เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 236 เด็กหนุ่มชุดม่วง

ตอนที่ 236 เด็กหนุ่มชุดม่วง

ตอนที่ 236 เด็กหนุ่มชุดม่วง


อวี๋ฉางอิงยื่นมือไปลูบไล้ผลึกแก้วบนผนัง แล้วหันมากล่าวกับพวกเขาว่า

"นี่เรียกว่าหินไป๋หมิงเป็นวัสดุสำหรับหลอมสร้างศาสตราเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้ล้ำค่ามากนัก ราคาก็ไม่สูง พวกเจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าแร่ที่เรามาตามหาในครั้งนี้มีชื่อว่าอะไร?"

เสิ่นเยียนตอบกลับไปว่า

"หินเทียนจี"

อวี๋ฉางอิงพยักหน้า

"หินเทียนจีจัดเป็นราชาแห่งแร่ธาตุ เป็นวัสดุชั้นเลิศในการหลอมสร้างศาสตรา หากสามารถใช้หินเทียนจีมาหลอมสร้างอาวุธ ก็มีโอกาสถึงหกส่วนที่จะกำเนิดศาสตราเทพขึ้นมาได้!"

เซียวเจ๋อชวนพึมพำเสียงเบา

"ศาสตราเทพ?"

ในดินแดนซีอวี้เขตผิงเจ๋อนั้น ศาสตราเทพมีอยู่เพียงน้อยนิด หากมีศาสตราเทพปรากฏขึ้นสักชิ้น ย่อมต้องก่อให้เกิดการแก่งแย่งกันอย่างบ้าคลั่งจากขุมอำนาจต่างๆ เป็นแน่

สิ่งที่เซียวเจ๋อชวนไม่รู้ก็คือ ในกลุ่มซิวหลัวนั้นมีสองคนที่ครอบครองศาสตราเทพ คนหนึ่งคือเสิ่นเยียน 'กระบี่เทพหงส์วิญญาณ' ของนางเป็นสิ่งที่บิดาของเสิ่นเยียนมอบให้ ส่วนอีกคนคือเพ่ยอู๋ซู หรือก็คือเพ่ยซู่ เพ่ยซู่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิชากระบี่คู่ กระบี่ยาวสีดำเล่มนั้นของเขามีนามว่าซื่อเซี่ยง(จตุรทิศ) กระบี่ซื่อเซี่ยงไม่ใช่กระบี่เทพ แต่กระบี่ยาวสีเขียวที่เขาซ่อนเอาไว้ต่างหากที่เป็นกระบี่เทพ มันมีนามว่าชิงกุ่ย(ภูตเขียว)

กระบี่ชิงกุ่ยคือกระบี่เทพที่สืบทอดกันมาตราบนานเท่านานของตระกูลเพ่ย!

ยามนี้เพ่ยอู๋ซูฝึกฝนเพียงกระบี่เดียว ความแข็งแกร่งย่อมด้อยกว่าการใช้วิชากระบี่คู่เป็นแน่

หากเขาใช้ชิงกุ่ยและซื่อเซี่ยงพร้อมกันในเวลานี้ ย่อมสามารถสังหารยอดฝีมือทั่วไปที่มีระดับพลังอยู่ขั้นนภาระดับหนึ่งได้

นี่คือความแข็งแกร่งของผู้ที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำรุ่นเยาว์แห่งดินแดนซีอวี้ในอดีต!

