- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 228 แผนการห้าสถาบัน
ตอนที่ 228 แผนการห้าสถาบัน
ตอนที่ 228 แผนการห้าสถาบัน
เนี่ยสวินขมวดคิ้วเล็กน้อย
กิ่งไม้หนาวเหน็บใต้เงาจันทร์ ในท้ายที่สุดก็รังแต่จะเพิ่มพูนความกลัดกลุ้ม
"ศิษย์อาเล็กเนี่ย"
เสียงกรีดร้องแทบขาดใจดังลอยมา
เนี่ยสวินเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสีอ่อนทอดมองออกไป ถอนหายใจด้วยความจนใจอย่างที่สุด
"ข้า... เตือนพวกเจ้าแล้ว"
เป็นพวกเจ้าเองที่ดื้อรั้นดึงดัน เป็นพวกเจ้าเองที่อวดดีถือตัว และเป็นพวกเจ้าเองที่รังเกียจว่าข้าแส่หาเรื่อง
ดังนั้น การนองเลือดในครั้งนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ที่พวกเจ้าก่อขึ้นเอง
จะไปโทษใครได้?
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังเนี่ยสวินเอ่ยถามด้วยความเวทนา
"ศิษย์อาเล็กเนี่ย ท่านจะไม่ช่วยพวกเขาจริงๆ หรือขอรับ?"
เนี่ยสวินส่ายหน้า เขาอาจเป็นคนใจดีก่อนเกิดเรื่องได้ แต่เขาจะไม่มีวันคอยตามเช็ดล้างให้ใครหลังเกิดเรื่อง ชาวโลกต่างกล่าวขานว่าเขาชอบถอยคนละก้าวเพื่อให้ทะเลกว้างฟ้าสดใส ใช่ เขาชอบเช่นนั้นจริงๆ
เพราะมันสามารถหยุดยั้งหายนะไม่ให้เกิดขึ้นได้
แต่ในเมื่อหายนะได้เกิดขึ้นแล้ว เขาก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้
กลุ่มคนที่หดหัวอยู่ด้านหลังเนี่ยสวินหันมาสบตากัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไรอีก
เมื่อศิษย์สำนักเชียนซานรู้ว่าเนี่ยสวินไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย สีหน้าของพวกเขาก็ดูบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ สายตาที่มองมายังเนี่ยสวินเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
"เนี่ยสวิน พวกเราต้องตายก็เพราะเจ้า! เจ้าไม่คู่ควรกับคำเรียกขานว่าศิษย์อาเล็กของชาวโลก!"
เนี่ยสวินเห็นท่าทีเช่นนั้นของพวกเขา สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ในใจไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อน มีเพียงความสงบนิ่ง
เสิ่นเยียนปรายตามองมาที่เขา
สายตาของทั้งสองประสานกัน
เสิ่นเยียนละสายตากลับไปอย่างเฉยชา ก่อนจะตวัดกระบี่สังหารศิษย์สำนักเชียนซานไปอีกคน
กลุ่มคนที่ยืนอยู่หลังเนี่ยสวินกระซิบกระซาบกันเสียงเบา
"พวกเขาเป็นใครกันแน่? อายุยังน้อยแค่นี้ แต่กลับฆ่าคนได้ตาไม่กะพริบ! น่ากลัวเกินไปแล้ว! หรือว่าพวกเขามาจากองค์กรนักฆ่าที่ไหนสักแห่ง?"
"ข้าว่าพวกเขาน่าจะเป็นกลุ่มจากสถาบันการศึกษาไหนสักแห่งมากกว่า!"
"หรือจะเป็นกลุ่มจากสถาบันแดนประจิม? แต่ข้าเคยได้ยินชื่อแค่กลุ่มอู๋เซี่ยงของสถาบันแดนประจิมเท่านั้นนะ! เมื่อสองปีก่อน กลุ่มอู๋เซี่ยงเคยมาที่แดนใต้ ตอนนั้นยังได้ประมือกับกลุ่มถูเซียนของสถาบันแดนใต้ด้วย สุดท้ายกลุ่มอู๋เซี่ยงก็พ่ายแพ้ไป"
ในขณะที่พวกเขากำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น คนที่คิดจะจัดการกลุ่มของเสิ่นเยียนก็ถูกสังหารจนเกือบหมด สุดท้ายเหลือเพียงลู่ชางเฉิงคนเดียว
สภาพของลู่ชางเฉิงดูย่ำแย่เต็มที ระดับพลังยุทธ์ที่เขาเคยภาคภูมิใจกลับกลายเป็นไร้ค่าเมื่อต้องเผชิญกับการรุมโจมตีจากสามทางของเผยอู๋ซู เวินอวี้ชู และฉือเยว่
ลู่ชางเฉิงพยายามจะถอยหนีหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกเจ้าเด็กเหลือขอเผยอู๋ซูพัวพันเอาไว้ จนตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เมื่อเสิ่นเยียนและคนอื่นๆ เข้ามาร่วมวงต่อสู้ ทั้งแปดคนระดมโจมตีพร้อมกันด้วยกระบวนท่าที่พลิกแพลงพิสดาร จนในที่สุดก็ส่งลู่ชางเฉิงไปลงนรกได้สำเร็จ!
