- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 236 เด็กหนุ่มชุดม่วง
ตอนที่ 236 เด็กหนุ่มชุดม่วง
ตอนที่ 236 เด็กหนุ่มชุดม่วง
อวี๋ฉางอิงยื่นมือไปลูบไล้ผลึกแก้วบนผนัง แล้วหันมากล่าวกับพวกเขาว่า
"นี่เรียกว่าหินไป๋หมิงเป็นวัสดุสำหรับหลอมสร้างศาสตราเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้ล้ำค่ามากนัก ราคาก็ไม่สูง พวกเจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าแร่ที่เรามาตามหาในครั้งนี้มีชื่อว่าอะไร?"
เสิ่นเยียนตอบกลับไปว่า
"หินเทียนจี"
อวี๋ฉางอิงพยักหน้า
"หินเทียนจีจัดเป็นราชาแห่งแร่ธาตุ เป็นวัสดุชั้นเลิศในการหลอมสร้างศาสตรา หากสามารถใช้หินเทียนจีมาหลอมสร้างอาวุธ ก็มีโอกาสถึงหกส่วนที่จะกำเนิดศาสตราเทพขึ้นมาได้!"
เซียวเจ๋อชวนพึมพำเสียงเบา
"ศาสตราเทพ?"
ในดินแดนซีอวี้เขตผิงเจ๋อนั้น ศาสตราเทพมีอยู่เพียงน้อยนิด หากมีศาสตราเทพปรากฏขึ้นสักชิ้น ย่อมต้องก่อให้เกิดการแก่งแย่งกันอย่างบ้าคลั่งจากขุมอำนาจต่างๆ เป็นแน่
สิ่งที่เซียวเจ๋อชวนไม่รู้ก็คือ ในกลุ่มซิวหลัวนั้นมีสองคนที่ครอบครองศาสตราเทพ คนหนึ่งคือเสิ่นเยียน 'กระบี่เทพหงส์วิญญาณ' ของนางเป็นสิ่งที่บิดาของเสิ่นเยียนมอบให้ ส่วนอีกคนคือเพ่ยอู๋ซู หรือก็คือเพ่ยซู่ เพ่ยซู่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิชากระบี่คู่ กระบี่ยาวสีดำเล่มนั้นของเขามีนามว่าซื่อเซี่ยง(จตุรทิศ) กระบี่ซื่อเซี่ยงไม่ใช่กระบี่เทพ แต่กระบี่ยาวสีเขียวที่เขาซ่อนเอาไว้ต่างหากที่เป็นกระบี่เทพ มันมีนามว่าชิงกุ่ย(ภูตเขียว)
กระบี่ชิงกุ่ยคือกระบี่เทพที่สืบทอดกันมาตราบนานเท่านานของตระกูลเพ่ย!
ยามนี้เพ่ยอู๋ซูฝึกฝนเพียงกระบี่เดียว ความแข็งแกร่งย่อมด้อยกว่าการใช้วิชากระบี่คู่เป็นแน่
หากเขาใช้ชิงกุ่ยและซื่อเซี่ยงพร้อมกันในเวลานี้ ย่อมสามารถสังหารยอดฝีมือทั่วไปที่มีระดับพลังอยู่ขั้นนภาระดับหนึ่งได้
นี่คือความแข็งแกร่งของผู้ที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำรุ่นเยาว์แห่งดินแดนซีอวี้ในอดีต!
ส่วนสาเหตุที่กระบี่เทพหงส์วิญญาณของเสิ่นเยียนไม่ถูกค้นพบว่าเป็นศาสตราเทพ ก็เพราะตอนที่บิดาของเสิ่นเยียนมอบกระบี่เล่มนี้ให้นาง เขาได้ลงอักขระลวงตาเอาไว้บนตัวกระบี่
ตราบใดที่เสิ่นเยียนยังไม่บรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่อย่างสมบูรณ์ กระบี่เทพหงส์วิญญาณก็จะไม่ถูกผู้ใดจับพิรุธได้
เสิ่นเยียนข้ามภพมายังโลกต่างมิตินี้ได้เพียงหนึ่งปีเศษ
นางเริ่มฝึกฝนจนถึงปัจจุบันยังไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ แต่ระดับพลังยุทธ์กลับทะลวงไปถึงขั้นเร้นลับระดับแปดแล้ว พรสวรรค์เช่นนี้ คือจุดสูงสุดที่ผู้คนกว่าเก้าสิบเก้าจุดเก้าส่วนไม่อาจเอื้อมถึง
เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวว่า
"ตามคำชี้แนะในภารกิจที่ประกาศไว้ สถานที่ที่มีหินหงหนีอยู่เป็นจำนวนมาก มักจะมีโอกาสพบหินเทียนจี ซึ่งหินหงหนีชอบอยู่ในที่ชื้นแฉะและมืดสลัว พวกเราลองไปทางทิศนี้กันเถอะ"
เวินอวี้ชูหลุดขำออกมาเบาๆ พลางถอนหายใจ
"หากชิงอูอยู่ด้วย ก็คงช่วยชี้ทางให้พวกเราได้แล้ว"
อวี๋ฉางอิงเลิกคิ้วมองพวกเขาแล้วเอ่ยว่า
"ต่อให้น้องชายชิงอูไม่อยู่ พวกเราก็หาทางเจอได้ ครั้งนี้ให้ข้าเป็นคนนำทางเถอะ พวกเจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่?"