ส่วนสาเหตุที่กระบี่เทพหงส์วิญญาณของเสิ่นเยียนไม่ถูกค้นพบว่าเป็นศาสตราเทพ ก็เพราะตอนที่บิดาของเสิ่นเยียนมอบกระบี่เล่มนี้ให้นาง เขาได้ลงอักขระลวงตาเอาไว้บนตัวกระบี่

ตราบใดที่เสิ่นเยียนยังไม่บรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่อย่างสมบูรณ์ กระบี่เทพหงส์วิญญาณก็จะไม่ถูกผู้ใดจับพิรุธได้

เสิ่นเยียนข้ามภพมายังโลกต่างมิตินี้ได้เพียงหนึ่งปีเศษ

นางเริ่มฝึกฝนจนถึงปัจจุบันยังไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ แต่ระดับพลังยุทธ์กลับทะลวงไปถึงขั้นเร้นลับระดับแปดแล้ว พรสวรรค์เช่นนี้ คือจุดสูงสุดที่ผู้คนกว่าเก้าสิบเก้าจุดเก้าส่วนไม่อาจเอื้อมถึง

เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวว่า

"ตามคำชี้แนะในภารกิจที่ประกาศไว้ สถานที่ที่มีหินหงหนีอยู่เป็นจำนวนมาก มักจะมีโอกาสพบหินเทียนจี ซึ่งหินหงหนีชอบอยู่ในที่ชื้นแฉะและมืดสลัว พวกเราลองไปทางทิศนี้กันเถอะ"

เวินอวี้ชูหลุดขำออกมาเบาๆ พลางถอนหายใจ

"หากชิงอูอยู่ด้วย ก็คงช่วยชี้ทางให้พวกเราได้แล้ว"

อวี๋ฉางอิงเลิกคิ้วมองพวกเขาแล้วเอ่ยว่า

"ต่อให้น้องชายชิงอูไม่อยู่ พวกเราก็หาทางเจอได้ ครั้งนี้ให้ข้าเป็นคนนำทางเถอะ พวกเจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่?"

อาจเป็นเพราะอยู่ร่วมกันมานาน ความระแวงและความสงสัยที่มีต่อกันจึงลดน้อยลงไปมาก และก่อเกิดความเชื่อใจขึ้นมาบ้างแล้ว

"เชื่อ"

อวี๋ฉางอิงได้ยินคำตอบของพวกเขาก็ยิ้มออกมา

คณะเดินทางมุ่งหน้าเข้าไปด้านใน ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งน่าตระหนก เพราะตามรอยแยกต่างๆ กลับมีหญ้าพิษและดอกไม้พิษนานาชนิดงอกเงยออกมา รวมถึงแมงมุมพิษ งูพิษ และแมลงพิษอีกมากมาย

มิหนำซ้ำ สัตว์พิษส่วนใหญ่เหล่านี้ยังพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง

ทว่า ด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงที่เสิ่นเยียนควบแน่นขึ้นมา ทำให้สัตว์พิษเหล่านี้ไม่กล้าเข้าใกล้โดยง่าย เพราะพวกมันหวาดกลัวไฟ

ยามนี้ฉือเยว่เดินอยู่เพียงลำพัง เขาเดินตามหลังเสิ่นเยียน พลางปรือตาขึ้นเล็กน้อย สายตามองไปยังเหล่าหญ้าพิษและดอกไม้พิษเหล่านั้นด้วยแววตาลึกล้ำ

และดูเหมือนว่าหญ้าพิษดอกไม้พิษเหล่านั้นจะสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง

สีหน้าของเจียงเสวียนเย่ว์เปลี่ยนไป

"งูพิษมาแล้ว!"

เบื้องหน้ามีงูพิษขนาดเท่าแขนผู้ใหญ่หลายตัวเลื้อยบิดไปมา ส่งเสียง ฟู่ๆ ดังขึ้น พร้อมพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

"ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่!"

จูเก่อโย่วหลินลงมือทันที เขาควบคุมเส้นใยปราณเชือดเฉือนร่างงูพิษจนขาดสะบั้น ในชั่วพริบตา งูพิษหลายตัวนั้นก็ขาดเป็นท่อนๆ

ขณะที่จูเก่อโย่วหลินคิดว่าจัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ ก็มีงูตัวเล็กๆ จำนวนมากพรั่งพรูออกมาจากซากศพของพวกมัน แล้วกรูกันเข้ามาทางนี้

ยุบยับเต็มไปหมด น่าขยะแขยงยิ่งนัก!