ทันทีที่ลู่ชางเฉิงสิ้นใจ ภาพเหตุการณ์สุดท้ายที่เขาเห็นก่อนตายก็ถูกส่งกลับไปยังพันธมิตรเจว๋ซื่อแห่งแดนใต้
การต่อสู้ครั้งนี้ ผู้ที่บาดเจ็บสาหัสที่สุดคือเผยอู๋ซู ร่างกายของเขาถูกฟันหลายแผล
เจียงเสวียนเยว่รีบเข้ามาช่วยรักษาเขา
บนพื้นดินเกลื่อนกลาดไปด้วยศพหลายสิบศพ โลหิตย้อมผืนดินจนแดงฉาน ดูแล้วน่าสยดสยองจับใจ
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในห้วงจิตของเสิ่นเยียน
"แม่นาง พวกเจ้ารีบไปเถอะ อีกไม่นานคนของสำนักเชียนซานและพันธมิตรเจว๋ซื่อคงจะมาถึง"
เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น นัยน์ตาฉายแววเคร่งขรึมกวาดมองไปทางชายหนุ่มผู้ถือร่มกระดาษน้ำมันสีฟ้าอ่อน นางส่งกระแสจิตตอบกลับไปสั้นๆ ว่า
"ขอบคุณที่เตือน"
เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้คิดจะรั้งอยู่ที่นี่นานอยู่แล้ว เพียงแค่จัดการบาดแผล ห้ามเลือด แล้วก็จะรีบจากไปทันที
ไม่ถึงครึ่งก้านธูป หลังจากจัดการบาดแผลของพวกเผยอู๋ซูอย่างเร่งด่วนแล้ว เสิ่นเยียนก็เอ่ยขึ้น
"พวกเราลงเขากัน"
"เดี๋ยวก่อน!"
จูเก่อโย่วหลินทำสีหน้าจริงจัง จากนั้นก็พุ่งตัวด้วยความเร็วสูงเข้าไปคุ้ยหาของมีค่าและแหวนมิติจากกองศพ เขาโกยของเหล่านั้นใส่ถุงผ้าใบนึง ก่อนจะหันมาฉีกยิ้มกว้างให้พวกเสิ่นเยียน
"ตอนนี้ ของพวกนี้เป็นของพวกเราแล้ว!"
อวี๋ฉางอิงเอ่ยชมเชย
"น้องชายโย่วหลิน ช่างรู้จักทำมาหากินยิ่งนัก"
"ฮะๆ" จูเก่อโย่วหลินหัวเราะร่าอย่างโง่งม
"ไปกันเถอะ"
ทั้งเก้าคนมุ่งหน้าลงจากเขา โดยไม่มีใครกล้าเข้ามาขัดขวาง
เนี่ยสวินมองตามแผ่นหลังของพวกเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไปอย่างครุ่นคิด สุดท้ายเขาก็ละสายตากลับมามองที่สระลึกสุริยันจันทราแห่งนี้
เขายังคงอยากลงไปสำรวจดูให้รู้แน่
...
ระหว่างทางลงเขา กลุ่มเสิ่นเยียนพบว่าป้ายหยกประจำตัวของพวกเขามีข้อความจากสถาบันส่งมา
พวกเขาถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในป้ายหยก ไม่นานข้อความก็ปรากฏขึ้น:
—— สถาบันแดนกลางแจ้งข่าวมาว่า อีกครึ่งปีข้างหน้าจะมีการระดมพลกลุ่มยอดฝีมือจำนวนสิบสองกลุ่มที่สามารถปฏิบัติภารกิจลับสามประการได้ โดยจะคัดเลือกจากสถาบันแดนประจิม สถาบันแดนบูรพา สถาบันแดนใต้ และสถาบันแดนเหนือ สถาบันละสองกลุ่ม ส่วนสถาบันแดนกลางจะคัดเลือกมาสี่กลุ่ม เพื่อร่วมกันปฏิบัติภารกิจลับสามประการในอีกครึ่งปีให้หลัง โครงการนี้ถูกเรียกว่า: แผนการห้าสถาบัน
—— ด้วยเหตุนี้ อีกห้าเดือนข้างหน้า สถาบันแดนประจิมของเราจะคัดเลือกตัวแทนสองกลุ่ม เพื่อส่งไปยังแดนกลาง ให้ไปร่วมปฏิบัติภารกิจลับสามประการพร้อมกับกลุ่มที่คัดเลือกมาจากอีกสี่สถาบัน
—— กลุ่มใดที่ต้องการสิทธิ์เดินทางไปแดนกลางเพื่อเข้าร่วม แผนการห้าสถาบัน อีกสี่เดือนข้างหน้า หรือก็คือวันที่สิบแปดเดือนเก้า จะมีการเริ่มคัดเลือกภายในสถาบันแดนประจิม สามารถกลับมาก่อนกำหนดได้ แต่หากการคัดเลือกเริ่มขึ้นแล้ว จะไม่สามารถแทรกตัวเข้าร่วมกลางคันได้ จึงแจ้งมาเพื่อทราบ
เมื่อพวกเสิ่นเยียนได้อ่านข้อความนี้ ต่างก็รู้สึกตกตะลึง
จูเก่อโย่วหลินเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
"แผนการห้าสถาบัน? ฟังดูน่าสนุกดีนี่!"
"ทำไมถึงกะทันหันแบบนี้?"
เวินอวี้ชูครุ่นคิด
"ห้าสถาบันส่งกลุ่มออกไปปฏิบัติภารกิจลับสามประการร่วมกัน นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือว่าเกิดเหตุพลิกผันอะไรขึ้นกับภารกิจลับทั้งสาม?"
เสิ่นเยียนกล่าว
"มีความเป็นไปได้"
อวี๋ฉางอิงยิ้มมุมปาก
"เรื่องราวชักจะน่าสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ"
"ข่าวนี้น่าจะส่งมาเมื่อสิบกว่าวันก่อน"
เสียวเจ๋อชวนเอ่ยแทรก ตอนที่พวกเขาติดอยู่ในวังทองคำใต้สระสุริยันจันทรา การติดต่อกับโลกภายนอกถูกตัดขาด ทำให้ไม่ได้รับข้อความที่สถาบันแดนประจิมส่งมา
เจียงเสวียนเยว่กล่าว
"ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า พวกเราเหลือเวลาอีกแค่สามเดือนครึ่งน่ะสิ?"
เสิ่นเยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ หากพวกเราจะเดินทางจากแดนใต้กลับไปยังสถาบันแดนประจิม ระยะทางช่วงนี้อย่างน้อยต้องใช้เวลาครึ่งเดือน"
เผยอู๋ซูใบหน้าซีดเผือด ขนตายาวสั่นไหวเล็กน้อย เขาเม้มริมฝีปากแล้วกล่าวว่า
"พวกเราไม่มีทางทำภารกิจที่เหลืออีกห้าอย่างให้สำเร็จได้ภายในเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้ ดังนั้น พวกเราจำเป็นต้องล้มเลิกภารกิจชั่วคราว แล้วเดินทางกลับสถาบันแดนประจิม"
อวี๋ฉางอิงยิ้มพริ้มพราย
"ภารกิจไปเอาแร่ที่เชาสิ่งเทียน ยังพอมีเวลาทำได้ทันอยู่นะ"
เสิ่นเยียนพยักหน้า
"พวกเราไปที่เชาสิ่งเทียนก่อน หลังจากทำภารกิจเอาแร่เสร็จแล้ว ค่อยดูสถานการณ์ตอนนั้นอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ"
ชิงอูที่ยืนฟังบทสนทนาอยู่ด้านข้าง ยิ่งฟังก็ยิ่งตกตะลึง ที่แท้คนพวกนี้ก็เป็นนักเรียนของสถาบันแดนประจิม มิหนำซ้ำยังเป็นกลุ่มปฏิบัติภารกิจลับ!
คิดดูแล้วก็สมเหตุสมผล พวกเขาเก่งกาจถึงเพียงนี้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
ฟังจากน้ำเสียงของพวกเขา ดูเหมือนจะยอมทิ้งภารกิจชั่วคราว เพื่อกลับไปร่วมการคัดเลือกที่สถาบันแดนประจิม ภารกิจลับสามประการและแผนการห้าสถาบันที่ว่านั่นมันคืออะไรกันแน่? ถึงได้มีแรงดึงดูดใจพวกเขามากมายขนาดนี้?
จูเก่อโย่วหลินเก็บป้ายหยกประจำตัวกลับไป แล้วยืนเท้าเอวถามด้วยความสงสัย
"ว่าแต่ เชาสิ่งเทียนมันอยู่ที่ไหนล่ะ?"
เสียวเจ๋อชวนเสนอแนะ
"คงต้องหาคนถามดู"
ชิงอูรีบยกมือขึ้นทันควัน พอเห็นทุกคนหันมามอง หน้าของเขาก็แดงซ่าน นัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับ เอ่ยด้วยน้ำเสียงขัดเขินว่า
"ถามข้าสิ ข้าน่าจะเสี่ยงทายหาตำแหน่งของเชาสิ่งเทียนได้"