"
เสิ่นเยียนเงยหน้ากวาดตามองไปรอบๆ
"พวกเจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าที่นี่เริ่มมืดสลัวและชื้นแฉะมากขึ้นเรื่อยๆ? สถานที่ที่มีหินเทียนจี มักจะมีหินหงนีอยู่เป็นจำนวนมาก หินหงนีชอบที่ชื้น หากหาหินหงนีพบ ก็น่าจะระบุตำแหน่งของหินเทียนจีได้"
หินหงนีนั้นไม่มีราคาค่างวดอันใด แต่กลับเปรียบเสมือนหินที่เกิดคู่กันกับหินเทียนจี
ที่ใดมีหินเทียนจี ที่นั่นย่อมมีหินหงนีกระจายอยู่ทั่ว
จูเก่อโย่วหลินก้าวเข้ามาใกล้ พลางเอ่ยขึ้น
"ปัญหาคือ ข้างหน้ามีทางแยกปากถ้ำโผล่มาตั้งหลายทาง แถมแต่ละทางก็ดูมืดและชื้นเหมือนกันหมด แล้วเราจะเลือกไปทางไหนดี?"
เบื้องหน้าปรากฏปากทางเข้าถ้ำถึงห้าทาง บ้างแคบ บ้างกว้าง
นอกจากขนาดที่ต่างกันแล้ว ก็ดูไม่ออกเลยว่ามีความผิดปกติใดๆ
เสิ่นเยียนสีหน้าชะงักไปเล็กน้อย เส้นทางในเทือกเขาเชาเซิ่งเทียนนั้นคดเคี้ยวเลี้ยวลด แถมยังมีจำนวนมากราวกับเขาวงกต การจะหาแร่ชนิดหนึ่งในที่แห่งนี้ ช่างยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ
อวี๋ฉางอิงเสนอความคิดเห็น
"เช่นนั้นพวกเราแยกย้ายกันไปดีหรือไม่?"
เผยอู๋ซูส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
"ไม่ได้ หากพวกเราพลัดหลงกัน หรือไปเจอศัตรูเข้า จะต้องกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่"
อวี๋ฉางอิงแย้ง
"แต่ถ้าไม่แยกกันไป แล้วเลือกเข้าเพียงทางเดียว หากไม่เจอหินเทียนจี ก็เท่ากับเสียเวลาเปล่า ไม่สิ ไม่ใช่แค่เสียเวลา แต่ยังจะผลาญพลังวิญญาณของพวกเราไปด้วย"
หากพลังวิญญาณหมดเกลี้ยงในเชาเซิ่งเทียนแห่งนี้ ก็เท่ากับรอความตายสถานเดียว
เผยอู๋ซูได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเสิ่นเยียน
อยากรู้ว่าเสิ่นเยียนมีความคิดเห็นอย่างไร
"ไม่ต้องรีบร้อน ข้ามีวิธี"
เสิ่นเยียนเงยหน้ามองพวกเขาพร้อมรอยยิ้มบางๆ
นางใช้วิชาอัญเชิญอีกครั้ง เรียกไก่ดำอัคคีหลากสีออกมาห้าตัว
"กุ๊กๆๆ!"
ไก่ทั้งห้าตัวกระพือปีกพั่บๆ เดินวนไปวนมา
เสิ่นเยียนอธิบาย
"ข้าจะให้พวกมันเข้าไปสำรวจดูล่วงหน้าสักระยะหนึ่ง หากเกิดอะไรขึ้น ข้ายังสามารถเรียกพวกมันกลับมาได้"
"เสิ่นเยียน เจ้าฉลาดจริงๆ! เอาตามวิธีของเจ้าเลย!"
จูเก่อโย่วหลินหัวเราะร่า เขาเห็นไก่ดำอัคคีหลากสีทั้งห้าตัวนี้แล้วรู้สึกถูกชะตาเป็นพิเศษ จึงเดินเข้าไปหมายจะยื่นมือลูบหัวไก่ แต่กลับถูกไก่จิกเข้าให้อย่างไม่ทันตั้งตัว
"โอ๊ย!"
จูเก่อโย่วหลินร้องด้วยความเจ็บ รีบชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แล้วหันไปมองเสิ่นเยียนอย่างคับแค้นใจ
"ไก่ของเจ้าทำไมถึงจิกข้าล่ะเนี่ย?!"
"มันคงไม่ชอบหน้าเจ้ากระมัง"
จูเก่อโย่วหลินทำหน้าเศร้าระทมหนักกว่าเก่า
"......"
เขาถึงกับโดนไก่ตัวหนึ่งรังเกียจเชียวหรือนี่
ไก่ดำอัคคีหลากสีทั้งห้าตัวแยกย้ายกันวิ่งเข้าปากถ้ำ ท่าทางเวลาพวกมันวิ่งนั้นรวดเร็วปานสายลม ก้นบิดไปบิดมาดูน่าขัน
เสิ่นเยียนหันมาบอกทุกคน
"พวกเรารอตรงนี้สักครู่"
ทว่านางเพิ่งพูดจบ สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป
เพราะนางสัมผัสได้ว่าทางแยกขวาสุดมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามา ไก่ดำอัคคีหลากสีตัวนั้นตกใจจนวิ่งหน้าตื่นก้นบิดก้นเบี้ยวกลับมาหา
"ไก่ตัวนี้ทำไมวิ่งออกมาแล้วล่ะ!"