"เวรเอ๊ย!"

จูเก่อโย่วหลินอุทานด้วยความตกตะลึง

ฉือเยว่เห็นภาพนั้น แววตาก็ฉายความรังเกียจถึงขีดสุด เขาขยับตัวเข้าไปใกล้เสิ่นเยียนมากขึ้น ทว่า—

เสิ่นเยียนกลับเป็นฝ่ายก้าวออกไป มือขวากำหมัดแน่น ปล่อยหมัดเพลิงตูมใหญ่กระแทกเข้าใส่ฝูงงูเล็กเหล่านั้น!

ปัง!

หมัดเพลิงปะทะเข้ากับงูเล็กเหล่านั้น เสียง ฟู่ๆ ดังระงมยิ่งกว่าเดิม ราวกับเสียงกรีดร้องโหยหวน

เพ่ยอู๋ซูฉวยโอกาสนี้ ฟาดฟันกระบี่ทำลายพวกมันจนแหลกละเอียด

วิกฤตงูพิษจึงคลี่คลายลงชั่วคราว

เจียงเสวียนเย่ว์ขมวดคิ้ว

"นี่มันงูบ้าอะไรกันเนี่ย?"

เวินอวี้ชูอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"หากข้าเดาไม่ผิด นี่น่าจะเป็นงูพิษเหลียนจื่อภายในร่างกายของงูชนิดนี้จะฟูมฟักไข่งูเอาไว้มากมาย ทันทีที่ตัวแม่ตาย ไข่งูก็จะฟักตัวแล้วกำเนิดออกมา อีกทั้งงูพิษชนิดนี้ยังหวงพวกพ้องมาก พวกเราฆ่าพวกมันไปแล้ว อีกไม่นานพรรคพวกของมันต้องตามมาแน่ ดังนั้นพวกเราต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"

จูเก่อโย่วหลินเร่งเร้า

"งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ!"

เสิ่นเยียนเอ่ยเตือน

"ระวังอย่าให้เมือกหรือเลือดของพวกมันโดนตัวล่ะ"

"ตกลง!"

ทุกคนก้าวข้ามซากงูอย่างระมัดระวัง

เดินไปได้สักพัก ก็พบผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนนอนขดตัวอยู่บนพื้น ริมฝีปากม่วงคล้ำ ผิวหนังส่วนที่อยู่นอกร่มผ้ามีรอยถูกงูกัด พวกเขาส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด พอเห็นกลุ่มของเสิ่นเยียนปรากฏตัวขึ้น ก็พากันตื่นเต้นดีใจ

"ช่วยพวกเราด้วย!"

"ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิด!"

ทว่ากลุ่มของเสิ่นเยียนกลับเดินจากไปสีหน้าเรียบเฉย

เมื่อเห็นว่ากลุ่มเสิ่นเยียนจากไปโดยไม่ลังเล ผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกพิษเหล่านั้นก็เริ่มก่นด่าสาปแช่งพวกเขาไม่หยุดปาก

กลุ่มของเสิ่นเยียนไม่มีเวลามาใส่ใจคนพวกนี้ ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพิษรอบด้านเช่นนี้ พวกเขาต้องรวบรวมสมาธิและระมัดระวังตัวให้มากขึ้น เพราะหากประมาทเพียงนิดเดียว ก็อาจถูกพิษเล่นงานได้ และถ้าร้ายแรงหน่อย ก็อาจถึงแก่ชีวิต

ยิ่งเดินลึกเข้าไป พวกเขาก็ยิ่งพบเจอผู้คนมากขึ้น

ทุกคนต่างระแวดระวังซึ่งกันและกัน

มีชายชราชุดดำคนหนึ่งมองมาที่กลุ่มของเสิ่นเยียน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน

"พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม"

ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ในที่นั้นก็อดไม่ได้ที่จะมองกลุ่มของเสิ่นเยียนซ้ำอีกครั้ง

ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่มีอายุหน่อยคนหนึ่งมองพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"นี่ พวกเจ้าเป็นกลุ่มจากสถาบันไหนหรือ?"

