เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 216 น่าทึ่งจนต้องตื่นตะลึง

ตอนที่ 216 น่าทึ่งจนต้องตื่นตะลึง

ตอนที่ 216 น่าทึ่งจนต้องตื่นตะลึง


เสิ่นเยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ยกมือขึ้นผลักศีรษะของฉือเยว่ออกไปให้พ้นทาง

"อย่าเข้ามาพิงข้าอีก"

น้ำเสียงของนางเย็นชา

จากนั้นนางก็กล่าวเสริมอีกประโยคว่า

"เจ้าไปพิงพวกเพ่ยอู๋ซูโน่น"

ฉือเยว่ถูกผลักศีรษะออกไปแต่ก็ไม่ได้ล้มลง เพราะเขามีเถาวัลย์คอยพยุงร่างกายเอาไว้ เมื่อได้ยินวาจาของเสิ่นเยียน เปลือกตาของเขาก็ขยับเปิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาที่ใสกระจ่างทอประกายลึกล้ำวูบหนึ่ง ก่อนจะปิดลงอีกครั้ง

พวกเขาไม่เหมือน

เจ้าเหมือน

ฉือเยว่ไม่ได้เอ่ยความในใจออกไป เพียงแต่ไม่ได้เอนตัวไปพิงเสิ่นเยียนอีก

...

พวกเขาต่างแยกย้ายกันหาห้องพักในตำหนักเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งแต่ละห้องก็อยู่ห่างกันไม่ไกลนัก

จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเสิ่นเยียนมีแผนการอะไรในใจกันแน่ แต่ไม่นานนักเสิ่นเยียนก็ส่งกระแสเสียงบอกแผนการแก่พวกเขา

"ทำแบบนี้จะดีจริงๆ หรือขอรับ?!"

จูเก่อโย่วหลินร้องอุทานด้วยความตกใจ

เสิ่นเยียนยิ้มบางๆ

"ข้าเดาว่า เขาคงทนไม่ไหวแน่"

เวินอวี้ชูรู้สึกว่าแผนการนี้สามารถลงมือทำได้ แต่ก็มีความเสี่ยงซ่อนอยู่มหาศาล เขาเงยหน้ามองเสิ่นเยียน แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

"หัวหน้า ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า หากเขาโกรธจัดจนตบพวกเราตายคาที่ จะทำอย่างไร?"

เสิ่นเยียนตอบว่า

"เช่นนั้นก็อย่าทำให้เขาโกรธจนเกิดจิตสังหาร ตอนนี้พวกเรามีแค่สองทางเลือก คือเสี่ยงดวงวัดใจ หรือไม่ก็ปะทะกับเขาซึ่งๆ หน้า"

เซียวเจ๋อชวนกล่าวเสริม

"ข้าเห็นด้วยกับแผนของเสิ่นเยียน ผลลัพธ์ของการทำแผนล้มเหลวก็คือการปะทะซึ่งๆ หน้าอยู่ดี สู้เสี่ยงดวงดูสักตั้งดีกว่า"

"น้องหญิงเยียนเยียน เจ้าช่างร้ายกาจจริงๆ"

อวี๋ฉางอิงยื่นมือออกมา ปลายนิ้วลูบไล้แก้มของเสิ่นเยียนเบาๆ สัมผัสที่นุ่มนวลอย่างที่สุดนั้นช่างทำให้คนรู้สึกอาลัยอาวรณ์ไม่อยากละมือ

เสิ่นเยียนถูกอวี๋ฉางอิงลอบโจมตีอย่างกะทันหัน นางชะงักไปครู่หนึ่ง แต่สีหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก

จูเก่อโย่วหลินกำหมัดแน่น

"ตกลง เอาตามนี้แหละ!"

ชิงอูไม่ได้ยินแผนการของพวกเขา หากเขาได้ยินเข้า คาดว่าคงตาเหลือกและตกใจจนเป็นลมล้มพับไปแน่

วันแรก พวกเขายังไม่ได้ก่อเรื่องอะไร

เฉวียนหยางชิวที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของพวกเขาเช่นกัน ภายในใจยิ่งทวีความสงสัยว่าเด็กพวกนี้คิดจะทำอะไรกันแน่?

หรือว่าพวกเขาคิดจะอาศัยอยู่ที่นี่เป็นปีๆ แล้วค่อยฉวยโอกาสโจมตีเขาตอนทีเผลอ?

ทว่าในวันที่สอง ภายในตำหนักทองคำก็เริ่มมีเสียงดังเกิดขึ้น

สัตว์อสูรธาตุน้ำหลายตัวแหวกว่ายไปมาอยู่ภายในตำหนักทองคำ ดูมีความสุขสำราญยิ่งนัก!

เฉวียนหยางชิวหนังตากระตุก แม้จะยังพออดทนไหว แต่ก็นึกไม่ถึงว่านังหนูที่ชื่อเสิ่นเยียนคนนั้นจะเป็นผู้อัญเชิญ แต่ว่า... นางจะอัญเชิญสัตว์อสูรธาตุน้ำออกมาทำไม?

คงไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรที่นางทำพันธสัญญาด้วยจะมีแต่ธาตุน้ำหรอกกระมัง?

ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากเรือนด้านข้าง เฉวียนหยางชิวรีบส่งจิตสัมผัสไปตรวจสอบสถานการณ์ทันที ภาพที่เห็นคือแม่นางน้อยที่ชื่ออวี๋ฉางอิง จู่ๆ ก็สวมชุดเกราะ สวมหมวกเหล็ก แล้วเรียกหอกจิตศาสตราออกมา ก่อนจะกวัดแกว่งแทงใส่อย่างต่อเนื่อง ฉึกๆๆ

ก้อนหินภูเขาจำลองถูกนางแทงจนแตกกระจาย!

เศษหินร่วงกราว

สีหน้าของเฉวียนหยางชิวเย็นเยียบลงทันที ขณะที่เขากำลังเตรียมจะใช้พลังจิตข่มขวัญอวี๋ฉางอิง จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในตำหนักทองคำ

"ท่านผู้อาวุโส"

"ผู้อาวุโสเฉวียน"

ตะโกนเรียกเขาทำไม?!

เฉวียนหยางชิวขมวดคิ้วเล็กน้อย เขากวาดจิตสัมผัสไปดู ก็เห็นเจ้าหนุ่มที่สวมหน้ากากเงินครึ่งใบหน้ากำลังถือกระดานหมากเดินตรงไปยังตำหนัก 'ใต้หล้าไร้ตัวข้า' แล้วเคาะประตู

เวินอวี้ชูเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

"ผู้อาวุโส ได้ยินว่าท่านมีฝีมือเดินหมากที่ล้ำเลิศ ผู้น้อยจึงตั้งใจมาขอคำชี้แนะจากท่านขอรับ"

เฉวียนหยางชิวชะงักไปเล็กน้อย เขาเองก็ไม่ได้เดินหมากมานานมากแล้วจริงๆ พอได้ยินเวินอวี้ชูพูดเช่นนี้ ความกระหายในการเดินหมากก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที

แต่เขาก็ข่มใจเอาไว้

เหอะ คิดจะฉวยโอกาสประจบเอาใจข้างั้นรึ?

ฝันไปเถอะ!

เด็กพวกนี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่ามีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว หากไม่ระวังตัวสักนิด จะต้องตกหลุมพรางของพวกเขาเป็นแน่

และเพียงไม่นาน เสียงของเด็กหนุ่มอีกคนที่สดใสก็ดังขึ้นในตำหนัก น้ำเสียงกังวานและแฝงไปด้วยความตื่นเต้น

"ผู้อาวุโส ผู้อาวุโส! หญ้าวรยุทธ์และโอสถวิญญาณพวกนี้ข้าถอนไปทำกับข้าวได้หรือไม่ขอรับ?"

สีหน้าของเฉวียนหยางชิวเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง สมุนไพรวิญญาณที่เขาปลูกมานับพันปี จะให้เจ้านั่นเอาไปทำกับข้าวได้อย่างไร?!

เฉวียนหยางชิวแทบจะโกรธจนหน้ามืด วูบ เดียว เขาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าจูเก่อโย่วหลิน สะบัดมือวาดออกไปหนึ่งครั้ง พลังกระแทกส่งร่างของจูเก่อโย่วหลินลอยละลิ่วไปกระแทกกับเสาทองคำที่อยู่ไม่ไกล

ปัง!

จูเก่อโย่วหลินร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เขายกมือกุมหน้าอก ใบหน้าซีดเผือด เอ่ยถามด้วยความตกใจและน้อยใจว่า

"ผู้อาวุโส ท่านตีข้าทำไม?"

เฉวียนหยางชิวเอ่ยเสียงเย็น

"หญ้าและโอสถวิญญาณพวกนี้ใช่ของที่เจ้าจะแตะต้องได้รึ?! หากเจ้ายังกล้าคิดจะเอาพวกมันไปอีก ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตายเดี๋ยวนี้!"

จูเก่อโย่วหลินมองร่างเงาโปร่งแสงของเฉวียนหยางชิว ความจริงในใจเขากำลังหัวเราะอยู่ แต่ภายนอกแสร้งทำเป็นน้อยเนื้อต่ำใจแล้วแก้ตัวว่า

"ผู้อาวุโส ก็ข้ายังไม่ได้แตะต้องมันเลยไม่ใช่หรือ? ข้าก็ถามท่านก่อนแล้วนี่นา"

เฉวียนหยางชิวชะงักคำพูดไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา

เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม

"ของทุกอย่างในตำหนัก เจ้าห้ามแตะต้องเด็ดขาด!"

"เตียงก็แตะไม่ได้หรือ? แล้วข้าจะนอนอย่างไรเล่า?"