จูเก่อโย่วหลินประหลาดใจ
เสิ่นเยียนรีบส่งไก่ดำอัคคีหลากสีกลับไปชั่วคราว น้ำเสียงขรึมลง
"มีคนกำลังมา"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ตื่นตัวเตรียมพร้อมทันที
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยก็ดังแว่วมา
"พวกเราเดินวนอยู่แถวนี้มาตั้งนานแล้ว หินเทียนจีตกลงมันอยู่ที่ไหนกันแน่?"
"ถ้าหินเทียนจีหาง่ายดายปานนั้น จะถูกจัดเป็นภารกิจระดับฟ้าได้อย่างไร? อย่าเพิ่งร้อนใจ พวกเราลองหากันต่อเถอะ"
"ฮ่าๆๆ พี่จ้านพูดถูก!"
เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ สีหน้าของเสิ่นเยียนก็แปรเปลี่ยนไป ที่แท้ก็เป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนั้นที่เคยเจอในตลาด นางหันไปมองพวกเผยอู๋ซูแล้วกดเสียงต่ำ
"พวกเราไปกันเถอะ!"
ตอนนี้คงเลือกทางไม่ได้มากแล้ว จำเป็นต้องหลบเลี่ยงพวกเขาไปก่อน
หากเกิดการปะทะกันขึ้นมา กลุ่มซิวหลัวของพวกเขาย่อมไม่มีทางได้เปรียบแน่
ทันใดนั้นเสิ่นเยียนได้รับกระแสจิตจากไก่ตัวหนึ่ง ดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง นางรีบชี้นิ้วไปยังทางแยกที่สองนับจากซ้ายมือ
"ไป!"
พวกเผยอู๋ซูเองก็จำเสียงของคนกลุ่มนั้นได้ จึงไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวไปตามทิศทางที่เสิ่นเยียนชี้
เหตุผลที่เสิ่นเยียนเลือกเส้นทางนี้ เป็นเพราะไก่ดำอัคคีหลากสีที่นางส่งไปส่งข่าวกลับมาว่า: เห็นกองหินสีแดง
และในจังหวะนั้นเอง
"พี่จ้าน เป็นพวกมันจริงๆ ด้วย!"
ฟู่ยงโจวไม่รู้ว่าพุ่งตัวออกมาจากทางแยกตั้งแต่เมื่อใด พอเห็นเสิ่นเยียนที่รั้งท้ายอยู่ เขาก็แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวตะโกนลั่นทันที
ฟู่ยงโจวเป็นยอดฝีมือขั้นนภา ระดับที่หนึ่ง ย่อมสามารถสัมผัสความเคลื่อนไหวและเสียงเล็กๆ น้อยๆ ได้ เมื่อครู่เขาสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบพุ่งตัวออกมาดู และก็ได้เห็นเงาหลังของพวกเสิ่นเยียนเข้าจริงๆ
สมาชิกกลุ่มก้ายซื่อคนอื่นๆ ก็ทยอยออกมาจากทางแยกเช่นกัน
ขณะที่ฟู่ยงโจวกำลังเตรียมจะไล่กวดกลุ่มของเสิ่นเยียนไปนั้น จู่ๆ ประกายดาบสายหนึ่งก็ฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง ฟู่ยงโจวรีบรวบรวมพลังเพื่อต้านรับ
แต่กลับพบว่า
คมดาบนั้นไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เขา แต่กลับฟันฉับเข้าที่ผนังหินด้านบน
ตูม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผนังหินด้านบนถูกฟันจนร่วงกราวลงมาถล่มปิดปากทางเข้าจนมิด เหลือเพียงรูเล็กๆ ให้เห็น
ฟู่ยงโจวสีหน้าย่ำแย่ แสยะยิ้มเย็นชา
"แค่ก้อนหินพรรค์นี้คิดจะมาปิดทางเข้า ฝันไปเถอะ!"
สิ้นเสียง ฟู่ยงโจวก็ระเบิดพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งออกมาจากฝ่ามือ เขาซัดฝ่ามือใส่กองหินที่ถล่มลงมาเหล่านั้น เกิดเสียงระเบิด ปัง ดังสนั่น ก้อนหินแตกกระจากกลายเป็นผุยผง
ฝุ่นหินฟุ้งกระจายไปทั่ว
"แค่กๆ!"
สมาชิกกลุ่มก้ายซื่อหลายคนสำลักฝุ่นผงจนไอโขลกเขลก
"ยงโจว เป็นพวกมันจริงๆ หรือ?"
ดวงตาของสือจ้านหม่นแสงลง
"เป็นพวกมัน!"
ฟู่ยงโจวตอบอย่างมั่นใจ ใบหน้าดาษดื่นสามัญของเขาฉายแววเคียดแค้น
"พอพวกมันเห็นข้าก็รีบหนีหางจุกก้นไปเลย!"
สมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มก้ายซื่อพูดขึ้นอย่างหยิ่งยโส
"ก็นับว่าพวกมันยังพอจะรู้จักประมาณตนอยู่บ้าง!"
ฟู่ยงโจวหันไปมองสือจ้าน กัดฟันกรอดพลางกล่าวว่า
"พี่จ้าน ข้ากลืนความแค้นครั้งนี้ไม่ลงจริงๆ ข้าจะต้องสั่งสอนพวกมันให้หนัก โดยเฉพาะไอ้เด็กหัวแดงนั่น ข้าอยากจะตัดหัวมันมาเตะเล่นเป็นลูกบอล ถึงจะสาสมกับความโกรธในใจของข้า!"