อาจเป็นเพราะอยู่ร่วมกันมานาน ความระแวงและความสงสัยที่มีต่อกันจึงลดน้อยลงไปมาก และก่อเกิดความเชื่อใจขึ้นมาบ้างแล้ว
"เชื่อ"
อวี๋ฉางอิงได้ยินคำตอบของพวกเขาก็ยิ้มออกมา
คณะเดินทางมุ่งหน้าเข้าไปด้านใน ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งน่าตระหนก เพราะตามรอยแยกต่างๆ กลับมีหญ้าพิษและดอกไม้พิษนานาชนิดงอกเงยออกมา รวมถึงแมงมุมพิษ งูพิษ และแมลงพิษอีกมากมาย
มิหนำซ้ำ สัตว์พิษส่วนใหญ่เหล่านี้ยังพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
ทว่า ด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงที่เสิ่นเยียนควบแน่นขึ้นมา ทำให้สัตว์พิษเหล่านี้ไม่กล้าเข้าใกล้โดยง่าย เพราะพวกมันหวาดกลัวไฟ
ยามนี้ฉือเยว่เดินอยู่เพียงลำพัง เขาเดินตามหลังเสิ่นเยียน พลางปรือตาขึ้นเล็กน้อย สายตามองไปยังเหล่าหญ้าพิษและดอกไม้พิษเหล่านั้นด้วยแววตาลึกล้ำ
และดูเหมือนว่าหญ้าพิษดอกไม้พิษเหล่านั้นจะสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง
สีหน้าของเจียงเสวียนเย่ว์เปลี่ยนไป
"งูพิษมาแล้ว!"
เบื้องหน้ามีงูพิษขนาดเท่าแขนผู้ใหญ่หลายตัวเลื้อยบิดไปมา ส่งเสียง ฟู่ๆ ดังขึ้น พร้อมพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
"ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่!"
จูเก่อโย่วหลินลงมือทันที เขาควบคุมเส้นใยปราณเชือดเฉือนร่างงูพิษจนขาดสะบั้น ในชั่วพริบตา งูพิษหลายตัวนั้นก็ขาดเป็นท่อนๆ
ขณะที่จูเก่อโย่วหลินคิดว่าจัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ ก็มีงูตัวเล็กๆ จำนวนมากพรั่งพรูออกมาจากซากศพของพวกมัน แล้วกรูกันเข้ามาทางนี้
ยุบยับเต็มไปหมด น่าขยะแขยงยิ่งนัก!
"เวรเอ๊ย!"
จูเก่อโย่วหลินอุทานด้วยความตกตะลึง
ฉือเยว่เห็นภาพนั้น แววตาก็ฉายความรังเกียจถึงขีดสุด เขาขยับตัวเข้าไปใกล้เสิ่นเยียนมากขึ้น ทว่า—
เสิ่นเยียนกลับเป็นฝ่ายก้าวออกไป มือขวากำหมัดแน่น ปล่อยหมัดเพลิงตูมใหญ่กระแทกเข้าใส่ฝูงงูเล็กเหล่านั้น!
ปัง!
หมัดเพลิงปะทะเข้ากับงูเล็กเหล่านั้น เสียง ฟู่ๆ ดังระงมยิ่งกว่าเดิม ราวกับเสียงกรีดร้องโหยหวน
เพ่ยอู๋ซูฉวยโอกาสนี้ ฟาดฟันกระบี่ทำลายพวกมันจนแหลกละเอียด
วิกฤตงูพิษจึงคลี่คลายลงชั่วคราว
เจียงเสวียนเย่ว์ขมวดคิ้ว
"นี่มันงูบ้าอะไรกันเนี่ย?"
เวินอวี้ชูอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หากข้าเดาไม่ผิด นี่น่าจะเป็นงูพิษเหลียนจื่อภายในร่างกายของงูชนิดนี้จะฟูมฟักไข่งูเอาไว้มากมาย ทันทีที่ตัวแม่ตาย ไข่งูก็จะฟักตัวแล้วกำเนิดออกมา อีกทั้งงูพิษชนิดนี้ยังหวงพวกพ้องมาก พวกเราฆ่าพวกมันไปแล้ว อีกไม่นานพรรคพวกของมันต้องตามมาแน่ ดังนั้นพวกเราต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"
จูเก่อโย่วหลินเร่งเร้า
"งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ!"
เสิ่นเยียนเอ่ยเตือน
"ระวังอย่าให้เมือกหรือเลือดของพวกมันโดนตัวล่ะ"
"ตกลง!"
ทุกคนก้าวข้ามซากงูอย่างระมัดระวัง
เดินไปได้สักพัก ก็พบผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนนอนขดตัวอยู่บนพื้น ริมฝีปากม่วงคล้ำ ผิวหนังส่วนที่อยู่นอกร่มผ้ามีรอยถูกงูกัด พวกเขาส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด พอเห็นกลุ่มของเสิ่นเยียนปรากฏตัวขึ้น ก็พากันตื่นเต้นดีใจ
"ช่วยพวกเราด้วย!"
"ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิด!"
ทว่ากลุ่มของเสิ่นเยียนกลับเดินจากไปสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อเห็นว่ากลุ่มเสิ่นเยียนจากไปโดยไม่ลังเล ผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกพิษเหล่านั้นก็เริ่มก่นด่าสาปแช่งพวกเขาไม่หยุดปาก
กลุ่มของเสิ่นเยียนไม่มีเวลามาใส่ใจคนพวกนี้ ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพิษรอบด้านเช่นนี้ พวกเขาต้องรวบรวมสมาธิและระมัดระวังตัวให้มากขึ้น เพราะหากประมาทเพียงนิดเดียว ก็อาจถูกพิษเล่นงานได้ และถ้าร้ายแรงหน่อย ก็อาจถึงแก่ชีวิต
ยิ่งเดินลึกเข้าไป พวกเขาก็ยิ่งพบเจอผู้คนมากขึ้น
ทุกคนต่างระแวดระวังซึ่งกันและกัน
มีชายชราชุดดำคนหนึ่งมองมาที่กลุ่มของเสิ่นเยียน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน
"พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม"
ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ในที่นั้นก็อดไม่ได้ที่จะมองกลุ่มของเสิ่นเยียนซ้ำอีกครั้ง
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่มีอายุหน่อยคนหนึ่งมองพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"นี่ พวกเจ้าเป็นกลุ่มจากสถาบันไหนหรือ?"
เสิ่นเยียนตอบเสียงเย็น
"ไม่ขอตอบ"
"ถือตัวใช้ได้เลยนี่"
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหัวเราะ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ
ทันใดนั้น เทือกเขาทั้งลูกก็สั่นสะเทือน สีหน้าของทุกคนในที่นั้นเปลี่ยนไปทันที
"กระแสธารแร่ธาตุกำลังมาแล้ว!"
ชายชราชุดดำเผยสีหน้ายินดีปรีดา
ท่ามกลางการสั่นสะเทือนของขุนเขา จู่ๆ แร่ธาตุหลากหลายชนิด ขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ก็พุ่งทะลักเข้ามาในอุโมงค์ทางเดิน
เสียง 'โครมคราม' และ 'ตึงตัง' ดังสนั่นหวั่นไหว
กลุ่มของเสิ่นเยียนพบว่ามีแร่ธาตุจำนวนมากถาโถมเข้ามาในอุโมงค์ขนาดใหญ่นี้ราวกับคลื่นยักษ์ พวกเขาจึงรีบกางม่านพลังป้องกันขึ้นต้านรับทันที
จูเก่อโย่วหลินอ้าปากค้าง
"นี่มันกระแสธารแร่ธาตุที่ไหนกัน! นี่มันโคลนถล่มหินกลิ้งชัดๆ!"
ชายชราชุดดำนั้นมีฝีมือไม่ธรรมดา เขามีเกราะป้องกันส่วนตัว จึงมองแร่ธาตุที่ถูกพัดมาด้วยสายตาโลภมากและเริ่มไล่เก็บพวกมัน
อวี๋ฉางอิงเห็นแร่ธาตุบางก้อนที่หาได้ยากในโลกภายนอก สายตาของนางเป็นประกาย นางกางโล่จิตศาสตราขึ้นป้องกัน พลางยื่นมือไปเก็บแร่เหล่านั้นใส่แหวนมิติ
ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเก็บแร่ก้อนที่สาม ชายชราชุดดำกลับซัดฝ่ามือใส่อวี๋ฉางอิง!
ปัง!
อวี๋ฉางอิงตกใจ รีบใช้โล่จิตศาสตราต้านรับไว้ได้ทันท่วงที แต่แรงกระแทกจากฝ่ามือของชายชราชุดดำก็ยังทำให้นางกระเด็นลงไปกองกับพื้น
"ฉางอิง!"
พวกเสิ่นเยียนรีบเข้าไปพยุงอวี๋ฉางอิงที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นมา
ชายชราชุดดำแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
"ของที่ไม่ใช่ของพวกเจ้า ก็อย่ามาแตะ!"
อวี๋ฉางอิงโกรธจัด
ทว่าในวินาทีถัดมา ศีรษะของชายชราชุดดำก็หลุดร่วงลงสู่พื้นอย่างเงียบเชียบ
ตายแล้ว!
กลุ่มของเสิ่นเยียนตื่นตะลึงสุดขีด เมื่อพวกเขาเห็นเด็กหนุ่มชุดม่วงที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังชายชราชุดดำ ต่างก็พากันตกใจ
ดวงตาของเสิ่นเยียนหดเกร็ง ดูเหมือนจะตกตะลึง และจิตใจปั่นป่วนอย่างรุนแรง
เป็นเขา?!
ทว่าเด็กหนุ่มชุดม่วงเพียงแค่ปรายตามองนางอย่างเรียบเฉย ราวกับว่าเขาไม่รู้จักนางเลยแม้แต่น้อย