เสิ่นเยียนตอบเสียงเย็น

"ไม่ขอตอบ"

"ถือตัวใช้ได้เลยนี่"

ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหัวเราะ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ

ทันใดนั้น เทือกเขาทั้งลูกก็สั่นสะเทือน สีหน้าของทุกคนในที่นั้นเปลี่ยนไปทันที

"กระแสธารแร่ธาตุกำลังมาแล้ว!"

ชายชราชุดดำเผยสีหน้ายินดีปรีดา

ท่ามกลางการสั่นสะเทือนของขุนเขา จู่ๆ แร่ธาตุหลากหลายชนิด ขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ก็พุ่งทะลักเข้ามาในอุโมงค์ทางเดิน

เสียง 'โครมคราม' และ 'ตึงตัง' ดังสนั่นหวั่นไหว

กลุ่มของเสิ่นเยียนพบว่ามีแร่ธาตุจำนวนมากถาโถมเข้ามาในอุโมงค์ขนาดใหญ่นี้ราวกับคลื่นยักษ์ พวกเขาจึงรีบกางม่านพลังป้องกันขึ้นต้านรับทันที

จูเก่อโย่วหลินอ้าปากค้าง

"นี่มันกระแสธารแร่ธาตุที่ไหนกัน! นี่มันโคลนถล่มหินกลิ้งชัดๆ!"

ชายชราชุดดำนั้นมีฝีมือไม่ธรรมดา เขามีเกราะป้องกันส่วนตัว จึงมองแร่ธาตุที่ถูกพัดมาด้วยสายตาโลภมากและเริ่มไล่เก็บพวกมัน

อวี๋ฉางอิงเห็นแร่ธาตุบางก้อนที่หาได้ยากในโลกภายนอก สายตาของนางเป็นประกาย นางกางโล่จิตศาสตราขึ้นป้องกัน พลางยื่นมือไปเก็บแร่เหล่านั้นใส่แหวนมิติ

ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเก็บแร่ก้อนที่สาม ชายชราชุดดำกลับซัดฝ่ามือใส่อวี๋ฉางอิง!

ปัง!

อวี๋ฉางอิงตกใจ รีบใช้โล่จิตศาสตราต้านรับไว้ได้ทันท่วงที แต่แรงกระแทกจากฝ่ามือของชายชราชุดดำก็ยังทำให้นางกระเด็นลงไปกองกับพื้น

"ฉางอิง!"

พวกเสิ่นเยียนรีบเข้าไปพยุงอวี๋ฉางอิงที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นมา

ชายชราชุดดำแค่นเสียงหัวเราะเยาะ

"ของที่ไม่ใช่ของพวกเจ้า ก็อย่ามาแตะ!"

อวี๋ฉางอิงโกรธจัด

ทว่าในวินาทีถัดมา ศีรษะของชายชราชุดดำก็หลุดร่วงลงสู่พื้นอย่างเงียบเชียบ

ตายแล้ว!

กลุ่มของเสิ่นเยียนตื่นตะลึงสุดขีด เมื่อพวกเขาเห็นเด็กหนุ่มชุดม่วงที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังชายชราชุดดำ ต่างก็พากันตกใจ

ดวงตาของเสิ่นเยียนหดเกร็ง ดูเหมือนจะตกตะลึง และจิตใจปั่นป่วนอย่างรุนแรง

เป็นเขา?!

ทว่าเด็กหนุ่มชุดม่วงเพียงแค่ปรายตามองนางอย่างเรียบเฉย ราวกับว่าเขาไม่รู้จักนางเลยแม้แต่น้อย

จบบทที่ ตอนที่ 236 เด็กหนุ่มชุดม่วง

คัดลอกลิงก์แล้ว