จูเก่อโย่วหลินทำหน้ามึนงง พลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

เฉวียนหยางชิวหัวเราะ หึหึ อย่างเย็นชา

"เจ้ากำลังแกล้งโง่หรือ? เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ข้าสามารถบดขยี้ร่างกายเจ้า และทำให้วิญญาณเจ้าแตกดับสูญสลายได้ทันที"

"ผู้อาวุโส ท่านอย่าเพิ่งโกรธสิขอรับ!"

จูเก่อโย่วหลินรีบพูดด้วยความตื่นตระหนก

แต่ทันใดนั้นเอง สีหน้าของเฉวียนหยางชิวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขารีบหันขวับไปมอง ก็เห็นสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นภายในตำหนัก สัตว์อสูรเหล่านี้ทำราวกับอยู่ที่บ้านของตัวเอง เดินทอดน่องอย่างสบายใจเฉิบ บางตัวก็ใช้กรงเล็บขุดหลุมเล่น

ฮึดฮัด! ฮึดฮัด!

ยังมีภูตพืชพรรณและปีศาจต้นไม้อีกมากมายกระโดดโลดเต้นไปมาในตำหนัก เถาวัลย์เริงระบำสะเปะสะปะไปทั่ว

สัตว์อสูรจำนวนไม่น้อยกำลังวิ่งไล่จับเถาวัลย์ เล่นกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน!

เฉวียนหยางชิวโกรธจนตาแทบถลน

พวกนี้โผล่มาจากไหน?!

หรือว่าม่านพลังและค่ายกลของตำหนักทองคำจะถูกทำลายแล้ว?!

เขารีบตรวจสอบม่านพลังและค่ายกลทันที แต่ก็พบว่าทุกอย่างยังสมบูรณ์ดี ยิ่งทำให้ในใจตื่นตระหนกหนักกว่าเดิม

เสียงร้องนานาชนิดดังระงม หนวกหูจนทนไม่ไหว

"โฮกๆๆ!"

"จี๊ดๆๆ!"

"มอๆๆ!"

"เมี๊ยวๆๆ!"

"อ๊ากกก!"

เฉวียนหยางชิวแทบจะเป็นลมเพราะความโกรธ เขาคำรามลั่น คิดจะทำให้สัตว์อสูรและภูตผีปีศาจพวกนี้แหลกสลายกลายเป็นจุณ!

แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะลงมือ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นขวางหน้าเขา

"ผู้อาวุโส โปรดยั้งมือ! นี่ล้วนเป็นสัตว์อสูรที่ข้าอัญเชิญออกมาเจ้าค่ะ!"

เมื่อเฉวียนหยางชิวได้ยินคำพูดนี้ คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างที่สุด เขาคิดว่าตัวเองหูฝาดไป ถึงกับหยุดการกระทำในมือลง

"พวกนี้"

"ล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าอัญเชิญออกมางั้นรึ?"

"ใช่เจ้าค่ะ"

เสิ่นเยียนพยักหน้ายอมรับ แล้วรีบอธิบายด้วยความรวดเร็ว

"ผู้อาวุโส ข้ารับประกันว่าพวกมันจะไม่ทำลายข้าวของที่นี่ พวกมันแค่อยากออกมาเดินเล่นยืดเส้นยืดสายเท่านั้น หวังว่าผู้อาวุโสจะเห็นใจ!"

เฉวียนหยางชิวมีสีหน้าตื่นตะหนกและสงสัยระคนกัน ร่างของเขาเคลื่อนไหววูบเดียวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเสิ่นเยียน คว้าข้อมือนางไว้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ  จากนั้นจึงส่งพลังจิตแทรกซึมเข้าไปในห้วงจิตของนางอย่างแข็งกร้าว

ผลปรากฏว่า...

นี่เป็นสัตว์อสูรที่นางอัญเชิญออกมาจริงๆ!

เป็นไปได้อย่างไร?!

ในใต้หล้านี้ จะมีผู้อัญเชิญที่เรียกสัตว์อสูรออกมาได้เป็นร้อยตัวได้อย่างไร?

เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน!

เฉวียนหยางชิวจ้องมองเสิ่นเยียนด้วยแววตาซับซ้อน นังหนูคนนี้ถึงกับมีพรสวรรค์ด้านการอัญเชิญที่ฝืนลิขิตสวรรค์เพียงนี้ ช่าง... น่าทึ่งจนต้องตื่นตะลึง!

เขาเคยมีสหายที่เป็นผู้อัญเชิญคนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าหากผู้อัญเชิญต้องการเรียกสัตว์อสูรออกมาเกินสิบตัวนั้น ยากเย็นแสนเข็ญราวกับปีนขึ้นสวรรค์!

หากสหายผู้อัญเชิญของเขายังมีชีวิตอยู่ คงจะรับนังหนูคนนี้เป็นศิษย์อย่างแน่นอน

จบบทที่ ตอนที่ 216 น่าทึ่งจนต้องตื่นตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว