- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 227 โปรดช่วยคนด้วย
ตอนที่ 227 โปรดช่วยคนด้วย
ตอนที่ 227 โปรดช่วยคนด้วย
จูเก่อโย่วหลินยิงฟันยิ้มร่า
"พวกเจ้าชอบใช้กำลัง พวกข้าก็ยินดีสนอง"
ลู่ชางเฉิงสังเกตเห็นเส้นใยวิญญาณที่เด็กหนุ่มผมแดงควบคุมอยู่ในมือ จึงมองดูด้วยความหวาดระแวงแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับกายวูบหมายจะเข้าประชิดตัวเพื่อจัดการเด็กหนุ่มผู้นี้ให้เร็วที่สุด ทว่ากลับถูกปราณกระบี่สายหนึ่งขัดขวางจังหวะการบุก
เด็กหนุ่มชุดดำหน้าตาธรรมดาผู้หนึ่งกระชับกระบี่สีดำสนิทในมือ ท่วงท่ารวดเร็วพลิ้วไหว พลังคมดาบที่ฟาดฟันออกมานั้นไม่อาจดูแคลนได้
ลู่ชางเฉิงตกตะลึงพรึงเพริด เพราะเขาสัมผัสได้ว่าระดับวรยุทธ์ของเด็กหนุ่มชุดดำผู้นี้น่าจะอยู่ที่ขั้นปฐพีระดับห้าหรือหก
เด็กหนุ่มผู้นี้ดูแล้วอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี แต่กลับมีตบะถึงขั้นปฐพีระดับห้าหก อายุและระดับพลังเพียงเท่านี้หากอยู่ที่แดนใต้ก็นับว่าเป็นอัจฉริยะชั้นยอดที่หาตัวจับยาก เขาเป็นใครกันแน่?
ไม่สิ เด็กหนุ่มพวกนี้เป็นใครกันแน่?
ลู่ชางเฉิงมีวรยุทธ์อยู่ที่ขั้นปฐพีระดับเก้า ดังนั้นแม้จะตกใจในพรสวรรค์ของฝ่ายตรงข้าม แต่เขาก็ไม่ได้นึกหวาดกลัว
"หึ!"
ลู่ชางเฉิงแค่นหัวเราะเย็นชา จิตสั่งการเพียงนิด กระชับกระบี่ในมือแน่นแล้วพุ่งเข้าโจมตีเผยอู๋ซู ประกายกระบี่เจิดจ้าดุจเปลวเพลิงแผดเผาติดตามเงาร่าง ฟาดฟันออกไปเพียงครั้งเดียวก็รุนแรงราวกับภูเขาไฟปะทุ ไม่อาจต้านทานได้
เคร้ง!
เผยอู๋ซูยกกระบี่ขึ้นต้านรับ ถูกแรงปะทะจนต้องถอยร่นไปสามก้าว ใบหน้าเกือบถูกปราณกระบี่ที่ร้อนแรงดั่งดวงตะวันเผาไหม้ เขาหมุนข้อมือเล็กน้อย ตัวกระบี่สีดำพลันถูกปกคลุมด้วยพลังวิญญาณอันกล้าแข็ง สวนกลับอย่างดุดัน ทำลายกระบวนท่าของฝ่ายตรงข้าม เสียงดัง 'แครก' ชั่วพริบตาภาพมายาดุจเงาบุปผาในกระจกเงาจันทร์ในน้ำก็ถูกทำลายลง
ลู่ชางเฉิงเห็นเพลงกระบี่ของตนถูกทำลาย ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
"มีฝีมือเหมือนกันนี่"
"ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด!"
ลู่ชางเฉิงเองก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนสายกระบี่ เขาตวัดกระบี่ยยาวฟาดฟันใส่เผยอู๋ซู ทุกกระบวนท่าล้วนอำมหิต มุ่งโจมตีจุดตายของเผยอู๋ซูอย่างไม่ลดละ
ลู่ชางเฉิงมีระดับพลังสูงกว่าถึงสามระดับย่อย แรงกดดันอันหนักหน่วงทำให้เผยอู๋ซูตกเป็นรองชั่วขณะ ไม่มีโอกาสเป็นฝ่ายรุก ได้แต่จำยอมรับกระบวนท่ากระบี่ของลู่ชางเฉิง
แต่ในขณะนั้นเอง
เสียงฉินที่แผ่วเบาราวกับสายน้ำไหลก็ดังขึ้นกะทันหัน
ลู่ชางเฉิงรู้สึกเจ็บแปลบที่ห้วงจิต การเคลื่อนไหวชะงักงันไปชั่ววูบ
เผยอู๋ซูเห็นดังนั้นจึงฉวยโอกาสตวัดกระบี่ใส่ลู่ชางเฉิง คมดาบที่สุกสกาวราวกับแสงจันทร์ฟาดฟันเข้าใส่หน้าอกของลู่ชางเฉิงอย่างไม่อาจต้านทาน
ลู่ชางเฉิงได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขายกกระบี่ขึ้นหมายจะต้านรับคมดาบ
เสียง เคร้ง ดังสนั่น แรงปะทะทำให้ง่ามนิ้วมือที่กุมด้ามกระบี่ของลู่ชางเฉิงชาหนึบ
ไม่ไกลออกไป เวินอวี้ชูนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ปลายนิ้วกรีดกรายลงบนสายฉินโบราณ เสียงดนตรีที่ชวนให้ลุ่มหลงมัวเมานั้นกลับทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น
ผู้คนจำนวนมากปวดร้าวไปทั้งห้วงจิต พวกเขาต่างอยากจะฆ่าเวินอวี้ชูให้ตายไปเสียก่อน แต่กลับไม่อาจเข้าใกล้ตัวเวินอวี้ชูได้เลยแม้แต่น้อย
เพราะทั้งสี่คนอย่างเสิ่นเยียน เจียงเสวียนเยว่ เสียวเจ๋อชวน และอวี๋ฉางอิง มีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง อย่าว่าแต่จะเข้าใกล้เวินอวี้ชูเลย แม้แต่จะหนีออกจากเงื้อมมือของพวกเขาก็ยังยากเย็นแสนเข็ญ
จูเก่อโย่วหลินเคลื่อนไหวอยู่นอกวงต่อสู้ คอยควบคุมเส้นใยวิญญาณเพื่อสนับสนุนพรรคพวกเป็นระยะ
ส่วนชิงอูที่มีพลังอ่อนด้อยที่สุด แม้เขาอยากจะช่วยออกแรงบ้าง แต่พอเขาเผชิญหน้ากับศัตรูและกำลังจะถูกฟันคอขาด เจียงเสวียนเยว่ก็เข้ามาช่วยนางเตะเขาอย่างไม่ไยดีจนกระเด็นไปตกที่ข้างเท้าของเวินอวี้ชู พร้อมทั้งตวาดเสียงดุ
"อยู่นิ่งๆ!"
ชิงอูใจหายใจคว่ำ น้ำตาไหลพรากออกมาทันที
เขาเกือบจะหัวหลุดจากบ่าแล้วเชียว
ฮือๆๆ โลกภายนอกช่างน่ากลัวเหลือเกิน
นิ้วเรียวยาวของเวินอวี้ชูยังคงดีดสายฉิน เขาเพียงก้มหน้ามองชิงอูเล็กน้อยแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน
"ชิงอู มีข้าอยู่ด้วย อย่าได้กลัว"
ชิงอูได้ยินดังนั้นก็ซาบซึ้งใจยิ่งนัก
ทันใดนั้น เสียงสตรีเย็นชาก็ลอยมา
"เวินอวี้ชู สนับสนุนเผยอู๋ซูเต็มกำลัง!"
เวินอวี้ชูชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้ามองไป ก็เห็นว่าเผยอู๋ซูเริ่มต้านทานลู่ชางเฉิงไม่ไหว หน้าอกและแผ่นหลังถูกลู่ชางเฉิงฟันจนได้แผล ส่วนลู่ชางเฉิงเองก็ถูกแทงเข้าที่ไหล่ไปหนึ่งแผลเช่นกัน
ดูจากสถานการณ์แล้ว เผยอู๋ซูตกอยู่ในสถานะย่ำแย่
เวินอวี้ชูเอ่ยเสียงเบา
"รับทราบขอรับท่านหัวหน้า"
เขาไม่กระจายพลังจิตโจมตีเป็นวงกว้างอีกต่อไป แต่เล็งเป้าหมายไปที่ลู่ชางเฉิงเพียงผู้เดียว
และในขณะที่เขาเริ่มจัดการลู่ชางเฉิงอย่างจริงจัง ฉือเยว่ที่นอนหลับอยู่ด้านข้างในที่สุดก็มีความเคลื่อนไหว เถาวัลย์ที่พันรอบตัวเขาค่อยๆ คลายออก แสงสีเขียวสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านไปอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา ท้องฟ้าเบื้องบนพลันมืดครึ้มด้วยเมฆดำทะมึน
สายฟ้าฟาดผ่าลงมาอย่างกะทันหัน
เปรี้ยง! ครืนนน!
สายฟ้าสีเงินขนาดเท่าแขนคนฟาดลงกลางศีรษะของลู่ชางเฉิง
ลู่ชางเฉิงไม่ทันตั้งตัวจึงถูกผ่าเข้าอย่างจัง เส้นผมของเขาระเบิดฟู ร่างกายชาด้านไปทั้งแถบ ความเจ็บปวดราวกับถูกมดนับหมื่นตัวกัดกินแล่นพล่านไปทั่วร่าง ทำให้เขาทั้งตกใจและโกรธเกรี้ยว
ทำไมจู่ๆ ถึงมีฟ้าผ่าลงมาได้?!
ไม่นาน ลู่ชางเฉิงก็รู้ว่าเป็นฝีมือของฉือเยว่!
"เป็นแก!"
บนฝ่ามือซ้ายของเด็กหนุ่มชุดขาวมีหญ้าอัคคีสายฟ้าสีเงินระดับเทียนลอยอยู่ มือขวาของเขาวาดลวดลายสัญลักษณ์และควบคุมมันไว้ ทั่วร่างของเขาแผ่กลิ่นอายเกียจคร้านที่อธิบายไม่ถูก ดวงตายังคงปรือปรอยเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน
ลู่ชางเฉิงเห็นอีกฝ่ายหลับตาลงดื้อๆ ก็เดือดดาลถึงขีดสุด นี่มันท่าทีอะไรกัน? มองข้ามหัวข้าหรือไง?
คนกลุ่มนี้ที่มาจากดินแดนผิงเจ๋อซีอวี้ ช่างกำเริบเสิบสานกันเสียจริง!
ลู่ชางเฉิงยังไม่ทันจะได้จัดการฉือเยว่ ก็ถูกเผยอู๋ซูเข้าพัวพันอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ห้วงจิตของเขาก็ถูกพลังจิตโจมตีตลอดเวลา ทำให้ปวดหัวจนแทบระเบิด เลือดไหลออกทั้งเจ็ดทวาร
มิหนำซ้ำ สายฟ้ายังคอยผ่าลงมาที่เขาอย่างแม่นยำทุกครั้ง
สู้ต่อไปไม่ได้แล้ว!
เขาต้องหนีไปจากที่นี่!
ส่วนเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ไม่ไกลจากลู่ชางเฉิงต่างก็ส่งเสียงโหยหวนระงม
"ถ้าเจ้าฆ่าพวกเรา! เจ้าสำนักเชียนซานของพวกเราไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!"
"อย่าฆ่าพวกเรา!"
"พวกเรายอมทำตามพวกเจ้าทุกอย่างแล้ว!"
สำนักเชียนซานส่งคนมาสิบสามคน ตอนนี้เหลือเพียงสี่คน และทั้งสี่คนนี้ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส
เสิ่นเยียนกระชับกระบี่เทพหลิงหวง ใบหน้าสวยสะคราญขาวผ่องฉายแววเย็นชา สายตาคมกริบจับจ้องไปที่พวกเขา
"ยอมทำตามทุกอย่างหรือ?"
"ใช่ๆๆ!" ผู้ฝึกตนที่เหลือรีบรับคำทันที
พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าคนกลุ่มนี้จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนราวกับหั่นผักปลา ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน
ภายใต้สีหน้าหวาดผวาของพวกเขา เสิ่นเยียนกล่าวออกมาอย่างราบเรียบประโยคหนึ่ง
"ข้าต้องการให้พวกเจ้าตาย"
เหล่าผู้ฝึกตนได้สติขึ้นมาทันที คนกลุ่มนี้ไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไป!
"รีบหนี!"
ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา
เหล่าผู้ฝึกตนหน้าตื่นตระหนก พยายามลากสังขารที่บาดเจ็บหนีตาย แต่กลับถูกพวกเสิ่นเยียนดักทางไว้
"ไหนบอกว่ายอมทำทุกอย่างไม่ใช่หรือ?"
เจียงเสวียนเยว่แย้มยิ้มบนใบหน้าจิ้มลิ้มงดงาม
"ไฉนตอนนี้ถึงไม่ยอมเสียแล้วเล่า?"
อวี๋ฉางอิงยิ้มมุมปาก
"น้องสาวเยว่ พวกเขาชัดเจนว่าไม่อยากรับผิดชอบคำพูดตัวเองนะสิ เช่นนั้นพวกเราก็ใจดีหน่อย ช่วยส่งพวกเขาไปลงนรกเสียเลย"
เสียวเจ๋อชวนไม่ได้พูดอะไร แต่เลือกที่จะลงมือทันที
ผู้ฝึกตนล้มลงทีละคน
ศิษย์ชุดดำของสำนักเชียนซานตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง
"ศิษย์อาเล็กเนี่ย ช่วยด้วย! สำนักเชียนซานกับสำนักเต๋าหวงซานก็นับว่ามีมิตรไมตรีต่อกัน รีบช่วยพวกเราด้วย! ได้โปรดเถิด!"
เนี่ยสวินที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ นิ้วมือขาวเรียวยาวพลันกำด้ามร่มแน่นขึ้นเล็กน้อย